ฝูกว่างเยว่เลื่อนสายตาลงมองแผ่นอกเปลือยเปล่าที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็จังหวะเร็วบ้างช้าบ้างตามการหายใจของผู้เป็เ้าของดวงตาดำขลับเฝ้าวนเวียนอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้น ขณะที่มือก็เริ่มทำหน้าที่ไล่เช็ดั้แ่ใบหน้าคมสันแข็งกระด้างลำคอแกร่ง
ไหปลาร้าสุดเซ็กซี่ สุดท้ายก็อาหารตาของเขา กล้ามหน้าอกแน่นๆ ทั้งแข็งทั้งบึกบึนนี่ไง
ปลายนิ้วชี้เคลื่อนมาหยุดอยู่ตรงอกซ้าย ก้อนเนื้อตรงนี้คือหัวใจสินะชีพจรเต้นดังตุบๆ กระแทกอยู่ใต้นิ้วเขา ระดับไอร้อนในร่างกายยิ่งนานก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอาการคงอยู่ในขั้นที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ห้ามคลาดสายตาโดยเด็ดขาด
คงใช้สมุนไพรขับพิษออกทางเหงื่อสินะคนที่ฝึกยุทธ์ร่างกายจะแข็งแรงกว่าคนปกติทั่วไปถ้ากำจัดพิษออกไปได้หมดก็คงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว
่เวลาสำคัญอย่างนี้จะปล่อยให้แม่ทัพประจำชายแดนเป็อะไรไปไม่ได้เพราะคนเดียวที่จะสั่งให้ทหารนับแสนหมื่นนายเคลื่อนทัพได้ก็มีแต่เขาหากเกิดอะไรขึ้นกับหานเจี้ยจริง ทหารคงเสียขวัญหมดกำลังใจพากันถอยทัพหนีกลับไปยังเมืองหลวงแน่สถานการณ์เรียกได้ว่าเข้าขั้นเลวร้ายสุดๆ ไปเลย
“จะปล่อยให้ตายไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ท่านไปอยู่สุดขอบนรกข้าก็ต้องตามไปกระชากตัวท่านกลับมาให้ได้!ได้ยินไหม เพราะฉะนั้นท่านห้ามตายนะ ชีวิตข้าก็มีแต่ท่านที่จะช่วยคุ้มครองได้ ขืนท่านเป็อะไรไปตอนนี้ข้าก็ซวยแย่น่ะสิโธ่เว้ย! นี่เราทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยรึไง ต้องรอพึ่งแต่ไอ้บ้านี่งั้นเหรอ”
หลังจากโวยวายไปยกใหญ่ เด็กหนุ่มก็พ่นลมหายใจทิ้งแรงๆ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเคยใช้ชีวิตยุ่งยากแบบนี้เสียที่ไหนในแต่ละวันที่ผ่านไปไม่ต้องคิดอะไรมากให้หนักสมอง อยู่แบบเรียบเรื่อยไร้แก่นสาร เที่ยวต่อยตีกับคนอื่นไปทั่วก็แค่เอาสนุกเอามันเท่านั้นเองแต่ที่ต้องมาตายอย่างน่าอนาถก็เพราะถูกลอบทำร้ายเขาไม่เชื่อหรอกว่าถ้าสู้กันตัวต่อตัวผลจะออกมาจะเป็อย่างนี้น่ะ
แต่ตอนนี้เขาจะมาใช้ชีวิตเรื่อยเฉื่อยไม่ได้จะให้วางแผนเอาชีวิตรอดไปแบบวันต่อวันก็ไม่ได้อีกถึงไม่อยากพึ่งพาอีกฝ่ายแต่ตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้ในเวลานี้ก็มีแต่หานเจี้ยยังไงก็คงต้องทำดีกับอีกฝ่ายไปก่อนแหละ หลังจากนั้นค่อยคิดหาทางออกไปจากที่นี่อีกที
ตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป รอให้แข็งแกร่งก่อนเถอะ เขาชิ่งหนีไปจากที่นี่แน่
“ฮวาเอ๋อร์!”
“...!”
