เรือนหลังสุดของจวนแม่ทัพ
“ฮือ…”อิงฮวาลืมตาตื่นขึ้น กลิ่นสุราคลุ้งไปทั่วบริเวณหญิงสาวจึงยกแขนข้างขวาขึ้นมาปิดจมูกของตนเองเพื่อเลี่ยงกลิ่นเหม็นเปรี้ยวนั้นแต่ก็เหมือนยิ่งย้ำเตือน
“อุแหวะ!”สตรีในร่างบุรุษพุ่งศีรษะไปที่เตียงอีกฟากแล้วอ้วกแตกออกมา ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่บ่าวรับใช้คนหนึ่งเปิดประตูเรือนเข้ามาพร้อมกับถืออ่างล้างหน้าอยู่ในมือ
“คุณหนู!”ดรุณีน้อยนางนั้นรีบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็เ้านายทันทีด้วยความใแต่ก็ทนกลิ่นเหม็นเปรี้ยวนั้นไม่ไหว
“มี่เอ่อ เ้ารีบไปต้มน้ำแกงแก้เมาและไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบด้วย”อิงฮวาสั่งเด็กรับใช้เป็ชุดโดยไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง
“เ้าค่ะคุณหนู”มี่เอ่อรีบออกไปจัดการตามคำสั่ง และไม่ลืมที่จะเรียกบ่าวรับใช้คนอื่นให้มาถูพื้นทำความสะอาดกองเหม็นคลุ้งนั้นด้วย
อิงฮวานั่งใช้มือทั้งสองนวดขมับของตนด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ผมเผ้ายุ่งเหยิงและชุดบุรุษที่ยังไม่ถูกเปลี่ยน อยู่ ๆเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าเรือน
“คุณหนูสี่ตื่นหรือยัง”เสียงเข้มทรงอำนาจพูดขึ้น แต่ทำให้คนในเรือนที่ได้ยินลืมตาตื่นขึ้นอย่างทันควัน
“ทะ ท่านพ่อ!เหตุใดถึงกลับมาไวนัก ไหนเฉาหยุนบอกข้าว่าบิดาจะไปนอกเมือง”อิงฮวาพูดพึมพำกับตนเอง และยังไม่ทันที่นางจะลุกออกจากเตียงเ้าของจวนก็ยืนอยู่ตรงหน้านางเสียแล้ว
“อิงอิง นี่ลูกไปดื่มสุรามาอีกแล้วหรือลืมที่เคยรับปากพ่อไปแล้วหรืออย่างไร”แม่ทัพใหญ่พูดเสียงดุจนคนที่ถูกตำหนิต้องรีบนั่งคุกเข่าบนเตียงและก้มหน้าลงมองมือตนเอง
“ลูก…”หญิงสาวไร้ข้อโต้แย้ง ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่เมืองนี้นางเคยให้สัญญากับบิดาไว้ว่าจะปรับปรุงตัวให้เป็กุลสตรีที่อยู่ในห้องหอแต่สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตนเอง
“ลูกผิดคำสัญญาถ้าเช่นนั้นก็ห้ามออกจากจวนเป็เวลาสิบวัน”จิ้นเค่อพูดเพียงเท่านั้นก็หันหลังก้าวขาออกจากเรือนของลูกสาวคนเล็กไปแต่ก่อนจะจากไปทำธุระที่หัวเมืองทางใต้ เขาก็กำชับนางไว้ว่า
“ต่อจากนี้ไป เ้ามีหน้าที่คอยปรนนิบัติรับใช้จวิ้นอ๋องแทนพ่อเป็เวลาสองเดือน”ชายสูงวัยกล่าวจบก็ก้าวเดินจากไปทันทีโดยไม่อธิบายให้ผู้เป็บุตรีเข้าใจ
“อะไรนะเ้าคะเหตุใดลูกถึงต้องไปปรนนิบัติจวิ้นอ๋องด้วย นี่คือบทลงโทษหรือ”คุณหนูสี่เกิดความไม่พอใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าบุรุษเ้าเล่ห์ผู้นั้นทำให้นางต้องถูกลงโทษเช่นนี้
