เมื่อออกมาจากบ้านของช่างรับทำบ้านเรียบร้อยแล้วนั้น ซ่งเวยหลงก็เอ่ยถามในสิ่งที่เขาสงสัยในทันที เดิมทีจะถามั้แ่ที่อยู่ข้างในนั้นก็ได้ เพียงแต่ชายหนุ่มเองก็ยังคงให้เกียรติหญิงสาว เกรงว่าหากถามออกไปแล้วจะดูเป็การดูถูกนาง
“เ้าอ่านตัวหนังสือพวกนั้นออกด้วยหรือ” ซ่งเวยหลงเอ่ยขึ้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะอ่านออกทุกตัวอักษร ชายบ้านป่าเช่นเขาไม่มีความจำเป็อันใดที่จะต้องร่ำเรียน เพียงแค่เอาตัวรอดในป่าใหญ่ผืนนี้ก็เพียงพอแล้ว
“อะ เอ่อ ข้าก็แค่แกล้งอ่านไปอย่างนั้นเองแหละเ้าค่ะ เคยร่ำเรียนที่ไหนกัน หมู่บ้านเรามีใครได้เรียนหนังสือบ้างล่ะเ้าคะ?” เซี่ยซูมีพูดขึ้น สามีหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย คิดเอาไว้แล้วว่านางต้องอ่านไม่ออก ดีที่ไม่ได้ถามต่อหน้าคนหมู่มาก
“อืม อ่านไม่ออกก็ไม่เห็นแปลก น้อยคนนักที่จะอ่านหนังสือออก ส่วนมากแล้วก็มีแต่ขุนนางทั้งหลายเท่านั้น เ้าไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไป พี่เองก็ไม่ต่างจากเ้าสักเท่าไหร่ หมดธุระแล้วอยากจะไปเดินเล่นในตลาดหรือไม่” ซ่งเวยหลงเอ่ยถามขึ้น อยากจะพานางไปเดินเพื่อให้ลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“เราไปดูเกวียนกันเถอะเ้าค่ะ ข้าคิดว่าต่อไปพวกเราอาจจะต้องเข้าเมืองบ่อยขึ้น” เซี่ยซูมี่ไม่เพียงแต่ไม่สลด ยังสดใสร่างเริงเมื่อคิดว่าจะมีเกวียนเป็ของตัวเอง อีกทั้งจะได้ไม่ต้องเดินเท้าเข้ามาในเมืองอีกด้วย
“เราไม่ได้ทำการค้าบ่อยๆ พี่ว่าเรายังไม่จำเป็ต้องมีของสิ้นเปลืองพวกนี้หรอก” ซ่งเวยหลงส่ายหน้า นานๆครั้งตนจะเข้ามาในเมือง เพราะใช่ว่าจะสามารถล่าสัตว์ใหญ่ได้ทุกวัน ในวันธรรมดาก็จะเอาไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มักจะมารับซื้อถึงหมู่บ้าน
“ภายภาคหน้าท่านได้เข้ามาบ่อยแน่เ้าค่ะ เพราะข้าจะพาท่านทำการค้า” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น รอให้บ้านเสร็จเรียบร้อยก่อนเถอะจะทำให้คนในหมู่บ้านอิจฉาที่ได้สามีเป็พรานป่า แม้ว่าในเวลานี้จะมีหญิงงามไม่น้อยที่มองสามีในนามตาละห้อย บ้างก็ทอดสายตามอบให้ บ้างก็เอียงอายจนตัวม้วน แต่พ่อหนุ่มพรานป่าหาได้สนใจไม่ ยังคงมองทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาที่ดูอย่างไรก็ไม่รู้สึกเบื่อ
“อืม ตามใจเ้า” ซ่งเวยหลงไม่ขัดภรรยา เดินนำเพื่อไปยังโรงขายสัตว์ ในนี้มีทั้งม้า วัว และลา แล้วแต่จะเลือกว่าอยากได้สัตว์ประเภทไหน
เมื่อมาถึงโรงขายสัตว์เซี่ยซูมี่ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะมีสัตว์หลายชนิดให้ได้เลือก นอกจากนั้นยังแบ่งเป็หลากหลายราคาอีกด้วย ตนและสามีแต่งตัวค่อนข้างดูดี อีกทั้งยังหน้าตาดีทั้งคู่จึงได้รับการต้อนรับดีตามไปด้วย
“สวัสดีครับนายท่าน ไม่ทราบว่ากำลังมองหาสัตว์ประเภทไหนอยู่หรือขอรับ” เมื่อเข้ามาภายในโรงขายสัตว์ก็มีเด็กที่รับผิดชอบออกมาต้อนรับ
“วัว” ซ่งเวยหลงพูด
