ค่ายอาสา พาเสียว 1: ออกเดินทาง
สายลมโชยอ่อนยามเช้าตรู่พัดผ่านลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง แสงแดดสีทองแรกของวันค่อยๆ ทอแสงขับไล่ความสลัวรางของยามค่ำคืน เผยให้เห็นภาพความคึกคักของกลุ่มนักศึกษาปี 3 จากหลากหลายคณะที่มารวมตัวกันเพื่อออกเดินทางไปค่ายอาสาพัฒนาชนบท ณ โรงเรียนบ้านหนองดินสอ ตำบลเล็กๆ ที่แสนห่างไกลในต่างจังหวัด เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และการทักทายกันอย่างเป็นกันเองดังประสานไปกับเสียงลากกระเป๋าเดินทางข้ามลานคอนกรีต
บนถนนเลียบฟุตปาธหน้าตึกคณะ รถทัวร์พัดลมสีส้มคันใหญ่สภาพเก่าคร่ำคร่าจอดติดเครื่องยนต์ส่งเสียงครางกระหึ่ม 'หึ่ง...หึ่ง...' ควันไอเสียจางๆ และกลิ่นน้ำมันเครื่องเก่าโชยออกมาผสมกับกลิ่นอายดินชื้นแฉะของสายหมอกบางยามเช้า พัดลมเพดานตัวเล็กในรถพยายามส่ายหน้าทำงานอย่างอ่อนแรง เสียงโครงเหล็กเสียดสีกันฟังดูน่าหวาดเสียว แต่ก็ไม่อาจลดทอนความตื่นเต้นของเหล่าคนหนุ่มสาวที่กำลังจะได้ออกไปสัมผัสวิถีชีวิตชนบทและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเวลาสองสัปดาห์
ที่ด้านท้ายของรถบัสคันโต ร่างสูงใหญ่กำยำเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของ 'เป้' หนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาโยธา ผิวสีเข้มกร้านแดดจากการลงพื้นที่ฝึกงานไซต์ก่อสร้างกำลังสาละวนอยู่กับการหิ้วกระเป๋าเดินทางใบโตและสัมภาระชิ้นหนาโยนขึ้นใต้ท้องรถทัวร์อย่างแข็งขัน ท่อนแขนล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและเส้นเลือดปูดโปนขยับเขยื้อนตามจังหวะการออกแรง เสื้อยืดสีดำคอกลมเนื้อดีที่เขาสวมใส่ตึงเปรี๊ยะไปตามแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่หนา บนบ่ากว้างพาดผ้าขาวม้าผืนเก่งสีแดงเข้มลายตารางซึ่งเป็นของรักของหวงที่เจ้าตัวมักใช้ซับเหงื่อและพกติดตัวไปลุยงานเสมอ
เป้ยกกล่องเหล็กใส่อุปกรณ์ช่างชิ้นสุดท้ายดันเข้าไปเก็บใต้ท้องรถเสร็จเรียบร้อย เขายืดตัวขึ้นพลางใช้หลังมือปาดเม็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผมสั้นเกรียน ดวงตาคมเข้มดุดันกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กบอบบางของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินพะรุงพะรังเข้ามาใกล้
'แป้ง' สาวน้อยผู้น่ารักจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย เธอมีรูปร่างเล็กกะทัดรัดสูงเพียงแค่ระดับอกของเป้เท่านั้น วันนี้แป้งสวมเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูนตัวหลวมโคร่งกับกางเกงผ้าฝ้ายขายาวสีครีมเนื้อนุ่มที่ขับเน้นผิวขาวอมชมพูละมุนตาให้ดูน่าทะนุถนอม ผมยาวสลวยสีดำสนิทถูกรวบเป็นหางม้าต่ำไว้อย่างเรียบร้อย มีปอยผมบางส่วนหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียแก้มใสที่แดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการหิ้วกล่องพลาสติกขนาดใหญ่บรรจุวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำครัวค่ายอาสา ร่างเล็กๆ โอนเอนไปมาตามน้ำหนักของกล่องพลาสติกทำท่าจะล้มพับลงไปกองกับพื้น
