เพียงแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาการของขาทองคำรายนี้จะไม่สู้ดีนัก อย่างกับว่าจะหมดลมไปได้ทุกเมื่อ
กว่าจะหาขาทองคำรายนี้ได้มันใช่เื่ง่ายเสียที่ไหน อวี๋จิ่นลี่ไม่อยากให้ขาทองคำรายนี้ต้องขาดใจไปจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามหาเ้าของขาทองคำรายใหม่ได้จากไหน
ถ้าเกิดว่าเป็ตัวเขาในอดีต การช่วยขาทองคำรายนี้ย่อมเป็เื่ง่ายแสนง่าย
แต่ว่าเขาในปัจจุบันกำลังใช้ร่างของผู้อื่นอยู่ ไร้ซึ่งตบะ แล้วไอิญญาในโลกใบนี้ก็น้อยนิดจนแทบจะไม่มี ต่อให้เขาอยากจะให้ความช่วยเหลือ ก็ยากจะเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็ข้าวสุก
“ผมขอแตะเขาหน่อยได้ไหมครับ” อวี๋จิ่นลี่เงยหน้าถามเฉียวมู่หลาน
“ได้อยู่แล้วจ้ะ” เฉียวมู่หลานตอบรับด้วยรอยยิ้ม
เจียงม่อเซิ่งผู้กำลังนอนอยู่บนเตียงไม่อาจขยับเขยื้อนได้ในเวลานี้ “...”
ั้แ่ทั้งสองคนเข้ามาข้างใน เขาก็ตื่นแล้วแต่เนื่องจากร่างกายอ่อนแอจึงได้แต่นอนอยู่บนเตียง
เขามองดูแม่พาเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางคนหนึ่งเข้ามาข้างใน สภาพของเด็กหนุ่มก็ใช่ว่าจะดีไปกว่าเขาในตอนนี้เสียที่ไหน ดวงหน้าเล็กๆ เผยความซูบเซียวอย่างหนักเนื่องจากขาดการบำรุงร่างกายมาเป็เวลานาน แต่ถึงจะเป็แบบนั้น ใบหน้ากลับมีดวงตากลมโตอันสุกใสและบริสุทธิ์เป็ที่สุด ราวกับเป็ดอกไม้แสนสวยดอกหนึ่งที่เบ่งบานท่ามกลางดินแดนรกร้าง ช่างน่าดึงดูดเสียจนไม่รู้ตัว
เพียงชั่วพริบตาที่ใจลอย เจียงม่อเซิ่งก็รู้สึกว่ามีมือข้างหนึ่งกำลังแตะลงบนข้อมือของตัวเอง แต่กลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจรังงอนเสียจนน่าแปลก
เจียงม่อเซิ่งเป็คนนิ่งขรึมพูดน้อย ไม่ชอบให้ใครที่ไหนมาแตะต้องเป็อย่างมาก เพื่อรักษาระยะปลอดภัย เวลาพูดคุยกับคนอื่นจึงเว้นระยะห่างมากกว่าสองเมตรจนเป็ปกติ
สำหรับประเด็นนี้ ทุกคนที่รู้จักเจียงม่อเซิ่งต่างรู้เื่นี้กันหมด เฉียวมู่หลานก็ต้องรู้อยู่แล้ว
แต่เนื่องจากเป้าหมายที่อวี๋จิ่นลี่มาที่นี่ก็เพื่อแต่งงานกับเจียงม่อเซิ่ง และกำเนิดทายาทสักคนให้กับเจียงม่อเซิ่ง ถึงแม้ทั้งสองอาจจะไม่ได้ทำความคุ้นเคยกันนัก สำหรับปัญหาเื่ทายาทก็สามารถให้กำเนิดขึ้นได้ด้วยวิทยาการ แต่ถ้ามีโอกาส อย่างไรปล่อยให้ทั้งสองใกล้ชิดกันเท่าที่จะมากได้และบ่มเพาะความรู้สึกดีๆ ต่อกันจะเป็การดีกว่า โดยเฉพาะในจังหวะที่อวี๋จิ่นลี่ชอบเจียงม่อเซิ่งอยู่แล้วด้วย
ดังนั้นเฉียวมู่หลานถึงได้มองข้ามประเด็นสำคัญที่ว่าลูกชายรังเกียจการถูกแตะเนื้อต้องตัวไปชั่วขณะ
แต่เื่ที่น่าแปลกคือ ตอนที่อวี๋จิ่นลี่ยื่นมือเข้าไปจับชีพจร เฉียวมู่หลานกลับไม่พบแววหลบเลี่ยงด้วยความรังเกียจในสายตาของลูกชายเลย ช่างหาได้ยากแท้ๆ
ส่วนขณะที่อวี๋จิ่นลี่จับชีพจรเจียงม่อเซิ่ง ก็ได้ฉวยโอกาสใช้พลังิญญาที่เหลืออยู่ในร่างไม่มากสำรวจทั่วทั้งร่างของเจียงม่อเซิ่งไปรอบหนึ่ง ทั้งยังหาต้นเหตุความอ่อนแอของอีกฝ่ายจนพบ
ดวงตาของเขาเห็นเพียงโชคชะตาในตัวคนคนหนึ่ง เขาสามารถมองทะลุหมอกสีดำไปจนประจักษ์ว่าเจียงม่อเซิ่งได้รับาเ็ทั้งยังถูกพิษ แต่กลับเห็นอาการได้ไม่ชัด ได้แต่เริ่มสำรวจถึงจะเห็น
แต่ว่าพลังิญญาของอวี๋จิ่นลี่ในตอนนี้ไม่มากพอ หลายสิ่งหลายอย่างจึงทำได้ไม่เต็มที่ ถ้าเกิดว่าโลกใบนี้มีไอิญญาเหมือนดาวโลกเขาก็คงจะดี ถ้าเป็อย่างนั้นเขาก็รักษาขาทองคำรายนี้ได้ง่ายดายจนคนคนนี้หายดีไปแล้ว
หลังจากสำรวจอาการของเจียงม่อเซิ่งจนชัดเจนแล้ว ใบหน้าของอวี๋จิ่นลี่ก็เผยความฉงนและประหลาดใจออกมา
ในร่างของคนคนนี้ก็มี ‘เน่ยตาน’ อยู่เม็ดหนึ่งเหมือนกันได้อย่างไร เพียงแต่ว่าผิวของ ‘เน่ยตาน’ เม็ดนี้เต็มไปด้วยรอยแตกราวกับจะสลายอยู่รอมร่อ หรือว่าขาทองคำรายนี้ก็เป็ปีศาจที่บำเพ็ญจนเป็มนุษย์เหมือนกับเขาอย่างนั้นเหรอ
แต่เขาัักลิ่นอายแบบเดียวกันจากกายของคนคนนี้ไม่ได้แม้แต่น้อย
อวี๋จิ่นลี่อดไม่ได้เลยเหลียวสายตาไปยังเรือนร่างของเจียงม่อเซิ่ง แล้วจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งเหมือนกับกำลังวิเคราะห์อย่างละเอียดอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าใกล้เจียงม่อเซิ่งเรื่อยๆ จนระยะห่างของทั้งสองชิดใกล้กันทุกทีๆ
ในสายตาของคนอื่น ท่าทางของทั้งสองในเวลานี้คลุมเครือสุดๆ
เจียงม่อเซิ่งผู้ถูกแต๊ะอั๋งแบบแปลกๆ “...”