เสียงร้องะโที่ดังขึ้นกะทันหันทำเอาคนตกอยู่ในภวังค์ความคิดตัวเองถึงกับสะดุ้งสุดตัวรีบก้มลงมองอีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกคว้ามือไปกุมไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก
ฝูกว่างเยว่นิ่วหน้าเม้มปากแน่นไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนนอกจากจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆสีหน้าเ็ปทรมานแบบนั้นนั่นมันอะไรน่ะ คิดถึงคนรักเก่าขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ใกล้ตายก็ยังไม่เลิกคิดถึงคนอื่นอ๋อ...ลืมไปว่านั่นมันคนรักเก่านี่ ถ้าจะรักกันมากขนาดนั้นทำไมไม่ตามไปแย่งชิงมาซะเลยล่ะอ้อ ลืมไปว่าไม่มีปัญญาแย่งมาก็เลยมาทำร้ายตัวเองและคนอื่น นี่ๆ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วจะอยู่ไปให้ทรมานเพื่ออะไรหรือว่ายังอาลัยอาวรณ์นางอยู่ถึงได้ไม่ยอมตายไปสักทีน่ะฮะ!”
เด็กหนุ่มสะบัดออกอย่างแรงจนมือที่ถูกกุมไว้หลุดออกเป็อิสระดวงตาคมสวยวาววับจ้องเขม็งเปลือกตาหนาที่ยังปิดสนิทอยู่ ทีกับฝูกว่างเยว่เอาแต่รังเกียจนักหนาทีกับฝูไป๋ฮวากลับรักมั่นไม่เคยลืม
มันน่าจะปล่อยให้ตายไปจริงๆ เลยดีไหม รักพี่แต่เกลียดน้องเนี่ยคนอำมหิตเืเย็นแบบนี้ไม่สมควรถูกใครรักทั้งนั้นแหละ
“เชิญตายไปคนเดียวเลยไป ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว!”มือเรียวปาผ้าที่กำอยู่ใส่อกแกร่งเต็มแรงก่อนจะผุดลุกขึ้นเตรียมเดินหนีออกจากกระโจมไปแต่ใครจะคิดว่ายังไม่ทันได้ก้าวไปไหนกลับถูกพละกำลังมหาศาลของคนด้านหลังกระชากตัวกลับไป
ฝูกว่างเยว่ที่ไม่ทันตั้งตัวก็เสียหลักขาไขว้พันกันหันกลับมายังทิศทางเดิมแต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขาไม่สามารถควบคุมสมดุลของร่างกายได้จึงล้มทับลงบนร่างสูงอย่างจังใบหน้าเขากระแทกเข้ากับใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงสุดท้ายริมฝีปากยังตามไปประกบบนริมฝีปากหนาแแ่ไม่เหลือที่ว่างให้อากาศลอดผ่าน
พลันดวงตาสองคู่เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันแต่แววตากลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ฆ่าเขาเถอะ ได้โปรดเอามีดมาฆ่าเขาเดี๋ยวนี้!
ทำไมแววตาของไอ้แม่ทัพหน้าโหดนี่ถึงได้เยือกเย็นเหมือนก้อนน้ำแข็งแถมยังแฝงแววอันตรายคมกริบราวกับดาบเตรียมบั่นคอคนอย่างนี้เล่า
ฝูกว่างเยว่ถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินไร้ชีวิตเมื่ออีกฝ่ายไม่ขยับเขาก็ไม่กล้าเขยื้อนได้แต่กลอกตาไปมาทำอะไรไม่ถูกจะถอยหนีก็ไม่กล้าแต่ให้นิ่งค้างอยู่ในท่านี้ก็ออกจะโหดร้ายเกินไป
ผลักเขาออกเซ่! ผลักเขาออกไปเร็วเข้า!