"มาครับแป้ง เดี๋ยวพี่ช่วยยกเอง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนบดบังแสงแดดสีทองยามเช้าไปเสียมิด แป้งสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกล้าของรุ่นพี่ต่างคณะ ใบหน้าหล่อเข้มแบบไทยแท้ของเป้อยู่ใกล้มากในระยะที่เธอได้กลิ่นไอความร้อนจางๆ จากร่างกายของเขา แป้งใจเต้นตึกตัก รีบส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความขวยเขินตามวิสัยสาวขี้อาย
"เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะพี่เป้ แป้งยกไหวค่ะ เกรงใจพี่เป้แย่เลย พี่เป้ก็น่าจะเหนื่อยแล้วด้วย" แป้งเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มพยายามจะกระชับกล่องหลบไปอีกทาง
แต่เป้ไม่ได้ฟังคำปฏิเสธ ชายหนุ่มขยับก้าวเท้าหนาเข้ามาประชิดตัวเธอมากขึ้นจนหน้าอกกว้างแทบจะเบียดชิดกับหัวไหล่มน ฝ่ามือหนาใหญ่ที่ร้อนระอุและหยาบกร้านตามประสาคนทำงานโยธาเอื้อมลงมาจับขอบกล่องพลาสติกเพื่อช่วยพยุงน้ำหนัก ในจังหวะนั้นเอง หลังมือหนาของเป้ปัดผ่านผิวเนื้อท่อนแขนเรียวบางที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดของแป้งอย่างแผ่วเบา
สัมผัสอุ่นชื้นจากฝ่ามือหนาทำเอาแป้งสะดุ้งตัวโยน ผิวเนียนนุ่มของเธอที่แตะต้องโดนผิวสากของเป้ส่งกระแสความซาบซ่านแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจในพริบตา แก้มใสสองข้างขึ้นสีแดงแป๋นราวกับมะเขือเทศสุก แป้งก้มหน้าลงจนคางชิดอก ลมหายใจสะดุดติดขัดและหัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยสัมผัส
เป้แอบหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูสาวน้อยตรงหน้า ดวงตาคมเข้มจับจ้องอยู่ที่ซอกคอขาวผ่องของแป้งที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อเพราะความเขินอาย เขายกกล่องพลาสติกหนักอึ้งขึ้นจากมือเล็กๆ ของเธอได้อย่างสบายมือราวกับมันไม่มีน้ำหนัก ท่อนแขนล่ำหนาของเป้ขยับมาเบียดชิดแขนเรียวของแป้งอย่างแนบเนียน กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวของแป้งพัดโชยเข้าจมูกเป้ มันช่างหอมหวานและนุ่มละมุนจนคนตัวโตเผลอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเก็บกักความหอมนั้นไว้ในปอด
"ตัวเล็กเท่ามดแค่นี้ขืนยกไปถึงรถได้หลังหักพอดี ไปครับ...ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการให้เอง" เป้พูดพลางยิ้มตาหยีส่งให้ แป้งไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาตอบ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ แล้วรีบสาวเท้าเดินขวยเขินหนีขึ้นรถทัวร์ไปทันที
เป้มองตามหลังร่างเล็กที่เดินขึ้นบันไดรถทัวร์ไป บั้นท้ายกลมกลึงกะทัดรัดที่ขยับโยกย้ายตามก้าวเดินทำให้ใจของหนุ่มโยธาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ลำคอของเขาแห้งผากขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะสลัดความคิดเตลิดนั้นทิ้งแล้วรีบขนสัมภาระเข้าใต้ท้องรถทัวร์สีส้มต่อไป
---
บนตัวรถทัวร์พัดลมสีส้ม บรรยากาศเริ่มอบอ้าวและเหนียวเหนอะหนะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแสงแดดด้านนอกเริ่มแรงกล้า พัดลมเพดานสีเหลืองเก่าๆ สองสามตัวหมุนดัง 'หึ่ง...หึ่ง...' คอยส่ายหน้าพ่นลมร้อนปะทะใบหน้าของผู้โดยสาร กลิ่นเบาะหนังเก่าผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องลอยอบอวลชวนวิงเวียนศีรษะ
ที่แถวหลังสุดของรถทัวร์ เสียงกวนประสาทขี้เล่นของ 'บิ๊ก' หนุ่มคณะบริหารธุรกิจดังนำขึ้นมาล่วงหน้า
"เฮ้ยๆ หลีกทางให้คนหล่อหน่อยครับ เบาะหลังสุดตรงนี้บิ๊กจองนะเว้ย จะนอนยาวให้ถึงค่ายเลย!"
