“ สำหรับละโว้ แค่ 200 คน ก็พอ” อาอู่พูดแค่นี้ทุกคนก็ใเป็อย่างยิ่ง
“ องค์ชายน้อย ข้าเชื่อแล้ว ท่านช่างเหมือนกันท่านพ่อของท่านยิ่งนัก องค์รัชทายาททรงมั่นใจในตัวเองมาตลอด ทำให้ประมาทในการเชื่อใจคนสนิท ข้าหวังว่าองค์ชายน้อยจำตัวอย่างของท่านพ่อไว้เป็บทเรียน ข้าแม่ทัพวรสิทธิ์ พร้อมรับคำสั่ง องค์ชายน้อย” แม่ทัพคุกเข่าต่อหน้าอาอู่
“ ทุกท่านลุกขึ้นเถอะ ข้าจะอยูที่นี่อีกวันสองวัน เพื่อเยี่ยมกองทหารของท่านพ่อพวกท่านบอกพวกเขาด้วย ว่าข้ากลับมาแล้ว จะไม่ยอมให้พวกเขาต้องลำบากอีกต่อไป “ อาอู่บอกทุกคนไป หลังจากนั้นทางแม่ทัพวรสิทธิ์ก็จัดที่พักให้กับอาอู่ได้อยู่ที่เดียวกับที่องค์รัชทายาทเคยอยู่มาก่อน พออยู่กันตามลำพัง ทั้งอาจารย์เมฆา
แล้วก็เพื่อนๆ ก็รุมคำถามมากมายใส่อาอู่
“ นี่เ้าได้เรียนกับท่านฤาษีสุกกทันตะแล้วหรือ” อาจารย์เมฆากล่าวก่อนทันที
“ ใช่แล้ว และท่านก็ให้ข้าเป็คนมาที่นี่“ อาอู่ ไม่ได้ปฏิเสธ
“ แล้วเื่ที่เ้าเป็ ลูกของรัชทายาทเป็ความจริงหรือ” พี่สิงห์ถามขึ้นมาบ้าง
“ เื่นี้ต้องเป็ความจริงอยู่แล้ว พวกเ้าไม่ต้องรู้เื่นี้มากหรอก มันจะอันตรายสำหรับอาอู่ “ อาจารย์เมฆาตัดบทไม่ให้พูด
“ ไม่เป็ไร หรอกอาจารย์ เพื่อนข้าไว้ใจได้ทุกคน เื่บุตรรัชทายาทนั้น เป็แผนของท่านอาจารย์ฤาษีบอกให้ข้าเป็ เพราะมันจะเป็สิ่งเดียวที่ทำให้ข้าได้หยุดการก่อาของพวกละโว้กับขอมลงได้ ดังนั้นเื่นี้ต้องเป็ความลับห้ามใครพูดเื่นี้อีก มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาใหญ่ได้ ส่วนเื่ดาบ เื่ต่างๆ นั้น ท่านอาจารย์ฤาษีเป็คนสอนข้าทั้งหมด พวกท่านอย่าได้สงสัยไป “ อาอู่โยนเื่ทั้งหมดให้อาจารย์ฤาษี
“ อาจารย์ที่ข้า้ากำลังคน 2,000 คนไปเกาะเมืองสยามนี่ท่านว่าจะมีปัญหาอะไรไหม” อาอู่ถามท่านอาจารย์เมฆา
“ อาจจะมีเพราะ กลุ่มพวกสุโขทัย กลุ่มละโว้ กลุ่มสุพรรณภูมิ คงต้องระแวงสงสัยแน่ แต่ว่าเ้าจะทำอะไร” อาจารย์เมฆาสงสัย
“ ข้าจะให้พวกเขาไปคุ้มครองเขตการค้าจีน ของพ่อข้า ครั้งที่แล้วนักฆ่าจากจามมันมาพร้อมกันทีเดียว 300 คน ข้าห่วงว่าถ้าหากข้าไม่อยู่พวกมันจะส่งคนมาเพิ่มอีก จึงต้องให้พวกเขาไปคุ้มกัน” อาอู่เอ่ยขึ้น ทำให้อาจารย์เมฆาใที่รู้ว่ามีนักฆ่าจามมากถึง 300 คนมาโดยที่ไม่มีใครรู้เื่เลย
“ ถ้าอย่างนั้นไม่มีปัญหาหรอก เพราะเขตการค้าจีนนั้น สามารถมีกองกำลังป้องกันตัวเองเท่าไรก็ได้ไม่มีใครกล้าห้ามหรอก”
“ แต่ข้าอยากให้พวกเขาได้รับการฝึกจากท่านอาจารย์ แล้วค่อยส่งไปเฝ้าครั้ง ละ 500 คน สลับหมุนเวียนกันไป แล้วอยากให้ท่านอาจารย์คัดคนให้ข้าจาก 2,000 คนให้เหลือ 100 คน ข้าคิดจะทำการยึดละโว้ภายในปีสองปีนี้” อาอู่พูดเบาๆ แต่ได้ยินกันทั้งห้อง ทุกคนถึงกับใจสั่นเต้นระทึก โดยไม่รู้ตัว
“ เ้าแน่ใจหรือว่าจะทำแบบนี้”
" ข้าพร้อมมานานแล้ว รอแต่กำลังเสริมถ้าอาจารย์ช่วยข้าฝึกเื่นี้ก็จะสำเร็จเร็วขึ้น"
“ ข้ารับปากจะช่วยเ้า” อาจารย์เมฆารับปากทันที
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ อาอู่เ้าจะให้พวกข้าทำอะไรบ้าง ข้าพร้อมที่จะช่วยเช่นกัน” พี่สิงห์เอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิม
“ ไม่ต้องทำอะไร พอไปถึงเกาะเมืองจัดการเื่ราวนี้เสร็จ พวกเราจะไปเยี่ยมเมืองศรีวิชัยขององค์ชายสาธิตกันต่อ” อาอู่พูดเรื่อยๆ แต่องค์ชายสาธิตใแทบสิ้นสติ
“ อะไรนะ ไปศรีวิชัย เ้าจะให้ข้าไปตายหรือ แม่ข้าอุตส่าห์ให้ข้าหนีมาอยู่ที่นี่แล้วจะกลับไปได้อย่างไร ทั้งกองทัพทั้งเมืองตกอยู่ในมือของสนมรองทั้งหมด ไปคราวนี้ก็ได้ตายกันพอดี ไม่ดีกว่าอาอู่ อย่าไปเลย” องค์ชายสาธิตเริ่มเครียด
“ ท่านไม่เชื่อใจข้าแล้วหรือ” อาอู่ย้อนถาม
“ ไปสุพรรณภูมิก่อนได้ไหมอาอู่ “ พี่เดชเอ่ยขออาอู่ก่อน
“ ใจเย็นพี่เดช รออีกหน่อยใกล้เวลาที่พวกมันจะชดใช้กรรมแล้ว” อาอู่เอ่ยเตือน
“ ก็ได้ เ้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น” องค์ชายสาธิตเริ่มมั่นใจมากขึ้น
“ ดีพอถึงเกาะเมืองสยามค่อยว่ากันอีกที” อาอู่เอ่ยสรุป
รุ่งเช้า อาอู่ได้ไปเยี่ยมชมกองทหารทั้งหมด ของเมืองพริบพรี ก็ััได้ว่าพวกเขาทั้ง หมื่นคนยังมีสภาพพร้อมอยู่มาก แต่ว่าเกือบครึ่งอายุจะ 40 แล้ว ให้ต่อสู้นานๆ คงหมดแรงแน่ อายุน้อยสุดก็เกือบสามสิบ มีไม่ถึงครึ่ง คงต้องหาเพิ่มอีก
“ ท่านแม่ทัพทำไมเราไม่รับทหารเพิ่ม แล้วปลดคนอายุมากออก”
“ พวกเขาก็อยากเป็ทหาร แต่ว่ามันลำบากเื่เสบียงอาหาร ทางเราเลยไม่รับเพิ่ม “ ท่านแม่ทัพเอ่ยขึ้น
“ ต่อไปท่านรับเพิ่มได้เลย เื่เงินทอง เบี้ยเลี้ยง เสบียงต่อไปไม่ต้องห่วงเดินทางไปเกาะเมืองสยามคราวนี้ให้ท่านที่ปรึกษาไปด้วย ข้าจะพาไปพบกับพ่อบุญธรรมของข้า เขาเป็หัวหน้าเขตการค้าชาวจีน ปรึกษาเื่เงินกับเขาได้เลย”ท่านแม่ทัพกับที่ปรึกษาได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนัก พวกเขาลำบากมาหลายปีแล้ว
อาอู่เอาหีบทองคำที่นำมาจากห้องสมบัติของเมืองละโว้ออกมาจากแผ่นหนังมิติ ให้ที่ปรึกษาเอาไปใช้ซื้อเสบียงก่อน พอเปิดหีออกดูมีทองคำอยู่เต็มหีบใหญ่ ทุกคนแตกตื่นกันยกใหญ่ไม่คิดว่า อาอู่จะมีทองคำติดตัวมากขนาดนี้ แล้วหยิบออกมาได้อย่างไร จู่ๆ ก็โผล่ออกมา
“ องค์ชายน้อย นี้พวกเราใช้ซื้อเสบียงได้เป็สิบปีเลยนะ” ที่ปรึกษาท่านสุรินทร์พูดอย่างดีใจ ท่านแม่ทัพและรองทั้งสี่ก็ดีใจกันสุดๆ
“ พวกท่านเอาไปเถอะ ข้าไม่ได้ใช้ หากไม่พอก็บอก “ อาอู่พูดสั้นๆ
“ พรุ่งนี้ท่านคัดคนตามพวกเราไปก่อน 500 คน แล้วที่เหลือ ค่อยทยอยไปรอคำสั่งท่านอาจารย์เมฆา เพราะต้องหาสถานที่ พอพร้อมแล้วที่เหลือค่อยเดินทางไป” อาอู่สั่งการไป ทั้งหมดรับคำสั่งแต่โดยดี
“ แล้วรองแม่ทัพแสงชัยจากละโว้ องค์ชายน้อยจะให้ข้าจัดการเขาอย่างไรดี” ท่านแม่ทัพวรสิทธิ์สอบถาม
“ บอกเขาไป ป้ายคำสั่งปรากฏ ไม่สามารถเคลื่อนพลได้ อีก 6 เดือนค่อยประกาศไป รัชทายาทแท้จริงปรากฏแล้ว ให้พวกมัน เตรียมพร้อมรับชะตากรรม” อาอู่ออกคำสั่งไป อาจารย์เมฆากับท่านสินธู นิ่งเลยที่ได้ยินประกาศแบบนี้
“ องค์ชายน้อยท่านคิดว่าพร้อมแล้วหรือ” ท่านสินธูรีบถามด้วยความเป็ห่วง
“ ข้าพร้อมตั้งนานแล้ว แค่รอคอยโอกาสเท่านั้น” อาอู่พูดเสร็จ ก็เหวี่ยงมือออกไปทางด้านอาจารย์เมฆา ได้ยินเสียงร้องของผีโหงพรายออกมาดังลั่น อาอู่เดินเข้าใกล้ๆยันต์8ทิศ
“ ใครส่งเ้ามา”
“ ข้าบอกไม่ได้ ข้าทรมานเหลือเกิน ปล่อยข้าไปเถอะ” ผีโหงพรายขอร้อง
“ บอกไม่ได้ เ้าก็ทรมานอยู่เช่นนี้ ตลอดไป” อาอู่ขู่
“ อาจารย์แก้ว กับแม่ทัพชัยบดี “ ในที่สุดผีโหงพรายก็ต้องยอมบอก จากนั้นอาอู่ก็สวดคาถาให้ส่งไปยมโลกทันที
“ อาจารย์พวกมันสะกดรอยท่านอาจารย์มานานแล้ว มันคงต้องส่งมาอีกแน่ท่านอาจารย์ต้องระวังตัวด้วย” อาอู่เตือนอาจารย์เมฆา
“ องค์ชายน้อยท่านมีวิชาคาถาอาคมด้วยหรือ” รองแม่ทัพวายุเข้าถามใกล้ๆ
“ ก็พอรู้ ว่าแต่มีอะไรหรือ” อาอู่ถาม
“ ท่านได้ยินตำนานเมืองพริบพรี หรือไม่ ว่าคนมีบุญญาธิการเท่านั้นจะได้เห็นเพชรเม็ดใหญ่ อยู่บนยอดเขาคีรีสามยอด กระพริบส่องสว่างยามค่ำคืน หากว่าองค์ชายน้อยอยากไปชม ข้าจะพาไป ” ท่านรองแม่ทัพวายุเอ่ยชวน
“ ท่านวายุ นั่นเป็เพียงแค่ตำนาน ไม่มีใครเคยเห็น ท่านจะพาองค์ชายน้อยไปเพื่ออะไรกันแน่” ท่านอัคคีถามอย่างรู้ทัน
“ ก็น่าไปชมดูนะ เผื่อจะได้เห็นเพชรในตำนานนั่น” พี่เดชจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมา ทำเอาอาอู่สงสัยทันที นานปีไม่เคยออกความเห็นอะไร
“ งั้นก็ลองไปดู “ อาอู่เลยบอกไป
“ ดีถ้าเช่นนั้นพวกเราต้องไปเตรียมตัวกันเลย เพราะถ้าไปตอนกลางคืน เวลาเดินขึ้นเขามาลำบากกว่าเวลาลงมาก” รองแม่ทัพวายุเอ่ยอย่างดีใจ
อาอู่กับเพื่อนทั้งสี่ และรองแม่ทัพอีกสี่คน ทั้งหมดเก้าคนได้เดินทางไปที่เขาคีรีสามยอด กันทันทีเลย พอเดินทางมาถึงตีนเขา ก็เห็นสำนักพราหมณ์ แห่งเขาคีรี ตั้งอยู่เด่นเป็สง่า มีลูกศิษย์กำลังรำกระบองต่อสู้กันอยู่ จู่ก็มีกระบองอันหนึ่งพุ่งเข้ามาในกลุ่มของอาอู่ แต่อาอู่รับไว้ได้ จากนั้นก็มีกลุ่มลูกศิษย์พราหมณ์เกือบยี่สิบคนเดินเข้ามาล้อมกลุ่มของอาอู่เอาไว้
“ พวกเ้ากล้าดียังไงมาแย่งไม้พลองไปจากข้า” ชายรูปร่างใหญ่สุดเดินออกมาแล้วพูดแปลกๆ อาอู่ฟังแล้วก็งง นี่ข้าไปแย่งพลองเอ็งมาั้แ่เมื่อไรอาอู่ไม่พูดอะไร ฟาดไม้พลองไปที่ปากคนพูด เปรี้ยง ! ฟันหลุดออกมาไปหลายซี่ นอนไม่ขยับ ตาเหลือก มองมาที่อาอู่ด้วยความโกรธแค้น
“ ทีหลังเจอหน้าข้าอีกครั้ง หากถามคำถามโง่ๆ อีก ข้าจะตบให้ฟันหมดปากเลยพวกเ้า ทั้งหมด มีปัญหาอีกไหม” อาอู่ชี้กระบองไปที่ทั้ง ยี่สิบคน ซึ่งกำลังงงไม่รู้จะทำอะไรต่อ
“ บังอาจ กล้าทำร้ายศิษย์ของข้าเชียวหรือ” เสียงดังออกมาจากสำนักพราหมณ์มีชายวัย 40 แต่งชุดขาวห่มขาวเดินออกมา
“ อาจารย์กับศิษย์ นิสัยเหมือนกันจริง” อาอู่ส่ายหัว พราหมณ์ชุดขาวโกรธจัด
คว้าบางสิ่งออกมาแล้วขว้างมาที่อาอู่ กลายเป็หมาป่าตัวใหญ่ พุ่งเข้ากัดที่ลำคออาอู่ทันที....