ครู่ต่อมาจวิ้นอ๋องเดินทางมาถึงจวนแม่ทัพ โดยมีจิ้นสี่คอยให้การต้อนรับและดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“ท่านแม่ทัพคงบอกท่านแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าอยากจะมาเรียนกลศึกกับท่านเป็พิเศษ”เหวินฟู่เข้าประเด็น เพราะก่อนหน้านี้ บุรุษเดินทางไปที่ราชวังมา และได้เจอเข้ากับแม่ทัพเหว่ยระหว่างทางพอดี
“บิดาได้บอกกระหม่อมแล้วเป็พระมหากรุณาอย่างยิ่งที่ได้รับใช้องค์ชายเก้าพ่ะย่ะค่ะ”รองแม่ทัพเหว่ยกล่าวอย่างนอบน้อม
“มี่เอ่อ เ้าไปตามคุณหนูสี่มาเร็วเข้าแล้วก็เอาของว่างมาต้อนรับองค์ชายด้วย” จิ้นสี่กระซิบบอกบ่าวรับใช้และหันหน้าไปชวนองค์ชายเก้าคุยเื่สัพเพเหระทั่ว ๆ ไป
เรือนด้านหลัง
“เ้าไปบอกพี่ใหญ่ว่าข้าไม่สบายไม่สามารถออกไปพบผู้ใดได้ในวันนี้” อิงฮวาสั่งมี่เอ่อที่เดินมารายงานและบ่าวรับใช้ก็ได้แต่ทำสีหน้าลำบากใจ เมื่อไม่มีผู้ใดรบกวนหญิงสาวจึงนั่งหวีผมต่อแล้วมองเข้าไปในคันฉ่องด้วยสีหน้าที่อมยิ้มราวกับกำลังสนุกสนานที่ได้กลั่นแกล้งพี่ชายของตนเอง
มี่เอ่อเดินยกถาดขนมเข้ามาในเรือนรับรองเมื่อวางจานขนมเสร็จก็รีบเดินเข้าไปกระซิบบอกนายน้อยทันทีจวิ้นอ๋องที่สังเกตเห็นรองแม่ทัพเหว่ยมีสีหน้าแสดงออกว่ากำลังโกรธ คิ้วของเขาขมวดขึ้น“คุณหนูสี่ไม่อยากพบข้าใช่หรือไม่” เหวินฟู่กล่าวขึ้นหยั่งเชิงจนชายที่ถูกตั้งคำถามรีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีจากไม่พอใจกลายเป็ซีดเผือด
“ไม่ใช่เช่นนั้นนะพ่ะย่ะค่ะอิงอิงร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เมื่อวานพอได้จิบสุราที่มีฤทธิ์แรงมากเกินไปในวันนี้จึงลุกไม่ขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพเหว่ยโป้ปด แล้วด้วยความที่เป็คนโกหกไม่เก่งจึงแสดงพิรุธทำให้จวิ้นอ๋องจับสังเกตได้
“คุณหนูสี่ไม่สบายหรือเช่นนั้นเ้านำทางไปได้หรือไม่ ข้าอยากไปเยี่ยมนางเสียหน่อย”องค์ชายเก้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนคุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพต้องรีบลุกขึ้นตามแล้วพยักหน้าให้มี่เอ่อรีบไปแจ้งทางฝั่งนั้นทันที
“จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะสภาพน้องสี่ตอนเมานั้นไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่” จิ้นสี่พูดพึมพำจวิ้นอ๋องทำเพียงยกยิ้มขึ้นเพียงนิดเมื่อนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาที่แฝงความดื้อดึงคู่นั้นพร้อมกับก้าวเท้าเดินออกจากห้องรับรองไป และในระหว่างทางเดินก็แอบสำรวจจวนแม่ทัพที่มีบรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์จนสายตาคมไปสะดุดกับร่างของสตรีนางหนึ่งที่กำลังก้มเก็บดอกไม้อยู่ห่างออกไปเพียงสามจั้ง