บิ๊ก หนุ่มมาดกวนหน้าตาดีที่มีดีกรีความปากเสียและขี้เล่นเป็นเลิศ สวมแว่นตากันแดดสีดำ เสื้อเชิ้ตลายดอกฮาวายสีสดใสปลดกระดุมบนสามเม็ดโชว์แผงอกขาวเนียนและสร้อยพระห้อยคอ เดินผิวปากก้าวขึ้นมาที่ท้ายรถอย่างอารมณ์ดี หวังจะยึดเบาะหลังสุดที่เป็นมุมส่วนตัวเพื่อล้มตัวลงนอนพักผ่อน
แต่เมื่อเขาเดินไปถึงเบาะหลังสุด ใบหน้าหล่อกวนกลับต้องชะงักไปทันทีเมื่อพบกับร่างอวบอัดสุดเซ็กซี่ของ 'เบล' สาวคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาที่นั่งกอดอกพิงเบาะอยู่ก่อนแล้ว เบลเป็นสาวสวยหุ่นสปอร์ตที่มีทรวดทรงเย้ายวนใจ สะโพกผายกลมโตงอนงามได้รูปขนาดดินระเบิด กางเกงรัดรูปขาสั้นกุดเผยขาอ่อนเรียวยาวสีน้ำผึ้งเนียนสวย เสื้อกล้ามสีเทาพอดีตัวโชว์เนินอกเต่งตึงและส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเด่นชัด
"ฝันกลางวันอยู่เหรอไอ้บิ๊ก? เบาะนี้ฉันจองแล้วย่ะ ฉันเอากระเป๋ามาวางก่อนแกตั้งห้านาที ไปหาที่อื่นนั่งเลยไป!" เบลพูดด้วยน้ำเสียงห้าวห้วน ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นท้าทายอย่างไม่ยอมลดละ
"โธ่ ยัยเบลสะโพกดินระเบิด ที่ตั้งกว้างขวางทำไมต้องมาเบียดแย่งเบาะหลังสุดกับคนอื่นเขาด้วยเนี่ย สภาพหุ่นเอ็กซ์ๆ อย่างเธอ นั่งตรงนี้นอกจากจะเบียดคนขับแล้วยังจะมาเบียดผมอีก ไปนั่งเบาะหน้าไป๊!" บิ๊กถอดแว่นตากันแดดออกแกล้งส่งสายตาโลมเลียจ้องมองขาอ่อนเรียวยาวและหน้าอกอวบอิ่มที่ดันเสื้อกล้ามจนตึงเปรี๊ยะของเบลอย่างจงใจ
"ไอ้บิ๊กบ้า! ปากเสียแต่เช้าเลยนะแก จะไปไม่ไปฮะ?!" เบลหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ขยับตัวลุกขึ้นยืนหวังจะผลักหน้าอกกวนๆ ของบิ๊กให้ออกไปจากทางเดินแคบๆ
แต่จังหวะนั้นรถทัวร์สตาร์ทเครื่องกระตุกพอดี ทำให้ร่างของเบลเสียหลักลอยเข้าไปปะทะอกกว้างของบิ๊กเข้าอย่างจัง แผงอกหนาของบิ๊กต้อนรับทรวงอกอวบอิ่มสองเต้าหนานุ่มของเบลที่กดทับแนบเบียดลงมาเต็มหน้าอก ความหยุ่นนุ่มของเนินเนื้อขาวเต่งตึงบดเบียดเข้าหาความแข็งแกร่งของหน้าอกชายหนุ่มจนบิ๊กสะดุ้งค้าง ร่างกายเกร็งทื่อ ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งสองเป่ารดกันในระยะกระชั้นชิด
กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตปนกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวจากร่างกายของเบลลอยเข้ากระทบประสาทสัมผัสของบิ๊ก ปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการลึกๆ ในกายชายหนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว บิ๊กเผลอกวาดสายตาจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเบลที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ
"เฮ้ย...เบียดขนาดนี้ คิดจะทำอะไรผมปะเนี่ยยัยเบล?" บิ๊กแกล้งเอ่ยปากกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในหัวอก แต่หัวใจกลับเต้นกระหน่ำรุนแรง
