ทางเข้าตลาดมืด
เย่เทียนมองไปที่นักรบสองคนที่เฝ้าประตูและเดินตรงไปหาพวกเขา
นักรบสองคนมองเย่เทียนอย่างละเอียดเพราะรู้สึกไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายแต่พอััได้ถึงกลิ่นอายของนักรบจากตัวเย่เทียนพวกเขาก็ไม่ได้หยุดเย่เทียนอีกต่อไป
เมื่อเดินผ่านทางเข้าไป เย่เทียนก็พบกับบันไดหินที่ทอดยาวลงไปด้านล่าง
ไม่นานเย่เทียนก็ลงมาถึงยังตลาดมืดใต้ดิน
ตลาดมืดนี้มีขนาดใหญ่มาก อย่างน้อยมันก็มีขนาดใหญ่พอๆกับลานกว้างของสถาบัน รอบด้านมีแผงร้านค้าตั้งอยู่มากมายรวมไปถึงนักรบที่เดินขวักไขว่กันเป็จำนวนมาก
เย่เทียนพบกับร้านที่รับซื้อวัตถุดิบของสัตว์อสูรเขาจึงนำวัตถุดิบสัตว์อสูรที่เขาล่าไว้ออกมาขาย มันมีมูลค่า 200,000 หยวน ซึ่งถือเป็กําไรเล็กๆ น้อยๆ
“หอยุทธ์!”
เย่เทียนมาถึงหน้าร้านแห่งหนึ่งและมองพิจารณาร้านนี้อย่างละเอียด
ดูจากขนาดแล้ว ร้านนี้เป็ร้านที่ใหญ่ที่สุดในตลาดมืดอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเดินเข้าไปในหอยุทธ์พนักงานสาวก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเย่เทียนและกล่าวด้วยความเคารพว่า“ท่านนักรบที่เคารพ ท่าน้าสิ่งใดหรือไม่? หอยุทธ์ของเราขายสินค้ามากมายหลากหลายชนิดสิ่งของที่ท่าน้าสามารถหาซื้อจากเราได้อย่างแน่นอน!”
“ที่นี่มีตําราลับสำหรับนักรบหรือไม่?”
เย่เทียนถาม
พนักงานสาวยิ้มและกล่าวว่า“ท่านนักรบกำลังหมายถึงเทคนิคการฝึกปราณหยวนใช่หรือไม่? ทว่าหอยุทธ์ของพวกเรามีเพียงแค่เทคนิครวบรวมลมปราณระดับต่ำส่วนเทคนิครวบรวมลมปราณระดับสูงนั้นมีใช้เพียงแค่ในกองทัพเท่านั้น!”
เทคนิครวบรวมลมปราณ!
นี่เป็ครั้งแรกที่เย่เทียนได้ยินชื่อนี้แต่ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่เคยได้ยินมัน เหตุผลหลักๆก็คือคนระดับสูงของฐานหลินไห่เข้มงวดกับการจัดการความรู้ของผู้ฝึกยุทธ์มากเกินไปผู้ฝึกยุทธ์และคนธรรมดายากที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ประเภทนี้และทางสถาบันก็ไม่ได้ถ่ายทอดความรู้ของนักรบมากนักมันชัดเจนว่านี่เป็กฎที่เหล่าผู้าุโของฐานหลินไห่ตั้งขึ้น
“คุณมีสินค้าอย่างอื่นแนะนำรึเปล่า? ผม้าเลือกดูเผื่อว่าจะมีอะไรที่ผม้า!”เย่เทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“โปรดรอสักครู่!”
พนักงานหญิงสาวพยักหน้าและรีบหยิบใบรายการขึ้นมา
รายการสินค้านี้บันทึกรายชื่อสิ่งของไว้มากมายไม่เพียงแต่เทคนิครวบรวมลมปราณเท่านั้น ยังมีโลหิตสัตว์อสูร น้ำยารักษาาแอาวุธเวท และสมบัติล้ำค่าล้ำค่าอื่นๆซึ่งสมบัติล้ำค่าบางอย่างก็มีมูลค่าหลายล้านหยวน
ตอนแรกเย่เทียนคิดว่าเขานั้นค่อนข้างมั่งคั่งแต่หลังจากเห็นรายชื่อสิ่งของเหล่านี้ เขาก็รู้ว่าเงินที่เขามีนั้นไม่เพียงพอสำหรับการบ่มเพาะในขั้นนักรบ
“เทคนิครวบรวมลมปราณระดับต่ำ ข้อมูลนักรบหนึ่งชุดเืสัตว์อสูรระดับกลางสามชุด แผนที่ตำแหน่งสัตว์อสูรหนึ่งชุดและของเหลวธาตุบริสุทธิ์สามขวด!”