“ขอรับนายท่าน ถ้าเช่นนั้นรบกวนนายท่านทางนี้” คนขายผายมือให้เดินไปตามทางที่เขาบอก สองสามีภรรยาเดินตามอย่างว่าง่าย พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบๆ
เซี่ยซูมี่ยกหน้าที่เลือกสัตว์ให้กับสามี เพราะตนไม่รู้จริงๆว่าจะต้องเลือกสัตว์ชนิดใด และคุณสมบัติเช่นไรถึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน เพียงแต่บอกสามีไปว่า้าให้มาช่วยลากของที่จะต้องนำไปขาย อยากได้ตัวที่แข็งแรง เพราะหากเจ็บป่วยไปคงรักษากันลำบาก
ซ่งเวยหลงกวาดสายตามองวัวในคอกทีละตัว แต่ละตัวมีลักษณะที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งที่ภรรยา้าคือสัตว์ที่แข็งแรง ใช้แรงงานลากของได้ดี ตนจึงมองหาวัวที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่คล่องแคล่ว เดินเหินสะดวก แต่ต้องไม่พยศมากจนเกินไป หากเป็เช่นนั้นคงลำบาก เมื่อกวาดสายตาออกไปจึงเห็นวัวสีขาวสะอาดตาคู่หนึ่ง พวกมันดูโดดเด่นกว่าทุกตัวที่อยู่ในคอก รูปร่างสูงใหญ่ น่าจะเหมาะกับการใช้งาน
“ข้าเลือกคู่นี้” ซ่งเวยหลงชี้ไปที่วัวทั้งสองตัว
“วัว 2 ตัวนี้เป็วัวชั้นดี อายุเพียง 2 ปีเท่านั้นขอรับ แต่ราคาอาจจะสูงกว่าทั้งหมดที่มีแล้วขอรับ” คนขายยิ้มดีใจ นานๆทีจะมีคนถามซื้อวัวสองตัวนี้ ด้วยลักษณะของมันคล้ายม้ามากกว่าวัวจึงเป็ที่สนใจ แต่ไม่มีใครสู้ราคาได้สักคนเนื่องจากว่าเถ้าแก่ตั้งราคาสูงเกินไป นอกจากนั้นแล้วยังดูแลพวกมันเป็อย่างดี
“ราคาเท่าไหร่หรือเ้าคะ” เซี่ยซูมี่เองก็ชอบวัวคู่นั้น และคิดว่าราคามันน่าจะสูง แต่หากพูดถึงการใช้งานก็น่าจะคุ้มที่จะลงทุน อีกทั้งยังเป็คู่ตัวผู้ตัวเมียอีกด้วยจึงน่าสนใจยิ่งนัก
“80 ตำลึงขอรับ” เด็กขายคนนั้นบอก
“พี่ชาย…ท่านต้องล้อข้าเล่นเป็แน่เลยเ้าค่ะ ราคานี้ข้าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็สามารถซื้อม้าได้แล้วนะเ้าคะ” เซี่ยซูมี่ใเมื่อได้ยินราคา ไม่คิดว่าราคานี้เท่าเทียบเท่ากับการสร้างบ้าน 1 หลัง ราคาเกือบจะเท่าเสือที่เอามาขายเชียวนะ
“แม่นางข้าแจ้งท่านไปแล้วว่าวัวคู่นี้เป็วัวชั้นดี ” คนขายเองก็ทำหน้าลำบากใจที่จะบอกราคา แม้กระทั่งคนที่เป็คนขายยังรู้สึกว่าราคาแพงเกินไป แต่เขาเป็เพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น เ้านายบอกอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้น
“มีเื่อะไรหรือ” เถ้าแก่เ้าของโรงขายสัตว์เดินมาสอบถาม
“นายท่านทั้งสองนี้อยากจะได้วัวคู่นั้นขอรับ แต่บอกว่าราคาสูงเกินไป” คนขายรายงานเื่ที่เกิดขึ้น พยายามพูดไม่ให้ตัวเองผิด เพราะหากเถ้าแก่รู้ว่าเป็เพราะตนเองพูดจาไม่ดีกับลูกค้าอาจจะถูกลงโทษได้
“ต้องขออภัยนายท่านทั้งสองลูกน้องข้าบริการพวกท่านไม่ดี ทำให้นายท่านไม่พอใจข้าจะสั่งสอนหลังบ้านเองขอรับ” เถ้าแก่พูดขึ้น
“ช้าก่อนเ้าค่ะ พี่ชายท่านนี้พูดจาดี อีกทั้งยังแนะนำข้าและสามีดีมากเ้าค่ะ แต่ข้าแค่รู้สึกว่าราคาที่ท่านตั้งเอาไว้นั้นสูงเกินไปเท่านั้น” เซี่ยซูมี่สังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนขายจึงรู้สึกสงสาร อีกทั้งมันก็ไม่ได้เป็ความผิดของเขามีหน้าที่ขายและบอกราคาก็พูดไป แต่คนที่ตั้งราคาต่างหากที่ตั้งขายเกินจริง