"ปล่อยเลยนะไอ้บิ๊กบ้า! ใครเบียดแกฮะ รถมันกระตุกต่างหาก!" เบลโวยวายหน้าร้อนผ่าว พยายามจะดึงตัวถอยห่าง แต่เนื่องจากทางเดินแคบมาก สะโพกอวบอัดของเธอจึงไปเบียดเข้ากับต้นขาและส่วนกลางลำตัวของบิ๊ก ความอุ่นร้อนของเนื้อตัวที่บดเบียดกันทำให้ทั้งคู่ต่างรู้สึกปั่นป่วนซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนทำอะไรไม่ถูก
ถัดไปทางช่วงกลางของตัวรถทัวร์ บรรยากาศกลับมีความเงียบขรึมทว่าแฝงความร้อนรุ่มลึกๆ
'นน' หนุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬามาดขรึมบ้าพลัง ผิวสองสีเข้ม หน้าตาคมคายดุดัน ร่างกายล่ำสันบึกบึนไปด้วยมัดกล้ามแกร่งตามแบบฉบับนักกีฬา ไหล่กว้างหนาและท่อนแขนล่ำเปรี๊ยะน่าเกรงขาม เขานั่งกอดอกก้มหน้าหน้านิ่งถือกล่องปฐมพยาบาลสีเขียวไว้บนตักอย่างเงียบเชียบ
และข้างกายของเขาคือ 'แนน' สาวคณะบริหารธุรกิจสุดมั่น ช่างอ้อนช่างรุก วันนี้เธอจัดเต็มด้วยเสื้อสายเดี่ยวสีขาวคว้านคอลึกมาก เผยให้เห็นเนินเต้าอวบอิ่มขาวผ่องตัดกับผิวเนียนละเอียด ทรวงอกสองเต้าอวบอัดกลมกลึงเบียดกระชับจนเห็นร่องอกลึกชวนน้ำลายสอ แนนขยับท่านั่งเข้าเบียดชิดกับท่อนแขนล่ำของนนจนไม่มีที่ว่างเหลือ
"นนคะ...แนนเวียนหัวจังเลย รถพัดลมสีส้มนี่เหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องชะมัดเลย แนนรู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ ขอนั่งพิงไหล่นนหน่อยได้ไหมคะ" แนนส่งเสียงออดอ้อนกระซิบข้างหู ช้อนสายตาเยิ้มเชื่อมมองสบนนอย่างมีจริตจะก้าน มือเรียวสวยเลื่อนไปวางบนท่อนแขนแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของนนแล้วบีบคลึงเบาๆ
นนรู้สึกได้ถึงเนื้อนุ่มหยุ่นปะทุของทรวงอกขนาดใหญ่ของแนนที่กดเบียดเข้าหาต้นแขนของเขาอย่างจงใจ ความนุ่มนิ่มจากอกสาวเบียดบดจนแขนล่ำของเขาจมหายไปในเนินเนื้ออวบอุ่น ลมหายใจร้อนระอุชื้นๆ ของแนนเป่ารดไหล่และซอกคอของเขา กลิ่นน้ำหอมแนวหวานซ่อนเปรี้ยวของเธอยิ่งกระตุ้นความรู้สึกดิบของเพศชายในกายนนให้ตื่นตัว แก่นกายที่ซ่อนอยู่ในร่มผ้าเริ่มขยายตัวแข็งขืนตึงเปรี๊ยะจนปวดหนึบ ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์สะกดกลั้นลมหายใจแต่ใบหูหนาแอบขึ้นสีแดงระเรื่อฟ้องความรู้สึก
"อืม...ถ้างั้นก็ดมยานี่ซะ จะได้ดีขึ้น" นนพูดสั้นๆ เสียงแหบพร่าพลางเปิดกล่องปฐมพยาบาลหยิบหลอดยาดมยื่นให้เธอด้วยนิ้วมือที่สั่นน้อยๆ
แนนคลี่ยิ้มหวานรับยาดมมาถือไว้แต่ยังคงซบไหล่และเบียดอกนุ่มเข้าหาท่อนแขนของนนหนักหน่วงขึ้น ชายหนุ่มจำต้องยกกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมาวางทับไว้บนหน้าตักเพื่อปกปิดความเป็นชายที่ตื่นตัวผงาดดันเป้ากางเกงกีฬาจนโป่งนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดทางอารมณ์และความใกล้ชิดของทั้งสองคนเริ่มทวีความร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะที่ล้อรถหมุนตัวออกเดินทาง
---
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง รถทัวร์พัดลมสีส้มแล่นออกจากเขตกรุงเทพมหานครเข้าสู่เขตพื้นที่ต่างจังหวัด ถนนหนทางลาดยางเรียบเนียนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น...ถนนลูกรังสีส้มแดง ขรุขระเต็มไปด้วยเศษหินและหลุมบ่อดินแดง สองข้างทางเปลี่ยนเป็นป่ากล้วยรกชัฏและทุ่งนาเขียวขจีฝุ่นดินตลบอบอวลอยู่นอกกระจกรถ แดดบ่ายเริ่มสาดส่องความร้อนแรงเข้ามาจนอุณหภูมิในรถอบอ้าวเหนียวเหนอะหนะ นักศึกษาหลายคนต่างเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจนพากันสัปหงกหลับใหลไปตามๆ กัน
แป้งกอดกระเป๋าเป้ใบเล็กไว้แน่นนอนอิงกระจกหน้าต่างที่เปิดรับฝุ่นเบาๆ แอบสบตากับเป้ที่นั่งพิงเบาะฝั่งตรงข้ามทางเดิน เป้ปิดตาหลับแต่ใบหน้าเข้มยังดูดุดันและทรงเสน่ห์ ท่อนแขนล่ำที่พาดอยู่กับตักเผยให้เห็นเส้นเลือดเด่นชัดชวนให้คิดถึงสัมผัสที่เฉียดกรายเมื่อเช้าจนใจสั่น
ขณะที่รถทัวร์กำลังแล่นไปบนทางโค้งแคบๆ เลียบดงป่ากล้วยหนาทึบ ดินใต้พื้นถนนยุบตัวเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่จากการโดนน้ำฝนกัดเซาะ คนขับรถที่กำลังมึนงงหักหลบกะทันหันแต่ล้อหลังรถสะดุดตกลงไปในหลุมดินลึกอย่างจังเสียงดังสนั่น "ตึ้ง!!!" สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งตัวรถ
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ตัวรถทัวร์สีส้มลอยคว้างขึ้นจากพื้นถนนชั่วขณะก่อนจะตกกระแทกพื้นดินฝุ่นฟุ้งกระจาย ผู้โดยสารทุกคนในรถที่ไม่ทันตั้งตัวลอยหวือออกจากที่นั่งตามแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
"ว้ายยย!!!" แป้งกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ร่างเล็กบอบบางลอยพ้นจากเบาะที่นั่งถลาข้ามฝั่งทางเดินรถแคบๆ ร่างลอยละลิ่วตกลงมาหาเป้ที่เพิ่งลืมตาขึ้นมารับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที
เป้ขยับแขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดประคองร่างเล็กของแป้งเอาไว้แน่น ท่อนแขนล่ำสันแข็งแกร่งรัดรอบเอวบางของเธอไว้แน่นหนาช่วยรับแรงกระแทกทั้งหมดแทนร่างน้อยๆ แผ่นหลังหนาเกร็งยึดเบาะหนังเก่าไว้มั่น
ทว่าวินาทีถัดมา ทั้งสองคนกลับต้องเบิกตากว้าง สติแทบเตลิดเปิดเปิงเมื่อร่างเล็กของแป้งตกลงมานั่งทับบนหน้าตักแกร่งของเป้พอดีแบบ 'เนื้อแนบเนื้อ' บั้นท้ายกลมกลึงนุ่มนิ่มของแป้งกดทับลงบนหน้าขาแกร่งของเป้และแนบสนิทแนบแน่นเข้ากับ 'เป้ากางเกงยีนส์หนา' ของเขาอย่างจังไร้ช่องว่างใดๆ กั้นกลาง
"อ๊ะ...!" แป้งครางกระเส่าเสียงสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ ผิวบั้นท้ายเนียนนุ่มของเธอที่บดลงไปสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงและร้อนจัดบางอย่างภายใต้เป้ากางเกงยีนส์ของเป้ ตัวตนของชายหนุ่มร่างยักษ์ตื่นตัวขึ้นทันควัน แก่นกายหนายักษ์พองตัวแข็งทื่อขยายขนาดเต็มที่ดันเบียดสู้กับร่องก้นของแป้งอย่างรุนแรงประหนึ่งท่อนเหล็กร้อนที่กำลังเผาไฟ แป้งหน้าร้อนฉ่าสติหลุดลอย รู้สึกซาบซ่านปั่นป่วนจนร่างกายตื่นตัวร้อนผ่าวขึ้นมาในทันตา ร่างน้อยสั่นระริกอิงแอบแผงอกกว้างของเป้ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เนื่องจากแขนหนาของเป้ยังกอดรัดสะโพกเธอไว้แน่น
