ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 ความเกลียดชังของชายหนุ่ม


            ใบหน้าหล่อเหลาของเฉินเซวียนเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นว่าหานโม่ลืมตาขึ้นมาเขาก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทันที "คุณหนูหานโม่ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”

            ใบหน้าของหานโม่ซีดเซียว นางอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ร่างกายกลับอ่อนแรงลงและลำคอก็ราวกับถูกปิดกั้นนางจึงไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เลย

            ดวงตาของเฉินเซวียนลุ่มลึกขึ้น เขาอุ้มหานโม่ขึ้นมาและเดินตรงไปยังที่พักของตัวเอง

            หานโม่ปล่อยให้เฉินเซวียนอุ้มนางขึ้นมาโดยไม่ขัดขืน แม้ว่าในใจนางจะรู้สึกว่าเรือนเหอเซียงปลอดภัยกว่าแต่เมื่อเห็นว่าเฉินเซวียนสามารถหลบหลีกสายตาของพวกบ่าวรับใช้และรู้ทางหนีทีไล่ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งเขาพานางมาถึงเรือนหลังเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลจากเรือนหลังอื่นได้อย่างปลอดภัยหานโม่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา

            เฉินเซวียนผลักประตูเรือนให้เปิดออกแล้ววางหานโม่ลงบนเตียงด้วยสีหน้าที่จริงจัง

            หานโม่นอนนิ่งๆ พลางมองดูเฉินเซวียนที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าตู้ไม้ใบใหญ่ มือของเขาหยิบจับของบางอย่างไม่ได้หยุด ครู่หนึ่งก็มีกลิ่นสมุนไพรบางๆลอยมากระทบจมูกทำให้หานโม่ประหลาดใจเล็กน้อย

            ร่างกายของนางไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ถนัด ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงขยับศีรษะมองไปรอบตัวเท่านั้น แล้วก็พบว่าภายในห้องเล็กๆแห่งนี้เต็มไปด้วยสมุนไพร

            เฉินเซวียนเป็นหมอหรือ?

            ความประหลาดใจของหานโม่ยังไม่ทันหายไป เฉินเซวียนก็เดินตรงมาพร้อมกับถือถ้วยใส่ยาสมุนไพร จากนั้นจึงป้อนยาให้นางอย่างระมัดระวัง

            ยาสมุนไพรเหล่านี้หานโม่ไม่รู้ว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร แต่หลังจากที่นางดื่มเข้าไปหานโม่ก็รู้สึกได้ว่าความบอบช้ำและยุ่งเหยิงที่อวัยวะภายในต่างๆ ได้อันตรธานหายไปแล้ว

            "แค่ก แค่ก..." หานโม่ไอออกมาสองสามครั้งพลางพ่นลมหายใจที่ติดค้างอยู่ในทรวงอกออกมา

            เฉินเซวียนยื่นน้ำชาให้นาง เมื่อหานโม่ดื่มน้ำชาจนหมดจึงรู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งร่างของนางมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

            “ขอบคุณมาก” หานโม่เอ่ยขึ้นมาด้วยความจริงใจ

            นางไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ไม่ว่าครั้งนี้เฉินเซวียนจะช่วยนางไว้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม 

            "หลังจากนี้หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ ก็มาหาข้าได้ ข้ายินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่" หานโม่เอ่ย

            เฉินเซวียนมองไปยังหานโม่แล้วก็หัวเราะออกมา

            “คุณหนูหานโม่ช่างแตกต่างจากคนตระกูลหานอย่างสิ้นเชิง”

            "หืม?"

            หานโม่มองไปยังเฉินเซวียนแล้วถามต่อ "คนตระกูลหานทำไมหรือ?"

            คำพูดของหานโม่จริงๆ แล้วมีความหมายที่ธรรมดา เฉินเซวียนอยู่ในฐานะคนรับใช้ของตระกูลหานแต่เขากลับกลับมีเรือนพักส่วนตัวโดยที่เทพไม่รู้ผีไม่เห็นได้ [1] เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีความเชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพร อีกทั้งทักษะทางการแพทย์ของเขายังดียิ่ง

            เขายืนยันที่จะเรียกนางว่าคุณหนูหานโม่ เพราะไม่ต้องการเอานางไปรวมกับสมาชิกคนอื่นๆในตระกูลหาน เหตุผลของเขาทำให้หานโม่สงสัย

            เฉินเซวียนไม่ได้คิดจะปิดบังหานโม่ เขาตอบคำถามของนางไปตามตรงว่า "คนตระกูลหานไม่ใช่คนดีอะไร คุณหนูหานโม่ ท่านก็รู้สึกเช่นนี้ใช่หรือไม่ขอรับ?"