ในขณะที่เขากำลังคร่ำครวญอยู่นั้นเอง จู่ๆอีกฝ่ายก็เบี่ยงหน้าหลบไปด้านข้างทำเอาหน้าเขากระแทกเข้ากับเตียงอย่างจังเจ็บจนหลุดร้องเสียงหลง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าทั้งน่าสงสารทั้งน่าเวทนาเลย
“โอ๊ย! บ้าเอ๊ย จะหลบทำไมไม่บอก เล่นหันหน้าหลบไปดื้อๆ แบบนี้คนอื่นก็เจ็บหมดน่ะสิ”
ฝูกว่างเยว่โวยวายเสียงดังหลังจากที่งัดหน้าขึ้นมาจากเตียงได้แล้วดวงตาวาววับแดงก่ำคลอด้วยน้ำตาใสถลึงตามองสบกับั์ตาเ็าอย่างลืมตัวกลัวตายกว่าจะรู้ตัวว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปเป็อึมครึม อุณหภูมิลดต่ำลงกะทันหันก็ตอนที่ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบกริบ
เขากะพริบตาปริบๆ ลมหายใจติดขัดขึ้นมาเสียดื้อๆ รู้สึกเหมือนร่างค่อยๆจมลึกลงใต้พื้นหิมะอันหนาวเหน็บ เย็นะเืจนทั้งร่างสั่นสะท้านไม่อาจขยับตัวหนีได้
“ลุกออกไป...” เสียงแหบระโหยโรยแรง ทว่าทรงพลังอำนาจเอ่ยขึ้นแ่เบากระแสเสียงไร้อารมณ์ยิ่งทำเอาเด็กหนุ่มต้องย่นคิ้วซ้ำอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
“เมื่อกี้ท่านพูดว่าอะไรนะ ข้าฟังไม่ได้ยิน...” ทันทีที่หลุดพูดประโยคนั้นออกไปเขาก็แทบอยากกลืนหายไปในอากาศ
ดวงตาคมกริบดุจใบมีดตวัดมองอย่างเชือดเฉือนทั้งแข็งกร้าวและดุดันเจือไว้ด้วยไอสังหารอย่างที่คนปกติถ้าได้เห็นเป็ต้องรีบร้องขอชีวิตแต่ว่าเขากลับตัวแข็งเป็ก้อนหินไปแล้ว!
“ออกไป...”
หานเจี้ยไม่สนใจอาการตื่นกลัวนั้น ยังคงย้ำเสียงหนักออกคำสั่งเฉียบขาดดวงตาคมปลาบดำสนิทไม่เห็นก้นบึ้งมองประสานกับดวงตาคู่งามหยาดเยิ้มส่องประกายวาววับเหมือนแก้วเจียระไนฝูกว่างเยว่ถึงกับสะอึกลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
มีใครเคยบอกหานเจี้ยบ้างหรือเปล่าว่าสายตาแบบนี้มันสามารถฆ่าคนให้ตายได้และตัวเขาก็ถูกสั่นประสาทจนแทบจะช็อกตายได้อยู่แล้ว
“ข้าก็อยากทำเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ข้า...ข้าขยับตัวไม่ได้”ฝูกว่างเยว่บอกด้วยสีหน้าจนใจพลางคลี่ยิ้มจืดเจื่อนอย่างน่าสงสารพยายามบอกถึงสาเหตุที่ยังนอนแหมะทับอยู่บนร่างอีกฝ่ายแต่ไม่รู้ว่าไปกระตุกต่อมโหดของพี่แกตรงไหนเข้า ถึงทำหน้าเหมือนอยากจะฉีกเืฉีกเนื้อเขาแบบนี้
นะ...น่ากลัวเกินไปแล้ว! เขายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลยนะทำไมเฮียแกต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกลืนกินเขาลงไปทั้งตัวแบบนั้นด้วย?!
“ผลัก...ผลักข้าออกไป ข้าขยับแขนขาเองไม่ได้ท่านช่วยผลักข้าออกไปที!”
พอจบคำพูดนั้น เขาก็รู้สึกราวกับโลกพลิกคว่ำพลิกหงายหลายตลบแรงผลักจากฝ่ามือใหญ่ทำให้ร่างเพรียวบางหงายหลังตัวปลิวหลุดไปจากร่างสูงทว่าแรงที่ใช้มากเกินไปทำให้ตัวเขาลอยคว้างอยู่กลางอากาศพอปราศจากสิ่งรองรับความซวยก็บังเกิดในทันใด
“เหวอ...!”
ตุบ!!
ก้นเขากระแทกลงกับพื้นอย่างแรงทำเอาสองหูได้ยินเสียงกระดูกลั่นชัดเจน เจ็บจนเปล่งเสียงร้องไม่ออกเลยทีเดียว!