เย่เทียนกล่าว
พนักงานหญิงเริ่มคํานวณอย่างรวดเร็ว “เทคนิครวบรวมลมปราณระดับต่ำ 50,000หยวน ข้อมูลนักรบ 10,000 หยวนเืสัตว์อสูรระดับกลาง 3 ชุด 500,000 หยวน แผนที่ตำแหน่งสัตว์อสูร 20,000 หยวนของเหลวธาตุบริสุทธิ์ 3 ขวด 1 ล้านหยวน!รวมเป็เงิน 1.58 ล้านหยวน!”
เขาใช้เงิน 1.58 ล้านหยวนไปอย่างรวดเร็วแม้ว่าเขาจะมีเงินอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงรู้สึกปวดใจตอนจ่ายเงินออกไปโชคดีที่เขาได้รับเงินจากหลี่ฉุนมามิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถใช้จ่ายจำนวนมากเช่นนี้ได้
หลังจากจ่ายเงินแล้ว เย่เทียนก็ได้รับของมา
ขณะที่เย่เทียนกําลังจะจากไป พนักงานสาวก็พูดขึ้นว่า “ท่านนักรบผู้ดูแลหอยุทธ์้าพบท่าน ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีเวลาหรือไม่?”
“ผู้ดูแลหอยุทธ์้าพบผมอย่างนั้นหรือ?”
เย่เทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขายังคงมึนงง แต่พอคิดดูดีๆ แล้วมันอาจจะเป็เื่ดีสำหรับเขาก็ได้
ความจริงแล้วเย่เทียนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมผู้ดูแลหอยุทธ์จึง้าพบเขา
ภายใต้การนําทางของพนักงานหญิงสาว เย่เทียนก็มาถึงชั้นสองของหอยุทธ์
“เป็เด็กผู้หญิง!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เดิมทีเขาคิดว่าผู้ดูแลหอยุทธ์จะเป็ชายวัยกลางคนหรือไม่ก็ชายชราแต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่ง อีกทั้งอายุเธอก็ยังไม่มากนักอย่างมากก็ประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปี
จิตใต้สํานึกของเย่เทียนตรวจสอบพร์ของผู้ดูแลหอยุทธ์ทันที
ทันใดนั้น หัวใจของเย่เทียนก็ตกตะลึงเป็อย่างมาก
[มนุษย์ : เยว่หลิง
พร์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูง
พร์ในด้านดาบ : ปานกลาง
พร์ด้านความเร็ว : ระดับรอง]
อัจฉริยะ!
อัจฉริยะจริงๆ!
นี่คืออัจฉริยะที่แท้จริงที่เย่เทียนเคยเห็นั้แ่เขาข้ามมิติมาโม่เฉ่าเป่ยและคนอื่นๆ หากเทียบกับเด็กสาวคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากขยะ
“เป็พร์ในการบ่มเพาะระดับสูงทั้งยังมีพร์ด้านดาบระดับกลางและพร์ด้านความเร็วระดับรองบวกกับอายุและพื้นเพของอีกฝ่าย เกรงว่าตอนนี้เธอคงเป็นักรบชั้นยอดแล้ว!”เย่เทียนคิด
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกตื่นเต้น
เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับพร์ด้านดาบระดับกลางมากนักเพราะเขามีพร์ด้านดาบระดับกลางแล้วต่อให้เขาคัดลอกพร์ด้านดาบระดับกลางไปมันก็ยากที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้แต่พร์ด้านความเร็วและพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงล้วนเป็สิ่งที่เขา้า
พร์ด้านความเร็วระดับรองสามารถทำให้พร์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้และพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงสามารถเปลี่ยนพร์ของเขาให้กลายเป็พร์ในการบ่มเพาะระดับสูงได้
“พร์ในการคัดลอกของเราสามารถคัดลอกได้อีกครั้งแล้วแต่ตอนนี้เราสามารถคัดลอกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นแม้ว่าพร์ด้านความเร็วระดับรองจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์มากนักมันจะดีกว่าถ้าเราสามารถคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงได้ หลังจากวันนี้เราไม่จำเป็ต้องรีบร้อน ยังมีโอกาสที่จะได้ััเยว่หลิงได้อีกครั้ง”
ดังนั้นเย่เทียนจึงเผยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาออกมาและยื่นมือขวาที่อ่อนเยาว์ไปหาเยว่หลิง
“สวัสดีผมชื่อเย่เทียน!”
