วันจันทร์่เย็น
คนเก่งเรียนคาบสุดท้ายจบตอนบ่าย 3 เขาพูดคุยกับเพื่อนๆ อยู่พักใหญ่ก่อนจะปลีกตัวมารอสกายที่ข้างสนามบาส
“อ่าวพี่คนเก่ง” เป็ต่อเดินมาทักทาย
“อ้า.. เลิกเรียนกันแล้วเหรอ?”
“ครับ นี่มารอไอ้กายหรือเปล่า มันไม่ได้บอกเหรอครับ ว่ามันไปเที่ยวกับแฟนไม่ได้มาติว..”
“อ้อ..เอ่อ..น่าจะบอกนะ สงสัยพี่คงลืม งั้นพี่ไปนะ”
คนเก่งหายใจโล่งอกแทบร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ขาเล็กวิ่งเบาๆ อย่างเริงร่า รีบปรี่ไปหน้าโรงเรียนเพื่อรอรถเมล์กลับบ้านทันที
เวลาเกือบห้าทุ่มคนเก่งปิดหนังสือเรียนลง กำลังจะปิดไฟเพื่อเข้านอนสายตากลับมองไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความเข้ามา ั้แ่สองทุ่ม แต่ตั้งเป็เสียงสั่นไว้จึงไม่ได้ยิน
“ (พรุ่งนี้ติวชดเชย2เท่านะ) ..ไอ้เชี่ยกาย ตัวเองโดดติวแท้ๆ”
คนเก่งอ่านข้อความถึงกับพร่ำด่าเ้าของข้อความ ในเวลาเดียวกันสกายนั่งคิดอะไรเพลิดเพลินอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลังจากที่เขาพยายามเล่นเกมที่เขาชอบเล่นทุกวัน แต่มาในวันนี้กลับไม่สนุกเอาเสียเลย เพราะในหัวรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วอยู่ ๆ ก็จามขึ้นมาดื้อๆ “ฮัดชิ้ว!”
“บ้าจริง ใครบ่นหาวะเนี่ย!”
เย็นวันต่อมาสกายนั่งรออีกคนด้วยใจจดจ่อ เขาเตรียมคำตอแยเอาไว้มากมาย หวังจะต่อว่าอีกคนให้สาสม แต่แล้วเขากลับรู้สึกเซอร์ไพรเมื่อใครบางคนมาแทน
“น้องสกายหรือเปล่าครับ” กอไผ่เพื่อนสนิทของคนเก่งเดินมา
“ครับ..มีอะไร?” เขาส่งเสียงห้วน
“เพื่อนพี่ฝากมาให้ พอดีวันนี้มันสะดวก” เขายื่นถุงกระดาษ
“ขอบคุณ แต่เอากลับไปเถอะ คนไม่รับผิดชอบไม่อยากติวก็ไม่ต้องติว”
สกายรู้สึกผิดหวัง ทั้งวันเขาเฝ้ารอเวลานี้มาตลอด แต่กลับไม่ได้พบเจอ เด็กหนุ่มอารมณ์พลุกพล่านรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห
“เพื่อนพี่มันเท้าแพลง ไปเข้าเฝือกเลยมาติวน้องไม่ได้ก็เลย..”
“ห่ะ! เขาเป็อะไร?” สกายหันกลับมาเอ่ยคำถามอย่างอยากรู้ทันที
“วิชาพละ เล่นบาสกัน แต่ไอ้เก่งมันพลาดเลยล้ม”
“อื้อ..ฝากบอกเขาด้วย รีบๆ หายจะได้มาติว”
สกายเดินปรี่หนีรุ่นพี่ไปทันทีด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ขณะที่กอไผ่ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ตอนแรกที่เห็นโคตรหล่อ แต่พอได้คุยคือ หลัวตบจูบที่โคตรเชี่ย ในความคิดของเขา
เช้าวันต่อมาคนเก่งเดินกะเผลกอย่างไม่ถนัด ลงจากรถพี่ชายคนโต ที่วันนี้ต้องมาส่ง เพราะเขาขึ้นรถเมล์มาลงเรียนไม่ได้ ขณะที่สกายแอบมาชุ่มรอที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวเพื่อนๆ ของเขาเห็น
“ซุ่มซ่าม”
“อ่ะ! นะนายทำไมไม่รับสมุดที่พี่เตรียมให้ละ”
“อยากสอนก็มาสอนไม่ใช่ให้อ่านหนังสือเอง”
สกายเดินล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียน แกล้งเนียนเดินตามหลังคนเดินไม่ถนัด ประหนึ่งพึ่งเดินทางมาถึงโรงเรียน ทั้งที่เขาขับรถมอเตอร์ไซค์มาโรงเรียนทุกวัน
“วันนี้นายไม่ได้ขับรถมาเหรอ?”
