บทที่ 15: การทรยศและการห้ามใจ
ความมืดของคืนที่หนาแน่นยิ่งขึ้นกลายเป็ฉากหลังของการผจญภัยที่ไม่คาดคิด ณ ห้องพักขององค์ชายราธัน กลิ่นหอมจากน้ำหอมที่บรรจงรินลงบนผ้าม่านทำให้บรรยากาศในห้องดูเหมือนเป็ไปในทิศทางที่น่าสงบ แต่ความสงบนี้กลับเต็มไปด้วยการหลอกลวงและแผนการที่ซับซ้อน
เซรีสเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ ร่างกายของเธอสวมใส่ชุดที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน แสงไฟจากโคมระย้าที่ส่องลงมายิ่งทำให้เธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ชุดของเซรีสเป็สีแดงเข้มที่ดูดึงดูดสายตา ผ้าซาตินเนื้อดีหรูหราลื่นไหลไปตามร่างกายเธอ เปลือยไหล่ข้างหนึ่งเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด เส้นขอบคอของชุดขาดลึกอย่างชัดเจน จนแสดงให้เห็นถึงกระดูกไหปลาร้าอย่างนุ่มนวลและเซ็กซี่
เครื่องประดับของเธอถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งต่างหูเพชรขนาดใหญ่ที่ระยิบระยับในแสงไฟ และสร้อยคอที่ห้อยด้วยจี้หยกสีเขียวมรกต ซึ่งเข้ากับผิวขาวผ่องของเธอได้อย่างลงตัว ทำให้ลุคของเธอดูมีความหรูหราและยั่วยวนในเวลาเดียวกัน
การแต่งหน้าแบบจัดเต็มของเซรีสไม่เป็การพรางใบหน้าของเธอ แต่มันกลับยิ่งเสริมความงามที่ชัดเจนขึ้น ดวงตาของเธอถูกแต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีดำที่คมกริบ ขับให้ดวงตาของเธอดูดุจดั่งสองดวงดาวที่พร้อมจะดึงดูดทุกสายตา ขนตาของเธอยาวและหนาทำให้การมองเห็นของเธอดูยิ่งลึกล้ำ ส่วนริมฝีปากของเธอทาทับด้วยลิปสติกสีแดงเข้มที่บ่งบอกถึงความมั่นใจและความเย้ายวนใจที่คอยดึงดูดทุกสายตาของผู้ชาย
ท่าทางของเธอในขณะที่เดินเข้าไปใกล้องค์ชายราธันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอแฝงไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่ เมื่อเธอเดินชิดเข้าไปในระยะที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวทุกก้าวของเธอดูคล้ายกับการเต้นรำที่คำนวณเอาไว้ล่วงหน้า สะโพกของเธอกระดิกเบาๆ ในชุดที่พอดีกับรูปร่าง ทำให้ทุกสายตาไม่อาจละสายตาจากเธอได้
การปรากฏตัวของเซรีสในชุดนี้ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที ทุกคนในห้องที่ได้พบเจอกับเธอไม่สามารถละเลยความโดดเด่นและเสน่ห์ที่เธอมีได้ แม้กระทั่งองค์ชายราธันที่มักจะไม่แสดงอารมณ์ออกมา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เธออย่างไม่ตั้งใจ
เซรีสเป็เ้าหญิงผู้มีอิทธิพลในราชวังและถูกวางตัวให้เป็คู่หมั้นขององค์ชายราธัน, อาศัยความหลงใหลที่แฝงอยู่ในใจของเธอเพื่อพยายามขยับฐานะของตนให้สูงขึ้น ในครั้งนี้นางได้ใช้ยาปลุกกำหนัดทำให้คนที่ได้รับมันเกิดความ้าอย่างรุนแรง
“ท่านองค์ชาย” เซรีสพูดเสียงหวาน แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะยื่นแก้วน้ำที่ผสมยาให้แก่เขา “ลองดื่มดูสิ ข้าทำมันพิเศษสำหรับท่าน”
องค์ชายราธันมองไปที่แก้วน้ำในมือของเธอ โดยรู้สึกถึงความสงสัยที่เล็ดลอดออกมา แต่เขาก็ไม่พูดอะไร พอแก้วน้ำถูกยกขึ้นสู่ปาก เขาก็ดื่มมันลงไปโดยไม่รู้ตัวว่ามันเต็มไปด้วยแผนการของเซรีส