            หานโม่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

            เมื่อได้ยินเฉินเซวียนพูดออกมาเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาจงเกลียดจงชังตระกูลหานมากมายมหาศาล ราวกับว่าเขาต้องการให้คนตระกูลหานทุกคนไม่ตายดี

            สิ่งที่เขาต้องการคือความล่มจมของตระกูลหานที่ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีกตลอดกาล

            ช่างเป็นความเกลียดชังที่รุนแรงอะไรเช่นนี้

            ไม่รู้ว่าตระกูลหานทำเรื่องเลวร้ายอันใดไว้ถึงสามารถทำให้ชายหนุ่มที่อายุไม่กี่สิบปีอาฆาตแค้นอย่างรุนแรงขนาดนี้

            หานโม่จ้องมองไปเฉินเซวียนชั่วขณะหนึ่ง

            นางไม่ใช่คนของตระกูลหานดังนั้นคำที่เฉินเซวียนใช้เรียกนางจึงถูกต้องแม้ว่าแซ่ของนางจะเป็นหาน แต่นางก็ไม่ใช่หานโม่ผู้นั้นที่เกิดในตระกูลหานอีกแล้ว

            แต่ถึงอย่างนั้นหานโม่ก็พูดว่า "ข้าไม่รู้ว่าตระกูลหานทำเรื่องเลวร้ายอันใดต่อเจ้าแต่การให้พวกเขาชดใช้มันด้วยชีวิตนั้นเป็นเรื่องของฟ้าดินที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเจ้าต้องการจัดการกับคนตระกูลหาน หากเจ้ามีความสามารถมากพอข้าก็จะไม่ขัดขวาง เมื่อโค่นล้มตระกูลหานได้ถือได้ว่าเจ้าได้ล้างแค้นสำเร็จแล้วแต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น..."

            ตอนที่หานโม่พูดดวงตาของนางก็จับจ้องไปยังเฉินเซวียนที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างแน่วแน่ "มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ ในตระกูลหานไม่ใช่ทุกคนที่เลวร้ายหากมันเกิดขึ้นจริง ข้าหวังว่าเจ้าจะละเว้นคนบริสุทธิ์เหล่านั้นไป อย่าทำให้พวกเขากลายเป็นเหมือนกับเจ้า”

            เฉินเซวียนตกตะลึง

            เขาไม่คาดคิดว่าหานโม่จะพูดเช่นนี้ออกมา

            หลังจากนั้นไม่นาน รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขารู้มาตลอดว่าคุณหนูหานโม่นั้นแตกต่างกับคนตระกูลหาน

            “ข้ารับปากขอรับ”

            หานโม่พักอยู่ที่เรือนของเฉินเซวียนไม่นานก็กลับมายังเรือนเหอเซียงอาการบาดเจ็บของนางเกือบจะหายดีแล้ว จนดูเหมือนกับว่าไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนดังนั้นเสี่ยวเยว่จึงไม่รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณหนูของนาง

            หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ หานโม่ก็ให้เสี่ยวเยว่กลับไปพักผ่อน

            โตวโตวรอจนกระทั่งเสี่ยวเยว่เดินจากไปมันก็เปิดปากถามหานโม่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวันทันที ส่วนหานโม่เองก็ไม่ได้คิดปิดบังอะไร

            หลังจากโตวโตวได้ฟังมันก็รู้สึกโกรธมาก "ชายแก่ผู้นั้นบังอาจทำร้ายท่าน ครั้งหน้าโตวเย่ว์จะฆ่าเขา!"

