หม่าจิ๋งอวี่ออกไปจากตระกูลเฉิน เมื่อเห็นรถลากของบ้านตัวเองยังไม่ทันเอ่ยอะไรก็ร้องโหยหวนออกมาทันที เขาร้องไห้พร้อมกับะโ “เ้าพวกสารเลว ยังไม่รีบมาประคองข้าอีก!”
องครักษ์ทั้งหลายต่างตะลึงงัน คุณชายของพวกเขาไม่ได้ไปเสนอตัวดูแลผู้าุโหรอกหรือ เหตุใดถึงมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ล่ะ ราวกับถูกคนทุบตีมาอย่างไรอย่างนั้น
หรือผู้าุโชุดขาวไม่พอใจคุณชาย จึงขับไล่เขาออกมาอย่างนั้นหรือ?
ได้ยินมาว่าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงมักมีนิสัยแปลกประหลาด หากมีเื่ไม่ถูกใจแม้เพียงเล็กน้อย อย่างเบาก็แค่ด่าทอหรือทุบตี แต่หากหนักกว่านั้นก็ฆ่าปิดปากเสีย!
ชิชิชิ ข่าวลือเป็เื่จริงหรือนี่!
บรรดาองครักษ์จึงรีบเข้าไปประคองผู้เป็นายทันที มีคนรวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้น “คุณชายขอรับ ท่าน...ถูกผู้าุโทำร้ายมาหรือขอรับ ผู้น้อยเชิญหมอมาดูอาการดีหรือไม่ขอรับ?”
หม่าจิ๋งอวี่ร้องเสียงแหลมออกมาทันที “หุบปากซะ กล้าใส่ร้ายนาง เ้าอยากตายหรืออย่างไร!”
หม่าจิ๋งอวี่รู้สึกกลัวคนที่สามารถเตะซี่โครงคนหักได้ง่าย ๆ ผู้นั้นเป็อย่างมาก นางบอกว่านางเป็ผีร้ายที่กลับมาจากแม่น้ำกลืนิญญา เขาว่าไม่ใช่หรอก เพราะผีร้ายยังไม่น่ากลัวเท่านางเลย!
นางเป็ปีศาจ!
ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว!
องครักษ์เข้าใจได้ทันที จึงรีบเอ่ย “ขอรับ ผู้น้อยจะปิดปากให้สนิทขอรับ”
ต้องเป็เพราะคุณชายทำได้ไม่ดีพอ ผู้าุโจึงไม่พอใจและถูกตีออกมา หากเื่นี้แพร่ออกไป ไม่เพียงเจ็บกายเท่านั้น เกียรติที่มีก็จะหายไปด้วย ทั้งยังละอายใจต่อบรรพบุรุษ
อย่างไรเสียเป็บุรุษก็ไม่มีใครอยากได้ยินคนอื่นนินทาว่าตัวเองไร้น้ำยากับเื่พวกนี้หรอก
พวกเขาเข้าใจ พวกเขาเข้าใจดี!
“คุณชาย ระวังด้วยขอรับ พวกเราจะพาท่านกลับไปเดี๋ยวนี้ขอรับ...”
“เร็วเข้า!”
“ขอรับ คุณชายท่านช้าลงหน่อยขอรับ”
……
ภายในเรือนลั่วอิง
หลังจากหม่าจิ๋งอวี่ออกไปแล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ครวญเพลงพลางเริ่มตรวจสอบของบรรณาการที่ตัวเองได้มา ส่วนโอสถที่ยัดใส่ปากของหม่าจิ๋งอวี่นั้น ฮ่าฮ่า นั่นเป็เฉินผีตัน*ที่นางเอามาจากงานเลี้ยงเมื่อครู่ หวาน ๆ อร่อยมากทีเดียว
(* เฉินผีตัน ทำจากเปลือกส้มตากแห้ง น้ำตาลทราย และเกลือ นำมาปั้นเป็ก้อนเล็ก ๆ สามารถรักษาอาการไอ มีเสมหะ บรรเทาอาการเบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย เป็ต้น)
ถุงเฉียนคุนที่เฉินฉู่ชิงมอบให้เฉินเหมียวเหมี่ยว เดิมตั้งใจจะมอบเป็ของขวัญให้แก่แขกอยู่แล้ว ้าจึงไม่มีรอยประทับจิติญญาใด ๆ เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงสามารถเปิดได้ตามใจชอบ
ด้านในมีโอสถสิบกว่าขวด เงินและทองจำนวนหนึ่ง และยังมีหินิญญาด้วย เฉินเหมียวเหมี่ยวลองนับดูแล้วทั้งหมดมีห้าสิบกว่าก้อน นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว บวกกับโอสถระดับสูงที่เฉินเหวินมอบให้ เฉินเหมียวเหมี่ยวลองคำนวณดูแล้ว หากนำของเหล่านี้ไปขายทั้งหมด บางทีอาจจะได้เงินก้อนโตก็เป็ได้!
จู่ ๆ ก็กลายเป็คนร่ำรวยขึ้นมา เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงรู้สึกสบายใจอย่างมาก ครวญเพลงไปพลางคิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอน
ทันใดนั้นก็พบว่า บุรุษที่ราวกับเทพบุตรผู้นั้นยังไม่ไปไหน
เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงเอ่ยขึ้น “อ้าว เหตุใดเ้ายังไม่ไปอีกเล่า?”
ม่อเสวียนิ “...”
เมื่อเห็นสีหน้าของม่อเสวียนิเข้มขึ้น เฉินเหมียวเหมี่ยวก็เลิกคิ้ว “ม่อเสวียนิ เ้าบอกข้ามาตามตรง เ้ารู้จักข้าใช่หรือไม่?”
ม่อเสวียนิยังคงปากแข็ง “ข้าบอกแล้วว่าพวกเราเพียงบังเอิญพบกันก็เท่านั้น”
เฉินเหมียวเหมี่ยวแค่นหัวเราะ พลางจ้องหน้าเขา ข้าเชื่อเ้าก็โง่เต็มทีแล้ว!
หากแค่บังเอิญพบกัน เ้ารู้ได้อย่างไรว่าร่างกายของข้าไม่สามารถดื่มสุราได้ และยังหลอกให้ข้าทำพันธสัญญากับชุดขาวนั่นอีก เพียงแค่มองก็ทำให้ชุดขาวหยุดต่อต้านได้แล้ว
เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้สึกเหมือนตัวเองไขคดีได้ ใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้เลยว่าคนผู้นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวเป็แน่
เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวหายตัวไปสามปี มีความเป็ไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเขา
สมบัติบนกายของนาง ก็เป็ไปได้สูงว่ามาจากเขาเช่นกัน
ทว่าเหตุใดความทรงจำสามปีนั้นจึงไม่ปรากฏในจิติญญาของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวเลย เฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็ไม่รู้และี้เีจะคาดเดา ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับว่าเคยรู้จักกับเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว เช่นนี้นางก็จะพลอยสบายไปด้วย
อย่างไรเสียในโลกใบนี้นางก็ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีอะไรต้องห่วง แค่นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอแล้ว
“อ้อ เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ ข้าไม่ไปส่งเ้านะ”
เห็นความใจร้ายของเฉินเหมียวเหมี่ยว ม่อเสวียนิก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ถึงขั้นอยากจะสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไปเสียเดี๋ยวนั้น
แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่เ้าตัวเล็กและเหล่าผู้าุโมอบหมาย เขาจึงต้องเอ่ยถามออกมา “เ้ากำลังเจอปัญหาอะไรอยู่หรือไม่?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มออกมาพลางนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา ริมฝีปากสีแดงยกยิ้มบาง ๆ “ถ้าใช่แล้วจะอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร?”
ม่อเสวียนิเบนสายตาหนี ก่อนจะเอ่ยเรียบ ๆ “บางทีข้าอาจจะช่วยเ้าได้บ้าง
อ้อ...ที่แท้เ้าใจดีอยากช่วยข้าจัดการพวกเขาอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ดีเลย คนของตระกูลเฉินที่นี่ คนของตำบลอวิ๋นหลัว และยังมีคนของตระกูลเฉินที่อยู่เมืองฟานเฉิงล้วนเป็คนเลว พวกเขาบ้างก็ร่วมกันรังแกข้า บ้างก็ซ้ำเติมความลำบากของข้า บ้างก็เฝ้าดูอย่างนิ่งดูดาย หัวเราะเยาะเย้ย
อ้อ จริงสิ ถ้าจะเอ่ยให้ถูกก็คือ กฎของโลกที่ผู้แข็งแกร่งรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าก็ควรถูกแก้ไขด้วยเช่นกัน ช่างไร้ความเมตตาสิ้นดี เ้าสามารถช่วยข้าแก้ไขมันได้หรือไม่?”
ม่อเสวียนิขมวดคิ้วพลางมองหน้านาง
“ทำไม่ได้งั้นหรือ?” เฉินเหมียวเหมี่ยวทำท่าทางราวกับลูกแมวเ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง พลางแสยะยิ้มออกมา
“ทำไม่ได้ก็ถูกแล้ว เช่นนั้นก็ขอบคุณที่เ้าเป็ห่วง ข้าจะค่อย ๆ จัดการเองไปทีละขั้นก็แล้วกัน กลับดี ๆ ล่ะ ข้าไม่ไปส่งนะ”
เวลานี้เมื่อมองดูแววตาที่สะท้อนกับแสงเทียนของเฉินเหมียวเหมี่ยว มันช่างกระจ่างใสและแน่วแน่ ม่อเสวียนิเหมือนจะเข้าใจสาเหตุที่นางดึงดันจะจากไปแล้ว
นางคือหญ้าป่าที่มุ่งมั่นเติบโตในถิ่นทุรกันดาร นางประสบกับลมแรง ความเหน็บหนาว ไฟป่า การาเ็ ความสูญเสีย ความเ็ป ทว่าตอนนี้ก็ยังคงงอกงาม นางย่อมไม่เห็นค่าดอกไม้ในห้องเรือนกระจกอีกแล้ว
หากตอนนั้นนางเลือกที่จะอยู่ต่อ นางย่อมสามารถใช้ชีวิตที่ทุกคนปรารถนาได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นางก็เป็เพียงคนที่นำเ้าตัวเล็กมาเท่านั้น บนเกาะไม่มีใครเห็นค่าของนาง
ดังนั้นนางจึงต้องจากไป
เพื่อตัวนางเอง
มือที่อยู่ข้างลำตัวของม่อเสวียนิกำเข้าหากันเบา ๆ หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็เบนสายตาหนีอีกครั้ง
ช่างเถอะ
นางพาเ้าตัวเล็กมาให้พวกเขา เขาจะตามใจนางบ้างจะเป็ไรไป?
“ได้”
ม่อเสวียนิเอ่ยเพียงเท่านั้นก็หมุนกาย ก่อนจะหายตัวไปในอากาศ ไร้ซึ่งร่องรอยใด ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยว “???”
ไปแล้วงั้นหรือ?
ผู้บำเพ็ญเพียรล้วนมีนิสัยแปลกประหลาดเช่นนี้หรืออย่างไรกัน?
……
คืนนี้เฉินเหมียวเหมี่ยวหลับสบายอย่างมาก นับั้แ่นางทะลุมิติมายังโลกใบนี้ ทุกวันต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ไม่ได้นอนตื่นสายมานานแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการนอนบนเตียงและหมอนนุ่ม ๆ ท่ามกลางดอกไม้สวยงามและเสียงนกร้อง ที่นี่จึงเป็สถานที่ที่เหมาะแก่การนอนเลื้อยบนเตียงอย่างมาก
เฉินเหมียวเหมี่ยวพลิกตัวด้วยความสบาย ทันใดนั้นสิ่งที่นุ่มสบายบางอย่างก็ก่อกวนจนนางต้องตื่นขึ้น
เฉินเหมียวเหมี่ยวจับอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความโมโห พลางถลึงตาและเอ่ยขึ้น “จะเลิกได้หรือยัง!”
ชุดคลุมัขาวตกตะลึง มันยอมลดตัวทำพันธสัญญากับมนุษย์ธรรมดาไม่พอ นางยังกล้าดุมันอีกงั้นหรือ?
มีอย่างที่ไหนกัน!
ชุดคลุมัขาวแปลงกายเป็ผ้าผืนหนึ่ง พันร่างของเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างแรงราวกับมัมมี่ ก่อนจะพากลิ้งไปบนพื้นจนเฉินเหมียวเหมี่ยวเวียนหัวไปหมด จึงรีบเอ่ยขึ้น “ข้าผิดไปแล้วพี่ใหญ่ ข้าไม่ควรหงุดหงิดที่ถูกท่านปลุก ท่านมีเื่อะไรโปรดสั่งมาได้เลย สั่งมาได้เลยเ้าค่ะ”
ชุดคลุมัขาวจึงปล่อยร่างเฉินเหมียวเหมี่ยวออก จากนั้นแปลงกายเป็รูปมือข้างหนึ่ง พลางชี้ไปที่ด้านนอก
เฉินเหมียวเหมี่ยวค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “เ้าหมายความว่าด้านนอกมีคนอยู่อย่างนั้นหรือ?”
ชุดคลุมัขาวยังคงชี้อยู่เช่นนั้น
เฉินเหมียวเหมี่ยว “อืม...ไม่ใช่ด้านนอกประตู แต่เป็ด้านนอกของด้านนอกงั้นหรือ?”
ชุดคลุมัขาวจึงลอยวนรอบกายเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างเย่อหยิ่ง จนกระทั่งได้คำขอบคุณจากนางแล้ว มันจึงสงบลงราวกับสิ่งของที่ไม่มีชีวิตตามเดิม
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”