“อืม...เท่าที่ดูก็ไม่เป็อะไรแล้วกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้แต่เผื่อไว้ก่อน่นี้อย่าเพิ่งทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากๆล่ะ” ชายชราคนใช้ชุดกาวน์ถอดอุปกรณ์คล้ายแว่นสีขาวขนาดใหญ่ออกเดาไม่ยากว่ามันคงเป็เครื่องมือที่ใช้มองทะลุเข้าไปในร่างกาย
หมอชราเอื้อมไปเขียนใบบางอย่างก่อนจะยื่นให้ลีออน“ไปยื่นให้ห้องการเงินและชำระเงินได้เลยนะ”ชายผมน้ำเงินพยักหน้ารับและจับสำรวจร่างกายเมื่อพบว่าไม่มีจุดผิดปกติจึงเดินออกมาจากห้องตรวจ
“พี่คะยินดีด้วยที่ได้ออกจากโรงพยาบาลนะคะ” เป็ลีเช่ที่นั่งรออยู่ด้านนอก “ไปเถอะเบื่อกลิ่นโรงบาลจะแย่อยู่แล้ว ตั้ง2อาทิตย์เชียวนะ จะบ้าตาย” ลีออนอดจะบ่นไม่ได้หลังจากที่ย้ายกลับมาไทยเขาเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลชั้นนำในทันทีโดยมีผู้เป็พ่อคอยจัดการให้
“อย่าบ่นสิคะถ้าเป็สมัยก่อนต้องรักษากันหลักเดือนเลยนะคะ 2อาทิตย์นี่ถือว่าเร็วมากแล้วค่ะ”ลีเช่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ยังไงก็ยังคิดว่านานอยู่ดีเื่นั้นช่างมันเถอะ ที่ต้องคิดน่ะจากนี้จะไปไหนดีต่างหาก”
“เอ๋ไม่กลับบ้านหรอคะ”
“กลับไปทำอะไรเล่าอุตส่าห์นอนเฉยๆตั้ง3อาทิตย์ เธอคิดว่าพี่ชายคนนี้เป็ผักรึยังไง”ลีออนยกมือขึ้นขยี้ศีรษะน้องสาวจากด้านหลังพลางหัวเราะ
“แล้ว...พี่อยากไปที่ไหนหรอคะ”
“ยังไม่ได้คิดเลยเสนอมาหน่อยสิ” เด็กสาวเอียงคอนึกอยู่ชั่วครู่ “ถ้าอย่างนั้นสนใจงาน Homeworks Expo ปีนี้ไหมคะ”
เด็กหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่ง“...น่าสนใจ”
เบื้องหน้าศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ใจกลางเมืองรถยนต์หลายยี่ห้อขับเข้าจอดและรับผู้โดยสารไม่ขาดสายเป็ภาพที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยนสำหรับประเทศไทยเพียงแต่ในปัจจุบันนั้นรถยนต์ทุกคนเปลี่ยนมาใช้พลังเวทมนต์ในการขับเคลื่อนทำให้ไร้ซึ่งมลพิษพ่วงด้วยประสิทธิภาพและความทนทานที่มากขึ้น
“245 บาทครับ”เสียงคนขับแท็กซี่บอกค่าโดยสารและมือเรียวขาวยื่นแบงค์ไปจ่าย “คนเยอะจริงๆ”ลีออนบ่นขณะที่รอน้องสาวลงจากรถ ทั้งคู่เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปภายในโซนจัดแสดงสินค้าคนมากมายเดินเลือกซื้อสินค้ากันให้ควั่ก บ้างก็มองเฉยๆ บ้างก็สอบถามรายละเอียด
ตามบูธแต่ละบูธนอกจากจะมีบรรดาสินค้าวางเรียงขายจะมีตู้กระจกที่วางอยู่ตรงกลางพร้อมคนใช้สูทยืนอธิบายบางอย่าง “นี่คือแผงวงจรเวทของเราที่ใส่ลงในเครื่องใช้ไฟฟ้ากึ่งเวทมนต์ทุกเครื่องเป็รุ่นใหม่ที่ผลิตและพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของบริษัทเรา ท่านไม่จำเป็ต้องใช้ไฟฟ้าให้เปลืองไฟเท่าแต่ก่อนเพียงแค่...”ลีเช่ยืนมองพี่ชายมองไปที่แผงวงจรเวทขนาดเล็กในตู้และจอทีวีที่อธิบายวิธีการทำงานและการไหลของเวทมนต์ที่คนธรรมดามองไม่เห็น
