"แล้ววันหนึ่งฉันจะไปยืนอยู่ที่นั่นเพื่อแสดงพลังศักดิ์สิทธิ์"
เด็กสาวผมน้ำเงินอายุใกล้เคียงกับผมพึมพัมกับตัวเองเหมือนนางเอกละคร แต่แววตาที่ดูดุดันไม่อ่อนโยนนั่น ไม่น่าใช่แววตาของเด็กสาวที่จะโตไปเป็นางเอกแม้แต่น้อย
แม้ผมจะอยากเออออห่อหมก แสดงความเห็นด้วยแต่การทำแบบนั้นมันก็ไม่ได้พิสูจน์น่ะสิ ผมจึงมองเธอด้วยแววตาเหมือนมองคนบ้า
"พูดอะไรของเธอน่ะ ยัยคนเพี้ยน"
"คนที่พูดว่าคนอื่นเพี้ยนน่ะเพี้ยนยิ่งกว่าอีก!"
ผมโดนเถียงสวนกลับมาในทันที
"ก็จะไม่ให้ว่าเพี้ยนได้ยังไง แทนที่จะไปเล่นกับเพื่อนๆดันมายืนเหม่อมองอะไรก็ไม่รู้ แถมยังพูดคนเดียวอีก"
"เด็กพวกนั้น…"
เฮ้ๆ ดูไปเธอเองก็ยังเป็เด็กไม่น่าจากพวกนั้นเลยไม่ใช่รึไง? ไหงอยู่ๆกลับวางท่าใหญ่โตขนาดนั้นล่ะ?
"พูดจาใหญ่โตเชียวนะ ทั้งที่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เป็เด็กกำพร้าด้วยกันทั้งนั้น…"
เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนแค้นเคืองต่อความจริงที่ผมเพิ่งพูดออกไป
"ฉันไม่เหมือนพวกนั้น! ฉันมีเป้าหมาย ฉันมีนิมิตที่จะทำให้ทุกอย่างเป็ไปตามนั้น!"
"ครับ ครับ "
ผมแกล้งตอบห้วนๆด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย ราวกับอีกฝ่ายเป็เด็กเพ้อเจ้อ จะว่าไปแหย่เล่นแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ
"นายไม่เชื่อฉันสินะ!"
แววตาที่เธอจับจ้องมานั้นเดือดพล่านแทบจะเห็นไฟลุกโชนขึ้น
"อยู่ๆมาอ้างแบบนั้นใครจะเชื่อล่ะ!? เด็กวัยนี้ก็อยากสมมุติตัวเองว่า เป็สตรีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนั้นแหละน่า เว้นแต่เธอมีพลังพิเศษอะไรมายืนยันได้ว่า เธอเป็ตัวจริง"
"มาเรีย! ฉันชื่อ มาเรีย ฟังนายเรียกฉันว่า เด็กนั่น เธอนี่แล้วรู้สึกหงุดหงิดชะมัด! นายเองก็มีชื่อใช่มะ?"
"ผมชื่อโนวิสน่ะ นามสกุลมันยาวยืดเกินไป เรียกแค่โนวิสก็พอ"
"เอาล่ะ โนวิส นายรู้ใช่ไหมว่า ฉันน่ะไม่ธรรมดา"
มาเรียใช้มือซ้ายเล็กๆของเธอทาบบนอกแบนๆของตัวเองเพื่อบอกว่า ตัวเธอนั้นพิเศษ แต่นอกจากออร่าสีขาวที่เคลือบอยู่นั้น ผมก็ไม่เห็นว่า มีอะไรพิเศษเลยนะ
"ดูดีนิดหน่อยมััง แต่แค่นั้นคนที่มีคุณสมบัติธาตุแสงคนอื่นๆเขาก็ทำได้นี่ หิ่งห้อยเองก็มีแสงแบบนั้นเหมือนกัน"
พอพูดแบบนั้นออกไป มาเรียก็หน้าตาบูดเบี้ยว ทำท่าสะบัดหัวโกรธชั่วครู่ก่อนจะคุมอารมณ์แล้วหันมายิ้มสยองใส่ผมแทน
"ฉันจะแสดงพลังแห่งนิมิตให้นายดู! นายจะได้เชื่อว่าฉันมีพลังจริงๆ"
มาเรียหลับตาลง ปากขยับขมุบขมิบดูจริงจัง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาเผยให้เห็นลูกตาดำเป็สีขาวสว่างชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็สีน้ำเงินเข้มดังเดิม
"จากนิมิตของเทพแสง เด็กชายคนนั้นที่ชื่อ ทิม จะป่วยตาย ส่วน แอน เด็กสาวคนนั้นที่ผมส้ม จะได้ไปอยู่กับครอบครัวคนรวยแต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องกลับมาเร่ร่อน เด็กผู้ชายตัวน้อยคนนั้นที่ชื่อ วาช ต่อไปในอนาคตจะเป็กำลังสำคัญให้กับบ้านเด็กกำพร้าหลังนี้"
มาเรียพูดรวดเดียวออกมาโดยไม่หยุดเว้นจังหวะหายใจ เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจในคำทำนายที่เธอได้รับมาจากเทพของเธอ
ว่าแต่มาเรียได้นึกได้คิดบ้างไหมนะว่าที่เธอพูดออกมาเนี่ย มันเหมือนคำแช่งมากกว่า ถ้าวาชได้ยินคงดีใจแหละที่อนาคตตัวเองจะสดใส
แต่ทอมกับแอนได้ยินเข้าน่าจะเกลียดมาเรียสุดๆไปเลยล่ะ ผมชักไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมมาเรียถึงอยู่คนเดียว…
แต่เื่นั้นก็ยังไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมอยากจะบอกมาเรียอยู่ดี
"ไม่อะ พิสูจน์อะไรไม่ได้อยู่ดี"
"ห้ะ!"