“…” องค์ชายเก้าหยุดเดิน จึงเป็ผลให้รองแม่ทัพเหว่ยต้องหยุดเดินตาม
“คะ คุณหนู…” มี่เอ่อที่ล่วงหน้ามาก่อนได้แต่พยายามร้องเรียกผู้เป็นายที่หน้าเรือนแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับมา
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นเป็เวลาครึ่งก้านธูปหลังจากที่คุณหนูสี่ชำระล้างเอาความสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกายเสร็จนางก็แต่งกายใหม่ด้วยชุดสตรีที่ดูอ่อนหวานงดงาม แล้วก็หยิบตะกร้าออกไปเก็บดอกไม้ที่หน้าเรือนของตนเองด้วยความผ่อนคลายสบายใจเมื่อกลับมาที่ปัจจุบันสายตาคมของบุรุษจดจ้องแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกยินดี‘คุณหนูสี่มีนิสัยเอาแต่ใจอย่างที่รองแม่ทัพเคยบอกไว้จริง ๆ นางไม่อยากพบหน้าข้าหรือ…ดูท่าคงยากแล้วหากอ๋องเช่นข้าหมายตาสตรีนางใดไว้ สตรีนางนั้นก็ไม่มีทางที่จะหนีพ้น’จวิ้นอ๋องครุ่นคิดในใจจนจิ้นสี่ที่แอบลอบมองอยู่ได้แต่ยืนขาสั่นเล็กน้อยที่น้องสาวคนเล็กหาเื่มาให้เขาต้องรับผิดชอบ
“หลอกลวงเบื้องสูงมีโทษสถานใดเ้ารู้หรือไม่คุณหนูสี่” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้แผ่นหลังของสตรีจึงเป็ผลทำให้คนที่มัวแต่เพลิดเพลินกับความงดงามของดอกไม้นั้นเกิดอาการใเพราะคิดไม่ถึงว่าองค์ชายเก้าจะเสด็จมาที่ด้านหลังจวนเสนาบดี
“ท่านอ๋องเพคะ”ร่างบางรีบหันหน้ากลับมา แต่ด้วยความรวดเร็วนั้นจึงทำให้ใบหน้างดงามชนเข้ากับหน้าอกแข็งแกร่งของบุรุษกลิ่นหอมสดชื่นนั้นซึมซับเข้าโสตประสาท ความคุ้นเคยหวนกลับมาเหตุการณ์เลือนรางที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน‘ข้าก็นึกว่าผู้ใดกัน จวิ้นอ๋องหน้าตายนี่เอง!’อิงฮวาใช้ฝ่ามือตีที่แก้มของบุรุษจนเขาต้องขมวดคิ้วเข้มขึ้น
จิ้นสี่เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยจะรีบเข้าไปขัดขวางแต่ก็ถูกก้อนหินปริศนาปามาตัดหน้าเขาไว้ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาจวิ้นอ๋องและน้องสาวของตนเองชายหนุ่มรีบมองไปยังทิศทางที่ก้อนหินถูกปามาในทันที แล้วก็เห็นว่าบิดายืนมองอยู่บนหลังคาเรือนห่างออกไปไม่ไกลนัก“อย่ารบกวนองค์ชายและน้องของเ้า” จิ้นเค่อพูดเพียงเท่านั้น แต่จิ้นสี่ที่มีความสามารถในการอ่านปากของบิดาจึงเข้าใจความหมายนั้นทันทีเลยยกมือไล่บ่าวรับใช้ทุกคนให้ออกไปจากบริเวณนี้ รวมทั้งตนเองที่หลีกเร้นออกมาโดยไม่ขัดจังหวะของทั้งสองหนุ่มสาวนั้น