แม้ไม่มีใครบอกเธอก็รู้ว่าพี่ของตนกำลังใช้ความสามารถของดวงตาขวาในการมองแผงวงจรและกระแสเวทที่วิ่งวนอยู่“อืม...” เขาส่งเสียงครางออกมาเป็จังหวะก่อนจะผละจากตู้ไปทางบูธอื่นเกือบทุกบูธมักจะมีแผงวงจรภายในตั้งวางโชว์ไว้เพื่อแสดงถึงนวัตกรรมของบริษัทที่ล้ำหน้ากว่าเ้าอื่น
ลีเช่แอบอมยิ้มกับท่าทางกระตือรือร้นของพี่ชายที่เดินเข้าบูธนั้นออกบูธนี้เป็ว่าเล่นจนตอนนี้ปาเข้าไปถึง7บูธจนมาถึงบูธที่8
ลูกค้าเดินอยู่ประปรายหากเทียบกับบูธอื่นที่เคยไปมาชื่อบริษัทที่เคยเห็นผ่านตาในทีวีมาบ้าง ‘Magic Best’ หรือบริษัทMB บริษัทผลิตและค้าขายเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ทีวีไมโครเวฟ และ ตู้เย็นเป็ต้น
ลีออนเมินสินค้าทุกอย่างและพุ่งไปหาแผงวงจรที่ตั้งโชว์อยู่กลางบูธทันทีที่เด็กหนุ่มเข้าไปถึงเขาถึงกับขมวดคิ้วจนแทบเป็ปมเขาเดินรอบตู้โชว์เพื่อดูส่วนต่างๆของตัวแผง
“สวัสดีครับคุณลูกค้าไม่ทราบว่ามีข้อสงสัยอะไรรึเปล่าครับ” ตอนนั้นเองเสียงทุ่มของผู้มาใหม่ดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งคู่
เด็กหนุ่มที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับลีออนเดินเข้ามาเขาอยู่ในชุดเสื้อยืดเหลืองแดงซึ่งเป็สีประจำบริษัทเขาดูมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่พอสมควร ผิวสีน้ำผึ้งดวงตาดำผมสีน้ำตาลเข้มรอยยิ้มเป็มิตรส่งให้พวกเขา
“คุณเป็พนักงานหรอคะ”
“ใช่แล้วครับคุณผู้หญิงหากมีข้อสงสัยในตัวสินค้าจะสอบถามผมก็ได้นะครับ”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและกริยานอบน้อม
“นิดหน่อยน่ะครับผมกำลังประเมินประสิทธิภาพการทำงานของแผงวงจรนี้อยู่”ลีออนกล่าวทั้งที่ไม่ได้วางตาจากแผงวงจรตรงหน้า “ประเมินหรอครับคุณลูกค้าครับในการตรวจสอบประสิทธิภาพของแผงวงจรเวทจำเป็ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใช้แค่ตาก็ไม่สามารถประเมินมันได้หรอกนะครับ”
“ผมคิดว่ามันค่อนข้างด้อยประสิทธิภาพ”ลีออนเมินคำบอกของพนักงาน
“เอ๊ะ...นี่คุณว่ายังไงนะ” พนักสาวหนุ่มเริ่มมีท่าทีไม่พอใจแต่ยังเก็บควบคุมอารมณ์ของตนเอาไว้ “ส่วนบนของแผงวงจรเท่าที่มองแล้วมันเป็คอขวดทำให้เวทมนต์ที่ต้องวิ่งผ่านเป็ไปได้ช้าถ้าเพิ่มทางเดินของเวทนต์เข้าไปน่าจะแก้ปัญหาได้อีกอย่างทางเดินเวทมนต์ส่วนอื่นๆก็ซับซ้อนเกินไปทำให้ทำงานได้ช้า เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ยิ่งด้อยประสิทธิภาพและเสื่อมลงอย่างรวดเร็วผมแนะนำนะ ไล่คนที่คิดเ้านี่ออกเถอะ มีแต่จะทำให้บริษัทคุณย่ำแย่เสียเปล่าๆ”
ทุกคนนิ่งไม่ว่าจะลีเช่หรือพนักงานหนุ่มลูกค้าโดยรอบที่ได้ยินรวมถึงพนักงานคนอื่นๆหลังจากที่ลีออนพูดจบไม่มีใครคิดจะพูดอะไรต่อพนักงานหนุ่มทั้งตาและเบิกเบิกกว้าง
“อ...พ...พี่คะมาทางนี้เร็ว” เด็กสาวเป็คนที่รู้สึกตัวคนแรกเธอรีบดึงแขนพี่ชายให้ออกจากบูธโดยเร็วที่สุดจนหายเข้าไปในฝูงชน
“นี่พี่ทำอะไรลงไปคะเนี่ย”ลีเช่ที่หอบเป็จังหวะถามพี่ชายที่ตัวเองลากออกมาให้ไกลที่สุดป้องกันการรุมสหบาทาจากพนักงานบูธMB “โทษทีพอดีเผลอไป”
“เผลอเนี่ยนะคะ”เมื่อได้ฟังคำตอบท่าทีปกติที่มักจะรักษากริยามาโดยตลอดถึงกับหลุดถึงเสียงสูง “ก็แผงวงจรเวทของบริษัทนั้นมันห่วยจริงนี่ถ้าเทียบกับบริษัทอื่นที่ไปดูมา แม้จะมีข้อบกพร่องหรือบางจุดที่ทำงานขัดกันเองบ้างก็ไม่เท่ากับของบริษัทนั้น”
“แต่ถึงจะแย่ยังไงก็ไม่ควรไปพูดในที่สาธารณะโดยเฉพาะต่อหน้าลูกค้าของเขานะคะและอีกอย่างคุณพ่อก็บอกไว้ชัดเจนแล้วนี่คะ เื่นี่น่ะให้เก็บเป็ความลับให้ดี ที่ทำเมื่อครู่มันเสี่ยงมากเลยนะคะ”เด็กสาวชี้ไปที่ตาขวาพลางพูด
“ก็ขอโทษแล้วไงกลับกันได้รึยัง พี่เหนื่อยแล้ว”
“เดี๋ยวสิพี่คะยังคุยกันไม่จบนะ” ลีเช่วิ่งตามพี่ชายที่เดินนำลิ่วไปขึ้นแท็กซี่ที่จอดเทียบอยู่ข้างฟุตบาทโดยที่ไม่รู้ว่าเลยว่าหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีร่างสมส่วนของพนักงานในชุดเหลืองแดงก็วิ่งออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยหอบ
“เขารู้...ทำไมเขาถึงรู้เกี่ยวกับปัญหานั้น”
ชั่วโมงต่อมาหลังจากฝ่ารถติดรถแท็กซี่เขียวเหลืองหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งในซอยหนึ่งมันมีขนาดปานกลางค่อนไปทางใหญ่ หน้าบ้านเปิดกว้างไม่มีประตูปิดมีเพียงแสงสีฟ้าครอบไว้อยู่เด็กชายเอื้อมมือัักับม่านแสงนั้น
“ยืนยันตัวตนยินดีต้อนรับกลับค่ะท่านลีออน”เสียงหวานใสของระบบดูแลบ้านดังขึ้นม่านสีฟ้าปรากฏช่องสี่เหลี่ยมให้ลีออนและลีเช่เดินเข้าไปและทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปในตัวบ้าน บางสิ่งก็พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูง
“ลีออนลูกยังไม่ตายจริงๆด้วย” หญิงสาวผมน้ำเงินเดียวกับเด็กชายและเด็กหญิง ตาสีเขียวมรกตเธอสวมเสื้อกันหนาวครีมหนาราคาแพง ผิวขาวเหมือนไม่เคยต้องแสงแดดใบหน้าไร้ซึ่งรอยเหี่ยวย่น นับว่าดูแลรักษาตัวเองในระดับดีมาก
“ก...ก็ยังไม่ตาย...หรอกแต่จะ...ตาย...เพราะแม่นี่แหละ” หญิงสาวปล่อยถอนอ้อมกอดออกจากลูกชายของตนเมื่อรู้ได้ว่าลืมตัวเธอคือลีโอน่า แบงแควต มารดาบังเกิดเกล้าของลีออนและลีเช่และเป็ภรรยาของพิทักษ์
“คุณแม่คะกลับมาั้แ่เมื่อไหร่คะเนี่ย” ลีโอน่าเข้าสวมกอดลูกสาวก่อนจะตอบ “ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเองจ๊ะจริงๆแล้วตอนแรกจะบึ่งมาั้แ่ที่ลูกอยู่อียิปต์แต่พ่อเขาน่ะสิบอกว่าไม่ต้องมาแล้วและก็วางสายไปทันทีเลย แม่ก็เป็ห้วงเป็ห๊วงกลัวลูกชายจะกลายเป็ผีเฝ้าโบราณสถานไป”
‘โบราณสถานน่ะช่างหัวมันเหอะแต่จะกลายเป็ผีเฝ้าบ้านก็วันนี้แหละ’ลีออนคิดแต่ไม่ได้พูดออกมา
“มัวยืนทำอะไรกันอยู่น่ะไม่เข้าบ้านรึไง” เสียงใหญ่อันแสนคุ้นเคยดังจากในบ้านเป็พิทักษ์ที่เหยียดขานั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่
“ไม่ไปทำงานรึไงพ่อ”
“นี่เป็คำพูดของลูกชายที่เพิ่งกลับบ้านมาเจอพ่อตัวเองรึไงเหอะ นานๆทีครอบครัวจะอยู่กับพร้อมหน้าเลยกลับบ้านเร็วน่ะใครกล้ามีปัญหาเดี๋ยวจับลดขั้นให้หมด” ได้ยินแบบนั้นลีออนถึงกับเบ๊ปาก
“เอ้านี่ ของแก”ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกหยิบจากบนโต๊ะส่งมาจากพิทักษ์ “อะไรล่ะเนี่ย”
“เอกสารสมัครเรียนต่อม.4ไง”
“แต่ผมสมัครไปแล้วนี่ที่โรงเรียนเดิม ตอนที่เขาให้กรอกแบบฟอร์มก็กาช่องเรียนต่อที่เดิมไป”พิทักษ์แค่นเสียงในลำคอ “แกไม่ได้ไปมอบตัวในวันที่เขานัดใครที่ไหนจะให้เรียนต่อล่ะจริงไหม” ขากรรไกรค่อยๆตกลง “ก็ตอนนั้นผมเข้าโรงบาลอยู่”
“โรงเรียนเขาจะไปตรัสรู้กับแกด้วยไหมล่ะ”
“แล้วทำไมพ่อไม่เขียนจดหมายไปบอกทางนั้นเล่าขอใบรับรอบแพทย์จากโรงบาลไปด้วยก็ได้นี่”
“ลืม...โทษทีล่ะกัน”
ลีออนกัดฟันแน่นจากคำตอบที่ไร้ความรับผิดชอบของพิทักษ์“แล้วแบบนี้จะให้ทำยังไง รึว่าจะต้องดรอปเรียนไป...จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน” เด็กหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องในใจเริ่มฝันหวานถึง่เวลาว่าง1ปีทว่า...
“จะฝันกลางวันก็ให้มันน้อยๆหน่อยฉันไปคุยให้แล้ว ขอบคุณซะด้วยล่ะ ถึงจะปิดรับสมัครไปแล้วแต่ฉันใช้เส้นให้แกส่งใบสมัครได้ดีกว่าโรงเรียนเก่าของแกหลายขุมเลยจะบอกให้...พอดีมีเพื่อนเก่าสมัยเตรียมทหารอยู่ในนั้นน่ะ”
“หา...แล้วมันคือที่ไหนล่ะ”เขาค่อยๆเปิดซองเอกสารออกและหยิบเอกสารใบแรกออกมาดูทันทีที่เห็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเขาแทบระงับความใไว้ไม่อยู่
“1ใน11โรงเรียนที่ถูกควบคุมและดูแลโดยกระทรวงเวทมนต์โลกโรงเรียนโฮสึกิ”
...................................................................
บอกกันเอาไว้ก่อนเผื่อใครไม่เก็ตชื่อโรงเรียนของแต่ละที่จะเป็ชื่อของแดนลับแลหรือเมืองที่สาบสูญในอดีตเช่นโฮซึกิของญี่ปุ่น เป็ต้น