"เธออาจจะพูดมั่วๆสะเปะสะปะไปเฉยๆก็ได้ ไม่มีอะไรยืนยันได้ด้วยซ้ำ เผลอๆอีกสักปีสองปีฉันกับเธอก็อาจลืมไปแล้วมั้ง ขออย่างอื่นยืนยันดีกว่า อันนี้มันไกลเกินไป!"
มาเรียยืนกอดอกกางขาทำท่าฮึ่มฮั่มด้วยความขุ่นใจก่อนจะฉวยมือผมแล้วลากเดินไปยังสนามหญ้าที่ห่างไกลจากพวกเด็กๆที่เล่นกันอยู่
อายุก็ประมาณกันแต่ทำไมแรงเยอะชะมัด ฉุดลากผมไปง่ายๆเลยแม้ผมจะออกแรงฝืนขัดขืนแล้วก็ตาม
มาเรียพาผมมาหยุดที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มันอยู่บนเนินเตี้ยๆ วิวดีพอจะมองเห็นรอบข้างได้โดยสะดวก สายลมแ่พัดผ่านมาทำให้สบายตัว แต่ผมก็ยังไม่นั่งลงอยู่ดี แม้มาเรียจะหย่อนก้นนั่งลงโดยไม่กลัวชุดเลอะก็ตาม
"นั่งลงสิ จะยืนอยู่ทำไม?"
"อ่า…"
ผมลังเลและมองกระโปรงสีขาวด้วยความเห็นใจคนซักให้
"มานี่ๆ นั่งลงมาเถอะน่า! ไม่ต้องกลัวเลอะหรอกน่า!"
[ฮึ คลาดสายตาเป็ไม่ได้เลยนะ!]
เสียงของเทพธิดาโครน่าดังขึ้นแทรกระหว่างที่ผมกำลังคุยเล่นกับมาเรีย แม่นี่บ่นอะไรนะ
ประกายแสงสีทองกับสีขาวในอากาศลอยฟุ้งออกมาจากร่างของผมกระทบกับร่างของมาเรีย
"อ้าว นายก็เป็ภาชนะของเทพด้วยเหมือนกันเหรอ?"
ภาชนะเทพ? อะไรล่ะนั่น? ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆกลับไป ไม่ได้อยากเป็สักหน่อน แต่ในเมื่อยัยเทพธิดาปรสิตนี่เกาะหนึบขนาดนี้ สลัดยังไงก็ไม่ออก ก็แค่นั้นแหละ
"โอ้ ถ้าอย่างนั้น นายก็ต้องเข้าใจความสามารถของฉันอยู่แล้วน่ะสิ!"
"เื่นั้นไม่เกี่ยวกันสักหน่อย แถมเ้าตัวที่มาสิงสู่ผมเนี่ย ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ผมไม่ได้อยากได้มาอยู่ด้วยหรอก!"
มาเรียได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มแป้นอารมณ์ดีขึ้นมาทันที นี่คงไม่ได้คิดว่าผม ถ่อมตนหรือผมยกย่องเธอหรอกใช่ไหม? เพราะที่พูดไปนั่นผมหมายความตามนั้นจริงๆ
"ช่วยไม่ได้น้า จะแสดงคำทำนายเฉพาะให้เห็นประจักษ์แจ้ง นายจะได้รู้เื่เสียทีว่า พลังของเทพแห่งแสงน่ะยิ่งใหญ่ขนาดไหน"
"จ้า จ้า"
ผมเออออไปโดยไม่ได้คาดหวังอะไร ส่วนมาเรียสวดภาวนาถึงท่านเทพก่อนจะดึงมือผมไปแล้วถามถึงความปรารถนาของผม
"่นี้นายตามหาอะไรอยู่รึเปล่า? ลองนึกถึงสิ่งที่้าดูสิ"
สิ่งที่ผม้า่นี้เหรอ คงเป็อาจารย์สอนภาษามนุษย์สัตว์ กับอาจารย์สอนดาบนี่แหละ
"อืมมมมอื่มมมมม"
มาเรียหลับตาลงทำหน้าขมวดคิ้วดูตลกแต่เพียงครู่เดียวก็ตอบกลับมาทันที
"อ๊ะ สิ่งที่นายอยากได้ นายจะได้มันมาเร็วๆนี้แหละ ยินดีด้วยนะ!"
