“คนพวกนั้นเป็คู่กัดของพวกคุณเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเราแก้พริกพวกนั้น”
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก มันสมควรแล้วที่คนเป็แฟนกันจะลุกขึ้นมาปกป้องอีกฝ่ายจากคนไม่ดี”
“เอาแล้ว หวานกันต่อหน้าต่อตากูซะแล้ว คนไม่มีคู่อย่างเรา อยู่ไปไร้ค่า กลับบ้านดูซีรีส์ของผัวในอนาคตดีกว่า”
“แกก็สมควรกลับไปตั้งนานแล้วไหม”
“เอ่อ กูไปก็ได้ ไปก่อนนะคะหมอชิน”
“ครับ”
เขาหันไปคุยกับหญิงสาวว่า“เพื่อนคุณดูต๊องๆ ไม่ค่อยเต็มเหมือนคุณเดะ ไม่น่าล่ะถึงว่าเพื่อนกันมักมีนิสัยไม่ต่างกัน”
“หมอไม่ได้หลอกด่าชามใช่ไหมฮะ”
“อุ๊ย ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมแค่รู้สึกว่านิสัยต๊องๆ ของพวกคุณดูน่ารักดี ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ”
“แบบนี้นี่เอง หมอชอบพูดไปเคลียร์ ชามคิดไปถึงดาวอังคารแล้ว ไปเถอะค่ะ ร้านขาหมูเ้าอร่อยกำลังรอพวกเราอยู่”
ณ ร้านข้าวขาหมู
“อิ่มแปล้เลย”
“สมควรอิ่ม ถ้ายังไม่อิ่มนี่ก็แปลกแล้ว” เขามองจานข้าวขาหมูที่วางเรียงชั้นตรงหน้า
“หมอชอบหยอกอยู่เรื่อยเลย หยอกแต่ละทีแอบแรงไปนิด จนชามรู้สึกเจ็บแปลบยังไม่รู้555”
ชายหนุ่มเอามือปิดปากหัวเราะ “ผมว่าคุณควรดูแลตัวเองบ้าง ไม่ได้ห้ามให้คุณหยุดกิน แต่ขอบางอย่างกินมากไปมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายเอาได้”
“รับทราบค่า มีแฟนเป็หมอนี้ดีจริงๆ”
“ต่อไปก็ห้ามดื้อกับคุณหมอนะครับ”
“หมออย่าพูดแบบนั้นสิคะ ชามฟังแล้วใจจะสลาย”
“คุณนี่ชอบทำให้ผมขำอยู่เรื่อย 555”
“เห็นคุณมีความสุข แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้วค่ะ”
คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกละอายใจ เพราะเมื่อก่อนเขาเห็นเธอเป็แค่เหยื่อคนหนึ่งที่อยากหลอกล่อให้มาซื้อโปรเสริมความงาม “ที่จริง ผมมีเื่ที่อยากจะสารภาพ”
“เื่อะไรคะ”
“ผมต้องขอโทษด้วย เมื่อก่อนใช้ความหล่อปอกลอกให้คุณมาอุดหนุนโปรเสริมความงาม แถมตอนเป็แฟนกันก็เอาแต่หลบหน้าหลบตาเพราะรับไม่ได้ว่ามีแฟนอ้วนไม่สวย……”
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวจุกอก แต่เธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วปล่อยผ่าน “แร๊งงงส์อ่ะ แต่รับได้ ให้อภัย”
ที่จริงเธอเองก็แอบรู้สึกผิดไม่ต่างจากเขา แค่พูดออกมาไม่ได้ หมอชินยังพูดต่อไปว่า
“จนวันนั้นที่ผมได้ไปออกเดทกับคุณครั้งแรก มันทำให้ผมรู้ว่าจิตใจของคุณมันสวยงามมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกอีก”
ยิ่งเขาพูดย้ำ มันก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนโดนหลอกด่าว่าไม่สวยเลยสักนิด
“เอ่อ คุณหมอค่ะ เปลี่ยนเื่คุยกันดีกว่า”
“ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ”
“หมออาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่คงเลือกใช้คำผิดไปนิดนึง”
“ใช่ ตอนที่คุณปีนต้นไม้ ทำให้ผมนึกถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง”
“ใครเหรอคะ”
“เด็กหญิงผมเปียหน้าซาลาเปา เขาเป็เพื่อนในวัยเด็กของผม”
“หืม? ป๊อปปี้เลิฟของหมอแน่เลย” เธอพูดงุงงิอยู่คนเดียว แล้วเงยหน้าพูดต่อไปอีกว่า
“ยังติดต่อเธออยู่ไหมคะ” น้ำเสียงออกแนวหึงหวง
“ไม่ละครับ ั้แ่คุณปู่คุณย่าเสียก็ไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร จำได้แค่ว่าหน้าตาเด็กคนนั้นกลมๆ เหมือนลูกซาลาเปา น่ารักดี” พูดไปเขาก็หัวเราะไป ชามเห็นก็ยิ่งทำหน้าบูดเบี้ยว
เมื่อชายหนุ่มเห็นอาการหึงหวงเมื่อพูดถึงเด็กคนนั้น เขาก็เลยพูดกับเธอไปว่า “แต่ตอนนี้ ในสายตาของผมคนที่น่ารักที่สุดคือคุณรู้ยัง”
เธอพลั้งเผลอผลักชายหนุ่มแรงไปหน่อย จนเขาจะล้มหงายหลัง “คุณหมอก็…พูดแบบนี้ ชามก็เขินแย่สิคะ”