ฤาบุปผาลิขิตชะตารัก

    ตอนที่ 37 โคมไฟคู่รักกับจูบแรก

             ราตรีนี้ช่างดูสว่างไสวมากกว่าทุกค่ำคืนบ้านเรือนและร้านค้าต่างพร้อมใจกันประดับประดาโคมไฟไว้หน้าประตูจนทำให้เกิดแสงสีสวยงามคงเป็นเพราะวันนี้คือวันพิเศษทำให้มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความสุขสำราญของผู้คนบนท้องถนนและตรอกทางเดินสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหม่ยหลินที่เพิ่งเคยเดินเที่ยวตลาดยามค่ำคืนเป็นครั้งแรก

            ในขณะเดียวกัน เจ้าของร้านขายโคมมองเห็นสองชายหญิงแต่งตัวดีดูมีฐานะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าในร้านจึงผละจากลูกค้ารายอื่นรีบวิ่งออกมาต้อนรับทันที

            “เชิญนายท่านทั้งสองชมด้านในร้านเรามีโคมคู่รักหลายแบบให้นายท่านทั้งสองเลือกขอรับ”

            พ่อค้าวัยกลางคนคาดเดาไปเองว่าทั้งสองคงจะเป็นคู่รักกันจึงคะยั้นคะยอให้เข้ามาเดินเลือกดูบรรดาโคมไฟสีสวยที่แขวนอยู่แถวหลังสุดอยู่ภายในร้าน

            “เจ้าอยากได้มิใช่หรือเข้าไปเลือกสิ” เขาหันกลับมาบอกหญิงสาว

            เหม่ยหลินยืนนิ่งจริงอยู่เธอขอให้เขาพามาเลือกซื้อโคมลอย แต่ไม่ได้หมายความว่าอยากได้ ‘โคมคู่รัก’ เสียหน่อย

            “ข้าขอเดินดูโคมไฟทั่วไปที่หน้าร้านดีกว่าเจ้าค่ะ” เหม่ยหลินเลี่ยงที่จะไม่ดูโคมคู่รัก จึงรีบปลีกตัวออกไปหน้าร้านทันทีปล่อยให้หวางชุนเทียนยืนเลือกโคมอยู่กับพ่อค้านักขายที่ยัดเยียดสินค้าให้ไม่หยุด

            หญิงสาวเดินหลบหลีกผู้คนในร้านที่หนาแน่นพอสมควรเพื่อออกมาบริเวณหน้าร้านให้ได้ทั้งที่พยายามเบี่ยงตัวเพื่อไม่ให้ชนเข้ากับลูกค้าคนอื่น แต่อยู่ๆก็ปะทะเข้ากับร่างใครบางคนเข้าจนได้

            “โอ๊ย!” เหม่ยหลินที่ไม่ทันระวังตัวถูกชนเข้าจนหงายหลังยังดีที่มือของคู่ปะทะได้คว้ามือของหญิงสาวไว้ก่อนที่ร่างบางจะถึงพื้น

            “แม่นางเหม่ยหลิน ข้าเอง”เจ้าของมือหนากล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล

            “อะ...เอ่อ ท่านรองแม่ทัพเหอไป่เฉิน”หญิงสาวเงยหน้าเห็นแล้วตกใจ ทำไมเจอกับคนๆนี้อีกแล้วนะ!

            ตรงกันข้ามกับเหอไป่เฉินที่รู้สึกดีใจเมื่อได้พบกันอีกครั้งและยังคงจับมือนุ่มนิ่มของเธอไว้แน่น

            จากที่เมื่อครู่เขายืนอยู่ริมถนนฝั่งตรงกันข้ามเผอิญมองมาที่ร้านขายโคมแห่งนี้จนได้เห็นเหม่ยหลินกำลังเดินเบียดเสียดผู้คน จึงรีบเดินเข้ามาหาหวังว่าจะได้สนทนากัน

            แต่ตอนนี้...กลับเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ดวงหน้างามดูเหมือนตระหนกที่ได้เห็นเขา

            ส่วนแม่ทัพหนุ่มหวางชุนเทียนที่ชะเง้อมองเห็นเหตุการณ์พลันสาวเท้าเข้ามาโดยเร็วเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตายืนเคียงข้างหญิงสาว

            คนคนนั้นคือคู่ปรับเก่าของเขาเอง...เหอไป่เฉิน!

             หวางชุนเทียนรีบเข้ามาคว้ามือของเหม่ยหลินดึงเข้าหาตัวแต่มืออีกข้างของเหม่ยหลินกลับยังถูกเหอไป่เฉินจับยึดไว้อยู่ทำให้ร่างบางไม่สามารถขยับไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้

            “ปล่อยมือเหม่ยหลินเดี๋ยวนี้ รองแม่ทัพเหอ!”  

            เสียงกร้าวดังขึ้นจนหญิงสาวที่อยู่ระหว่างกลางถึงกับสะดุ้ง

            เหอไป่เฉินชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำใจปล่อยมือหญิงสาวด้วยความรู้สึกเสียดาย

            “อ่อ...ท่านแม่ทัพหวาง ไม่คิดว่าท่านแม่ทัพก็ชอบเดินเที่ยวชมโคมไฟยามค่ำคืนด้วย”

            “ข้าต่างหากที่ควรต้องแปลกใจที่ได้พบท่านที่นี่” เขาทำน้ำเสียงหงุดหงิดด้วยไม่พอใจที่ชายผู้นี้มาแตะเนื้อต้องตัวเหม่ยหลิน

            “ข้าก็แค่เข้ามาทักทายแม่นางเหม่ยหลินเท่านั้นไม่ได้หรือ?”

            “เช่นนั้นก็คงหมดธุระแล้ว ไปกันเถิดเหม่ยหลิน”หวางชุนเทียนพูดตัดบท ครั้นจูงมือเหม่ยหลินเดินออกไปเพียงสองสามก้าวพ่อค้านักขายถือโคมสองดวงวิ่งมาดักหน้า

            “เดี๋ยวขอรับนายท่าน! โคมคู่รักที่นายท่านเลือกไว้สองดวงนี้ ตกลงนายท่านจะซื้อดวงไหนขอรับ”

            เดิมทีจะให้เหม่ยหลินช่วยเลือกหนึ่งในสองดวงนี้แต่ก็เห็นว่าควรไปให้พ้นจากหน้าร้านให้เร็วที่สุดจะดีกว่า หวางชุนเทียนจึงเลือกหยิบดวงที่ใกล้มืออย่างรีบๆ

            “พ่อค้า ข้าขอซื้อโคมอีกดวงหนึ่งก็แล้วกัน”เหอไป่เฉินแสร้งพูดกับพ่อค้าด้วยเสียงอันดัง จนทำให้แม่ทัพหวางชะงักพลันเหล่ตามอง

          “เพราะข้าชื่นชอบของทุกอย่างที่ท่านแม่ทัพเลือกข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพเลือกสรรสิ่งใด สิ่งนั้นล้วนเป็นของดี”

            เสียงหัวเราะเบาๆและคำพูดอย่างมีเลศนัยของรองแม่ทัพหนุ่มทำให้หวางชุนเทียนอารมณ์พลุ่งพล่านหันกลับไปมองหน้าอย่างหัวเสียเหม่ยหลินเห็นท่าไม่ดีรีบเกาะแขนแม่ทัพหนุ่มไว้แน่น ก่อนที่จะส่ายหน้าพร้อมพูดห้ามปราม

            “อย่าได้ใส่ใจเลยเจ้าค่ะไปกันเถิด”

            เหม่ยหลินรีบดึงแขนชายหนุ่มเดินจากไปท่ามกลางผู้คนที่แน่นขนัดปล่อยให้เหอไป่เฉินยืนมองด้วยสายตาชิงชังอยู่อย่างนั้น

             

            ทั้งสองเดินออกมาไกลจากร้านขายโคมมากแล้วแต่เหม่ยหลินยังรู้สึกหวั่นๆกับสถานการณ์เมื่อครู่ทั้งแม่ทัพและรองแม่ทัพต่างก็พกอาวุธเป็นกระบี่ประจำกายอยู่แล้วหากมีการทะเลาะเบาะแว้งจนต่อสู้กันจนเลือดตกยางออกคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆเพราะชายหนุ่มทั้งสองต่างก็มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต

            “ยิ้มอะไรเจ้าคะ” หญิงสาวนิ่วหน้าแปลกใจ หลังจากเงยขึ้นมองคนข้างกายที่ตอนนี้กลับมีสีหน้าระรื่นตรงกันข้ามกับอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อครู่

            “เปล่านี่”แม่ทัพหนุ่มพูดหน้าตาย

            “ก็เห็นอยู่ว่ายิ้ม เมื่อครู่ท่านยังโกรธรองแม่ทัพเหอมากขนาดนั้นทำไมตอนนี้...”

            “ก็เพราะตอนนี้...ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วอย่างไรเล่า”เขาพูดพลางหลุบตามองต่ำ

            หญิงสาวมองตาม...แล้วเธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าเดินกอดแขนของหวางชุนเทียนมาตลอดทาง

             ‘ตายจริง! ไม่น่าเผลอตัวขนาดนี้เลยเรา!’ หญิงสาวรีบคลายมือทั้งสองข้างออกจากแขนกำยำผละตัวออกทันที

             “อย่าอยู่ห่างข้า เดี๋ยวเจ้าก็เดินชนกับใครเข้าอีกหรอกมาเถิด...ข้าจะพาเจ้าไปที่ที่หนึ่ง” ไม่พูดเปล่าพลางคว้ามือนุ่มกลับมาไว้ที่ตำแหน่งเดิมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วพาเดินต่อ

            “คนฉวยโอกาส!” หญิงสาวทำหน้าย่นบ่นพึมพำเบาๆ พยายามดึงมือออกแต่ก็ถูกจับไว้แน่นกว่าเดิมเสียอีก...

             

            สถานที่ที่หวางชุนเทียนพาเหม่ยหลินไปก็คือหอประตูเมืองฝั่งตะวันออก ซึ่งมีเหล่าทหารยืนประจำการอยู่หลายสิบนายเมื่อทหารทุกนายเห็นแม่ทัพหวางชุนเทียนต่างก็หยุดทำความเคารพ และพากันหลบไปยืนประจำการด้านข้างอย่างรู้งานหลังจากที่เห็นสายตาของแม่ทัพหันมามองราวกับส่งสัญญาณว่าต้องการความเป็นส่วนตัว

            “ว้าว...มองจากตรงนี้ เมืองหลวงสวยมากกกก”น้ำเสียงลากยาวด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นทันทีที่สายตาพบกับความงดงามยามค่ำคืนเบื้องล่างแม้แต่หอประตูเมืองแห่งนี้ก็เช่นกันที่สว่างไสวจากแสงโคมที่แขวนไว้ตามจุดต่างๆทำให้บรรยากาศในยามนี้ดูสวยงามดั่งภาพฝัน

            หากเมืองหลวงไม่ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟหลากหลายสีสันสถานที่แห่งนี้คงมองเห็นเพียงแค่แสงไฟสลัวๆเท่านั้น

            ในขณะเดียวกัน หวางชุนเทียนจุดโคมไฟและชักชวนให้เหม่ยหลินจับไว้ก่อนจะปล่อยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ

            ดูเหมือนการซื้อโคมคู่รักมาเพียงดวงเดียวก็เป็นแผนที่แม่ทัพหนุ่มคิดไว้ตั้งแต่แรกด้วยหวังให้หญิงสาวได้ปล่อยโคมคู่รักนี้พร้อมกันกับเขา แต่เหม่ยหลินนั้นกลับรู้สึกเพียงความสนุกสนานและอยากเห็นโคมดวงสวยลอยขึ้นเฉกเช่นเดียวกับโคมดวงอื่นๆ

            “สูงขึ้นอีก อย่างนั้นแหละสูงอีก” หลังจากเห็นโคมทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆหญิงสาวพลันหัวเราะอารมณ์ดีจนหวางชุนเทียนอมยิ้มหันมองเจ้าของเสียงหัวเราะแหลมเล็กที่เกาะกำแพงพยายามชะเง้อมองโคมไฟของตัวเองจนสุดสายตา

            ในขณะที่หญิงสาวไม่ทันรู้ตัว อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เอื้อมจับมือเล็กดึงเข้าหาตัว

            “มีอะไรหรือเจ้าคะ”

            “มือของเจ้าข้างนี้ ต่อไป…ห้ามผู้ใดมาจับโดยพลการอย่างเช่นวันนี้อีก” แน่นอนว่าคนที่เขากล่าวถึงคือเหอไป่เฉิน!

            “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะต่อไปข้าจะระวัง” ตอบไปแบบนี้แล้วคิดว่าเขาคงจะปล่อยมือเสียที

            แต่ที่ไหนได้เขากลับยกมือนุ่มนิ่มขึ้นจุมพิตโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว

            “อุ๊ย!...ท่านแม่ทัพ! ทะ...ท่านทำอะไร ปล่อยเจ้าค่ะ” เจ้าของมือนุ่มนิ่มอุทานขึ้น

            “หากข้าปล่อยเจ้าก็จะหนีไปทางอื่นอีกน่ะสิ” เขากุมมือหญิงสาวไว้แน่นพลางขยับตัวเข้าใกล้ร่างบางที่ถอยหลังจนร่างติดขอบกำแพงหิน

            “ข้าจะหลบไปทางไหนได้ ในเมื่อท่านขวางไว้แบบนี้” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น เพราะว่าชายหนุ่มอยู่ใกล้เกินไปแล้ว...ใกล้จนมองเห็นแสงวิบวับในดวงตาคู่คม

            “อันที่จริง เจ้ารู้แล้วใช่ไหม”

            “รู้...รู้อะไรเจ้าคะ” หญิงสาวทำหน้างงถามกลับไป

            “เจ้ารู้ความในใจของข้า” เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง

            ‘ความในใจ’ ที่หวางชุนเทียนพูดคืออะไรหญิงสาวรู้ดีอยู่แก่ใจแต่ก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเคยทั้งที่จริงแล้วตอนนี้หัวใจเต้นแรงมากจนไม่กล้าสบสายตา คิดเพียงว่าควรหาหนทางให้พ้นจากสถานการณ์ชวนหวั่นไหวนี้ให้ได้

            “ดึกมากแล้วเรากลับจวนกันเถิดเจ้าค่ะ” เธอคิดเปลี่ยนเรื่องพลางขยับตัวหวังจะเลี่ยงให้พ้นแต่ก็ไม่ทันกับวงแขนแข็งแรงที่รวบร่างบางเข้ามากอดไว้ พลันส่งสายตาหวังสะกดให้หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์

            “เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้า ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนี”แม่ทัพหนุ่มเชยคางมนให้เงยขึ้น ใบหน้าคมสันก้มต่ำลงจ้องซึ้งลงไปในดวงตาคู่งามพลางลดสายตามองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

            หญิงสาวตรงหน้าไม่รู้สักนิดเลยว่าความพยายามปรับลมหายใจของตนเองให้เป็นปกติที่สุดมันยากเย็นเพียงใด

            “ข้าไม่ได้หนี...ข้าแค่...”ยังไม่ทันพูดจบประโยค ริมฝีปากหยักโค้งได้รูปก็ทาบลงมาบนเรียวปากสวยของหญิงสาวอย่างอดใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

            “…!” หญิงสาวเบิกตาโตอยู่ในอาการตกใจ เสียงหัวใจเต้นตึกตักเร็วระรัวเหมือนกำลังจะระเบิดออกมาเหม่ยหลินผู้ที่มาจากโลกยุคดิจิตัลแต่กลับไม่เคยมีคนรักอย่างเช่นวัยรุ่นสาวสวยส่วนใหญ่เขามีกันร่างบางยืนตัวแข็งทื่อไม่คิดเลยว่าหวางชุนเทียนจะจู่โจมเธอแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้

            เขาไม่รู้เลยหรือว่าจูบครั้งนี้คือจูบแรกของเธอเชียวนะ!

            จู่ๆ ความคิดไม่ประสีประสาก็เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเรียวปากหนาที่ประกบอยู่ทั้งนุ่มทั้งเย็นอย่างบอกไม่ถูกหรือว่า...ปากของผู้ชายทั่วไปก็เป็นเช่นนี้

            หญิงสาวไม่รู้ว่าความนุ่มเย็นที่สัมผัสนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะสภาพอากาศในยามค่ำคืนต่างหาก

            เพราะตอนนี้ ริมฝีปากที่ยังวนเวียนบดเบียดกลีบปากนุ่มไม่ยอมหยุดพลันเปลี่ยนเป็นอุ่นร้อนขึ้นเรื่อยๆหญิงสาวเริ่มตัวสั่นเทิ้มคิดอยากให้เขาเลิกจูบเธอเสียที แต่มือเล็กที่ยกขึ้นมาทาบที่อกของฝ่ายตรงข้ามกลับไร้กำลังที่จะดันร่างที่แข็งแรงกว่าให้ออกห่าง

            เธอทำได้เพียงรอ…รอจนกระทั่งในที่สุดเขาก็ยอมถอนจูบจากปากของเธอ

            หน้านวลแดงซ่านเอาแต่ก้มมองพื้นด้วยความอายอย่างที่สุดแต่อีกความรู้สึกหนึ่งกลับคิดเป็นอย่างอื่น

            หรือนี่เป็นการฉวยโอกาสเพียงเพราะเห็นว่าเธอเป็นสมบัติของเขากันแน่!

            “เจ้าโกรธข้า?” ชายหนุ่มถามหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกและจ้องใบหน้างามที่เอาแต่ขมวดคิ้วแน่นสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดนั้นทำให้คนถามเป็นกังวล

            “ใช่! ข้าโกรธที่ท่านรังแกข้าท่านเห็นว่าข้าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีที่พึ่งพิง จึงคิดจะทำเช่นไรกับข้าก็ได้” คำพูดนี้ทำให้หวางชุนเทียนหน้าเสียไปทันทีที่ได้ฟัง

            “สิ่งที่ข้าทำเพื่อเจ้ามาตั้งแต่ต้นไม่อาจทำให้เจ้าคิดว่าข้ามีความจริงใจกับเจ้าอีกหรือ?”

            ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่ยังไม่เพียงพอทำให้หญิงสาวเปลี่ยนความคิดใบหน้างามเงยขึ้นเถียงทันควัน

            “เห็นมั้ย! ตอนนี้ท่านกำลังทวงบุญคุณข้า”

            หวางชุนเทียนถึงกับอึ้งไปนี่เขาพูดอะไรผิดอีกแล้ว! หญิงสาวคิดไปเองว่าเขาจูบเธอเพราะต้องการให้เธอตอบแทนบุญคุณงั้นหรือ?

            “ข้าไม่อยากคุยกับท่านแล้ว” เหม่ยหลินสะบัดตัวหลุดจากมือหนา เบี่ยงตัวก้าวเดินหนี

            หวางชุนเทียนรีบวิ่งเข้าไปกอดด้านหลังของเหม่ยหลินราวกับกลัวว่าเธอจะหายตัวไปตอนแรกคิดว่าหญิงสาวคงจะรับรู้ความในใจของเขาได้ไม่มากก็น้อย เหตุใดนางกลับคิดมากเช่นนี้

            หรือที่จริงแล้ว...เป็นเขาต่างหากที่ไม่เข้าใจจิตใจของนาง

            “ปล่อยข้า...นี่ท่านคิดจะรังแกข้าอีกแล้วหรือ!”ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด

            “เหม่ยหลิน…อยู่นิ่งๆก่อน ก็ได้…ข้าจะบอกก็ได้...ข้าชอบเจ้า!ได้ยิมไหม ข้าชอบเจ้า!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

            ซึ่งก็ได้ผล...เพราะประโยคที่ออกจากปากของชายหนุ่มนั้นมีค่ามากพอที่จะทำให้ร่างเล็กหยุดเดินหนีและยอมที่จะรับฟังสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการจะพูด

            “ได้โปรดเถิดเหม่ยหลินอย่าเข้าใจข้าผิดอีกเลยที่ข้าจูบเจ้าเพราะข้าชอบเจ้า… ข้าเพียงอยากปกป้องทั้งห่วงทั้งหวง อยากเห็นหน้าเจ้าทุกวัน ทั้งหมดนี่ก็เพราะข้าชอบเจ้า!” ชายหนุ่มกระชับวงแขนแน่นขึ้น พรั่งพรูคำพูดเพื่อที่จะโน้มน้าวจิตใจหญิงสาวให้จงได้

            “แล้วที่ท่านกอดข้าอยู่เช่นนี้ล่ะ” เหม่ยหลินถามเสียงเบาหากแต่หัวใจกลับมาเต้นเร็วรัวจนกลัวว่าหวางชุนเทียนจะจับได้

            “ข้ากอดเจ้า ก็เพราะข้าชอบเจ้า”

    คล้ายกับเรื่องฤาบุปผาลิขิตชะตารัก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392