ทั้งสองตอนนี้แทบจะไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่เขาพูด อะไรคือสัญลักษณ์ระดับเจ็ดที่ไม่มีปัญหา อะไรคือมหาจักรวาลพันภพและขึ้นเป็นผู้ที่ทรงพลังมากที่สุด ต้องบอกก่อนว่าประโยคที่ชายหนุ่มพูดออกมาถึงพวกเขาจะไม่ค่อยเข้าใจมันมากนักแต่ก็พอบอกได้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะให้พวกเขาทั้งสองคนติดตามนั้นเองแล้วแบบนี้มันจะไปแตกต่างอะไรจากตระกูลใหญ่ทั้งสี่ละ
หลินตงชำเลืองมองอยู่นิดๆก็เห็นว่าพวกเขากำลังทำใบหน้าที่ประหลาด ดูเหมือนว่าทั้งสองจะยังไม่เชื่อคำพูดของเขานะ
"ท่านทั้งสองคงจะคิดว่าข้าจะเหมือนกับตระกูลใหญ่ทั้งสี่หรอ? ข้าคือผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรและยังเป็นผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณ!! ข้าบอกได้เพียงแค่ประโยคเดียวว่าถ้าท่านทั้งสองมาเป็นสัตว์อสูรของข้าละก็ พวกท่านจะเหมือนได้เกิดใหม่และจะทรงพลังยิ่งกว่าสัตว์อสูรตนใดในอนาคต พวกท่านจะอหังการในแบบไม่ต้องเกรงกลัวใคร"
"คิดว่ายังไงละ? ข้าช่วยพวกท่านจากพันธสัญญาที่ผูกมัดนี้ได้แต่พวกท่านจะต้องมาเป็นสัตวอสูรผู้พิทักษ์ของข้าและแน่นอนว่าข้าไม่ได้พูดเล่น ไปยังจุดสูงสุดพร้อมกับข้า..!!"
เขาผายมือเชิญออกมาเพื่อเชื้อเชิญทั้งสองด้วยความสัตย์จริง ท่าทางของเขาตอนนี้บอกได้เลยว่ามีความมั่นใจมากอย่างถึงที่สุด
ชายหนุ่มคนนึงที่มีพลังเพียงแค่จิตยุทธรวมเป็นหนึ่งกำลังยื่นข้อเสนอที่บ้าเป็นอย่างมากให้กับสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองตน ต้องบอกก่อนว่าสัตว์อสูรเมื่อขึ้นสู่ระดับหกแล้วพวกเขาจะถูกเรียกว่าเป็นจ้าวอสูรเลยทีเดียว พวกเขาครอบครองพลังอันมหาศาลที่เพียงพอจะทำลายเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา แต่ละตนก็มีนิสัยทรนงในการเป็นสัตว์อสูรระดับสูงแต่ทว่าในตอนนี้ทั้งสองตนที่มีพลังใกล้กับสัตว์อสูรระดับเจ็ดกับเผชิญเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้
"แล้วข้าจะเชื่อใจเจ้าได้ยังไงว่าการเป็นอยู่กับเจ้าจะไม่แตกต่างไปจากตระกูลใหญ่ทั้งสี่..!!"
พญาอินทรีปีกทองที่รับฟังอย่างเงียบๆพูดขึ้นอย่างมีความหวัง มันถึงจะเป็นสัตว์อสูรของตระกูลหนานแต่ตัวของมันก็ไม่ต่างจากทาส ไม่มีอิสระในการฝึกฝนพลังให้พัฒนาต่อไป เพียงแค่เรื่องนี้สำหรับมันแล้วก็ถือว่าเป็นยิ่งกว่าความตายซะอีก
หลินตงถอนหายใจอยู่นิดๆ ดูเหมือนว่าถ้าไม่เปิดเผยพื้นที่ห้วงมิติมังกรของตนละก็ทั้งสองตนคงจะไม่ยอมแน่
เมื่อเขาคิดอย่างนั่นเพียงชั่วครู่เดียวชายหนุ่มก็เบิกเนตรของตนขึ้น เนตรเพลิงมังกรอมตะสาดแสงสีแดงชาดออกไปท่ามกลางความว่างเปล่าจนทำให้มันก่อตัวเป็นภาพความทรงจำของเขา ห้วงมิติภาพขนาดนับหลายเมตรล่องลอยอยู่เบื้องหน้าของห้วงอากาศอย่างสงบนิ่ง
มันคือสถานที่อันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด พื้นที่ห้วงมิติจิตมังกรนั่นเอง ภายในที่แห่งนั่นมีบรรยากาศของพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นซะจนมากยิ่งกว่าที่แห่งใดในโลก บรรยากาศที่สงบสุขพร้อมกับผืนป่าหรือเทือกเขาที่กว้างใหญ่ มีสายน้ำโบราณที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้จบ มีหมู่เมฆบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่อย่างไม่จบสิ้้น
ภายในภาพนั่นมีสัตว์อสูรหมาป่าสีเงินขนาดห้าเมตรกำลังวิ่งเล่นไปมาเพื่อแข่งความเร็วกับนกหัวล้านสีดำทมิฬ มันคือเจ้าหมายเลขหนึ่งและเจ้าหมายสองนั่นเอง พวกมันตอนนี้กำลังสนุกสนานอยู่ภายใต้ห้วงมิติอันเป็นเอกเทศพร้อมกับพัฒนาพลังไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด
สัตว์อสูรทั้งสองเมื่อเห็นถึงภาพนั่นก็ได้ตกใจอยู่ยกใหญ่ มันอะไรกัน กลิ่นอายคลื่นพลังยุทธที่โชยออกมาจากภาพวาดนั่นทำให้สายเลือดภายในร่างต้องเดือดพล่าน พวกมันถึงกับบอกว่าสถานที่แห่งนี้เหมือนกับว่าคือแหล่งต้นกำเนิดของสัตว์อสูรทั้งมวล
"อะไรกัน? นี่คืออะไร..?"
"ไม่จริงน่า!! ชายหนุ่มคนนี้สามารถทำมันได้้ยังไง"
เพียงชั่วครู่เดียวอารมณ์ของทั้งสองก็แปรเปลี่ยนไป ภาพที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาอันนี้ไม่ใช่ภาพลวงตา มันกลับเป็นของจริง นี้คือการฉายภาพผ่านห้วงความทรงจำ
"นี้คือพื้นที่ห้วงมิติมังกรที่น่าเกรงขาม มันคือมิติเอกเทศที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิชาลึกลับที่ข้ากำลังฝึกฝนอยู่ มันก่อตัวขึ้นที่ส่วนลึกภายในร่างของข้า"
"สถานที่แห่งนี้เป็นสรวงสวรรค์สำหรับสัตว์อสูรแบบพวกท่านเลยก็ว่าได้ มันช่วยให้พัฒนาพลังต้นกำเนิดของสายเลือดไปยังจุดเริ่มต้นและยังไม่หมดเพียงแค่นั่นเพียงแค่ทำพันธสัญญากับข้า พวกท่านทั้งสองจะถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยและพัฒนาพลังของตนเองได้อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นและข้าจะไม่มองท่านเป็นเพียงแค่พาหนะเท่านั้น สัตว์อสูรทุกคนที่อยู่เคียงข้างข้าจะเป็นสหายของกันและกัน ฝ่าฟันอุปสรรคของทุกสิ่งเพื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุด"
หลินตงพูดอธิบายออกไปแต่ทว่าในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ยกมือกุมดวงตาของตนเองอย่างเจ็บปวด
ใบหน้าของเขาดูบิดเบี้ยวอยู่นิดๆพร้อมกับครุ่นคิดว่าเนตรเพลิงมังกรอมตะของตนถึงขีดจำกัดแล้ว วินาทีนั่นรอบดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเลือดที่ไหลรินออกมา การมองเห็นทั้งหมดของชายหนุ่มเริ่มถูกบดบังด้วยสีของโลหิตจนทำให้ดวงตาของเขาตอนนี้แทบจะบอดลง
สัตว์อสูรทั้งสองเมื่อเห็นก็ต้องตกตะลึง ชายหนุ่มคนนี้ใช้พลังลึกลับของตนเกินขีดจำกัดเพื่อแสดงภาพเช่นนี้ให้กับพวกเขาเห็นจนตัวเองต้องเจ็บปวดเนี่ยนะ เดียวก่อนทำไมมันถึงแสดงท่าทางแบบนั่นออกมาละ ไม่ใช่ว่ากำลังเจ็บปวดอยู่หรอ พวกเขายิ่งคิดก็ยิิ่งไม่เข้าใจนักกับภาพที่พวกเขาได้เห็นมัน
เพราะว่าชายหนุ่มตอนนี้กำลังยกยิ้มออกมาอย่างยินดี ดูเหมือนว่าการใช้พลังจากดวงเนตรของตนจะประสบความสำเร็จสินะ ถึงจะใช้พลังเกินขีดจำกัดแต่ว่ามันก็คุ้มค่าเป็นอย่างมาก ได้ทดลองพลังพร้อมกับซื้อใจสัตว์อสูรทั้งสอง ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว
ขณะนั่นทั้งสองตนก็มองหน้ากันพร้อมกับหงกหัวของตน ทั้งสองตนเหมือนจะตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้สำหรับพวกมันแล้วอาจจะเป็นคนที่มาปลดปล่อยก็เป็นได้ ถึงจะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ใต้เผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเดียวแต่จากที่สังเกตแล้วมันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้ ไม่ต้องเป็นทาส เป็นสหายร่วมรบที่ผจญภัยไปพร้อมกับชายหนุ่ม เรื่องราวแบบนี้สำหรับพวกมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชั่วชีวิตนี้
"ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ามีพลังระดับนี้ได้ยังไง ไอ้การสร้างห้วงมิติเอกเทศนี้อย่างต่ำๆผู้ที่ใช้มันได้จะต้องมีพลังถึงเทพวิญญาณยุทธเลยทีเดียว ส่วนเจ้าที่มีพลังระดับเพียงแค่นี้ไม่สามารถได้อย่างแน่นอนแต่ทว่าความรู้สึกของข้าหรือคำพูดของเจ้าที่เอ่ยออกมานั่น ข้ามีความรู้สึกว่ามันเป็นของจริง..!!"
"งั้นข้าจะบอกเลยละกัน ถ้าเจ้าทำให้ข้าราชันย์ราชสีห์อัสนีผู้นี้หลุดพ้นจากตราผนึกได้ ข้ายินยอมที่จะเป็นสัตว์อสูรของเจ้าเลยเอ้า"
ร่างที่ใหญ่โตนั่งลงจนทำให้เทวสถานต้องสั่นสะเทือน มันตอนนี้พูดประโยคที่จริงจังออกมาเช่นเดียวกัน ถึงจะเป็นสัตว์อสูรแต่ทว่าพวกมันก็มีอารมณ์ที่ไม่แตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีความฝัน มีความหวัง หรืออะไรหลายๆสิ่งที่เหมือนกัน ประโยคที่ชายหนุ่มพูดออกมานั่นในความรู้สึกของมันบอกเพียงแค่ว่าต้องตอบรับไปเท่านั้น ถ้าไม่ตอบรับไปเขาก็จะมีความรู้สึกว่าได้เสียโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในชีวิตของสัตว์อสูรเลยก็ว่าได้
ส่วนพญาอินทรีปีกทองก็พงกหัวรับอย่างเห็นด้วย ถึงมันจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ทว่าความรู้สึกหรืออารมณ์ของมันก็ไม่ได้แตกต่างจากเจ้าหมาบ้าสีดำตนนี้ มันอยากจะเป็นอิสระจากตระกูลใหญ่และออกผจญภัยไปในโลกกว้าง
หลินตงที่อยู่ด้านล่างก็ถึงกับระบายยิ้มออกมาอย่างยินดี พ่วงแก้มของเขาตอนนี้ถึงจะเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากดวงตาแต่ทว่าอารมณ์ของเขาตอนนี้กลับเป็นตรงกันข้าม
"ในที่สุดพวกเขาก็ตกลง ชั่งน่ายินดีอะไรเช่นนี้ หลังจากนี้คงจะง่ายดายละ"
ต้องบอกก่อนว่าชายหนุ่มจะใช้ศาสตร์เทพบงการอสูรกับทั้งสองตนนี้เลยก็ได้แต่ทว่าผลลัพธ์มันอาจจะแตกต่างไปจากนี้อย่างแน่นอน การบังคับบงการอสูรสำหรับวิชาของเขาแล้วมันอันตรายมากเกินไป ยิ่งกับสัตว์อสูรที่ทรงพลังกว่าตัวตนของเขาถึงหลายระดับยิ่งแล้วใหญ่ บอกเพียงว่าถ้าเขายังฝืนละก็มันจะไม่ใช่เรื่องดีแถมผลลัพธ์ของการสะท้อนมันอาจจะทำให้เขาต้องตกตายเองเลยก็เป็นได้ ถ้าสัตว์อสูรที่ทรงพลังนั่นไม่ยินยอมในการทำพันธะสัญญากับเขา