หลังจากกลับจากตลาดนัด กิรณาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ฮ่างคันเก่ากลับบ้านมาตามทางเหมือนปกติเช่นทุกวัน หลังจากสิ้นสุดถนนทางลาดยางแล้ว ถนนก็เปลี่ยนมาเป็ทางลูกรังเป็หลุมเป็บ่อ ทำให้เธอขับรถได้ช้าลงกว่าเดิมมากเพราะต้องคอยหลบหลุม
เมื่อค่อยๆขับมาถึงจนถึง่โค้งหักศอกพอเลี้ยวพ้นโค้งไปเท่านั้น เธอก็พลันต้องเจอกับท่อนไม้แห้งท่อนใหญ่ที่นอนขวางทางอยู่แบบผิดปกติเพราะท่อนไม้นี้ไม่ได้เกิดจากการล้มเอนลงมาตามธรรมชาติ
กิรณารีบเหยียบเบรคจนตัวโก่งแล้วจอดรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อลงมาเอาท่อนไม้ออกให้พ้นทาง กิรณาออกแรงทั้งดึงทั้งผลักเต็มแรงปากก็บ่นไป"ซวย ซวยอะไรยังงี้ ทำงานก็เหนื่อยแล้วยังต้องมาเจออะไรยังงี้อีก ยัยณา
เอ้ยยยยยยยย.........."
ไม่ทันที่ท่อนไม้จะพ้นทางดี ชายวัยรุ่น3คนก็พลันโผล่ออกมาจากข้างทาง กิรณารีบยืดตัวยืนขึ้นหันไปมองทันทีอย่างใ
"พวกนายมาทำอะไรกันแถวนี้ อย่าบอกนะว่าท่อนไม้นี่เป็ฝีมือพวกนายน่ะ ฮ่ะ" กิรณาตะคอกถามออกไปอย่างโมโหสุดขีด หน้าแดงไปหมด
แก๊งขี้ยาประจำหมู่บ้านนั่นเอง ชอบพากันมาซุ่มเสพยาตามละเมาะป่าข้างทางเป็อยู่เป็ประจำ และก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเสมอ
"พวกพี่ไม่ได้มานั่งรอน้องณากันหรอกจ้ะ แต่พอดีพี่ของหมดน่ะน้องพอจะมีซักร้อยสองร้อยมั้ยจ้ะ"
มันคนหนึ่งหัวเราะตอบกิรณาอย่างยียวน ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ฉับพลันนั้นเองที่กิรณาไม่ทันตั้งตัว นายคนที่เป็หัวโจกก็เดินมาใกล้เอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าใบเล็กที่กิรณาสะพายไว้ที่ไหล่พยายามจะกระชากออกไป กิรณาดึงเอาไว้เต็มแรง
"อย่านะ ชั้นไม่ให้ เดี๋ยวจะแจ้งตำรวจ"
"พี่ไม่กลัว เชิญน้องณาไปแจ้งเลยพยานก็ไม่มี"
"ไอ้พวกเลว ไม่ทำงานทำการสร้างแต่ความเดือดร้อนให้คนอื่น"
"มึงด่ากูเหรอ" เพี๊ยะ
เสียงฝ่ามือของนายคนหนึ่งก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าของกิรณาเต็มแรงจนกิรณาเซถลาลงไปนั่งกับพื้นเืกลบปาก และกระชากกระเป๋าออกไปจากมือกิรณาจนได้
เปิดกระเป๋าและเทของออกมาจากกระเป๋าทั้งหมด ควานหาเงินที่กิรณาเหลือจากซื้อของประมาณพันกว่าบาทและโทรศัพท์มือถือของกิรณาไปด้วยอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่ทั้งสามซึ่งกำลังหันหลังเพื่อที่จะผละไปจากกิรณานั่นเอง นายคนที่หันหลังให้กิรณาคนแรกมีอันถึงกับต้องร้องออกมาเสียงหลงเซล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นตาเหลือกลาน
สิ่งที่ทำให้มันใได้ถึงเพียงนีี้คือ งูสีทองแปลกตาตัวหนึ่งมีเกล็ดสีทองทั้งตัวเหลืองอร่าม เกล็ดสีทองนั้นสะท้อนแสงแดดยามบ่ายวิบวับเป็ประกายแสบตา ลำตัวใหญ่ประมาณน้องๆท่อนไม้ที่กิรณาพยายามผลักออกจากทาง
กำลังชูคอสูงกว่าหัวของขี้ยาสามคนนั้นมาก ส่งสายตาจ้องเขม็งมองลงมาที่ทั้งสามอย่างน่ากลัว ดวงตาสีแดงทั้งคู่แวววามดุดัน ทำเอาทั้งสามคนตอนนี้ตัวแข็งทื่อยืนทำอะไรไม่ถูกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
งูตัวนั้นค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาหาขี้ยาทั้งสามช้าๆทีละคน พร้อมลิ้นที่แลบแปลบปลาบเฉียดหน้าทั้งสามคนไปมา นายคนที่ถือเงินและโทรศัพท์ของกิรณาถึงกับมืออ่อนตีนอ่อนปล่อยของๆกิรณาลงพื้นทันทีโดยไม่รู้ตัว
นายคนหนึ่งตัวสั่นตาเหลือกเมื่องูตัวนั้นอยู่ๆก็เปลี่ยนการเคลื่อนไหวชูหัวสูงขึ้นไปอีกทำท่าคล้ายจะฉกลงมาที่หัวของคนทั้งสาม และก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นในพริบตานั้น ขี้ยาทั้งสามคนก็พากันหันหลังวิ่งแบบไม่ได้นัดกันไว้ วิ่งไปร้องไปป่าแตกไปทางหนึ่ง
ทิ้งกิรณาให้ยืนเผชิญหน้ากับงูตัวใหญ่นั้นอยู่ลำพังคนเดียว กิรณาตอนนี้แทบลืมหายใจเหงื่อแตกพลั่กๆเพราะความใหญ่ของงูตัวนี้นั้นสามารถกินเธอเข้าไปทั้งตัวได้แบบสบายๆ งูสีทองยังคงชูคอสูงอยู่เช่นเดิม ทอดสายตามองมาที่กิรณาเขม็ง
อึดใจใหญ่ต่อมา ก็ทำท่าเหมือนจะทอดหัวลงมาแนบกับพื้นดินอย่างรวดเร็วคล้ายๆจะเลื้อยมาหากิรณา บัดนั้นเองกิรณาที่ทนต่อความกลัวมานานก็ถึงแก่กาลสิ้นสติเป็ลมไม่สมประดีไปไม่รับรู้อะไรอีกเลยด้วยความกลัวสุดขีดแล้วนั่นเอง
เย็นจบเกือบจะมืดแล้ว ที่ลานหน้าบ้านเรือนไม้หลังใหญ่ นเรนทร์เดินวนไปวนมารอพี่สาวอยู่หน้าบ้านมาพักใหญ่ เขารู้สึกผิดสังเกตมากเพราะปกติไปแค่ตลาดนัดพี่สาวเขาไม่น่าจะไปนานขนาดนี้
"นเรนทร์ ยัยณามารึยัง" เสียงแม่รัมภาหญิงสูงวัยร่างบอบบางะโถามมาจากบนเรือน
"ยังครับแม่ แต่เดี๋ยวคงมาแล้วแหละน่าจะใกล้ถึงแล้ว"
"แม่ก็รอกับข้าว ยัยณานี่เหลวไหลจริงๆ แม่รอทำกับข้าวอยู่ แล้วนี่กว่าจะได้กินข้าวเย็นไม่มืดค่ำดึกดื่นรึ" แม่รัมภาบ่นตามมาอีก
อีกอึดใจต่อมา พอแสงสว่างเริ่มมัวๆหน้าใกล้จะมองไม่เห็นแล้ว นเรนทร์ก็ตัดสินใจจะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปตามพี่สาว
ทันใดนั้นก็พลันปรากฏร่างชายหนุ่มสามคนขึ้นที่ปากทางเข้าบ้าน คนหนึ่งเดินนำหน้า ใบหน้าหล่อเหลากำยำแต่งกายด้วยชุดสีดำในอ้อมแขนกำลังอุ้มร่างๆหนึ่งเดินเข้ามา อีกคนหนึ่งหิ้วของอยู่ในมือดูพะรุงพะรัง และอีกคนหนึ่งเดินจูงรถมอเตอร์ไซค์ของกิรณาเข้ามา
พอทั้งสามพากันเดินเข้ามาใกล้ถึงในระยะที่สายตามองเห็นได้ชัด นเรนทร์ก็จำร่างที่กำลังอยู่ในอ้อมแขนของชายคนนั้นได้ทันที พี่สาวของเขานั่นเอง