หลังจากนั้นไม่นาน ความรู้สึกแปลกประหลาดก็เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายของเขา เขารู้สึกถึงความกระวนกระวายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ยังคงพยายามเก็บความรู้สึกไว้ในใจ เขารู้สึกถึงไฟที่เริ่มลุกไหม้ในตัวเอง แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองให้มากที่สุด
เซรีสสังเกตเห็นท่าทีขององค์ชายและยิ้มในใจ เธอคิดว่าแผนการของเธอกำลังได้ผล นางจึงได้โบกมือขับไล่ให้คนอื่นออกไป แต่เพียงไม่นานองค์ชายราธันก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่สะดวกใจ เขาพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์ยาเริ่มทำให้เขาหยุดชะงัก
“ข้าต้องไป... เซรีส...” องค์ชายพยายามพูด แต่เสียงของเขาดูอ่อนลง และร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจ
เซรีสยิ้มด้วยความพอใจ ขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้เขา "ท่านไม่ต้องไปไหนหรอก ข้าจะช่วยท่านเอง"
แต่ก่อนที่เซรีสจะเข้าใกล้เขาไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงประตูเปิดดังขึ้น พร้อมกับการเดินเข้ามาของอรัญญา
“องค์ชาย!” อรัญญาพูดเสียงตื่นตระหนก เมื่อเห็นองค์ชายราธันนั่งอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติบนโซฟา ร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อยและมองไปที่เซรีสด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความสับสน
อรัญญารีบวิ่งเข้าไปหาทันทีและพยุงเขาให้ลุกขึ้น "ท่านเป็อะไรไป? ทำไมท่านถึงดูเหมือนจะเ็ปขนาดนี้?"
องค์ชายราธันหันไปมองอรัญญา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวเขาไม่อาจจะหยุดได้ ในใจของเขามีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองได้ เขา
พยายามรวบรวมสติและพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น "ข้า... ข้าแค่ไม่... ไม่เป็อะไร"
อรัญญาสังเกตเห็นท่าทางของเขาและได้ยินคำพูดที่ไม่ชัดเจนของเขา เธอจึงจับแขนของเขาอย่างอ่อนโยน และพาไปที่เตียงนอนอย่างรวดเร็ว "ข้าจะดูแลท่านเอง ไม่ต้องห่วง"
ขณะที่อรัญญากำลังพยายามดูแลองค์ชาย เธอก็พบเห็นยาในแก้วที่เขาดื่มไป และสงสัยถึงการกระทำของเซรีสที่อยู่ไม่ห่างจากพวกเขา "เซรีส... ทำอะไรกับองค์ชายกันแน่?" เธอพูดเสียงแข็งกร้าว
เซรีสไม่ได้ตอบอะไร นอกจากยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ด้วยความหงุดหงิดใจ ในความไม่สมหวังตามที่้า
เมื่อองค์ชายราธันถูกปฐมพยาบาลจนดีขึ้น เขายังรู้สึกถึงความหวิวในใจและร่างกายของตัวเอง ในที่สุด เขาก็พูดออกมาอย่างยากลำบาก “อรัญญา... ข้าไม่รู้จะขอโทษอย่างไร แต่ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้... ข้ารู้ว่ามันไม่ถูกต้อง... แต่ข้า…”
อรัญญาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบออกมาด้วยเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเข้าใจ "ท่านไม่ต้องขอโทษ ข้ารู้ว่าไม่ใช่ท่าน..." เธอจับมือเขาเบาๆ "ฉันจะอยู่กับท่าน จนกว่าท่านจะหายดี"
องค์ชายราธันหลับตาลงแล้วกล่าวเบาๆ “ขอบคุณ… ขอบคุณที่อยู่ข้างข้า…”
ในคืนที่ไม่อาจลืมเลือนนี้ องค์ชายราธันไม่สามารถหักห้ามใจตนเองได้ และเขาก็หลับไปในอ้อมกอดของอรัญญา ดวงตาที่ปิดสนิทของเขาพร้อมกับความรู้สึกที่ยังคงขัดแย้งกันในใจ...
มือของเขากำมือของอรัญญาแน่นขึ้น ในขณะที่คำพูดที่ไม่เคยบอกออกไปยังคงแฝงอยู่ในใจ... "ข้ารักเ้าและ ้าเ้าเพียงผู้เดียวอรัญญา..."