“แม่นางคงเข้าใจอะไรผิด วัวคู่นี้เป็วัวชั้นดี ข้าเองก็ดูแลพวกมันอย่างดีหากจะให้ขายราคาเดียวกับตัวอื่นๆเห็นทีว่าจะทำไม่ได้” เถ้าแก่เ้าของโรงขายสัตว์พูดขึ้น เพราะเขาคาดหวังว่าจะขายวัวคู่นี้ได้ราคาดีจึงตั้งราคาสูงลิ่ว
“แต่ข้ากลับมองว่ามันแปลกกว่าตัวอื่นๆต่างหาก หาได้พิเศษดังเช่นท่านพูดไม่ เพียงแค่มันมีสีขาวท่านก็คิดว่ามันพิเศษแล้วหรือ ลงทุนกับมันเท่าไหร่แล้วล่ะเ้าคะ ลงทุนไปมากเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถเป็ม้าให้กับท่านได้หรอกเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดจางงๆชวนให้ทุกคนสงสัย แม้กระทั่งซ่งเวยหลงเองยังขมวดคิ้ว
“แม่นาง….ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ? วัวจะกลายเป็ม้าได้อย่างไรกัน” เถ้าแก่หัวเราะให้กับคำพูดของเซี่ยซูมี่
“นั่นน่ะสิเ้าคะ วัวจะกลายเป็ม้าได้อย่างไร แต่ราคาวัวที่ท่านขายสูงกว่าลูกม้าบางตัวเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆที่มันก็ทำได้เพียงลากเกวียนเทียมหรือไม่ก็ไถนาเพียงเท่านั้น วิ่งเร็วเทียบเท่าม้าหรือก็หาไม่ เช่นนี้แล้วท่านจะให้ข้าทำใจจ่ายเงินราคา 80 ตำลึงได้อย่างไร ” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น
“ข้า” เถ้าแก่คิดตาม
“ท่านมัวแต่โทษลูกน้องที่เสนอขายไม่ได้ ข้ามั่นใจว่าใครๆที่เข้ามาย่อมสนใจวัวคู่นั้นก่อนตัวอื่นๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงได้ซื้อตัวอื่นไปแทน ทั้งๆที่น่าจะเป็วัวคู่นั้น นั่นเป็เพราะราคาของพวกมันสูงเกินความเป็จริง สวยแปลกเพียงอย่างเดียวเอาไปทำอะไรได้ล่ะ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องลากเทียมเกวียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อีกอย่างคือท่านเสียเวลาเลี้ยงพวกมันมาตั้ง 2 ปี ไม่เสียดายบ้างหรือเ้าคะ ในขณะที่วัวตัวอื่นๆเลี้ยงเพียงให้หญ้าเท่านั้น แต่กลับขายออกได้อย่างง่ายดาย แล้วจะทนแบกภาระของพวกมันไปเพื่อเหตุใดกัน” เซี่ยซูมี่พูดด้วยท่าทีสบายๆ หากจะเทียบฝีปากของนักธุรกิจที่เจรจาระดับประเทศแล้ว คงต้องบอกว่าเถ้าแก่ผู้นี้ยังคงห่างชั้นกันมาก
เถ้าแก่ได้แต่คิดตามที่แม่นางคนนี้พูด ที่นางพูดออกมาทั้งหมดคือเื่จริง ตนเสียเวลาเลี้ยงดูพวกมันอย่างดี หมดเงินไปตั้งเท่าไหร่แต่กลับยังขายไม่ได้ เป็ตัวอื่นๆเสียอีกที่กินหญ้าไม่ทันหมดกระสอบก็ขายออกได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว ที่ผ่านมาตนทนหลับหูหลับแบกภาระนี้มาได้อย่างไรกัน
“ที่แม่นางพูดก็มีส่วนถูก ถ้าเช่นนั้นแม่นางรอข้าสักครู่ ข้าจะไปคิดราคาให้ท่านใหม่” เถ้าแก่เคลิ้มตามคำพูดของเซี่ยซูมี่ คิดว่าต้องขายวัวไร้ประโยชน์สองตัวนี้ออกไปให้เร็วที่สุด จะไม่ยอมให้พวกมันมาเป็ภาระอีก
