หลังจากที่ต้องทนนอนซมเป็แมวซึมอยู่บนเตียงราวอาทิตย์ ในที่สุดแพทย์หลวงก็ได้ประกาศว่าฉันหายดีเป็ที่เรียบร้อย
หลายวันมานี้ได้แต่กินแล้วก็นอนอยู่นิ่งๆบนเตียง จนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกขุนเหมือนหมูที่เอาไว้ไหว้เ้าอย่างไรอย่างนั้น ขยับตัวอย่างมากก็แค่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเพื่อทานอาหาร
ถึงการที่ตัวเองอ้วนเป็หมูอาจจะเป็วิธีที่สามารถช่วยหักธงของท่านพี่เอลิออทได้ก็เถอะ แต่ว่าวิธีนี้ฉันไม่เห็นด้วยอย่างแรง ถ้าหากว่าอ้วนเป็หมูแล้วเหล่าเป้าหมายยังมาตกหลุมรักล่ะ!? มันคงจะน่าสะพรึงไม่น้อยกับการที่เหล่าเ้าชายและขุนนางพากันตกหลุมรักก้อนเนื้อเดินได้ ดีไม่ดีถ้าหากนางเอกของเกมก็กลายเป็ก้อนเนื้อขนาดั์แล้วมาแข่งกัน...
บรื้อออ แค่คิดก็สยองแล้ว พอแค่นี้เถอะ!
ดังนั้นฉันจึงดีใจอย่างมากที่รอดพ้นจากวัฏจักรกินนอนขุนหมูไหว้เ้า ร่างกายแข็งแรงบันซาย!
วันนี้เอง ท่านพี่เอลิออทได้ชวนฉันออกมาเดินออกมาชมรอบๆปราสาทไอดราเวียที่ฉันได้แต่จ้องมองทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างในห้องนอนมาเป็อาทิตย์!
ในหลายวันที่ผ่านมา ท่านพี่เอลิออทมาเยี่ยมฉันทุกวัน แถมในบางครั้งเขายังช่วยป้อนอาหารให้ฉันทาน เรียกได้ว่าไม่ต้องขยับตัวเลยสักนิด การออกมาเดินยืดเส้นเผาผลาญพลังงานบ้างจึงถือเป็เื่ดีอย่างยิ่ง
แต่การมาเยี่ยมของท่านพี่เอลิออททุกวันนั้น ทำให้ฉันกับท่านพี่พอจะสนิทกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าท่านพี่เอลิออทจะเป็ตัวปัญหาลำดับที่หนึ่งของฉัน แต่อย่างน้อยก็น่าจะสนิทกันในระดับที่ยอมรับได้
แน่นอนว่าฉันพยายามที่จะไม่สนิทกับท่านพี่คนนี้มากจนเกินไปเพราะอย่างไรเสียถ้าสนิทมากเกินไปจนทำให้ท่านพี่เอลิออทคลั่งไคล้และเมินคุณนางเอก คุณนางเอกก็จะร่ายเวทมืดใส่ท่านพี่เพื่อมาลงมือฆ่าฉัน ตามบทแบดเอดดิ้งของเกมในรูทท่านพี่เอลิออท
"ริริน ไหนๆวันนี้ก็หายดีแล้ว อยากเดินชมที่ไหนเป็พิเศษไหม?" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยถามในขณะที่พวกเรากำลังเดินอยู่ตรงโถงถางเดินของปราสาท
"คือว่า..." ฉันได้แต่ลากเสียงยาวและทำหน้าครุ่นคิด
จริงๆแล้วฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะไปที่ไหนดี เพราะว่าฉันเพิ่งได้ออกมาเดินด้านนอกครั้งแรก ถ้าเป็ปราสาทของฮาเดนิส สถานที่น่าชมก็คงเป็สวนดอกไม้ ไม่ก็ลานฝึกทหาร บางทีปราสาทไอดราเวียก็คงเหมือนกัน แต่จะเป็ที่ไหนฉันก็รู้สึกเฉยๆกับมันทั้งนั้น ในตอนที่เป็เอรินและอยู่ที่อาณาจักรฮาเดนิสฉันก็เดินไปตามที่เ่าั้จนเบื่อแล้ว
เหมือนท่านพี่เอลิออทจะเข้าใจที่ฉันนิ่งเงียบ เขาจึงแนะนำสถานที่ให้
"ถ้าอย่างนั้น สนใจทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ไหม?" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยถาม
"ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์? ใช่ทะเลสาบที่อยู่ด้านหลังปราสาทรึเปล่าคะ? แต่นั่นไม่ได้ว่าออกนอกเขตปราสาทไปแล้วเหรอคะ?"
ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันเองก็ได้มองวิวทะเลสาบจากบานหน้าต่างในห้องนอนของฉัน แต่พอสังเกตบ่อยๆ ฉันจึงเห็นรั้วที่ล้อมปราสาทเอาไว้ซึ่งกั้นระหว่างปราสาทกับทะเลสาบนั้น ถึงแม้ว่าจะอยากไป แต่การที่เ้าหญิงจะออกไปนอกเขตปราสาทไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ง่ายๆ
"หึหึ จริงๆแล้วล่ะนะ..."
ท่านพี่เอลิออทยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะเดินนำฉันไปโดยไม่พูดอะไร ฉันมองเขาด้วยความงงแต่ก็ยอมเดินตามแผ่นหลังของท่านพี่ไปแต่โดยดี
สถานที่ที่ท่านพี่เอลิออทนำมาก็คือเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ดูหรูหราซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับฝั่งทะเลสาบโดยสิ้นเชิง...?