ความเจ็บที่แผ่ลามขึ้นมาจนถึงกลางสันหลังทำเอาใบหน้าสวยหวานซีดเผือดเรียวปากอิ่มสั่นระริกขบเม้มแน่นด้วยความเจ็บใจ อาจจะเพราะโกรธจัดที่ตัวเองถูกทำร้ายร่างกายกะทันหันหรือถูกเล่นงานจนต้องเจ็บตัวทำให้เด็กหนุ่มเผลอลืมตัวตวาดเสียงดังลั่น ั์ตาฉ่ำวาวเปล่งประกายเจิดจ้าคุกรุ่นจ้องเขม็งคนตรงหน้าด้วยความเดือดดาล
“นี่เ้า!” เขาแค้นใจจนพูดอะไรไม่ออก นึกหาคำด่าไม่ถูกมันแล้ว!
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาโกรธมากจนอยากถลกหนังคน! นิ้วชี้จึงพุ่งตรงไปยังคนตรงหน้าอย่างอาฆาตแค้นคล้ายกับยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่
หานเจี้ย ไอ้คนนิสัยเสีย! เขาอยากจะตะบันหน้าไอ้แม่ทัพจอมเ็าไร้หัวใจนี่แรงๆสักที เล่นผลักกันเข้ามาได้นะ กะจะฆ่าเขาให้ตายเลยใช่ไหม?!
“…”
ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่าย ไม่มีแม้กระทั่งการตอบโต้ด่าทอใดๆทั้งสิ้น
เอ๊ะ? วูบหนึ่งที่เด็กหนุ่มนิ่งชะงักไปอะไรบางอย่างสะกิดใจเขาว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูกต้อง ตอนนี้เขาอยู่ในร่างฝูกว่างเยว่ไม่ใช่เหรอชายบำเรอที่ไหนมีสิทธิ์มาชี้หน้าด่าทอแม่ทัพใหญ่อย่างนี้เล่าต่อให้อีกฝ่ายจะผิดจริงก็เถอะ
ซวยแล้ว ตายแน่ๆ นี่เราเผลอทำอะไรลงไปวะ
ฝูกว่างเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกค่อยๆ หดนิ้วกลับคืนมารีบก้มหน้าลงหลับตาปี๋ตัวสั่นของจริงหน้าตาของไอ้แม่ทัพโหดนี่น่ากลัวเกินไปแล้ว เขาแค่เผลอตะคอกใส่เสียงดังหน่อยเดียวทำไมต้องทำหน้าตาเหี้ยมเกรียมแบบนี้ด้วย
“ออกไป...อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกหากไม่มีคำสั่ง”น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้อารมณ์ทำลายความเงียบและหยุดยั้งความใกลัวจนตัวสั่นของฝูกว่างเยว่
ใบหน้าซีดเซียวเงยขึ้นมองอย่างฉงนใจในดวงตาดำขลับฉายแววไม่เข้าใจระคนงุนงง ตอนแรกเขานึกว่าตัวเองจะถูกสั่งลงโทษซะอีกแต่ไหงกลับกลายเป็แบบนี้ไปซะได้ แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ถูกทำอะไรเมื่อกี้เขาหวาดเสียวจนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแล้ว
เด็กหนุ่มที่ยังก้มหน้าอยู่ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ความกลัวค่อยๆสลายไปทีละนิดเหลือทิ้งไว้แค่ความหวั่นใจเท่านั้น ใบหน้าเนียนใสเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแตกพลั่กจนอยากยกมืกขึ้นปาดออกก็ไม่กล้ากลัวว่าจะเผลอไปกระตุกต่อมโหดของพี่แกอีก
ไรวะ แค่พูดไม่กี่คำก็ทำเราสั่นได้ขนาดนี้เลยเหรอนี่มันปีศาจชัดๆ
ในเมื่อมีคำสั่งมาแบบนี้เขาก็ไม่คิดอยู่ต่ออีก รีบยอบกายลงคารวะสามีอย่างอ่อนช้อยเลียนแบบเหล่าฮูหยินในหนังจีนกำลังภายในก็ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด เขาแค่ทำไปมั่วๆ น่ะ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับก้าวเท้าออกไปด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติแต่พอใกล้ถึงทางออกอะไรบางอย่างก็สะกิดใจเขาให้หยุดฝีเท้าลงและตัดสินใจหันกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอีกครั้ง
เขามีเื่หนึ่งที่ค้างคาใจอยู่ ถ้าไม่ถามให้รู้เื่วันนี้คงไม่มีโอกาสได้รู้คำตอบอีกแล้ว
“ท่านเกลียดข้ามากเลยหรือ” หลังจากคำถามนั้นถูกส่งออกไปทุกอย่างก็ตกอยู่ในสภาวะกดดันสุดขีดกระแสไอเย็นแผ่พุ่งมาจากร่างสูงบนเตียงวิ่งลิ่วมาห้อมล้อมตัวเขาไว้จนแทบหายใจไม่ออก
แย่ล่ะสิ เขาแค่ถามเฉยๆ เองนะ ยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
รอคอยอยู่ชั่วอึดใจก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาสักที เขาเลยเงยหน้าขึ้นมองเต็มตาแต่กลับต้องนิ่งค้างเมื่อสบเข้ากับดวงตาเฉียบคมไร้อารมณ์แววตาเรียบเฉยจับจ้องมายังเขานิ่งจนคาดเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร กระทั่งเขาคิดว่าจะไม่ได้รับคำตอบแล้วอีกฝ่ายถึงค่อยขยับปากเสียงที่ลอดออกมานั้นหนักแน่นเ็าไร้เยื่อใยยิ่ง สายตาอีกฝ่ายไม่ละออกจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว
“เกลียด”
คำตอบนั้นไม่เกินไปจากที่คาดแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรพอได้ฟังแบบนี้แล้วถึงรู้สึกแปลกพิกลคงเป็จิตใต้สำนึกของเ้าของร่างนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ล่ะมั้ง พอได้ยินคำว่าเกลียดถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มปักลงบนหัวใจ
ทว่า...ตอนก้มหน้าลงใบหน้าหวานซีดราวกับะเืใจกับคำตอบนั้นกลับแย้มยิ้มน้อยๆบางเบาเสียจนแทบมองไม่เห็น
โดยไม่พูดอะไรต่อจากนั้นร่างเพรียวบางก็หันหลังกลับชายชุดลากยาวสะบัดปลิวแผ่สยายบนพื้น เส้นผมดำเงาทิ้งตัวลงทาบทับแผ่นหลังเหยียดตรงให้ความรู้สึกมั่นคงหนักแน่นแฝงด้วยพลังลึกล้ำบางอย่างทั่วทั้งร่างมีกระแสไอเย็นขุมหนึ่งแผ่กระจายเป็วงกว้าง ทั้งเย็นสบายเหมือนลอยตัวอยู่บนผิวน้ำและหนาวเหน็บเหมือนถูกกลบฝังไว้ใต้พื้นหิมะ
แต่ละย่างก้าวของฝูกว่างเยว่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นดวงหน้าดูดุร้ายเคร่งขรึมดุจนางพญาทว่าเส้นโค้งตรงหางตาและมุมปากกลับบอกถึงความโล่งใจความรู้สึกเหมือนได้โยนหินก้อนใหญ่ทิ้งไปจากร่างมันช่างเบาสบายอย่างนี้นี่เอง
เมื่อกระโจมถูกมือขาวเรียวเหมือนหยกเปิดออกแสงอรุณของเช้าวันใหม่ก็ส่องประกายสีทองทาบทอลงบนร่างในชุดขาวเงิน สูงส่ง สง่างาม ชวนหลงใหลขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ผู้คนต้องยอมสยบอยู่แทบเท้า
เปรียบดั่งดอกเหมยทนทาน ท่ามกลางความหนาวเหน็บกลับเบ่งบานสวยสะพรั่งไม่หวาดเกรงต่อสิ่งใด
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะลืมคำพูดต่อท้ายของหานเจี้ยไป…