“ขับมา..พอดีมีธุระหน้าโรงเรียน”
“อ้อ..คงไม่ได้..ไปรอฉัน..หรอกใช่ไหม?”
“โอโห สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่าครับคุณคนเก่ง”
“นั่นสินะ จะเป็ไปได้ยังไง มีใครบางคนซุ่มอยู่หลังป้ายรถเมล์ ฮ่า ๆ”
“นี่! ปากดีแบบนี้..เย็นนี้ไปติวให้เลย เพื่อนคนอื่นรุ่นพี่เขาดูแลเป็อย่างดี แต่ดูฉันสิ!ได้อะไรมาก็ไม่รู้ ถ้าสอบไม่ติดจะคิดบัญชีเลย!”
สกายพูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนี ทิ้งให้คนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจได้แต่รู้สึกผิด กับคำพูดของเขา จวบจนใน่เย็นคนเก่งก็เดินมาหาสกายที่สนามบาสเหมือนเดิม
“มาทำไม..ยังไม่หายไม่ใช่เหรอ?”
“เท้าเจ็บแต่ปากไม่เจ็บ”
“หึ!”
“ถ้านายไม่สะดวกพี่กลับก็ได้นะ”
“เปลี่ยนเสื้อก่อนเหม็นเหงื่อ”
สกายส่งเสียงหงุดหงิดน่ารำคาญใส่ แต่ข้างในใจกลับแอบอมยิ้ม เขารีบเดินปรี่ไปห้องพักนักกีฬาทางด้านหลัง ขณะที่คนเก่งหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาอ่านรอ แต่แล้วเสียงใครบางคนก็ดังขึ้น
“พี่คนเก่งหรือเปล่าคะ” ดวงยิหวาเดินเข้ามาทักทายอย่างจงใจ
“ครับ..น้องมีอะไรหรือเปล่า”
“ยิหวาค่ะ เห็นกายเล่าให้ฟังวันก่อนตัวจริงน่ารักดีนะคะ”
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักน้องยิหวา..เอ่อ”
“ไม่มีอะไรคะ พอดียิหวามาหากาย เขาอาบน้ำอยู่เลยมาทักทายพี่”
ยิหวาได้ยินกลุ่มเพื่อนๆ ของสกายแซวกัน บ้างก็เชียร์ให้กายจีบรุ่นพี่คนนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกหึงหวงขึ้นมา จนแกล้งมาแสดงตัวเพื่อให้รุ่นพี่ได้รู้เป็นัย
สองคนนั่งติวหนังสือกันราวชั่วโมงก่อนที่กายจะอาสาพาคนเก่งไปส่งบ้าน แรกๆ คนร่างเล็กก็งอแงอ้างโน่นอ้างนี่ แต่สุดท้ายก็พ่ายคนตื๊อ
“อื้อขอบใจนะ กลับบ้านดีๆ ละ”
คนเก่งส่งหมวกกันน็อคคืนให้กับคนขับรถ ก่อนจะมีเสียงดังมาทางด้านหลัง กล้าพี่ชายคนโตกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่3เดินออกมาจากบ้าน
“อ้าวเ้าเก่งเพื่อนมาส่งเหรอ?”
“อ่า..เฮียไหนบอกไปกินข้าวกับเพื่อน”
“อื้อ..พอดีเปลี่ยนวัน ว่าแต่เราเถอะ เพื่อนอุตส่าห์มาส่ง ทำไมไม่ชวนเข้าบ้าน ถ้าป๊าม๊ารู้มีหวังดุตาย”
“ไม่เป็ไรหรอกเฮีย รุ่นน้องที่โรงเรียน เก่งเป็พี่เลี้ยงช่วยติวเฉยๆ”
“สวัสดีครับพี่ ผมกายครับ”
สกายรีบลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ถอดหมวกกันน๊อค พร้อมกับรีบปรี่เข้าไปไหว้อย่างนอบน้อม ดูปลอมๆ ราวกับพระเอกละครหลังข่าวทันที
“อ้า..หวัดดีครับน้องกาย พี่กล้าครับ เข้าบ้านไปดื่มน้ำก่อนไหม บ้านอยู่ไกลหรือเปล่า”
“ก็ดีครับ ผมอยากเข้าห้องน้ำพอดี ต้องรบกวนพี่กล้าแล้วละครับ”
“เดี๋ยว!..บ้านนายอยู่ไม่ไกล..กลับไปเข้าที่บ้านก็ได้ไหม?”