เยว่หลิงลังเลเล็กน้อยแต่เธอก็ยื่นมือขวาที่ที่เรียบเนียนเหมือนดั่งหยกของเธอออกมาจับมือกับเย่เทียนเบาๆและรีบดึงมือกลับทันที
แต่สิ่งที่เยว่หลิงไม่รู้ก็คือ ทันทีที่เย่เทียนััมือขวาของเยว่หลิงเขาก็ได้คัดลอกพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเยว่หลิงเรียบร้อยแล้ว
“สำเร็จ!”
เย่เทียนตื่นเต้นอย่างมาก แต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มออกมาเช่นเดิม
“สวัสดี ฉันคือเยว่หลิงผู้ดูแลหอยุทธ์” เยว่หลิงแนะนําตัวเองสั้นๆและปล่อยโบกมือให้พนักงานหญิงสาวจากไป
“หัวหน้าเยว่ คุณเรียกหาผมด้วยเื่อะไร?” เย่เทียนถามออกมาอย่างตรงไปตรงมา
เยว่หลิงนั่งลงก่อนจ้องไปยังเย่เทียนและถามว่า “เย่เทียนนายน่าจะเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นักรบใช่ไหม? นายรู้ความเป็มาของหอยุทธ์ของเราหรือเปล่า?”
“เป็อย่างที่คุณว่าผมเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นักรบจริงๆผมไม่รู้เื่ราวของหอยุทธ์แต่ผมเชื่อว่าหอยุทธ์คงจะเป็ขุมกําลังใหญ่ของฐานหลินไห่” เย่เทียนกล่าว
“ผิดแล้ว!” เยว่หลิงส่ายหัว “หอยุทธ์ของเราไม่ใช่กองกําลังของฐานหลินไห่แม้ว่าฐานหลินไห่จะเป็เพียงฐานทัพขนาดเล็กและยากที่จะติดต่อกับฐานอื่นๆแต่ฐานขนาดใหญ่บางแห่งได้จัดตั้งสาขาที่ฐานหลินไห่เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของฐานหลินไห่นั้นค่อนข้างพิเศษ และฐานเ่าั้ก็กังวลว่าจะเกิดปัญหาขึ้นที่ฐานหลินไห่สำหรับฐานใหญ่ๆ แล้ว ฐานหลินไห่เปรียบเสมือนประตูดังนั้นแม้ว่าฐานหลินไห่จะอ่อนแอเพียงใด พวกเขาก็จะส่งคนมาประจําการที่นี่และหอยุทธ์ก็เป็หนึ่งในนั้น”
“มาจากฐานทัพใหญ่!”
เย่เทียนเผยสีหน้าตกตะลึงออกมามาถึงตอนนี้เขาไม่แปลกใจเลยที่หอยุทธ์จะสามารถหาสมบัติมากมายมาขายได้
เขาเดาว่าตัวตนของเยว่หลิงต้องเป็คนที่มีสถานะสูงในฐานทัพขนาดใหญ่แน่
แต่ทําไมเยว่หลิงถึงมาที่ฐานหลินไห่?
ที่นี่เป็เพียงแค่ฐานเล็กๆ เท่านั้น!
“แล้วที่หัวหน้าเยว่เรียกผมมา...”
เย่เทียนถามด้วยความสงสัยมากขึ้น
“นายอยากเข้าร่วมกับหอยุทธ์รึเปล่า? ฉันว่านายอายุน่าจะเพียงแค่สิบหกหรือสิบเจ็ดปีแต่นายกลับเลื่อนขั้นเป็นักรบได้แล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือนายไม่ใช่คนของตระกูลใหญ่จากฐานหลินไห่นี่เป็เื่ที่สำคัญมาก ดังนั้นฉันจึงอยากเชิญนายเข้าร่วมกับหอยุทธ์!” เยว่หลิงกล่าวตามความจริง
“หัวหน้าเยว่ ผมยังไม่อยากเข้าร่วมกองกําลังใดๆ ในตอนนี้!”
เย่เทียนปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด