HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 11 เบาะแสจากกล้องวงจรปิด

    11 | เบาะแสจากกล้องวงจรปิด  เจ็บใจนัก!ผมทุบหมัดหนัก ๆ เข้ากับกำแพงตึกเก่าเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำกลางตรอกเล็กอับชื้นอย่างแรง หลังจากหันมองซ้ายมองขวาฝ่าความมืดไปรอบด้านแล้วไม่พบเงามืด ๆ แว่บไปแว่บมานั่นอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผมพลาดจนได้ ตอนนี้เลยได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดับอารมณ์โทสะที่พลุ่งพล่านในใจให้มอดเสีย เพราะถ้ามัวแต่โกรธก็คงไม่สามารถใช้สมองวิเคราะห์ได้ว่ามันเป็นใคร! และมาที่นี่เพื่ออะไร!?สภาพห้อง 303 ตอนที่ผมกลับมาถึงเมื่อครู่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก มีเพียงกองเอกสารที่ล้มกระจัดกระจายและโต๊ะกับชั้นหนังสือที่เคลื่อนจากเดิมเล็กน้อย อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าที่นี่ทั้งรกทั้งเก่า ไม่มีของมีค่าอื่น ๆ เก็บไว้ คอมพิวเตอร์ที่ดูจะเป็นของมีราคาที่สุดในห้อง รวมทั้งอุปกรณ์เก็บข้อมูล และสิ่งประดิษฐ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็ยังอยู่กับที่ ไม่มีร่องรอยขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แล้วไอ้ตีนแมวนั่นมันมาที่นี่เอาพระแสงอะไร!?แต่ที่นี่คือแฟลตเก่าที่ดูรกร้างยังกับโรงแรมผีนะ ไอ้หัวขโมยมันคิดยังไงกันเนี่ยถึงได้มาขโมยของที่นี่ หรือมันรู้ว่าที่นี่คือฐานลับของ the Ripper ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ไม่ใช่แค่ไอ้โจรกระจอกธรรมดา ๆ แน่ ถ้าไม่ใช่ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ก็ต้องเป็นแฮ็กเกอร์ระดับแถวหน้าที่มีความสามารถมากพอจะตรวจหาที่อยู่ของผมได้ไม่สิ...มีอยู่คนหนึ่งที่รู้ว่า ฐานลับของ the Ripper อยู่ที่ไหนCZiSใช่แล้ว... ไม่ผิดแน่นอน ต้องเป็นยัยแฮ็กเกอร์ปากกรรไกรนั่นแน่ ๆผมโดดพรวดเดียวไปยังคอมพิวเตอร์คู่ใจทั้งสาม ตรวจเช็กระบบทุกอย่างอย่างเร่งด่วนเผื่อว่าจะโดน ‘วางยา’ หรือโดนขโมยข้อมูลสำคัญอะไรไป ครู่หนึ่งเจ้าคอมพิวเตอร์อัจฉริยะทั้งสามก็รายงานผลการสแกนระบบว่าไม่มีการเพิ่มเติมติดตั้ง แก้ไขข้อมูลและโปรแกรมทุกอย่างอยู่ในสถานะ ‘ปลอดภัย’ยัยนั่นไม่ได้ทำอะไรกับคอมพิวเตอร์ของผม แล้วมาที่นี่เพื่ออะไรและยังไม่ทันคิดหาคำตอบได้ ผมก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ จากทางหน้าต่าง หันไปก็เห็นเงาดำ ๆ กระโจนออกไปเกาะหมับเข้าที่กิ่งต้นไม้ใหญ่CZiS!นี่มันยังแอบซุ่มอยู่ในห้องหรอกเหรอเนี่ย! หึหึ.. เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว บุกเข้าห้องหนุ่มโสดกลางดึกแบบนี้  ก๋ากั่นเหลือเกินนะแม่คุณ ถ้าจับตัวได้นะ ฮึ่ม... พ่อจะสำเร็จโทษสถานหนักเสียให้เข็ดด้วยการจับส่งตำรวจน่ะครับ นั่นแน่... คิดไปถึงไหนกันแต่ก็เอาเถอะ ถึงตอนนี้ทุกคนก็ทราบกันแล้วว่าผมไล่ตามยัยนั่นไม่ทัน จึงไม่มีการทำโทษอะไรทั้งนั้น  เฮ่อ...ผมรีบกลับมายังฐานลับห้อง 303 อีกครั้ง ผิวปากเป็นสัญญาณนิดหนึ่ง เจ้าสิ่งมีชีวิตอ้วนปุ๊กลุกก็วิ่งดุ๊ก ๆ เข้ามาหมอบตรงหน้า“ไง...สจ๊วต” ผมย่อตัวลงนั่ง จ้องหน้าเจ้าลูกน้องที่ส่งสายตาแป๋วแหววไม่รู้สึกรู้สา “เฝ้าบ้านยังไงเนี่ย มีคนบุกรุกเข้ามารู้บ้างไหม ฮึ”“งี้ด งี้ด” นั่นแน่ะ เจ้าหนูแฮมสเตอร์พยายามจะบอกอะไรสักอย่างที่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน มันยืดตัวยืนสองขาแล้ววิ่งปรู๊ดไปยังโต๊ะไม้เก่า ๆ ที่วันก่อนผมยกออกมาตั้งไว้หน้าตู้หนังสือเพื่อใช้ปีนหยิบหนังสือชั้นบนสุด จำได้ว่าพอรื้อลงมาจนครบที่ต้องการแล้ว ผมก็วางตั้งหนังสือไว้ใต้โต๊ะนั่นเองและนั่น... มันบังเซ็นเซอร์เครื่องสแกนหัวขโมยนี่หว่า!อุปกรณ์กันขโมยนี้ ผมพัฒนาตัวเซ็นเซอร์ให้ไม่เพียงแต่ดักจับการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตในห้องเท่านั้น  แต่ยังสามารถจดจำอัตลักษณ์ของบุคคลด้วย กล่าวคือเจ้าเครื่องกันขโมยนี้จดจำรูปร่างหน้าตาของผมและเจ้าสจ๊วตโดยเฉพาะ  ถ้าหากมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่ผมกับเจ้าสจ๊วตโผล่เข้ามา ระบบสัญญาณเตือนจะดังขึ้นที่มินิแท็บเล็ตของผมทันที แต่เซ็นเซอร์ถูกกองหนังสือบังไว้อย่างนี้ มันก็ไม่ทำงานน่ะสิเจ้าหนูแฮมสเตอร์แสนรู้หย่อนขาหน้าลงกับพื้น แล้ววิ่งไปยังตู้เซฟที่แอบอยู่หลังลังกระดาษใบเขื่องริมประตูห้องน้ำในตู้เซฟไม่มีเงินล้าน ทองคำแท่ง หรือของมีค่าอะไรหรอกครับ ผมเห็นมันขายลดราคาอยู่ในร้านขายของเก่าก็เลยซื้อมาอย่างนั้นเอง พอได้มาแล้วก็เกิดปิ๊งไอเดีย ดัดแปลงปุ่มตัวเลข 0–9 บนหน้าปัดด้านหน้าให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับเครื่องสแกนหัวขโมยซะเลย เป็นแผนสองเผื่อว่าโจรที่เข้ามาจะฉลาดพอที่จะบล็อกสัญญาณสแกนหัวขโมย ถ้ามันพยายามเปิดตู้เซฟนี้ ก็ต้องกดปุ่มตัวเลข แล้วพอกดปุ๊บ สัญญาณกันขโมยก็จะดังขึ้นที่มินิแท็บเล็ตของผมปั๊บ เหมือนที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้นั่นแหละ“CZiS เขาพยายามเปิดเซฟเหรอสจ๊วต”เจ้าหนูน้อยตัวอ้วนส่ายหน้าไปมา ผมกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง เอ๊ะ หรือว่า...“นี่อย่าบอกนะว่า แกเป็นคนกดปุ่มพวกนี้เองน่ะ สจ๊วต?”คราวนี้เจ้าหนูพยักหน้าหงึกหงัก“โอ...ไอ้จ๊วตลูกพ่อ”ผมละสุดจะทึ่ง ผายมือออก แล้วเจ้าหนูอ้วนก็โดดเข้าสู่อ้อมกอดของผม ส่งเสียงงี้ด ๆ อยู่แนบอก “นี่แกคงจะกลัวมากสินะ มามะ ๆ พ่อให้รางวัล” แล้วผมก็สมนาคุณเจ้าหนูน้อยผู้พิทักษ์ด้วยไข่ต้มผสมน้ำมันตับปลา ของโปรดเจ้าสจ๊วตนั่นละครับ ระหว่างที่ลูกรักกำลังเอร็ดอร่อยอยู่นั้น ผมก็เจาะระบบกล้องวงจรปิดของร้านค้าในตลาดหน้าศาลเจ้าเพื่อดูการเคลื่อนไหวของ CZiS เมื่อครู่  เผื่อจะมีกล้องตัวไหนในตลาดที่จับใบหน้าของแฮ็กเกอร์หญิงคนนี้ได้กล้องร้านซักรีดจับภาพได้เพียงแค่ด้านหลังแว่บ ๆ เท่านั้น  อืม...คุณเธอใส่เสื้อแขนยาว คลุมฮู้ดซะด้วยกล้องหน้าโรงรับจำนำ  ก็เห็นแค่ชายกางเกงยีนขายาวกับรองเท้าผ้าใบคุณแฮ็กเกอร์เธอเลี่ยงไม่เดินกลางไฟสว่าง แต่หลบไปตามมุมมืดของตึก ดังนั้นจึงแทบไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพได้เลย  หรือถ้าจับได้ก็มืดเกินกว่าจะสังเกตรายละเอียดใด ๆแต่เอ๊ะ...เธอมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ งั้นก็ต้องผ่านห้างทองติงจินเหลียงแน่ ๆ อาเฮียเหลียงเพิ่งซื้อกล้องวงจรปิดมาติดใหม่แทนตัวเก่าที่หน้าร้าน เป็นกล้องรุ่นใหม่ของ Cosmos ซะด้วยผมรัวแป้นพิมพ์เพื่อเจาะระบบอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวภาพจากกล้องของร้านทองก็ฉายพรึ่บขึ้นมาบนหน้าจอ  โอว...สีสันสดสวย ภาพคมชัดแจ๋วแหว๋วแม้ตอนกลางคืนขนาดนี้ ไม่รอดแน่ครับคุณคู่ปรับที่เคารพผมย้อนดูภาพกล้องวงจรปิดแล้วกอดอกรอคอยให้ถึงวินาทีที่คาดว่า CZiS จะวิ่งผ่านมา คราวนี้ก็จะได้รู้กันละครับว่าแฮ็กเกอร์หญิงมือหนึ่งของ ASAP หน้าตาเป็นยังไงมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านหน้าร้าน พร้อมกันนั้นเงามืด ๆ ของร่างสูงที่สวมชุดเสื้อแขนยาวคลุมฮู้ดกับกางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบก็ปรากฏขึ้นผมยืดตัวตรงอย่างลุ้นระทึก ชะโงกหน้าไปจ้องใกล้ ๆ จอเธอหยุดมองตามมอเตอร์ไซค์คันนั้นชั่วครู่ แล้วจึงเดินกึ่งวิ่งผ่านหน้าร้านโดยพยายามเลี่ยงแสงไฟ ผมกดหยุดภาพไว้ที่วินาทีที่ 48  ขยายภาพ 5 เท่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นตายัยแสบ CZiS อย่างบอกไม่ถูก  ทั้งที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกรูปร่างสูงโปร่งแบบนี้  ท่าเดินแบบนี้เหมือนกับ...อืม...นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกแฮะ ผมจึงกด Play เพื่อเล่นคลิปต่อ เธอหยุดเดิน และ โอ้...พระเจ้าช่วยกล้วยตาก เธอกำลังจะหันหน้ามาทางนี้เธอหันมาแล้ว!ทว่า...ทันใดนั้น มีคนเปิดประตูร้านทองออกมา และ...ร่างอ้วนท้วมเปลือยท่อนบน ใส่แค่กางเกงมวยสีแดงนั้นก็บังเธอเข้าพอดิบพอดี!อาเฮียเหลียง!จะมาทิ้งขยะอะไรเอาตอนนี้คร้าบCZiS สะบัดหน้าขวับกลับไปเหมือนตกใจกางเกงมวยเฮีย ข้ามถนนหนีไปอีกฟากซึ่งก็สุดความสามารถที่กล้องวงจรปิดจะจับภาพได้แล้ว ผมถอนใจยาวอย่างสุดเซ็ง รีเพลย์กลับมาดูเสี้ยววินาทีที่คุณแฮ็กเกอร์หันมาทางกล้องอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นเสี้ยววินาทีที่เร็วเกินกว่าจะเก็บรายละเอียดอะไรได้มากไปกว่า เธอเป็นคนผิวขาว แค่นั้นจริง ๆแต่อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่า เจ๊ CZiS แกไม่ได้อายุมากอย่างที่เข้าใจตอนแรก ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับ  เห็นขี้บ่นอารมณ์ร้ายซะขนาดนั้น ไอ้เราก็นึกว่าล่วงเข้าวัยทองไปนานแล้ว เหอเหอ  ฉันหอบสังขารขึ้นมาถึงชั้น 31 จนได้ ขับรถกลับมากว่าจะถึงก็แทบหลับในชนเสาไฟฟ้า พอประตูเปิดรับฉันก็เดินโงนเงนแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาทันที พักสายตาสักนิดเถอะนะตะวันวาด เธอเหนื่อยมากแล้ววันนี้ อือ...ใช่ ฉันเหนื่อยมากเลย ก่อนที่ประสาทสัมผัสทุกส่วนจะเข้าสู้ห้วงนิทราพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ฉันหยิบแผนที่องค์กร Cloned ติดมือมาด้วยนี่นา เลยล้วงมือเข้าไปหยิบเจ้าม้วนกระดาษออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อคลุมไหน... ขอดูหน้าตาองค์กรแฮ็กเกอร์ยักษ์ใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศหน่อยซิเพียงแค่ได้เห็นสภาพภายนอกของแผนที่อย่างชัดเจนก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วหนัก นี่น่ะเหรอ... แผนที่องค์กร Cloned ทำไมมันถึงได้เก่าคร่ำครึขนาดนี้เนี่ย ยังกับลายแทงสมบัติยุคต้นรัตนโกสินทร์ คลี่ออกมาจะขาดติดมือไหม เฮ้อ... ไม่พัฒนากันบ้างเลย สมัยนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว เขาไม่เก็บแผนที่สำคัญไว้ในกระดาษเก่า ๆ โทรม ๆ แบบนี้กันแล้วย่ะ!ฉันถอนหายใจไว้อาลัยให้กับความล้าสมัยของพวก Cloned แล้วก็เปลี่ยนใจยังไม่เปิดดูดีกว่า ตั้งใจว่าจะเอาไปเก็บในตู้เซฟในห้องนอนก่อน ไว้วันหลังค่อยว่ากันฉันดันตัวเองให้ลุกจากโซฟาแล้วเดินไปยังประตูห้องนอน สายตาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟลอดออกมาจากช่องใต้ประตู“เฮ้ย! ลืมปิดไฟเหรอเนี่ย ”  เป็นไปไม่ได้...เพราะระบบไฟในห้องนอนถูกตั้งโปรแกรมควบคุมเอาไว้แล้วว่า หากเซ็นเซอร์ทุกตัวในห้องไม่ตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่มีรังสีความร้อนแผ่ออกจากร่างกาย ระบบไฟทุกอย่างจะถูกตัดเองอัตโนมัติ ฉันหันไปคว้าแจกันดอกไม้ที่โต๊ะข้างประตูมากำไว้ในมืออย่างแน่นหนา แล้วเปิดประตูห้องนอนพุ่งพรวดเข้าไปพอเข้าไปก็ต้องตกใจหนักกว่าเก่า เพราะแสงไฟที่เห็นนั้นไม่ใช่ไฟในห้องนอน แต่เป็นแสงไฟจากฐานลับของฉัน ประตูถูกเปิดไว้อ้าซ่าซวยแล้วไง ซันเอ๊ย!ไม่ทันได้คิดอะไรก่อนหลัง ฉันรีบพุ่งเข้าไปในห้องฐานลับ มองซ้ายมองขวาค้นหาผู้บุกรุกแต่ก็ไม่พบตัว เป็นไปได้ยังไง ในฐานลับนี้คนที่สามารถเปิดประตูเข้ามาและเปิดระบบไฟในห้องได้มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้น! เพราะระบบทุกอย่างจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีลายนิ้วมือของฉันประทับลงบนแผงควบคุมที่หน้าประตูฉันรีบสำรวจเครื่องมืออุปกรณ์ทั้งหมดก็พบว่ายังวางอยู่ตำแหน่งเดิมอย่างปกติดี เว้นก็แต่เมาส์ไร้สายที่ไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาแทนที่จะอยู่บนโต๊ะ นี่ไอ้หัวขโมยมันลงทุนงัดเข้าห้องเจ้าแม่แฮ็กเกอร์เพื่อมาขโมยเมาส์ไร้สายเนี่ยนะ! หึ ตลกสิ้นดีส่วนข้อมูลสำคัญทั้งหมดยังอยู่ดีเพราะระบบไฟในห้องที่ใช้กับเครื่องมือทุกชนิดต้องเปิดด้วยรหัสลับซึ่งต้องกดจากแป้นตัวเลขฝังผนังห้อง แสดงว่ามันยังไม่ได้เปิดเครื่องมือสักชิ้นในห้องนี้ คงแค่เดินผ่านประตูเข้ามาแล้วมีเหตุให้ต้องรีบร้อนออกไปก่อนฉันกลับออกไปดูแผงควบคุมประตูฐานลับที่ข้าง ๆ สวิตช์ไฟในห้องนอนก็พบว่ามันถูกเจาะเข้าระบบ ลักลอบเข้ามาเชื่อมต่อแล้วแก้ไขการตั้งค่าลายนิ้วมือ มันจึงเปิดประตูห้องลับได้ ฉันสำรวจหาเบาะแสไปจนทั่วห้องก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม จึงออกมาดูประตูบานเลื่อนตรงระเบียงห้องนอนก็พบว่าถูกปิดไว้แต่ไม่ได้ล็อก คาดว่าหัวขโมยคงเปิดเข้ามาจากประตูบานนี้แน่ ๆ เพราะมันเป็นประตูธรรมดาไม่มีกลไกหรือโปรแกรมอะไรควบคุม นี่มันลงทุนเสี่ยงตายปีนข้ามระเบียงห้องชั้น 31 มาเลยเหรอเนี่ย“หึหึ ฉันคงทำให้แกลำบากน่าดูเลยนะ...” ฉันหลุดหัวเราะให้กับไอ้หัวขโมยที่มีความพยายามสูงมากคนที่จะทำแบบนี้ได้หาตัวไม่ยากเลย คนที่เป็นอัจฉริยะทางด้านอุปกรณ์เสริมพิเศษและซอฟต์แวร์ขั้นสูงซึ่งฉันมั่นใจว่าไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก the Ripper ศัตรูคู่อาฆาตของฉันเอง! เพราะเจ้าตัวเขาก็ประกาศอยู่ปาว ๆ ว่าจะเล่นงานฉันแบบประชิดตัว แล้วมันก็ทำจริง!ฉันโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับดิ้นตุบ ๆหึหึ แต่ป่านนี้แกเองก็คงเส้นเลือดดิ้นไม่แพ้กันหรอกใช่ไหมตอนนี้ระบบประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวอย่างเต็มที่ ลืมเรื่องเหนื่อยไปจนหมดสิ้น ฉันกลับเข้าห้องลับ กดรหัสห้าหลักที่แผงตัวเลขฝังผนัง คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องและจอแสดงผลทุกจอก็ทำงานขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ฉันดูภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่หนึ่งในห้องรับแขก กล้องตัวที่สองหน้าประตูห้องนอน และกล้องตัวที่สามในห้องลับจากภาพที่บันทึกได้พบว่าในเวลาประมาณ 21.50 น. กล้องตัวที่หนึ่งจับภาพได้ว่า เครื่องสแกนม่านตาที่ตาแมวตรงประตูสว่างขึ้นนานประมาณสามนาที แสดงว่ามีคนมายืนหน้าประตูห้องของฉันอยู่พักหนึ่งในช่วงเวลา 22.05 น. กล้องตัวที่สองก็จับภาพได้ว่า มีแสงไฟสว่างขึ้นในห้องนอน ลอดออกมาทางช่องประตู ในเวลาเดียวกันกล้องตัวที่สามก็จับภาพประตูห้องลับถูกเปิด และเพียงครู่เดียวก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแต่แล้วจู่ ๆ สัญญาณภาพขาด ๆ หาย ๆ และสุดท้ายก็ดับไป!?ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญที่กล้องดันมาเจ๊งตอนนั้นพอดี หรือเป็นเพราะฝีมือของแก the Ripper แต่มันก็ทันเวลาพอดีเลยนะ ฉันเลยอดได้ยลโฉมหน้าแกเลย ไอ้จอมวายร้ายเมื่อกล้องวงจรปิดในห้องไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ ฉันจึงเจาะเข้าระบบควบคุมกล้องวงจรปิดของคอนโดฯ  ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเจาะเข้าไปได้ จึงปรากฏเป็นหน้าจอเล็ก ๆ กว่าร้อยหน้าจอขึ้นมาละลานตาไปหมด ฉันกดปุ่มบนคีย์บอร์ดเลเซอร์ค้างไว้ แตะหน้าจอสองสามครั้ง ภาพจากหน้าจอตรงหน้าก็ถูกส่งขึ้นไปยังจอฟิล์มใสขนาดใหญ่ที่อยู่อีกด้านของห้อง ทำให้มองรู้เรื่องมากขึ้นฉันสอดส่ายสายตามองหาผู้ชายชุดดำน่าสงสัยจากหน้าจอเล็กกว่าร้อยจอนั้น แล้วก็สะดุดตาเข้ากับชายคนหนึ่งซึ่งเดินเข้าประตูใหญ่หน้าคอนโดฯ มา รูปร่างลักษณะและการแต่งกายของเขาเหมือนกับชายเจ้าของห้องที่ฉันเพิ่งไปเยี่ยมมานี่เอง เป็นคนเดียวกันแน่นอน!ฉันมองตามทุกการเคลื่อนที่จนเขามาหยุดยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าประตูห้องฉัน แล้วเดินหายไปทางบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับภาพจากกล้องตัวที่หนึ่งที่แสดงสัญญาณไฟจากตัวเซ็นเซอร์ที่ตาแมวตรงประตูห้อง แล้วก็ไม่ปรากฏภาพของเขาบนกล้องวงจรปิดของตึกอีกเลย จนเวลาผ่านไปเกือบสี่ทุ่มครึ่งก็เห็นเขาวิ่งผ่านหน้าห้องฉันตรงไปที่ลิฟต์ รีบกลับออกไปพอปะติดปะต่อเรื่องราวดู ช่วงที่เกิดเหตุนี้เป็นเวลาเดียวกับที่ฉันบุกฐานลับของเขาเหมือนกัน บางทีอาจมีเซ็นเซอร์บางอย่างในห้องโสโครกนั่นส่งสัญญาณบอกให้เขารู้ตัวก็เป็นได้ ถึงต้องรีบวิ่งอ้าวกลับไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรในฐานลับฉันเลยแบบนี้  อ้อ...เห็นห้องรกเป็นรังหนู (เอ่อ...ก็มีหนูจริง ๆ นี่นะ) ก็มีอุปกรณ์ไฮเทคอะไรบ้างเหมือนกันนี่ ค่อยสมกับเป็นเจ้าพ่อวงการแฮ็กเกอร์หน่อยฉันดูคลิปช่วงที่เขายืนลับ ๆ ล่อ ๆ ตรงหน้าห้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ พยายามหาจุดที่พอจะบ่งชี้ตัวคนร้ายได้  แล้วสายตาฉันก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ข้อมือข้างขวาของเขาจนต้องกดหยุดภาพทันทีสิ่งนั้นคล้ายกับนาฬิกาข้อมือ ฉันซูมเข้าไปอีกจนพอจะเห็นลักษณะของมันได้ชัดขึ้น แต่ด้วยความละเอียดของกล้องวงจรปิดที่ไม่มากนัก ทำให้มองเห็นแค่เพียงรูปร่างเท่านั้น คงต้องใช้ตัวช่วยสักหน่อยแล้วฉันเปิดโปรแกรมปรับแต่งภาพที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้แต่งภาพให้มีคุณภาพสูงจากเดิม จนเทียบเท่าภาพที่ถ่ายด้วยกล้องระดับมีเดียม-ฟอร์แมต ใช้เวลาไม่นานภาพก็ถูกปรับแต่งจนเสร็จสมบูรณ์ภาพใหม่ซึ่งประจักษ์แก่สายตา เป็นเหมือนหมัดฮุกเข้าท้องฉันอย่างจังเพราะนาฬิกาเรือนนี้ มันเหมือนกับเรือนที่ฉันซื้อให้นายนักรบเมื่อปีที่แล้ว!นาฬิกาข้อมือหน้าปัดวงกลม สายหนังสีน้ำตาล ราคาเหยียบหมื่น บนหน้าปัดมีบอกทั้งวัน วันที่ เวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาที แถมมีโลโก้ยี่ห้อที่เป็นตัวยืนยันว่าเหมือนกันมากเข้าไปอีกโชว์หราอยู่ด้วย FOSSILY ลิมิเต็ดเอดิชันบนโลกนี้มีนาฬิกาแบบนี้อยู่ไม่ถึงร้อยเรือน มันช่างบังเอิญจนน่าตกใจเมื่อปีก่อนนายนักรบมาช่วยซ่อมท่อประปาที่บ้านฉัน เขาถอดนาฬิกาข้อมือคู่ใจฝากวางไว้บนชั้นหลังบ้านก่อนจะลงมือซ่อมท่อ แต่ทำไปทำมากว่าจะเสร็จก็เปียกโชกไปทั้งตัว จึงรีบขอตัวกลับบ้านไปโดยลืมนาฬิกาไว้ ฉันเห็นว่าเป็นรุ่นหายากและราคาค่อนข้างสูงเลยคิดจะเอาไปคืนให้ แต่ยังไม่ทันจะไปถึงรั้วบ้านเขาก็เดินชนเข้ากับเจ้าตัวเสียก่อน เพราะเขาก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมนาฬิกาจึงรีบย้อนกลับมาด้วยความตกใจและเสียหลักจะล้ม นาฬิกาเลยหลุดมือฉัน ร่วงลงท่อระบายน้ำไปต่อหน้าต่อตาเราทั้งคู่ นายนักรบถึงกับหน้าถอดสี ร้องไม่ออกเลยทีเดียว นั่งจ๋องกอดเข่าเฝ้าท่ออย่างน่าสงสาร นั่นก็เลยเป็นสาเหตุให้ฉันต้องไปตามล่าหาซื้อนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้แทบพลิกแผ่นดิน เพื่อคืนให้เขาแทนเรือนเก่าที่สาบสูญไปกับสายน้ำเพราะฉะนั้น ไม่ผิดแน่ คนที่เข้ามาในห้องของฉันต้องเป็นนายนักรบแน่ ๆฉันเดินวนไปวนมาคิดหาข้อแก้ต่างให้นายนักรบว่าเขามาทำอะไร เขารู้หรือเปล่าว่านี่เป็นห้องของฉัน แล้วเข้ามาได้ยังไง มีอุปกรณ์เครื่องมือของแฮ็กเกอร์ได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวหนัก ตอนนี้หน้าอกที่กระแทกกับกิ่งไม้ก็เริ่มประท้วงจนแม้แต่หายใจก็ยังเจ็บ ฉันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง จ้องมองเพดานอย่างกับว่ามันจะมีคำตอบอยู่บนนั้นให้ฉันหายข้องใจได้  “ขอร้องละ ขออย่าให้มันเป็นแบบนั้นเลยนะ”ฉันร่ำร้องภาวนาต่อโชคชะตา ขอให้นาฬิกาเรือนนั้นไม่ใช่ของนายนักรบ ถึงแม้มันจะมีโอกาสที่จะไม่ใช่อยู่น้อยนิดแต่ฉันก็อยากหวัง เพราะถ้ามันใช่ นายนักรบก็คงจะหนีตำแหน่ง ‘มือมีดปริศนาแห่งโลกไซเบอร์’ ไปไม่พ้น แล้วเรื่องราวยุ่ง ๆ ก็คงจะตามมาอีกจนฉันไม่แน่ใจว่าจะรับมือได้หรือเปล่า
    ****************************************************************ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loaded

    #E-Bookพร้อมดาวน์โหลดใน MEB ค่ะ ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishing

    หรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