รอเพียงไม่นานเถ้าแก่เ้าของร้านก็วิ่งมาหาเซี่ยซูมี่และสามีที่นั่งรออยู่ไม่ไกล หลังจากที่คำนวณทุกอย่างแล้วจึงรู้ว่าตนตั้งราคาสูงเกินจริงไปมาก มิน่าเล่าถึงไม่มีผู้ใดซื้อ
“มาแล้วๆ ข้ามาแล้ว” เถ้าแก่พูดขึ้น
“เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ทำเพียงก้มหัวให้เท่านั้น
“หากแม่นางยังสนใจวัวไร้ประโยชน์นี้อยู่ ข้ายินดีขายราคาที่ยังไม่เคยขายให้ผู้ใดมาก่อน” เถ้าแก่ร้านพูดจาหว่านล้อม
“เชิญเถ้าแก่เสนอราคามาได้เลยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ผายมือพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เถ้าแก่พูดราคามาได้เต็มที่
“30 ตำลึง ท่านพอใจหรือไม่” เถ้าแก่ร้านเหล่ตาพร้อมทั้งสังเกตกิริยาของสองสามีภรรยา
ทางด้านเซี่ยซูมี่กำลังจะเดินไปดูวัวคู่นั้น ราคานี้ถือว่าพอรับได้ เพราะพวกมันเองก็ถือว่าถูกเลี้ยงมาเป็อย่างดี ไม่ได้ผอมแห้งเหมือนวัวตัวอื่นๆ
“ชะ ช้าก่อนแม่นาง 25 ตำลึง น้อยกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ” เถ้าแก่กลั้นหายใจ รู้สึกปวดใจไม่น้อย เดิมทีคิดว่า 2 ปีที่เลี้ยงมาได้กำไรมา 5 ตำลึงก็ปวดใจมากพออยู่แล้ว หากมากกว่านี้คงเข้าเนื้อตนเป็แน่
“ตกลงเ้าค่ะข้าเอาสองตัวนั้น” เซี่ยซูมี่ยกยิ้มมุมปาก พร้อมทั้งควักเงินจ่ายอย่างไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย
ซ่งเวยหลงได้แต่มองหน้าภรรยาตาปริบๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้เพียงครึ่งคำ เดิมทีคิดว่าภรรยาคงซื้อมันในราคา 80 ตำลึงนั่นเป็แน่ เพราะนางอยากจะได้เกวียนมาก แต่แล้วก็ต้องทึ่งอีกรอบเมื่อนางสามารถพูดจาหว่านล้อมจาก 80 ตำลึง เหลือเพียง 25 ตำลึงเท่านั้น ซ้ำยังเป็วัวคู่ผัวเมียอีกต่างหาก เมื่อจ่ายเงินแล้วก็ไปเลือกเทียมเกวียนราคา 3 ตำลึง จะมองว่าแพงก็แพง แต่อาจจะเป็เพราะมีหลังคาบังแดด เซี่ยซูมี่เองก็ไม่ลังเลที่จะจ่าย
ทั้งสองคนเสียเงินให้กับโรงขายสัตว์ไปทั้งหมด 28 ตำลึง นอกจากนั้นยังวางค่ามัดจำในการสร้างบ้านไปอีก 20 ตำลึง เมื่อมีเกวียนแล้วเซี่ยซูมี่ก็ให้สามีพาไปซื้อข้าวสาร รวมทั้งแป้งชนิดต่างๆ ใช้เงินกับของพวกนี้ไปทั้งหมด 2 ตำลึง เมื่อของเต็มเกวียนแล้วทั้งสองคนจึงมุ่งหน้ากลับบ้าน วันแรกก็ใช้งานวัวหนุ่มและวัวสาวหนักเสียแล้ว แต่ต้องบอกว่าวัวทั้งสองตัวที่เลือกมานั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พวกมันถูกดูแลมาอย่างดีทำให้มีกำลังวังชา อีกทั้งยังเชื่องอีกด้วย ใช้เวลาเพียง 2 เค่อก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย
ตลอดสองข้างทางที่เข้ามาภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างมองกันเป็ตาเดียว ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของวัว อีกทั้งยังมีชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลารูปงามที่บังคับเกวียนอยู่ด้วย ไม่มีผู้ใดคุ้นหน้าชายรูปงามนี้สักคน แต่สังเกตได้ว่าเขาบังคับเกวียนไปยังท้ายหมู่บ้าน ที่ซึ่งเป็ที่อยู่ของพรานป่าผู้โหดร้าย หวังว่าพ่อหนุ่มรูปงามคนนั้นจะมีชีวิตรอดกลับมา