ตอนที่ 20 ตะบันหน้ามัน
ตาข้างเดียวนั้นเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เข้าจ้องดวงตาซึ่งเคยสูญเสียไปด้วยความโหยหาก่อหลบตาพลางถอนหายใจ“ไม่ ทำไม่ได้ หากเป็นสมัยก่อนก็ไม่แน่แต่ตัวข้าสูญเสียดวงตานานเกินไป พลังมหาศาลขนาดนั้นใช่ว่าจะเอาคืนมาได้ในไม่กี่ชั่วโมง”“ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเอง”ด้านนอกบนลานที่พวกเชสและเมดิโอเคยปะทะกัน บัดนี้มันกำลังถูกเร่งมือซ่อมแซมจนเกือบจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนนั้นเองเยติตัวหนึ่งแทบจะไถร่างออกจากถ้ำเข้ากระซิที่ข้างหูผู้เฒ่าเยติ“เจ้าว่าอะไรนะ” “มั่นใจใช่ไหมว่านายสามารถออกจากกรงนี้ไปร่วมประลองได้น่ะ”เชสถามเมดิโอเพื่อความมั่นใจ หลังจากที่คุยตกลงกันเยติสองธาตุได้บอกความประสงค์กับหน่วยรักษาความปลอดภัยที่คุมคุกแห่งนี้“กฏนี้มีมาตั้งแต่บรรพกาลและไม่ถูกเปลี่ยนมาหลายพันปี ตราบใดที่ข้าประสงค์จะเข้าร่วมประลองในคืนศักดิ์สิทธิ์แม้แต่ท่านผู้เฒ่าก็ขวางข้าไม่ได้”เชสพยักหน้ารับ เขาถามกฏการประลองคร่าวๆจากเมดิโอ อดีตหัวหน้าเผ่านั้นจะเลือกนักรบ1คนเพื่อเป็นว่าที่ผู้นำเผ่าคนต่อไป หากไม่มีใครท้าสู้หรือคัดค้านตำแหน่งจะตกกับเยติตนนั้นทันที ทว่าหากมีผู้ท้าชิงว่าที่ผู้นำไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการประลอง และหากพ่ายแพ้ตำแหน่งว่าที่ผู้นำจะเปลี่ยนคนทันทีทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหลือเพียงคนเดียว นอกจากนั้นเชสยังได้รู้ว่า เมื่อนานมาแล้วในอาบิสมีผู้นำเยติตนหนึ่งสมัยเป็นว่าที่ผู้นำเขายืนหยัดต่อสู้กับผู้ท้าชิงทั้ง9999ตนและชนะโดยไร้บาดแผลได้ยินดังนั้นอดไม่ได้ที่ทุกคนจะรู้สึกขนลุก เยติตนนั้นต้องแกร่งขนาดไหนกันถึงทำได้ขนาดนั้น แม้เผ่าพันธุ์เยติจะอยู่ในส่วนล่างของระดับกลางแต่9999ตนนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยเขารีบสบัดหัวไล่ความคิดนั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่เข้ามาใกล้“เมดิโอ...เจ้าคิดจะท้าประลองในคืนบูชาเทพเช่นนั้นรึ”น้ำเสียงทรงอำนาจและกดดันร้องถามทันทีที่มาถึงหน้ากรงขัง ไม่ได้มีเพียงผู้เฒ่าเยติเท่านั้นแม้แต่ฟัวร์เตว่าที่ผู้นำรุ่นต่อไปยังมาด้วย“ถูกต้องแล้วท่านผู้เฒ่า ข้าต้องการท้าสู้กับฟัวร์เตเพื่อชิงตำแหน่งในค่ำคืนนี้”เมดิโอลุกขึ้นเกาะลูกกรงขึ้นมองหน้าว่าที่ผู้นำเผ่าพันธุ์เยติแห่งโลกมนุษย์ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวเยติสีเงินยื่นหน้าจ้องกลับเข้าไปพร้อมแยกเขี้ยวใส่“ตามกฏแล้วเจ้ามีสิทธิ์ในการท้าประลอง เจ้าจะได้รับการปล่อยตัวเพื่อเตรียมตัวประลองคืนนี้เป็นคู่ที่3...”เยติชราแจงรายละเอียดแต่ไม่ทันจะพูดจบเมดิโอกลับกล่าวแทรก“ข้าทราบแล้วแต่ข้ามีปัญหานิดหน่อย”ผู้เฒ่าขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทันใดนั้นเมดิโอยกแขนซ้ายที่บาดเจ็บขึ้นมาให้ทุกคนเห็น“ข้าบาดเจ็บหนักและสูญเสียดวงตาซ้าย ข้าไม่อาจต่อสู้ได้เต็มที่ฉะนั้นข้าร้องขอผู้ช่วย”ไม่มีใครคิดว่าเยติร่างเล็กสองสีจะกล่าวเช่นนั้นแม้แต่ผู้เฒ่าและฟัวร์เตยังไม่คิดจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน และปฏิกิริยาแรกหลังได้สติคือเสียงด่าทอจากเยติหลายตนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้ยินคำพูดนั้น“เจ้าบ้าไปแล้วเมดิโอ การประลองเป็นแบบตัวต่อตัวไม่มีผู้ช่วยอะไรทั้งนั้น...”พวกเขานึกว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องน่าตกใจที่สุดของวันทว่าหาใช่ไม่“ข้าปรารถนาผู้ช่วยและผู้ช่วยของข้าคือ...เขา”เมดิโอเมินต่อเสียงก่นด่าสาปแช่ง นิ่วชี้ไปยังกรงฟังตรงข้าม ณ จุดที่เด็กหนุ่มจอมเวทผมดำยืนฉีกยิ้ม เส้นเลือดปูดโปนปรากฏบนใบหน้าของผู้เฒ่าเยติเตรียมจะตวาดใส่ผู้ซึ่งกล้ากล่าววาจาไร้สาระแต่คนผู้หนึ่งกลับขัดโดยการชิงพูด“เจ้าตกต่ำจนขนาดยืมมือมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยแล้วหรือ เมดิโอ”“ฟัวร์เต”ร่างในกรงขานชื่อนั้นด้วยเสียงต่ำ ทั้งสองสบตากันไม่กระพริบ“เสียแรงจริงๆที่ข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นคู่ปรับ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่มียางอาย”“ก่อนข้าจะเสียตาไปเจ้าเคยยำเกรงในตัวข้า เกรงกลัวข้า บัดนี้ข้าในสภาพบาดเจ็บร่วมกับมนุษย์ตัวจ้อยนั่นต้องการท้าสู้กับเจ้าฟัวร์เต ข้าขอถาม...เจ้ากล้ารับคำท้านี้ไหม!!!”“ข้ารับ!!!”สองเสียงตวาดลั่นคลื่นเสียงประสานกันจนภูเขาทั้งลูกโยกคลอนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงคำรามได้ยินไปจนถึงในเมือง เหล่าสรรพสัตว์รับรู้ถึงความโกรธนี้พากันวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เกิดหิมะถล่มลงมากองที่ตีนเขาปิดทางเข้าดันเจี้ยนไปโดยปริยาย นับเป็นการประเดิมการประลองระหว่างทั้งคู่ที่ไม่อาจระบุผู้ชนะ...