เป้สูดกลิ่นหอมแป้งเด็กผสมกลิ่นเหงื่อสาวสะอาดที่โชยมาจากลำคอระหงของแป้ง ลมหายใจทุ้มต่ำแหบพร่าเป่ารดแก้มใสของเธอ ความร้อนรุ่มที่ตักเร่งเร้าให้อยากกดน้ำหนักลงไปบดเบียดสะโพกมนให้เนียนแน่นยิ่งขึ้น เป้แกล้งขยับสะโพกหนาดันความเป็นชายแข็งเกร็งให้เบียดกระแทกกับร่องรักของแป้งเบาๆ ทุกครั้งที่รถโคลงเคลง สบตาเชื่อมสั่นระริกของเธอพลางถามเสียงทุ้มพร่า
"เจ็บตรงไหนไหมแป้ง... พี่ยังปล่อยไม่ได้นะ รถมันยังโคลงอยู่"
แป้งได้แต่ซบหน้าแดงก่ำกับอกอุ่น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดเสื้อยืดสีดำของเป้จนเปียกชื้น ใจสาวเต้นรัวเร็จนแทบจะหลุดออกมานอกอก ตัวสั่นระริกยอมรับการโอบกอดและสัมผัสล่วงล้ำที่ตักอย่างจำนน
ในเวลาเดียวกันที่เบาะหลังสุดของรถทัวร์
"กรี๊ดดด! ไอ้บิ๊ก!" เบลหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแรงกระแทกทำเอาร่างของเธอเสียหลักล้มก้นกระแทกลงบนหน้าตักของบิ๊กที่นั่งชันเข่าอยู่พอดี สะโพกผายดินระเบิดที่สวมเพียงกางเกงกีฬาขาสั้นบางกระแทกเบียดเข้ากับเป้ากางเกงของบิ๊กอย่างรุนแรงและแม่นยำราวจับวาง
"โอ๊ยยย...ซี้ดดด! ยัยเบล!" บิ๊กครางเสียงต่ำพลางซี้ดปากอย่างสุดเสียว ตัวตนของบิ๊กผงาดเกร็งแข็งตัวขึ้นทันทีบดเบียดตรงร่องก้นอวบอัดของเบลเต็มเหนี่ยว ความใหญ่โตของแก่นกายชายหนุ่มดุนดันสะโพกงอนงามจนเบลรับรู้ได้ถึงขนาดและความยาวที่แข็งปั๋ง ชายหนุ่มกางแขนรวบกอดเอวคอดของเบลไว้แน่น ฝ่ามือหนาลูบต่ำลงไปบีบเค้นสะโพกแน่นนุ่มของหญิงสาวอย่างจงใจและเร้าอารมณ์
"ปล่อยฉันนะไอ้บิ๊ก! แกจะบีบก้นฉันทำไมฮะ!" เบลโวยวายหน้าร้อนผ่าวตัวสั่นสะท้านกับสัมผัสล่วงเกินที่ปลุกเร้าความเสียวซ่านให้แล่นพล่านจนรู้สึกปั่นป่วนที่กึ่งกลางกายสาว
"รถตกหลุมขนาดนี้ ใครจะกล้าปล่อยล่ะครับเบล... สะโพกแน่นดีชะมัด เบียดของผมจนแข็งตั้งขนาดนี้ ยังจะปากดีอีกเหรอ?" บิ๊กกระซิบหยอกเย้าข้างใบหูนุ่มเสียงทุ้มสั่นเครือ ใบหน้าหล่อเหลาเกยอยู่ตรงซอกคอของเบลลอบสูดกลิ่นกายสาวอย่างหิวกระหาย ขณะที่มือหนายังคงบีบเค้นเนื้อสะโพกดินระเบิดของเธออย่างเมามันตามแรงสะเทือนโยกสั่นของรถทัวร์ส่งผลให้สะโพกงามบดเบียดกับแก่นกายใหญ่โตของเขาเป็นจังหวะกระตุ้นอารมณ์เสียวซ่านจนทั้งคู่หน้าแดงซ่านไร้คำพูดใดๆ ต่อกัน
ขณะที่ช่วงเบาะกลาง นนแสร้งทำเป็นกอดรัดดึงร่างของแนนเข้ามาชิดแผงอกแกร่งเพื่อหลบแรงกระแทก ทรวงอกอวบอิ่มขาวเนียนของแนนเบียดอัดกับอกกว้างของนนแทบจะบี้แบน แนนกอดคอหนาของนนไว้แน่นพึมพำกระซิบเสียงหวานอยู่ใกล้ริมฝีปากชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าด้วยกันท่ามกลางความเงียบงันและความกระสันตึงเครียดทางอารมณ์ที่ปกคลุมรถทัวร์คันเก่าที่กำลังโคลงเคลงฝ่าทางลูกรังอันเปล่าเปลี่ยว...
(ติดตามตอนต่อไป...)