ท่านพี่ จะพาฉันไปที่ไหนกันแน่? ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้และเดินตามไปเงียบๆ ยังไงเป้าหมายหลักของฉันก็คือการเดินออกกำลังกายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็ทางไหนฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก
"หึหึหึ ถึงแล้วล่ะ!" ท่านพี่เอลิออทหยุดยืนอยู่ทางด้านหน้าเรือนกระจกขนาดใหญ่ก่อนจะผายมือทั้งสองข้างออกและทำสีหน้าภูมิใจ
"คะ..?" ในตอนนี้ฉันควรจะปรบมือให้เขาดีไหม? ฉันครุ่นคิด
ในตอนนั้นเอง ท่านพี่เอลิออทวิ่งเข้ามาก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันและยกมือขึ้นป้องปากตัวเอง
"เอาล่ะนะริริน ไม่ว่าสิ่งที่เธอเห็นต่อจากนี้จะเป็อะไรก็ตาม เธอต้องเหยียบมันให้มิดเลยนะ หึหึ" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยอย่างมีเลศนัย
"ค่ะ...?" ฉันตอบรับไปอย่างงงๆ
ท่านพี่เอลิออทเผยรอยยิ้มก่อนจะจับข้อมือฉันแล้วเดินนำเข้าเรือนกระจก
"จะไปไหนกันขอรับ เ้าชายเอลิออท เ้าหญิงริริน" ทหารยามที่เดินผ่านมาคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"แว้ก!!"
"แว้ก?" เมื่อครู่ท่านพี่เอลิออทอุทานเสียงประหลาดออกมา
"มะ ไม่มีอะไร เราแค่จะพาริรินเดินชมสมุนไพรหายากในเรือนกระจกเฉยๆ จริงๆนะ" เอ่ยจบท่านพี่เอลิออทก็จับข้อมือของฉันแรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างมาให้ฉัน
"หืมมมม...?" ทหารยามจ้องหน้าท่านพี่เอลิออทอย่างหวาดระแวงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ไว้ใจออกมาว่า "ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมขอไปด้วยคงจะมิเป็การเสียมารยาทใช่ไหมครับ เ้า-ชาย-เอ-ลิ-ออท"
"อะ เอ่อ คือว่า ริ..ริน ใช่แล้ว เราอยากเดินชมกับริรินสองต่อสอง ใช่ไหม ริริน" ท่านพี่เอลิออทมองมาทางฉันด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
"เ้าหญิงริรินพึ่งหายจากอาการป่วย เพื่อความปลอดภัยกระหม่อมจะตามไปอารักขาได้ใช่ไหมขอรับ?" ทหารยามเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจก่อนจะมองมาทางฉัน
เมื่อฉันหันกลับไปมองท่านพี่เอลิออท เขาหน้าซีดลงในทันที ราวกับไก่ที่กำลังจะถูกเชือดอย่างไรอย่างนั้น สารรูปแบบนี้ชวนให้ตลกจริงๆ แต่ว่าอดที่จะลองแกล้งเสียหน่อยไม่ได้แล้ว!
"ฮิฮิ ได้สิคะ แต่อย่างน้อยช่วยเว้นระยะห่างสักห้าวาได้ไหมคะ? ฉัน้าความเป็ส่วนตัวค่ะ" ฉันเอ่ยก่อนจะหันไปยิ้มให้ทหารยามคนนั้น
"รับทราบขอรับ กระหม่อมมีนามว่าอัสลัน เป็เกียรติที่ได้พบนะขอรับเ้าหญิงริริน ถ้าอย่างนั้นพว..."
ครืน ปัง แกร่ก
ไม่ทันที่ทหารยามจะเอ่ยจบ ท่านพี่รีบดึงแขนของฉันเข้าไปในเรือนกระจกก่อนจะลงกลอนเอาไว้และพาฉันวิ่งไปทางตู้ไม้ที่ใช้เก็บอุปกรณ์ทำสวน
"ท่านพี่เอลิออท...?"
"ไม่เป็ไร ที่นี่มีกฏว่าห้ามทำลายข้าวของ ถ้าหากฝืนดึงประตูเรือนกระจกล่ะก็ จะต้องโดนปรับแน่นอน แต่ก็นะ อีกฝ่ายเป็ถึงอัสลัน ในเวลาไม่ถึงห้านาทีถ้าเรายังไม่รีบออกล่ะก็เขาต้องเข้ามาได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นตามมาก่อนนะ!" ท่านพี่เอลิออทพูดไปด้วยวิ่งไปด้วย น้ำเสียงเหนื่อยหอบราวกับจะหายใจไม่ทันแต่ก็ไม่หยุดวิ่ง
เมื่อพวกเรามาถึงตู้ไม้ที่เป็อุปกรณ์ทำสวน ท่านพี่เอลิออทรีบผลักกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่้า ก่อนที่จะเกิดเสียงกลไกบางอย่างขึ้น
"เ้าชายเอลิออท ออกมาเถอะครับ!" คุณอัสลันเอ่ยขึ้น ดูเหมือนว่าเสียงจะอยู่ไม่ไกลมากนัก
"ทางนี้ริริน!" ท่านพี่เอลิออทจับมือของฉันก่อนที่พวกเราจะตกลงมาที่ผนังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็ทางเดินลับ
ในตอนนี้เอง ท่านพี่เอลิออทใส่เกียร์หมาพาฉันวิ่งออกมาอย่างสุดแรงจนกระทั่งพวกเราสามารถเห็นแสงสว่าง