ห้ะ มันง่ายขนาดนั้นเลยเรอะ! ไม่ต้องมีพิธีกรรมอะไร อยู่ๆก็ทำหน้าตาน่ารักน่าแกล้งไปแปปนึงแล้วบอก ว่า เสร็จแล้ว นักต้มตุ๋นมือใหม่ยังทำได้ดีกว่านี้เลย! แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องลองๆตามน้ำไปก่อน
"จริงเหรอๆ วันไหนน่ะ ในสัปดาห์นี้รึเปล่า?"
"อ้า วันนี้เลยล่ะ"
เฮ้ย อะไรนะรวดเร็วทันใจขนาดนั้น
"ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็ไร พอนายได้มานายก็รู้เองแหละ ให้แน่ใจ ฉันจะแถมให้อีกสำหรับคำทำนายความเป็ไปได้ในเื่อื่นๆ"
…มีแถมให้ด้วย ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่ แต่ของฟรีใครๆก็ชอบนี่นะ ผมก็ด้วยเช่นกัน
"ก่อนอื่นนายหลับตาลงก่อน แล้วเอนตัวลงมานอนตรงนี้ ตรงนี้"
มาเรียตบหน้าตักตัวเองทำท่าเหมือนเชื้อเชิญให้ผมเอนหัวนอนหนุน คงไม่เป็ปัญหาอะไรมั้ง คนอื่นคงเห็นแค่เด็ก7ขวบสองคนนอนเล่นกันเฉยๆ
[นี่ นายทำอะไรอยู่น่ะ!]
โอเค มีปัญหาแล้ว1คน ไม่สิ ต้องเรียกเป็ ตน สินะ
หนวกหูน่า โครน่า แค่นอนเล่นเฉยๆเอง ตามคำขอของมาเรียไง
[แล้วนายจะยอมทำแบบนั้นไปทำไมเล่า!?]
ก็เห็นเธอบอก อยากได้พลังไม่ใช่หรือไง นี่ก็เลยมาลองรับพลังธาตุแสงดู
แถมจากเด็กคนนี้น่าจะเข้มข้นมากๆด้วย เห็นเป็ประจุควบเป็ออร่าเลยนะ!
[ไม่ต้องรับมานาจากแม่นี่ก็ได้ไม่ใช่รึไง!]
เธอนี่ใจคอคับแคบชะมัด กะอีแค่เด็กสาวตัวน้อยยังจะเื่มากอีก เลือกกินนี่ก็เป็นิสัยไม่ดีแถมยังมีเลือกปฏิบัติอีก
หรือว่ากลัวผมจะไปเข้ารีตกับเทพแห่งแสง แล้วไม่ถวายตัวบูชาเธอที่เป็เทพธิดา แผนสูงนะเนี่ย! แค่เอาเถอะ ผมให้ความเสมอภาคกันอยู่นะในเื่นี้
[ใครเขาจะอยากได้ความเสมอภาคในเื่นี้กันล่ะ?]
แน่นอน! เสมอภาคในการไม่เข้าทัังสองฝ่ายยังไงล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
[...........]
อะแฮ่ม ว่าแต่เธอ้ามานาเยอะๆไม่ใช่รึไง ถึงจะเป็เทพคนละองค์กันแต่ก็หยวนๆยอมรับพลังไปก่อนเถอะ
หลังจากนั้นโครน่าก็เงียบไป ผมไม่แน่ใจว่า เธอยอมรับหรือเบื่อที่จะคุยต่อ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ให้มาเรียทำพิธีกรรมอะไรตามเื่ตามราวของเธอไป
กระแสเย็นๆไหลผ่านเข้ามาทางฝ่ามือเล็กๆของมาเรีย ไหลยาวเข้ามาที่ร่างกายของผม
ภาพต่างๆเริ่มปรากฏออกมาทั้งภาพฟ้าผ่า รถม้าพังถล่ม ความวุ่นวายในความมืด และเสียงกรีดร้องครวญคราง
ภาพพวกนี้คือ นิมิตของมาเรียสินะ เป็นิมิตที่เราเห็นพร้อมกัน
"ภาพพวกนี้นี่…"
มาเรียขมวดคิ้วและมองกลับมาที่ผมด้วยสีหน้าแปลกๆราวกับไม่เชื่อสายตาตน
"นิมิตของท่านเทพ ไม่มีทางผิดพลาด แต่ถ้าเป็อย่างนี้ชีวิตนายจะเป็ยังไงต่อกันแน่?"
ผมอ้าปากหาวออกมาอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะพลิกท่านอนบนตกเพื่อมาตอบมาเรียสั้นๆ
"ก็คงใช้ชีวิตต่อไปตามประสาคนโชคร้ายที่ต้องหนีความตายบ่อยกว่าคนอื่นหน่อยล่ะมั้ง?"
…