เหลยเฟิงฝึกฝนโดยมีเหยนเป็คนชี้แนะมาก็นับว่าเดือนกว่าแล้วและตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เขาจะฝึกพลังจิตบ้างแล้ว
เหยนเนิมสอนให้เหลยเฟิงฝึกพลังจิดโดยการให้เขานั่งสมาธิ แล้วอธิบายว่าการฝึกพลังจิตนั้นก็มีหลายระดับเหมือนกัน
ระดับแรกพลังจิตตรวดจับสามารถตรวดจับสภาพแวดล้อมรอบตัว
ระดับที่สองควบคุมวัตถุสามารถใช้พลังจิตควบคุมวัตถุให้ลอยได้
ระดับที่สามสกดจิตใจคนสามารถสั่งให้คนทำตามที่เรา้าได้
ระดับสีภาพมายาสามารถสร้างภาพลวงตาศัตรูได้ให้ติดอยู่ในภาพที่เราสร้างขึ้น
ระดับห้าพลังจิตสังหารเมื่อถึงระดับนี้พลังจิดจะแกร่งกล้ามากสามารถสร้างเป็ปลานกระบีเพื่อสังหารศัตรูได้ หากเครื่องรางป้องกันของฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ของระดับสูงก็ไม่สามารถต้านทานได้
อันดับแรกให้เ้าฝึกสมาธิก่อนเพื่อให้จิตใจสงบแล้วค่อยๆปล่อยพลังจิตออกไปรอบตัว เพื่อตรวดกับสภาพรอบตัว
เหลยเฟิงฝึกฝนอยู่นานก็ไม่สำเร็จจนตะวันตกดินเขาค่อยๆลืมตาและบ่นพึมพำวันนี้กลับบ้านมืดอีกละ
ไม่รอช้าเขารีบลุกและกลับบ้านทันที เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลเฟิงเขาก็พบกับคนคุ้นเคยอีกคน
เหลยเฟิงบ่นในใจวันนี้โชคร้ายอะไรถึงได้มาเจอตัวปัญหาอย่าง เฟิงเชียวเทียนเข้าคราวนี้มันต้องมีอะไรมาท้าประลองอีกแน่
เฟิงเชิยวเทียน หลานชายของผู้าุโใหญ่ของตระกูลเฟิงเป็คนที่มักท้าประลองกับคนหนุ่มสาววัยเดียวกันในตระกูล
แม้เป็คนนอกตระกูลเฟิงเชียวเทียนก็เคยท้าประลองมาแล้วหลายครั้ง
เหลยเฟิงเดินมากำลังจะเข้าไปในตระกูลแต่แล้วก็ถูกบ่าวรับใช่ของเฟิงเชียนเทียนมาขวางไว
นายน้อยเหลย นายน้อยเฟิงของข้ามีเื่อยากคุยด้วยได้โปรดรอช้าก่อน
ข้ารู้ว่าเฟิงเชียนเทียนต้องมาท้าข้าประลองข้าไม่มีอะไรมาเดิมพันฉะนั้นเ้าจงหลีกทางไปซะ
น้องเหลยใจเย็นก่อนเราคุยกันได้ว่าจะเอาอะไรมาเดิมพัน เ้าก็รู้ว่าข้าชอบถึงแม้โอกาสชนะมีน้อยแต่ผลประโยชน์ก็ดีนะ
ครั้งนี้ข้าจะใช้สิทธิ์ในการรับยามาท้าเ้าสนใจหรือไม่เหลยเฟิงคิดอยู่ครู่นึ่งก่อนถามแล้วระดับพลังละจะว่ายังไง ที่จริงแค่ความสามารถทางด้านร่างกายของเขาก็สามารถเอาชนะเฟิงเชียวเทียนได้แล้ว
แต่ที่พูดไปแบบนั้นเพราะ้าให้อีกฝ่ายเพิ่มของเดิมพันโดยที่ตนเองไปต้องเดิมพันเยอะ
เฟิงเชียนเทียน ข้าสามารถให้ท่านปู่กดพลังให้อยู่ระดับเดียวกับเ้าได้เ้าว่ายังไง
ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะถ้าข้าเอาสิทธิ์ในการรับยามาเดิมพันเ้าก็ต้องใช้สิ่งเดียวกัน
เฟิงเชียวเทียนยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาชอบใช้ผลประโยชน์มาล่อให้คนติดกับและดูเหมือนครั้งนี้ก็จะได้ผนด้วย
เ้าจำเป็ต้องกดระดับพลังและก็ต้องเพิ่มของเดิมพันเหลยเฟิงพูดออกมาแบบให้อีกฝ่ายกดดันและไม่ท้าประลอง
แน่นอนว่าเ้าจะเพิ่มเป็เหรียญทองหรือตั๋วเงินก็ได้ แต่ว่าของเดิมพันที่ข้าจะเดิมพันจะมีแค่สิทธิ์์รับยาเ้ารับได้ก็รับถ้ารับไมได้ก็ไม่ต้องประลอง
เ้านี่มั่นใจตัวเองขนาดนั้นเลยหรือแต่ว่าพลังของมันก็ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นนะ
หึ เ้านี่คิดใช้แผนแบบนี้เพื่อให้ข้าเลิกท้าประลองกับเ้าหรือ หึ คิดง่ายเกินไปแล้ว
คิดหรือว่าข้าจะหลงกลเ้า
ได้ข้าตกลงข้าจะเพิ่มตั๋วเงินอีกสองพันเหรียญทองว่ายังไง
ได้ถ้าเช่นนั้นข้าขอกำหนดเวลาการประลองเป็ก่อนวันรับยาครั้งถัดไปแล้วกัน อีกยี่สิบวันเ้ารอได้หรือไม่
ได้อยู่แล้วขอแค่เ้ามาที่ลานประลองวันไหนก็ได้หมดแหละ
ตกลงตามนั้น เหลยเฟิงยิ้มอยู่ในใจงานนี้มีแต่ได้กับได้ เขาอยากหาคนมาสู้เพื่อสะสมพื้นฐานการต่อสู้และอยากทดลองวิชามัดที่ฝึกพอดี
ไม่นึกว่าเ้าเฟิงเชียวเทียนจะมาท้าเขาก่อนแถมยังจะเพิ่มเงินเดิมพันให้อีกด้วยคิดแล้วก็หัวเราะอยู่ในใจ
งานนี้บอกได้เลยว่ากำไรแน่ เมื่อตกลงกันแล้วเหลยเฟิงก็ตรงกลับไปที่บ้านทันทีวันนี้เขาไม่ได้อะไรติิดมือมาเลยเพราะมัวแต่ฝึกฝน แต่โชคดีที่วันก่อนเขาได้ของมาเยอะเลยจึงยังขายไม่หมด
เฟิงเชียวเทียนยิ้มอย่างมีความสุข ไม่คิดว่ามันจะตกหลุมพรางคิดว่าแค่กดระดับแล้วข้าจะแพ้เ้าหรือเหลยเฟิง
หึ ข้าพึ่งฝึกศาสตร์ลับที่ท่านปู่ให้มาสำเร็จใช้เ้าทดลองหน่อยก็ดี พูดแล้วก็พาพักพวกจากที่แห่งนี้ไป
เหลยเฟิงมาถึงบ้านก็ทำเหมือนเดิมทุกครั้งคือเข้าห้องฝึกฝน คือผู้ที่ฝึกยุทธ์จะสามารถอดข้าวได้นานยิ่งระดับสูงจะไม่กินอาหารอะไรเลยก็ได้
เห็นเหลยเฟิงเป็แบบนี้แม่ของเขาชูชิงเยวก็อดเป็ห่วงไม่ได้ใจนึ่งก็ดีใจที่ลูกตั้งใจฝึกฝนแต่อีกใจก็เป็ห่วงว่าลูกจะฝืนเกินไปหรือไม่
แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ดีว่าลำพังตนเองนางก็ช่วยลูกๆไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ถ้าระดับพลังของนางไม่ถูกลดครอบครัวของเขาก็คงมีถานะดีกว่าทุกวันนี้มาก ปานนี้เจินอูเฟิงจะเป็ยังไงบ้างนะข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน
น้องสาวของเหลยเฟิงก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกันตอนนี้ระดับพลังของนางยังอยู่ที่เสริมกำลังขั้นแรกแต่ก็ใกล้บรรลุขั้นสูงของขั้นแรกแล้ว
เ้าก็อย่าฝืนตนเองจนเกินไปละหาเวลาไปเที่ยวเล่นบ้างเหมือนเด็กปกติเขาชิงเยวพูดกับเฟิงชิเออก่อนจะเข้าห้องไป
เฟิงชิงเออตอบรับทันที ขอรับท่านแม่จากนั่นทั้งสามก็เข้าห้องใครห้องมัน
ดูเหมือนความสำพันของครอบครัวนี้จะไม่ค่อยดีแต่ที่จริงแล้วครอบครัวนี้อบอุ่นมากถึงแม้จะขาดแคลนไปบ้างก็ตาม
ในห้องฝึกฝนที่จริงก็คือห้องนอนนี่แหละแต่เหลยเฟิงใช้ฝึกฝนตลอดมา ตอนนี้เหลยเฟิงกำลังนั่งสมาธิพยายามฝึกขั้นแรกของการฝึกจิต
เขาพยามยามฝึกแผ่พลังจิดเพื่อตรวจสอบสภาพรอบตัวให้ได้
แต่การฝึกวันแรกมันก็จะยากเป็ธรรมดาเขาพอเข้าใจตะกละนี้ดียิ่งเป็พลังจิตอีกแล้วก็ยิ่งยากกว่าการฝึกพลังยุทธอยู่แล้ว
ยิ่งเหลยเฟิงไม่เคยฝึกอีกการฝึกจึงเป็ไปอย่างเชื่องช้าหรือจะกล่าวได้ว่าไม่ไปไหนเลยก็ได้
เหยนบอกเขาแค่ให้นั่งสมาธิและพยายามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมรอบตัวแต่ไม่ได้บอกอย่างละเอียดมากกว่านี้ ก็เหมือนรู้วิธีหาปลาแต่ไม่มีเครื่องมืออะไรเลย จะถามท่านเหยนดีไหมนะเหลยเฟิงคิด แต่ก็ไม่ได้ถามเขาจะตั้งใจฝึกจนไม่มีทางแล้วจึงถามขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
เหลยเฟิงฝึกอยู่ในห้องถึงสามชั่วยามก่อนจะลืมตาและหยุดฝึก ถึงแม้เขาจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์แต่ก็ยัง้าการพักผ่อนอยู่ดีเพราะระดับพลังยังอยู่แค่ระดับแรกของการฝึกยุทธ์เท่านั้น เขาก็ยังต้องกินและพักผ่อนเหมือนคนธรรมดาเช่นกัน
รุ่งเช้าวันใหม่แสงแดดสาดส่องผ่านูเาเข้ามาให้ห้องเหลยเฟิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ เหลยเฟิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อฝึกพลังจิตขั้นแรกวันนี้เขาจะฝึกฝนอยู่ที่บ้านเพื่อไม่เป็การเสียเวลากับการเดินทางเข้าป่าจึงตัดสินใจฝึกอยู่ในบ้าน
ชูชิงเยว่ตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ลูกไปตามปกติแต่วันนี้เขาไม่เห็นลูกชายออกจากห้องก็แปลกใจอยู่บ้างจึงไปเคาะประตูห้องลูกชายเพื่อเรียกให้มากินข้าว
เหลยเฟิงเหมือนจะสำผัดได้จึงลืมตาและลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตูก่อนที่มารดาจะเคาะประตู
ข้าตื่นแล้วท่านแม่ วันนี้ท่านทำอะไรให้ข้ากินหรือถึงหอมไปถึงในห้องข้า
ทำไมวันนี้ถึงตื่นสายไม่ไปหาสมุนไพรอีกหรือวันนี้หรือว่าลูกไม่สบาย
ข้าไม่เป็ไรขอรับท่านแม่เพียงแต่วันนี้ข้ารู้สึกอยากพักผ่อนและฝึกฝนอยู่ในห้อง
อืม อย่าหักโหมมากเกินไปละเหลยเออเ้าต้องมีเวลาให้ตัวเองบ้างนะ ตอนนี้พลังของเ้าก็อยู่ที่ระดับเสริมกำลังยุทธขั้นเจ็ดสูงสุดแล้วอีกไม่นานก็จะทะลวงถึงระดับแปดแล้ว
อายุเ้าตอนนี้ก็สามารถไปทดสอบเข้าสำนักศึกษาหลิงหยวนได้แล้ว เ้าคิดว่ายังไงสนใจไปหรือไม่ อีกห้าเดือนก็จะถึงเวลาที่ทางสำนักจะเปิดรับแล้ว ถ้าสนใจแม่จะไปแจ้งให้ทางตระกูลส่งเ้าไปด้วย
ข้าสนใจขอรับท่านแม่อีกไปถึงเดือนข้าคิดว่าคงทะลวงไปถึงขั้นแปดของเสริมกำลังยุทธได้แล้ว
ถึงแม้ไล่ตามพวกเฟิงชิงเทียนไม่ได้แต่ข้าก็มั่นใจในความสามารถการต่อสู้ของตัวเองพอ รับรองได้เลยว่าพวกนั้นไม่ใช่คู่มือของข้าแน่
เ้ามีความมั่นใจก็ดีแต่อย่าทะนงตนจนเกินไปจำไว้นะคนเก่งเขาไม่โอ้อวดคนฉลาดไม่พูดมาก
ขอรับท่านแม่ ยังมีอีกเื่นึงที่ข้าจะขอให้ท่านแม่ช่วยบอกให้ท่านหัวหน้าตระกูลช่วยเป็พยานในการท้าประลองให้ข้าด้วย
ท้าประลอง เ้าไปท้าประลองอะไรกับใครถึงไม่ปรึกษาแม่ก่อน แล้วต้องเดิมพันอะไรหรือไม่
ก็เ้าเฟิงชิงเทียนมันมาท้าประลองข้าเอง มันจะเอาสิทธิ์ในการรับยาของแต่ละเดือนกับตั๋วเงินอีกสองพันเหรียญทองเป็เดิมพัน ทั้งยังจะต้องกดระดับพลังให้อยู่ระดับเดียวกับข้า
ส่วนข้าแค่ใช้สิทธิในการรับยาอย่างเดียวเป็เดิมพัน ท่านแม่เชื่อใจข้าเถอะว่าข้าต้องชนะแน่ อีกอย่างข้าก็รับปากไปแล้วถ้าไปขอยกเลิกคงไม่ได้ ท่านแม่เองก็รู้ว่าเ้านั่นชอบการประลองแค่ไหน
ชูชิงเยว่ได้แต่ถอนหายใจทำอะไรไม่ได้สุดท้ายก็รับปากว่าจะไปขอให้หัวหน้าตระกูลช่วยเป็พยานให้
หลังจากจบเื่เฟิงชิงเออก็ออกจากห้องมาพอดีทั้งสามจึงทานข้าวด้วยกับแบบครบสามคนสักที
หลังจากทานข้าวเสร็จเหลยเฟิงก็ตรงเข้าห้องและเริ่มฝึกฝนพลังจิตทันที ตอนนี้เขาสนใจพลังจิตมากเพราะเขารู้ดีว่ามันจะมีประโยชน์มาก
หากเขาฝึกสำเร็จก่อนการประลองมันจะเพิ่มโอกาสชนะให้เขาอีก
เหลยเฟิงฝึกอยู่ที่บ้านถึงสามวันก็ยังทำได้แค่ตรวจจับได้บางสิงเท่านั้นไม่ได้ตรวจสอบทุกอย่างได้
นี่ทำให้เขานักใจอยู่ไม่น้อย วันที่สี่เขาไม่ได้ฝึกอยู่บ้านเขาเข้าป่าแต่เช้าจนไม่กินข้าวเลยด้วยซ้ำ
วันนี้ต้องถามท่านเหยนให้รู้เื่ว่าต้องทำยังไงกันแน่ถึงจะตรวจสอบทุกอย่างรอบตัวได้