“เ้าเก่ง ทำไมพูดกับน้องแบบนั้น”
กล้าดุน้อง พลางโอบไหล่สกายพาเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้คนเก่งได้แต่ทำอารมณ์บูด ก้าวเท้าเดินกะเผลกเข้าบ้านเพียงลำพัง
ในบ้านหลังขนาดสองชั้น 5ห้องนอน ในโครงการบ้านจัดสรรที่พ่อแม่เก็บเงินซื้อไว้ให้ลูกอยู่ในตัวเมืองเพื่อเรียนหนังสือ ขณะที่พ่อแม่อยู่บ้านสวนย่านชนบท นานๆ ครั้งจะมาพักด้วยสักครั้ง และลูกๆ เมื่อมีวันหยุดก็จะเดินทางไปช่วยงานพ่อแม่ที่สวน โดยมีพี่ชายคนโตช่วยดูแลน้องๆ เป็อย่างดี
“พวกพี่อยู่ 4คน คงอบอุ่นน่าดูเลยนะครับ”
“จนร้อนเลยละ! ฮาๆ น้องกายว่างๆ ก็มาพักได้นะ หรือจะมาติวหนังสือกับพี่เก่งก็ได้ คนนั้นเขาเก่งสมชื่อ”
“ได้เหรอครับพี่กล้า ว้าว ผมอยากมีพี่ชายแบบพวกพี่จัง”
สกายรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เขาเป็ลูกคนเดียวของบ้าน พ่อแม่นาน ๆ จะกลับมาหาเขา และพ่อเป็คนเ้าชู้มีบ้านเล็กๆ หลายคน ส่วนแม่ก็ไม่สนใจขอแค่ยังคงสถานะเมียหลวงและดูแลเื่เงิน
ดังนั้นเขาจึงเติบโตมาด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยว แม้จะมีทุกอย่าง แต่แท้ที่จริงสิ่งที่เขา้าเพียงครอบครัวที่อบอุ่น
“นี่!นายกลับได้แล้ว”
“เ้าเก่ง..เป็อะไร เอาแต่ไล่น้องกลับ ไหน ๆ ก็เย็นแล้วเดี๋ยวกินข้าวด้วยกันเลยดีกว่า น้องกลับไปก็กินคนเดียวอยู่ดี จริงไหมน้องกาย”
“ถ้าไม่เป็การรบกวน วันนี้กายขอฝากท้องด้วยคนนะครับ”
สกายรีบเอ่ยพลางยกยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่คนเก่งได้แต่หลับตาพริ้มอย่างเบื่อหน่าย แต่ยังไม่ทันจะคิดสิ่งใด เฮียกรพี่ชายคนรองซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี1พร้อมแก๊งเพื่อนของเขาก็โผล่เข้ามาสมทบ
ค่ำคืนอันยาวนานก็เริ่มขึ้น เมื่อเหล่าผู้ชายรวมตัวก่อปาร์ตี้เล็กๆ พร้อมกับเสียงกีตาร์โปร่งของพี่กร ที่สกายเล่นได้อย่างแคล่วคล่องแถมยังร้องเพลงเพาะได้ทุกแนว ทำให้ทุกคนสนุกสนานหัวเราะลั่น จะมีก็แต่เด็กเรียนอย่างคนเก่งที่หนีหายเข้าห้องของตัวเอง หลังจากมื้อเย็น
ก๊อกๆ เสียงประตูห้องดังขึ้นตอนตีหนึ่ง คนเก่งสะดุ้งตื่น จากการเคลิ้มหลับเพราะการอ่านหนังสือ ร่างเล็กงัวเงียเดินมาเปิดประตู ก่อนจะเปิดตากว้าง
“พี่คนเก่งกลับแล้วนะครับ”
“เดี๋ยวนายเมานะ ใบขับขี่ก็ไม่มี ถึงพ่อนายรวย แต่ดึกขนาดนี้คงไม่มีใครประตัวแน่”
สกายยกยิ้มราวกับคนไร่สติ ยิ่งทำให้คนเก่งรู้สึกเป็ห่วง ร่างเล็กขบเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ก่อนที่จะเดินไปยังห้องพี่ชายคนโตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหวังจะฟากฝั่งสกายให้นอนด้วย แต่เพียงเปิดเข้าไปพี่ชายก็ทิ้งตัวหลับสนิทด้วยความเมา ทำให้เขาจำต้องลากตัวสกายเข้าห้อง
“อาบน้ำแล้วนอน”
“ไม่เป็ไรผมจะกลับบ้าน พ่อกับแม่รอผมอยู่”
สกายเหม่อลอยพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา ทำให้คนเก่งรู้สึกสงสาร ที่ผ่านมาเด็กคนนี้คงเฝ้ารอ ครอบครัวที่อบอุ่น
“นายเมานะกาย กลับไปตำรวจตั้งด่าน ..รู้ว่าบ้านรวย แต่นายนอนก่อนเอาไว้ดีขึ้นแล้วค่อยกลับ”
“คนเก่ง”
“อื้ม..พี่เอง”
“คนเก่ง”
“เอ้อ!..กูเอง มึงเมา..อ๊ะ..อื้ม~~”
คนเก่งเปิดตาโตเมื่อริมฝีปากอุ่นถูกด้วยริมฝีปากคนเมา สาบานได้เลยว่านี่คือ จูบแรกในชีวิต
..........................