“แต่งงานกันแล้ว ก็กลับมาอยู่บ้านเราเถอะนะ มาเคยช่วยตาดนดูแลฟาร์ม ดูแลสวน”
ในระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารเช้า ทองก้อนซึ่งเป็หนึ่งในผู้ที่ร่วมประทานอาหารเช้าด้วย ก็หันไปพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับวริทธิ์นันท์ ซึ่งในพิธีแต่งงานระหว่างวริทธิ์นันท์กับดนวัตนั้น ได้จัดขึ้นที่บ้านของเ้าบ่าว พองานเสร็จสิ้นลง นาธรก็ได้เชื้อเชิญให้ทองก้อนนอนอยู่ที่นี่ก่อนสักคืน แล้วค่อยเดินทางกลับ
วริทธิ์นันท์ถือช้อนค้างชะงักงัน ไปกับคำพูดของทองก้อนในทันที สายตากลมโตคู่สวยมองหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีโดยพฤตินัย แล้วเลยไปมองหน้านาธร นิภัศดา แล้วมาหยุดอยู่ที่ทองก้อน
“นันท์ยังรักที่จะทำงานของนันท์อยู่ และอีกอย่างถ้านันท์ออกจากงานมา จะเอาเงินไหนใช้ล่ะ ไหนจะคอนโด, รถยนต์อีก ก็ต้องผ่อน และบัตรเครดิตด้วยก็ต้องจ่ายคืนเขา นันท์คงลาออก แล้วมาอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก”
วริทธิ์นันท์พูดบอกให้ทุกคนได้รับรู้ด้วยเหตุผล และภาระผูกพันอันจำเป็ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จริงๆ และภายในใจส่วนลึกของเธอ ก็ยังอยากจะดื้อรั้นไม่ยอมอยู่เหมือนกัน ก็เธอยอมแต่งแล้วไง จะยังจะมาบังคับให้ทำโน่นทำนี่อีก จึงขอขัดใจสักครั้งเถอะ
“ไอ้เื่ค่าใช้จ่ายพวกนั้น ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้ว ตาดนเขาจัดการให้หนูนันท์ได้อยู่แล้ว อย่าได้เป็ห่วงไปเลย”
นาธรเอ่ยขึ้นอย่าง้าจะบอกว่า หากวริทธิ์นันท์ลาออกจากงาน มาอยู่ที่นี่ทุกสิ่งอย่างที่เธอต้องรับผิดชอบ ดนวัตนั้นสามารถจ่ายให้ได้อย่างสบาย ซึ่งใครๆ ต่างก็รู้กันดีว่าสองพ่อลูกคู่นี้เขาร่ำรวยมากในแถบนี้ หากไม่รวยจริง นาธรคงไม่สามารถส่งเสียให้ดนวัตไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนาได้หรอก
แต่นาธรไม่เคยอวดอ้างว่าตนเองร่ำรวยมหาศาลมากน้อยขนาดไหน คงอยู่อย่างพอเพียง และดนวัตก็ถอดแบบความเรียบง่าย พอเพียง อย่างที่นาธรเป็เช่นกัน ดนวัตไม่ได้ยึดติดวัตถุ สิ่งของ และค่านิยม อันเป็สิ่งเร้าที่เป็อยู่ในปัจจุบันนี้
“ถึงจะยังงั้นก็เถอะค่ะ นันท์ก็ไม่อยากจะมาเป็ภาระให้ใคร ตอนนี้นันท์ยังมีเรี่ยวมีแรง สามารถทำงานหาเงินได้เอง นันท์อยากจะรับผิดชอบเองมากกว่าค่ะ”
วริทธิ์นันท์แย้งคำพูดของนาธร อย่าง้าแสดงจุดยืนให้รู้ และก็ให้รู้อีกอย่างด้วยว่า เธอจะไม่ยอมเลิกราความคิด ความตั้งใจของตัวเองอย่างเด็ดขาด คือที่วริทธิ์นันท์ยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตัวเองอย่างนี้ ก็เพราะเธอยังคงไม่เชื่อไงว่า เธอกับดนวัตจะอยู่กันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เผลอๆ เธอกับเขาอาจอยู่กันไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็อาจจะต้องเลิกกันก็เป็ได้
ดังนั้นเธอไม่ควรที่จะเอาชีวิตของเธอไปฝากฝัง และยึดติดอยู่กับดนวัต เพราะหากวันใดวันหนึ่ง เธอกับเขาเกิดเลิกรากันไปจริงๆ วันนั้น เธอก็ยังมีสิ่งต่างเป็ของตัวเอง โดยไม่ต้องไปแก่งแย่ง ว่าอันนี้ของเขา อันนี้ของเธออะไรประมาณนั้น เธอไม่อยากจะมานั่งมีปัญหากันในภายหลัง
“นั้นน่ะพ่อก็เข้าใจนะ แต่เราสองคนแต่งงานแต่งการกันแล้ว ก็ต้องอยู่เป็คู่ผัวตัวเมียกันสิ จะมาแยกคนหนึ่งอยู่ทางโน้น คนนี้อยู่ทางนั้นได้ยังไงกันล่ะ”
นาธรก็แย้งขึ้นมาบ้างเหมือนกัน อย่างไม่เห็นด้วยกับการที่วริทธิ์นันท์จะต้องใช้ชีวิตอยู่คนล่ะที่กับดนวัต นาธรนั้นมีลูกชายเพียงแค่คนเดียว และเมื่อลูกชายแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาแล้ว ก็อยากจะให้มีหลายเร็วๆ เลย จะได้มีทายาทไว้สืบตระกูลไง และอีกอย่างคือนาธรอยากจะได้เห็นหน้าหลานๆ ตอนที่ยังมีชีวิต แล้วถ้าอยู่ห่างกันอย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะมีหลานสักทีล่ะ
“แต่!!!!......”
“ไม่เป็ไรหรอกครับพ่อ ผมน่ะเทียวไปเทียวมาได้ ไม่ลำบากอะไร ผมเชื่อว่านันท์คงจะได้อยู่ทำงานที่โน่นอีกไม่นานหรอกครับ”
วริทธิ์นันท์ทำท่าจะพูดแย้งขึ้นมา อย่างหาเหตุผลมาอ้าง เพื่อที่จะให้เป็ไปตามสิ่งที่เธอพูด แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกมา ดนวัตก็พูดสวนขึ้นมาซะก่อน ซึ่งนั้นก็เป็คำพูดที่ดีต่อวริทธิ์นันท์ เธอจึงไม่ได้แย้งใดๆ ออกมาอีก
แต่ก็มีคำพูดประโยคท้ายของดนวัต ที่เขาพูดบอกอยู่ภายในใจ เพราะเขามาดมั่นตั้งใจให้เป็อย่างที่พูดจริงๆ ว่าในเวลาไม่ช้าไม่นาน วริทธิ์นันท์จะต้องออกจากงานและมาอยู่ที่นี่เป็การถาวร โดยที่เ้าหล่อนจะไม่สามารถแย้งใดๆ ออกมาได้ทั้งสิ้น
๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔
ดนจะทำวิธีไหนนะ ที่จะให้นันท์มาอยู่ด้วยกันถาวร......... ^_^