‘อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกหากไม่มีคำสั่ง’ นั่นก็หมายความว่าถ้าอีกฝ่าย้าเจอตัวเขาขึ้นมาอีกล่ะก็เขาก็ต้องมา ไม่อาจปฏิเสธใดๆ ได้ทั้งนั้นหากจะดีใจร้องะโสุดเสียงตอนนี้ยังเร็วไป เพราะใครจะคาดคิดว่าหลังจากนั้นไม่นานความซวยของจริงมันจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นการพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้กับปีศาจร้ายก็ต่างอะไรกับการส่งเนื้อเข้าใกล้ปากเสือ เผลอเมื่อไหร่จะต้องถูกกลืนกินไม่เหลือซากแน่
เมื่อฝูกว่างเยว่เดินออกไปแล้ว หานเจี้ยถึงค่อยหลับตาลงปล่อยให้ความเงียบดำเนินต่อไปหากแต่ในความคิดกลับถูกภาพลวงตาแสนงดงามนั้นยึดครองพื้นที่จนหมดสิ้นรู้จักกับฝูกว่างเยว่มาสิบปีมีหรือพี่ชายเช่นเขาจะดูไม่ออกว่าน้องชายเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเพราะอะไรเขาต้องสืบรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ความจริงแล้วเขาหาได้เกลียดฝูกว่างเยว่ไม่เพียงแต่ทุกครั้งที่ต้องมองหน้าเด็กคนนั้นเขามักจะเห็นภาพใบหน้าของไป๋ฮวาซ่อนทับทุกครั้งไปหัวใจพลันรู้สึกเจ็บร้าวราวกับถูกมีดกรีดเฉือนทีละนิดและค่อยๆ แทงลึกลงไป
ความเ็ปนี้ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะจางหายไป อีกนานเท่าใดถึงจะลบเลือนจนไม่รู้สึกอะไรเสียที
เขาอยากลืมเลือนเื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมด ลืมว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมอบหัวใจให้นางความพ่ายแพ้ในวันนั้นทำให้เขาเ็ปใจยิ่งนัก ความแค้นที่บ่มเพาะจากการสูญเสียที่ไม่อาจช่วยนางได้ทำให้เขาทรมานเหลือเกินตลอดเวลาสามเดือนเขาไม่เคยมีความสุข ่เวลาที่อยู่ในสนามรบไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้เขาไล่ฆ่าฟันศัตรูอย่างคลุ้มคลั่งเพื่อระบายความโกรธที่สุมอยู่ในอกแต่ก็ยังไม่อาจเยียวาแที่ฝังลึกในใจเขาได้ต่อให้นานแค่ไหนภาพนางก็ยังประทับตราตรึงอยู่ในใจไม่เสื่อมคลาย
นางคือดวงใจของเขา เมื่อถูกแย่งชิงไปก็เหมือนถูกควักหัวใจออกไปด้วย
ต่อจากนี้เขาจะทำอย่างไรร่างที่ไร้หัวใจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง เพียงแต่ตอนนี้เขายังตายไม่ได้ยังมีคนอีกนับแสนนับหมื่นที่กำลังหวาดกลัวในศึกานี้ ราษฎรทั้งหมดมีความหวังว่าจะรอดชีวิตเขาที่ดำรงตำแหน่งเป็ทหารคนหนึ่งจะละทิ้งหน้าที่นี้ทำลายความหวังและมอบความสิ้นหวังให้พวกเขาได้อย่างไร
ฉับพลันเปลือกตาของหานเจี้ยเปิดขึ้นดวงตาคมกริบทอประกายมุ่งมั่นที่จะทำการบางอย่าง เขาต้องตัดสิ้นเยื่อใยกับนางชีวิตเขานับจากนี้จะอยู่เพื่อปกป้องราษฎรชาวซือเสียน หยาดเหงื่อหลั่งโลหิตก็เพื่อแคว้นนี้เท่านั้น!
“ในเมื่อข้ากับเ้าสิ้นไร้วาสนากันแล้วก็อย่าได้พบเจอกันอีกเลยข้าจะตัดใจจากเ้า ต่อให้จะเ็ปเจียนตายข้าก็จะขอตัดเ้าออกไปจากใจ...”
ไม่ต้องพบเจอ ไม่ต้องเห็นหน้า เท่านี้ร่างที่เหลือเพียงลมหายใจของเขาก็จะยืนหยัดต่อไปได้
เขาสูญเสียนางไปแล้ว เสียไปอย่างไม่อาจหวนคืน…