"คุณเป็ใคร เกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวผม"นเรนทร์ละล่ำละลักวิ่งเข้าไปดูพี่สาวที่อยู่ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็ว
ชายแปลกหน้าทั้งสามไม่กล่าวอะไร ชายหนุ่มคนที่อุ้มกิรณาไว้นั้น นำร่างของกิรณาวางไว้บนพื้นกระดานในกระต๊อบเล็กๆหน้าบ้านที่สร้างไว้นั่งเล่นนั่นเอง
ส่วนอีกคนก็เอาถุงกับข้าวมาวางไว้ข้างๆกิรณา อีกคนก็เอามอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่ชายแปลกหน้าทั้งสามคนไม่มีใครปริปากพูดอะไรเลยซักคำเดียว ไม่ว่านเรนทร์จะไถ่ถามเท่าไหร่ก็ตาม นเรนทร์ตรวจดูร่างกายเนื้อตัวพี่สาวเห็นว่าไม่ได้เป็อะไรมาก อาการเหมือนคนเป็ลม มีแค่รอยเืที่มุมปากก็โล่งใจ
ผละหันหลังมาจะขอบคุณชายหนุ่มทั้งสาม ก็พลันปรากฏว่าชายหนุ่มทั้งสามหายไปเสียแล้ว ชนิดที่ไม่รู้ว่าไปทางไหน ั้แ่เมื่อไหร่ด้วย
"แม่ครับแม่ เอาผ้าเช็ดตัวใส่น้ำในกะละมังมาให้ผมหน่อยครับ"นเรนทร์ะโขึ้นไปบนบ้านโดยเร็ว
"เอาไปทำอะไร"แม่รัมภาถามลงมา
"พี่ณาเป็ลมครับแม่"
"ได้ยังไงยายณาร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยเป็ลม สงสัยจะลืมกินข้าวเที่ยง รอเดี๋ยวแม่กำลังลงไป"
แม่รัมภาเดินลงมาพร้อมยาดมยาหอมน้ำร้อนเสร็จสรรพ นเรนทร์รับกะละมังใบเล็กที่มีผ้าเช็ดตัวแช่น้ำอยู่จากแม่มาจัดแจงเช็ดไปตามใบหน้าเนื้อตัวพี่สาวอย่างรวดเร็ว พลางปากก็เล่าให้แม่ฟังว่าพี่สาวกลับมาได้อย่างไร
กิรณารับรู้ได้ถึงความเย็นของน้ำที่ใบหน้า เธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆสายตาพลันมองไปที่หลังคากระต๊อบที่มีหลอดไฟเล็กๆแขวนอยู่ตรงกลางอย่างงุนงง ในความทรงจำก่อนที่เธอจะหมดสตินั้น เธอว่าเธออยู่ระหว่างทางกำลังจะกลับบ้าน ท่อนไม้ โจรและงูตัวใหญ่น่ากลัวตัวนั้น พอนึกถึงงูเธอก็ผลุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"พี่ณาฟื้นแล้วแม่"
"ยัยณา ยัยณาเป็ยังไงบ้าง"
"หนูกลับบ้านมาได้ยังไง"กิรณาถามแม่และน้องชายออกไปทันที
"มีคนพาพี่ณามาส่งที่บ้าน"นเรนทร์รีบบอก
"มีคนพาพี่มาส่งเหรอ ใคร"
"ไม่รู้พี่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยครับ มากันสามคน"
"แปลก"กิรณาเผลอพึมพำกับตัวเอง
"เอายาดมไปดมซะ"แม่รัมภายื่นยาดมให้กิรณา พร้อมยื่นแก้วยาหอมตามไปอีกติดๆ
"ไหนเล่าให้แม่ฟังซิว่าเกิดอะไรขึ้น"แม่รัมภารีบซักอย่างอยากรู้โดยเร็ว
กิรนาทำหน้าแหยหลังจากดื่มยาหอมเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะพูดตอบแม่ของเธอไปว่า
"หนูไปเจอไอ้พวกขี้ยาน่ะแม่มันเอาไม้มาขวางทางปล้นเงินหนู" กิรณาเว้นระยะไปอึดใจหนึ่งกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอึดอัดะเืใจต่อเื่ที่เจอ
ก่อนจะพูดต่อ "แล้วอยู่ๆก็มีงูตัวใหญ่ ใหญ่เท่าท่อนไม้ที่มันเอามาขวางทางหนูชูคออยู่ข้างหลังพวกมัน
ไอ้พวกนั้นพากันวิ่งหนีไป เหลือหนูอยู่คนเดียว หนูกลัวสุดขีดเลยเป็ลมคิดว่า ไม่รอดต้องไปอยู่ในท้องงูแล้วแน่ๆ" กิรณาเล่าไปก็ขนลุกไปยังนึกกลัวไม่หาย
"งูเหรอพี่ ผมว่าที่พี่รอดมาได้เพราะพี่เป็ลมเลยนะ งูมันเลยคิดว่าพี่ตายไปแล้วกินไปก็คงไม่อร่อย แถมคล้ายๆจะขึ้นอืดหน่อยๆด้วย มันเลยไม่สนใจจะกินพี่อะ" นเรนทร์พูดพร้อมหัวเราะเพราะเห็นว่าพี่สาวไม่เป็อะไรแล้ว
"บ้าเหรอ ฮะ ว่าชั้นขึันอืดเหรอ นี่แน่ะ"
"โอ้ยยยยยยย" เสียงนเรนทร์ร้องออกมาทันทีด้วยความเจ็บเพราะพี่สาวเอามือทุบอักเข้าให้ที่กลางหลังเต็มแรง
"เออ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้วแม่รอกับข้าวอยู่ นี่กว่าจะทำเสร็จคงดึกดื่น ไปช่วยกันทำคนละไม้คนละมือจะได้เสร็จเร็วๆ ไปๆขึ้นเรือนกัน"
คำพูดของแม่รัมภาทำให้ทุกคนนึกได้ทันที นเรนทร์หันไปคว้าถุงกับข้าวต่างๆที่กิรณาซื้อมาแล้วพูด
"โหพี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้ อุ้ยมีกุ้งด้วย ปิ้งกุ้งกินกันดีกว่า"
กิรณาหันไปมองถุงกับข้าวเ่าั้ด้วยความแปลกใจ
"พี่ว่าพี่ไม่ได้ซื้อเยอะขนาดนี้นะ กุ้งกับปลาหมึกนี่พี่ไม่ได้ซื้อนะ" กิรณาพูดอย่างมึนงง
"พี่ซื้อแค่หมู ไก่และปลาทู กับผักแค่สองสามอย่าง กุ้งปลาหมึกและถุงอื่นๆนี่มาได้ยังไง"
"อุ้ยมีเป็ดพะโล้ ปลาเผาตัวใหญ่พร้อมน้ำจิ้มอีกด้วยนะพี่"นเรนทร์พูดอย่างดีใจ
เมื่อกิรณาไปดูถุงอื่นๆก็พบนอกจากนี้ยังมีขนมไทยหลายอย่างอีกด้วย
"พี่ซื้อแล้วพี่จำไม่ได้รึปล่าว พี่เป็ลมมานะ"
"ไม่จริงหรอก พี่เอาเงินไปสองพันกว่าบาท พี่เหลือมาพันกว่าบาท ถ้าพี่ซื้อมากขนาดนี้พี่คงไม่เหลือเงินกลับมาบ้าน และพี่ไม่ซื้อเยอะแบบนี้แน่ๆ่นี้เราต้องประหยัดกันเพราะต้องรอของในสวนขายได้"
"ว่าแต่เงินกับโทรศัพท์พี่ล่ะ นเรนทร์เห็นมั้ย"
นเรนทร์เปิดไปอีกถุงหนึ่งก็เจอว่าในนั้นมีกระเป๋า เงินและโทรศัพท์ของพี่สาวอยู่ในนั้นจึงส่งถุงนั้นให้กิรณาไป
กิรณารับมาปรากฏว่าโทรศัพท์และเงินอยู่ครบทุกอย่างก็ดีใจมาก
"ใครกันนะที่ช่วยพี่และพาพี่มาส่งบ้าน นเรนทร์จำหน้าได้มั้ยพี่อยากไปขอบคุณเขาจัง"
"ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน น่าจะไม่ใช่คนแถวบ้านเราคงเป็คนที่ผ่านไปผ่านมาล่ะมั้งพี่"
"แต่เขาใจดีมากและเป็คนดีนะ"
"ใช่พี่แถมซื้อของให้อีกต่างหาก"นเรนทร์พูดอย่างปลาบปลื้มกับของกินเ่าั้
“ใครจะทำอะไรก็ทำผมจะเผากุ้งเอง อิอิ"
นเรนทร์พูดแล้วก็หิ้วข้าวของทั้งหมดเดินขึ้นเรือนโดยมีกิรณากับแม่เดินตามไปข้างหลังติดๆ
หลังจากกินข้าวกินปลาเสร็จแล้วกิรณาก็เตรียมตัวไปอาบน้ำ เดินเข้าห้องน้ำกำลังจะถูสบู่ก็พลันไปสะดุดเข้ากับสร้อยข้อมือแปลกตาที่ข้อมือข้างซ้ายของเธอ มีพลอยหลากสีเม็ดเล็กๆ4-5เม็ดประดับอยู่บนเส้นสีทองหม่นๆซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าใช่ทองหรือไม่เพราะดูขมุกขมอมมีรอยดำดูเก่าๆพิกลๆระคนแปลก
สร้อยข้อมือเส้นนี้มาอยู่ที่ข้อมือเธอได้อย่างไร ั้แ่ตอนไหนกัน กิรณาพยายามจะหาตะขอของสร้อยข้อมือเส้นนี้ เพื่อจะถอดออกมาดูให้ชัดๆก็ปรากฏว่าไม่มีตะขอหรือที่แกะเลยเธอหมุุนไปหมุนมาอยู่หลายรอบก็หาไม่เจอว่าจะปลดออกได้ตรงไหน
เธอลองพยายามจะรูดออกทางข้อมือก็ทำไม่ได้เพราะก็สั้นเกินกว่าจะถอดออกมาทางข้อมือได้อีกเช่นกัน จะกระชากหรือตัดให้ขาดเธอก็เสียดาย เธอเลยคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยหาวิธีตอนที่เห็นอะไรได้สว่างๆชัดๆแล้วดีกว่า
คืนนี้กิรณาพอหัวถึงหมอนหลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จ เธอก็ม่อยหลับไปในทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน ที่ตรากตรำมาทั้งวันและแถมยังไปเจอเื่ใน่ากลัวอีก เลยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กิรณาหลับลึกอยู่ในภวังค์นั้นเธอก็ฝันเห็นงูใหญ่สีทองตัวที่เธอเจอวันนี้กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ ยังไม่ทันที่เธอจะรู้สึกกลัวในพริบตานั้นเองงูสีทองตัวใหญ่ก็กลายเป็ชายหนุ่มรูปงามล่ำสันในชุดเปลือยอกกำยำ มีสร้อยคอเส้นใหญ่ถักเป็เส้นด้วยลวดลายชนิดหนึ่งสวมอยู่หนึ่งเส้น ที่ศรีษะมีมงกุฏรูปร่างคล้ายงูสีแดงประดับอยู่และงูสีแดงนั้นก็ดูเหมือนมีชีวิต ท่อนล่างนั้นสวมกางเกงคล้ายจูงกระเบนสีดำ
สองแขนกำยำนั้นกำลังกอดอก เอียงคอยืนส่งยิ้มมาให้เธอ รอยยิ้มนั้นช่างดูหน้ารักใบหน้าหล่อเหลานั้นก็น่ามองและกิรณาก็ยิ้มตอบอย่างหวานจ๋อยส่งไปให้เช่นกัน ก็คนหล่อยิ้มให้ขนาดนี้จะไม่ให้ยิ้มตอบได้ยังไงกันล่ะจริงมั้ย
"พี่ณา พี่ณา สายแล้วตื่นได้แล้ว"นเรนทร์นั่นเอง เดินเข้ามาปลุกพี่สาวถึงในห้องเพราะว่าเกือบแปดโมงเช้าแล้วแต่พี่สาวของเขายังไม่ตื่นแถมพอเดินเข้ามาก็เห็นพี่สาวกำลังนอนยิ้มหวานอยู่บนเตียงอีก
"อือ ตื่นแล้ว"
"พี่ฝันดีใช่มั้ย"
"รู้ได้ยังไง ว่าพี่ฝันดี"
"แหม ก็พี่นอนยิ้มอะพี่ ฝันถึงใครเหรอพี่ พี่เขยผมปล่าว"
"บ้า ชั้นยังไม่มีแฟนย่ะ"
"ให้จริงเหอะ อย่าให้ผมรู้นะ" แล้วนเรนทร์ก็บีบแก้มพี่สาวของเขาอย่างมันเขี้ยว แล้วสองคนพี่น้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
ทั้งบ้านมีกันแค่สองคนพี่น้อง พ่อเสียชีวิตไปนานแล้วทิ้งกิรณา นเรนทร์และแม่ไว้ เลยมีกันอยู่แค่สามคน