            เมื่อเห็นความขุ่นเคืองของโตวโตวเช่นนี้หานโม่ก็หัวเราะออกมาและรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเล็กน้อย

            ทั้งสองพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ตอนที่กำลังจะเข้านอนหานโม่ก็ได้ยินเสียงว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้เรือนจึงตื่นตัวขึ้นมาทันที

            โตวโตวก็เช่นกัน เป็นเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหานโม่ในวันนี้ทำให้มันระมัดระวังเป็นพิเศษ

            ดูเหมือนว่าคนด้านนอกมีจำนวนไม่น้อยเลย ทั้งคนและนกต่างหันมาสบตากัน จากนั้นพวกเขาก้นั่งนิ่งไม่ขยับตัว

            พวกเขาคิดว่าเป็นถังชิงยุ่นที่ย้อนกลับมา​เพื่อปลิดชีพของหานโม่

            หานโม่ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบๆ นางมองหาที่ซ่อนเพื่อลอบโจมตีแต่กลับได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

             “......”

            มุมปากของหานโม่และโตวโตวกระตุก

           พวกมือสังหารทุกวันนี้ไม่ปกติกันสักคนเลยหรือ?

            เคาะประตูก่อนลงมือช่างเป็นการกระทำที่บ้าบออะไรเช่นนี้?

            หานโม่พยายามอดกลั้นด้วยการกลอกตาไปมา แล้วเดินไปเปิดประตู

            ผู้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูทำให้หานโม่ตาเป็นประกาย "พวกเจ้าเองหรือ?"

            หูเลี่ยงและคนอื่นๆที่อยู่ด้านนอกเมื่อเห็นว่าหานโม่เป็นคนเดินมาเปิดประตูด้วยตัวเองก็มีความสุขขึ้นมาทันทีหูเลี่ยงหันไปพูดกับคนอื่นๆ "พวกเจ้าดูสิข้าบอกแล้วว่าหัวหน้าไม่ได้รับการโปรดปรานในตระกูลนี้ที่ที่นางอยู่ก็ต้องไม่มีใครคอยดูแลอย่างแน่นอน นี่ยังไงเล่าไม่มีผู้ใดเลย แถมนางยังต้องมาเปิดประตูด้วยตัวเองอีก”

            หานโม่ "..."

            กลุ่มนักฆ่ารับจ้างที่อยู่ด้านหลังพากันเงียบ "..." หูเลี่ยง เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง

            หูเลี่ยงไม่ได้เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่าตัวเขาพูดอะไรผิดไป พอพูดจบก็หันมามองหานโม่ด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยต่อว่า "พวกข้ารู้ว่าหัวหน้าอยู่ที่ตระกูลหานอย่างไม่ดีนัก ดังนั้นจึงอยากมามอบความอบอุ่นให้แก่ท่าน ท่านซาบซึ้งใจหรือไม่?”

            หานโม่ชำเลืองมองหูเลี่ยงด้วยสายตาเย็นยะเยือก

            หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าคนพวกนี้มาพร้อมกับถุงใบใหญ่ใบเล็กจนเต็มมือ หานโม่ก็อยากจะฟาดหูเลี่ยงให้ขยับไม่ได้ไปเลย!

            "เข้ามาก่อนสิ พวกเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือ?" หานโม่อดกลั้นความอยากที่จะตีใครสักคนเอาไว้ แล้วปล่อยให้หูเลี่ยงและคนอื่นๆ เข้ามาในเรือนเหอเซียง

            หลังจากที่หูเลี่ยงและคนอื่นๆ เข้ามาพวกเขาก็อธิบายถึงจุดประสงค์การมาที่นี่ให้หานโม่ฟังหลังจากมอบถุงใบใหญ่ใบเล็กให้แก่หานโม่แล้ว พวกเขาก็ยังมอบเม็ดยาเซียนหลิงเฉ่าให้แก่หานโม่อีกหนึ่งเม็ดด้วย

            เมื่อหานโม่เห็นเม็ดยาเซียนหลิงเฉ่าหัวใจก็เต้นระรัว

            หานโม่เคยมีเซียนหลิงเฉ่าจำนวนมากมาก่อน นางไม่อาจพูดได้ว่าเซียนหลิงเฉ่าที่นางเคยมีมากกว่าทั้งเมืองหลิงหยวนรวมกัน แต่เม็ดยาเซียนหลิงเฉ่าที่อยู่ตรงหน้านางนี้ หานโม่มั่นใจมากว่ามันทำขึ้นมาจากเหล่าเซียนหลิงเฉ่าของนางอย่างแน่นอน

            ........................................................................

             

            เชิงอรรถ

            [1] เทพไม่รู้ผีไม่เห็นได้ หมายถึง การทำสิ่งใดอย่างลับๆ, ลอบทำ

     

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน