ตอนที่กู้หลานรับวิชาดูดวงชะตามาจากนักพรตอวิ๋นหลง เขาก็ถูกเตือนเอาไว้แล้วว่า อย่าได้ไปล่วงเกินลิขิตสวรรค์ที่เป็นข้อห้าม ซึ่งมักหมายถึงเรื่องดวงเมืองหรือชะตาของราชวงศ์ เหมือนกับเจ้ากรมแห่งแคว้นจิ้งคนก่อนที่ต้องจบชีวิตลงเพราะเรื่องนี้!
แต่ทว่า ตัวตนของหญิงสาวผู้นี้กลับเป็นความลับสวรรค์ที่เป็นข้อห้ามงั้นหรือ?
กู้หลานไม่อยากจะเชื่อ แต่เขายังไม่ยอมถอดใจ
ประการแรก ข้อห้ามที่ยิ่งใหญ่มักมาพร้อมกับโชคชะตามหาศาล หากเขาสามารถรักษาหลินถานเอ๋อร์ได้ โชคชะตาของเขาย่อมต้องพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ!
ประการที่สอง...
‘บารมีตบะแปดหมื่นปีของเรา จะมากลัววิถีสวรรค์บ้าบออะไรกัน!’
‘ไม่เชื่อหรอก!’
แม้เขาจะเป็นเพียงตัวประกอบในนิยาย และอุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออยู่หลายปี ลำพังแค่วิถีสวรรค์จะมาลบชื่อเขาที่ถือครองโชคชะตาและพลังระดับศักดิ์สิทธิ์ทิ้งง่าย ๆ ได้อย่างไร?
หลังจากปะทะกับแรงกดดันจากวิถีสวรรค์อยู่เกือบครึ่งธูป เสื้อผ้าของกู้หลานก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
แต่ความพยายามไม่เคยทรยศใคร!
[โชคชะตา : สีทอง]
[ดวงชะตา : เดิมเป็นผู้ที่ต้องสิ้นใจ แต่เพราะความยึดติดของญาติสนิท ทำให้ถูกบุตรแห่งโชคชะตาชุบชีวิตขึ้นมา อาศัยกายามารหงส์น้ำแข็งฝึกฝนจนบรรลุระดับศักดิ์สิทธิ์ภายในครึ่งปี]
[สรุป : สตรีแห่งโชคชะตา]
กู้หลาน “...!!!”
‘แม่เจ้า ตำนานระดับสีทอง!’
เกิดมาก็มีดวงชะตาเป็นอันดับสอง ต่อให้ตายก็ยังถูกชุบชีวิต...
‘นี่มันคือพลังของพวกมีบัฟตัวเอกชัด ๆ !’
กู้หลานเก็บประกายแสงในดวงตา พลางหายใจหอบถี่มองหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง
ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็บรรลุระดับศักดิ์สิทธิ์...
‘บ้าจริง นี่ขนาดเรามีระบบยังต้องใช้เวลาตั้งปีครึ่งกว่าจะถึงระดับนี้เลยนะ!’
เขารู้ดีว่านี่คือช่องว่างของโชคชะตาแต่กำเนิด แถมกายามารหงส์น้ำแข็งก็มีคุณภาพสูงส่ง ไม่ใช่ระดับเดียวกับกายาเซียนที่เขาครอบครองอยู่ตอนนี้เลย!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ใกล้ ‘ตัวเอกมีบัฟ’ ขนาดนี้...
นี่หรือคือ ‘สตรีแห่งโชคชะตา’
ดู ๆ แล้ว… ไม่เห็นจะสวยเท่าฮูหยินของเราเลย
เมื่อเห็นรายละเอียดดวงชะตา กู้หลานก็เข้าใจในที่สุดว่า ทำไมลู่ฉิวเซียนในนิยายต้นฉบับถึงได้ยอมถวายหัวทำงานให้ตัวเอกไปตลอดชีวิต!
เพราะนั่นคือคนเดียวที่ช่วยชีวิตพี่สาวของเขาได้นั่นเอง!
ทว่า!
ในนิยายต้นฉบับ ตัวเอกกลับไม่เคยชุบชีวิตหลินถานเอ๋อร์ขึ้นมาจริง ๆ ... นั่นเป็นเพียงคำสัญญาปากเปล่าลม ๆ แล้ง ๆ ที่ทำให้ลู่ฉิวเซียนต้องทำงานให้ตลอดชีวิต!
กู้หลานผ่อนลมหายใจ...
ไม่ใช่เพราะเขาสิ้นเปลืองพลังงานมาก แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองช่างห่างชั้นกับพวกตัวเอกเหลือเกิน
ทว่า โชคดีที่เขามีระบบ และมีวิชาดูดวงชะตาที่ช่วยปรับโชคชะตาที่ผันผวนให้ดำเนินไปในทางที่ดีขึ้นได้
อย่างเช่นตอนนี้...
[คุณยื่นมือเข้าช่วยเหลือสตรีแห่งโชคชะตา สร้างวาสนาต่อกันโดยไม่ตั้งใจ]
[โชคชะตา +1,000]
แค่การวินิจฉัยโรค ก็ได้โชคชะตาเพิ่มมาถึงหนึ่งพันแต้ม สตรีแห่งโชคชะตานี่มันเครื่องปั๊มโชคชะตาชัด ๆ !
กู้หลานมองดูผลลัพธ์ด้วยความเบิกบาน
แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ในเมื่อช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
เจตจำนงวิชาแพทย์ของกู้หลานเปิดทำงานเต็มกำลัง หลังจากวิเคราะห์กายามารหงส์น้ำแข็งของนางอย่างถี่ถ้วน เขาก็ได้ข้อสรุป!
“ร่างกายไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด วิญญาณได้รับความเสียหาย!”
คนเรามีสามวิญญาณเจ็ดจิต แต่ตอนนี้หลินถานเอ๋อร์เหลือเพียงสามวิญญาณหกจิตเท่านั้น
วิญญาณที่ขาดหายไป อาจเป็นเพราะการเวียนว่ายตายเกิด หรือเป็นเพราะพลังของกายามารที่กำลังตื่นขึ้น...
พลังวิญญาณนั้นมีความเย็นจัด จึงต้องการสิ่งที่เย็นจัดมาหล่อเลี้ยง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหญ้าวิญญาณถึงช่วยต่อชีวิตนางได้
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด กู้หลานก็มั่นใจได้ว่าหากจ่ายยาให้ตรงจุด ด้วยเจตจำนงวิชาแพทย์ของเขา เขาย่อมสามารถรักษานางให้หายได้!
ในขณะนั้น หลินลู่ที่ยืนลุ้นจนตัวเกร็งอยู่ด้านข้าง และหมอเทวดาซุนที่ขมวดคิ้วมุ่น ต่างจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของกู้หลานอย่างไม่วางตา
เห็นเพียงเขาหยิบขวดหยกสองใบออกมาจากอกเสื้อ
กลิ่นหอมของโอสถอบอวลไปทั่ว
กู้หลานลังเลเล็กน้อยด้วยความเสียดาย ก่อนจะนำโอสถแต่ละเม็ดใส่ปากหญิงสาวที่นอนอยู่
[มอบโอสถคืนชีพแก่สตรีแห่งโชคชะตา โชคชะตา +1,000]
[มอบโอสถคืนวิญญาณแก่สตรีแห่งโชคชะตา โชคชะตา +2,000]
[คืนชีวิตแก่สตรีแห่งโชคชะตา แก้ไขลิขิตชีวิตของนางได้สำเร็จ โชคชะตา +1+1...]
[วิถีแห่งวาสนา ผลบุญส่งผล]
[โชคชะตาครบ 10,000 แต้ม]
[ระดับโชคชะตาปัจจุบัน : สีน้ำเงิน]
[ปลดล็อกขีดจำกัดถัดไป : ระดับมหาจักรพรรดิขั้นเก้า]
...
หลังจากวุ่นวายอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ขยับระดับโชคชะตาไปอีกขั้น
พันธนาการระดับศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายลง ตบะพลังที่สั่งสมมานานส่งให้กู้หลานก้าวขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีใครไปถึง...
มหาจักรพรรดิขั้นเก้า!
เป็นระดับที่ทรงพลังที่สุดในโลกใบนี้!
“สรุปว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่จุดสูงสุดของโลกจริง ๆ ด้วย...”
เนื่องจากต้นฉบับนิยายไม่สมบูรณ์ โลกใบนี้จึงวิวัฒนาการไปตามเส้นทางของมันเอง และกู้หลานก็คือคนแรกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับศักดิ์สิทธิ์!
ในขณะเดียวกัน วิชาดูดวงชะตาในสมองของกู้หลานก็ได้วิวัฒนาการ ก่อนที่ตัวอักษรสีทองจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น!
[วิชาดูดวงชะตา · ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น (พัฒนาต่อได้)]
ไม่นึกเลยว่าวิชาลับของหอเทียนจี จะพัฒนาไปพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของโชคชะตาตัวเองได้ด้วย!
‘นี่เขาเพิ่งฝึกวิชานี้มาได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเองนะ หากอวิ๋นหลงรู้เข้า คงไม่เชื่อแน่ ๆ … ฮิ ๆ ’
กู้หลานรู้สึกภูมิใจไม่น้อย
เขาดึงสติกลับมาแล้วมองไปที่เตียง
หญิงสาวที่เคยซีดเซียวเพราะขาดวิญญาณ ยามนี้แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาด
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินลู่และหมอเทวดาซุนก็เบิกตากว้าง
ต้องรู้ก่อนว่า ก่อนหน้านี้ไม่ว่าหมอจะใช้สารพัดวิธีหรือจ่ายยาอย่างไร หลินถานเอ๋อร์ก็ไม่เคยตอบสนองเลย
นี่คือสัญญาณของการฟื้นคืนชีพอย่างแท้จริง
“พี่หญิง! พี่หญิง!”
หลินลู่ไม่สนใจสิ่งใดอีก รีบถลาเข้าไปที่ข้างเตียงพลางร้องเรียกพี่สาวด้วยความตื่นเต้น
ทว่าแม้จะเรียกอยู่หลายครั้ง แต่หลินถานเอ๋อร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมา
หลินลู่รีบหันมามองกู้หลานด้วยความตื่นตระหนก
หมอเทวดาซุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยแทนกู้หลาน “คุณชายหลิน อาการป่วยที่หนักหนาไม่สามารถฟื้นตัวได้ในทันที... แต่ดูจากอาการนี้ ถือว่ามีความหวังที่จะหายดีแล้ว!”
หมอเทวดาซุนมองกู้หลานด้วยแววตาชื่นชม ก่อนจะโค้งคำนับ!
“คุณชายกู้ ก่อนหน้านี้ข้าตาถั่ว! นึกไม่ถึงว่าท่านที่อายุยังน้อย แต่กลับมีวิชาแพทย์ล้ำลึกถึงเพียงนี้ สมเป็นอัจฉริยะแห่งวงการแพทย์อย่างแท้จริง!”
“ข้าศึกษามาตลอดชีวิต กลับต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าท่าน...”
ในฐานะ ‘หมอเทวดา’ หมอเทวดาซุนย่อมมีความทะนงตน
แต่ในตอนนี้…
เมื่อเผชิญหน้ากับกู้หลาน ความเลื่อมใสของเขาก็พุ่งทะลุขีดจำกัด
โรคเรื้อรังที่เขาจนปัญญา แต่กู้หลานกลับรักษาได้ตั้งแต่วันแรกที่พบ ความต่างนี้ช่างน่าอดสูยิ่งนัก!
“หมอเทวดาซุน ท่านกล่าวเกินไปแล้ว”
กู้หลานประสานมือคารวะตอบพลางยิ้ม “เป็นเพียงเพราะข้ามีโอสถที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษเท่านั้น… แต่การจะรักษาอาการของแม่นางถานเอ๋อร์ให้หายขาดคงต้องใช้เวลา”
หากเป็นคนธรรมดา โอสถเซียนสองเม็ดนี้ย่อมสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้โดยง่าย แต่หลินถานเอ๋อร์ครอบครองกายามารหงส์น้ำแข็ง ซึ่งมีโครงสร้างวิญญาณที่พิเศษไม่เหมือนใคร
ดังนั้นการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ตุบ!
ไม่ทันขาดคำ หลินลู่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้ากู้หลานโดยไม่ลังเล
กู้หลานและหมอเทวดาซุนต่างพากันชะงัก
“น้องหลิน เจ้าทำอะไรน่ะ?”
“ลูกผู้ชายมีทองคำใต้เข่า คุณชายหลินอยากพูดอะไรก็ลุกขึ้นมาพูดดี ๆ ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้”
หมอเทวดาซุนขมวดคิ้วพยายามจะเข้าไปประคอง
ทว่าหลินลู่กลับมีแววตามุ่งมั่น น้ำตาไหลนองหน้า จ้องมองกู้หลานอย่างจริงจัง
“พี่กู้ ท่านช่วยชีวิตพี่สาวข้าด้วยการพบกันเพียงครั้งเดียว... การที่ข้าคุกเข่าให้ท่านถือว่าน้อยเกินไป!”
“ครอบครัวของข้าแสนยากจน อีกทั้งตัวข้าเองก็ไร้ซึ่งความสามารถ หากท่านสามารถรักษาพี่สาวของข้าให้หายดีได้ เกรงว่าบุญคุณของท่านในครั้งนี้ข้าคงยากจะชดใช้ได้หมด”
“ดังนั้น... ข้า หลินลู่ ขอยอมรับท่านเป็นนายเหนือหัว พร้อมถวายชีวิตรับใช้ท่าน ไม่ว่าท่านจะสั่งให้ข้าทำสิ่งใด ข้าจะทำโดยไม่เกี่ยงงอน!”
“ขอเป็นเพียงเบี้ยหน้ากอง ขอเป็นเพียงผู้รับเคราะห์แทน”
“วันนี้ข้าขอให้สัตย์ปฏิญาณ โดยมีฟ้าดินเป็นพยาน!”