เช้านี้กิรณาตื่นมาด้วยความสดชื่นมาก หลังจากอาบน้ำแปลงฟันกินข้าวเช้าแล้ว กิรณาก็เข้าสวนตามปกติแต่วันนี้หลังจากนั่งพักกิรณาเกิดนึกอยากกินปลาต้มยำขึ้นมา
พอบ่ายแก่ๆ เธอก็คว้าเบ็ดตกปลาเดินไปที่ท้ายสวนที่เป็เขตป่าสงวน เดินผ่านป่าเข้าไปครึ่งชั่วโมงก็ถึงน้ำตกท้ายหมู่บ้าน ที่ไหลผ่านหน้าผาที่อยู่ระหว่างเทือกเขากว้างใหญ่ทะมึนสองลูก น้ำตกที่นี่ใสไหลรินอยู่ตลอดเวลา ด้านล่างของน้ำตกมีแอ่งน้ำกว้างและไหลลงเป็สายกลายเป็ลำห้วยลงไปเบื้องล่างมีฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ไปมาหลายชนิด น้ำในลำห้วยบางแห่งลึกแค่เอว บางแห่งก็มิดหัวเอาเหมือนกัน
ที่นี่สวยมากธรรมชาติงดงามแต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากมากันนักเพราะที่นี่อากาศเย็นและชุ่มชื้นทำให้เป็ที่อยู่ของสัตว์หลายชนิดโดยเฉพาะงูที่มีอยู่อย่างชุกชุมมาก ชาวบ้านบางคนก็ร่ำลือกันว่าเคยเห็นงูที่นี่ลำตัวใหญ่กว่าเสาเรือนต้นใหญ่ๆหลายเท่าพากันวิ่งป่าราบกันหลายหน แต่สำหรับเธอนั้นยังไม่เคยเจอตัวใหญ่ๆแบบที่เขาเล่ากัน เธอเจอแต่ตัวเล็กๆสำหรับกิรณาเมื่อเจองูเธอก็แค่ยืนนิ่งๆปล่อยให้งูเลื้อยผ่านไป หรือไม่ก็เดินหลีกๆไป เธอคิดว่าถ้าไม่ไปทำร้ายงูก็ไม่มายุ่งกับเธอต่างคนต่างอยู่
กิรณาชอบมาที่น้ำตกแห่งนี้เพราะรู้สึกสงบและทำให้จิตใจเย็นลงได้ในยามที่ต้องเจอกับอะไรที่ทำให้เครียดหรือกังวล บางขณะที่ต้องใช้ความคิดกิรณามานั่งเล่นที่นี่ก็ทำให้คิดอะไรออกได้ดีเหมือนกัน
เมื่อเดินมาถึงกิรณาก็เดินสำรวจหาแหล่งที่จะนั่งตกปลา แต่ก่อนจะตกปลากิรณาไม่ลืมที่จะพนมมือขอเ้าที่เ้าทางก่อนเหมือนทุกครั้งที่มา
"เ้าประคุณ สิ่งศักสิทธิ์เทวดาอารักษ์ทั้งหลายที่ปกปักษ์รักษาน้ำตกแห่งนี้ ลูกช้างขออนุญาตตกปลาเพื่อเอาไปทำอาหารประทังชีวิตซักสองสามตัวนะเ้าคะ ซ้าาาาาธุ"
หลังจากบอกกล่าวเ้าที่เ้าทางกิรณาก็หย่อนเบ็ดลงไปในน้ำทันทีและก็ต้องแปลกใจเพราะทันทีที่หย่อนเบ็ดลงน้ำปลาช่อนตัวใหญ่ก็มากินเบ็ดของเธอทันทีเช่นกัน กิรณาดีใจมาก
"โอ้โหแฮะ วันนี้ได้ไอ้ช่อนตัวใหญ่ซะด้วยโชคดีอะไรอย่างนี้" กิรณายิ้มอย่างปลาบปลื้มหน้าแดงด้วยความดีใจ มือก็ปลดปลาออกจากเบ็ดอย่างรวดเร็วและรีบหย่อนเบ็ดลงไปในน้ำอีกครั้ง
เพียงแค่เบ็ดจุ่มน้ำ ปลายี่สกตัวใหญ่ก็กินเบ็ดของเธอทันทีอีกเหมือนกัน
"ให้ตายเถอะ วันนี้เราดวงดีชะมัดเลย" กิรณารีบสาวคันเบ็ดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กิรณาดีใจมากใบหน้าของเธอตอนนี้เป็สีแดงระเรื่อยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องมาที่ใบหน้านั้น งามน่ามอง จนคนที่แอบมองอยู่อดยิ้มออกมากับความร่าเริงสดใสนั้นไม่ได้