อีกไม่นานจะเหลือเพียงหนึ่งเดียว ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อย เบื้องหน้าภูเขาหิมะกลับมาไร้ซึ่งร้านแพงลอยดั่งเช่นเมื่อครั้งกลางวัน ทว่ายังมีคนบางส่วนพากันช่วยตักหิมะที่ถล่มลงมาเพื่อเตรียมตัวสำรวจดันเจี้ยนในวันพรุ่งนี้โดยไม่รู้เลยว่าภายในกำลังเกิดบางสิ่งตึงเสียงร่างใหญ่พุ่งกระแทกผนังและหล่นลงมานอนแผ่สลบกับพื้นพร้อมเสียงโห่ร้องเชียร์กันอย่างบ้าคลั่ง กลางลานประลองเหลือเหลือเพียงเยติเพศผู้ผู้มีขนสีเงินยืนชูมืออย่างผู้ชนะฟัวร์เตเอาชนะคู่ต่อสู้คนแรกวันค่ำคืนนี้ได้เพียงแค่หมัดเดียวเป็นชัยชนะที่หมดจดและตอกย้ำความสิ้นหวังให้คู่ต่อสู้ภายในโพรงหนึ่ง1เยติ 1มนุษย์กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประลอง เชสมองดูเครื่องแบบที่ได้รับการเย็บอย่างลวกๆจากเอริก้า แม้แต่เขาเองก็ไม่ทราบว่ารุ่นพี่ตัวเล็กจะเอ้ายมาด้วยทำไม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดมือซ้ายกำสิ่งของบางอย่างแน่น ดาบเรียวใบมีดเล็กหลับไหลในปลอกสีเข้ม มือขวาเลื่อนกำเข้าบริเวณด้ามดาบและค่อยๆชักมันออกมา ใบดาบเงินสะท้อนหน้าซีกซ้าย ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดทั้งที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน“คาตะนะ”เชสเปรยชื่อของมันเบาๆก่อนจะตั้งท่ายืนสงบนิ่งอย่างเป็นธรรมชาติทั้งที่เพิ่งเคยจับและไม่มีข้อมูลของมันในความทรงจำของมิเนเรีย‘เหวี่ยงมันออกไปสิ’“หืม ตะกี้นายว่าอะไรนะ”“ข้าไม่ได้พูดอะไร มนุษย์”“อ่าว งั้นหรอ สงสัยหูจะฝาด...ว่าแต่เป็นไงมั่งล่ะ”เขาหันไปหาผู้ร่วมต่อสู้ในศึกนี้อย่างเมดิโอ กล้ามเป็นมัดๆ ปลอกแขนเหล็กห่อหุ้มมือทั้งสองข้าง แขนซ้ายที่บาดเจ็บอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะลูกอมสีขาวจากเอริก้าแต่เพราะเยติตัวใหญ่กว่ามนุษย์แม้จะใช้ลูกอม2เม็ดก็ไม่ยังไม่ทำให้หายสนิท และอย่างสุดท้ายคือตาสีฟ้าสุกสกาวกลับมาสู่ที่เดิมแล้ว“พลังของข้าเริ่มกลับมาแล้ว แต่ยังไม่พอให้ชนะฟัวร์เต”“หึไม่ต้องห่วง ฉันอยู่ที่นี่เพื่อการนั้น สัญญากันไว้แล้วนี่ ถ้าช่วยให้นายได้ตำแหน่ง นายจะปล่อยพวกเราไป”“ไม่ต้องห่วงข้า ไม่เคยผิดคำพูด”เชสพยักหน้าหลังจากเมดิโอท้าทายฟัวร์เตและอีกฝั่งรับคำท้าแม้แต่ผู้เฒ่าเยติก็ทำอะไรไม่ได้ผลจึงออกมาเช่นนี้ ไม่นานร่างของเยติตนหนึ่งเข้ามาใกล้พวกเขาจากปากถ้ำก่อนจะเอ่ยแจ้งกับพวกเขา“ถึงตาพวกเจ้าแล้ว”เด็กหนุ่มลุกขึ้นช้าๆเตรียมจะเดินไปยังลานประลองทว่าด้านหลังกลับหยุดมันเอาไว้“มนุษย์ เจ้า...ชื่ออะไร”เยติสองแขนเดินเคียงข้างเดินเคียงข้างมนุษย์ตัวเล็ก ผู้ถูกถามเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม“เชส เซอเซส”“งั้นรึ...นามของข้าคือเมดิโอ”“ได้ เมดิโอ เราไปตะบันหน้าเจ้าฟัวร์เตให้ลงไปคุยกับรรากมะม่วงกันเถอะ”“ข้าชอบคำนั้น ไม่ตะบันหน้ามันกัน”สองกำปั้นชนกันก่อนทั้งคู่จะเข้าสู่งโถงกลาง สถานที่ตั้งของลานประลอง