เพื่อนรุ่นราวเดียวกันในหมู่บ้านจะมีสักกี่คนเชียว
ฉันได้แต่ชะเง้อมองออกไปนอกบ้านเพราะตอนฉันจะวิ่งออกไปนอกบ้านนั้นแม่ก็วิ่งมาจับตัวฉันไว้ทันทีราวกับมีญาณหยั่งรู้ว่าฉันกำลังจะออกจากบ้านอย่างนั้นแหละ
แล้วแบบนี้ฉันจะมีเพื่อนได้ยังไงคะคุณแม่มิเกล
“คุณแม่ขา”เสียงเล็กๆของฉันเรียกคุณแม่ได้ดีเลยทีเดียวเธอหันมามองฉันด้วยความแปลกใจ
แน่สิปกติหนูน้อยริต้าเมื่อก่อนเป็คนค่อนข้างเงียบๆไม่เหมือนฉันตอนนี้หรอก
“ว่าไงจ้ะลูก”
“วันนี้คุณแม่จะออกไปข้างนอกไหมคะ”
“ถามทำไมจ้ะ”
“ริต้าเบื่อริต้าอยากวิ่งเล่น”
“วิ่งในบ้านก็ได้นี่จ้ะหรือจะให้แม่พับก้านดอกหญ้าให้เพิ่มไหม เอาเป็รูปอะไรดี”
เหอะ!ถ้าก้านดอกหญ้าคุยได้ฉันจะไม่แย้งเธอเลยแม่มิเกล แต่นี่มันคุยไม่ได้!
ฉันอยากคุยกับมนุษย์คนอื่นบ้างค่ะอยากมีเพื่อนเพื่อคะแนนความประพฤติ 10 แต้ม
“ไม่เอาค่ะคุณแม่ริต้าอยากมีเพื่อน”
“มีแม่เป็เพื่อนไม่ดีเหรอคะ”คุณแม่มิเกลยิ้มหวานก่อนจะละมือจากผักที่ล้างอยู่แล้วตรงเข้ามานั่งข้างๆฉันสายตาพินิจพิจารณาใบหน้าอันน่ารักของฉันด้วยแววตารักใคร่
เหอะตอนนี้มันไม่ได้น่ารักหรอก ตอนนี้หน้าฉันงอมากบอกเลยถ้าไม่ติดที่มีพ่อระบบนางเอกติดตัวมาด้วย ฉันเหวี่ยงวีนไปแล้วค่ะ
“คุณแม่ขา”ฉันยังคงทำหน้างอตาใสออดอ้อนต่อไปด้วยน้ำอดน้ำทนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แล้วจะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะก็ในเมื่อเป็ลูกบ้านเขานะ ถึงจะมีกันอยู่แค่สองคนก็เถอะฉันเป็ลูกต้องทำตัวเป็เด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ใช่ไหมล่ะ
+1
เสียงระบบแจ้งจำนวนคะแนนขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่ฉันเหมือนจะสำนึกได้
เหอะ!
ทีนี้คะแนนความประพฤติก็เป็10/100 แล้วสินะฉันยิ้มหวานกระพริบตาปริบๆให้กับคุณแม่มิเกลที่รักและมันก็ได้ผลเพราะใน่เย็นคุณแม่มิเกลก็พาฉันไปเดินเที่ยวเล่นภายในหมู่บ้านชั้นในพร้อมกับตระเวนส่งผักที่มีคนสั่งเอาไว้ด้วยส่วนฉันก็ได้แต่เดินจูงมือแม่ไปด้วยแววตาเป็ประกายสายตาก็สอดส่องบรรยากาศหมู่บ้านเงียบๆ
กระท่อมหินที่ทอดยาวเป็สัดส่วนงดงามนั้นทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง
ก็มันสวยจริงๆนี่น่าบรรยากาศสุดโรแมนติกเลยให้ตายเถอะ นี่สินะหมู่บ้านชั้นใน ไม่ได้เหมือนหมู่บ้านชั้นนอกที่ฉันอยู่กับแม่เลยสักนิดความเจริญก็แตกต่างกันแบบเห็นชัดเลย
ถึงจะอยู่หลังเขาแบบเดียวกันก็เถอะ
“คุณคาร่าค่ะฉันมิเกลมาส่งผักค่ะ”เสียงคุณแม่ะโเข้าไปภายในตัวบ้านทันทีที่มาถึงหน้ารั้วบ้าน
รั้วบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็รั้วไม้เตี้ยๆธรรมดาเท่านั้นเหมือนทำเพียงกั้นอาณาเขตบริเวณของบ้านว่าเป็ของใครแค่นั้นเอง
“คุณคาร่าค่ะ”คุณแม่ยังะโต่อแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับมาจากภายในบ้านจนเธอต้องขมวดคิ้วแปลกใจ
มือซ้ายของแม่มิเกลโบกสะบัดเบาๆพลังธาตุิญญาที่ฉันเห็นบ่อยๆจากขนมนั้นล่องลอยเข้าไปภายในตัวบ้านเงียบๆท่ามกลางการควบคุมของคุณแม่
จากที่ฉันรับรู้มาพลังธาตุิญญามีพลังในการตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานที่ต่างๆได้อย่างง่ายดาย
นี่แม่คงไม่ใช่คิดว่าบ้านคุณคาร่าคนนี้ไม่มีคนอยู่หรอกนะ
“พลังเผ่ามาร”แม่พูดสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะก้มหน้ามองฉันเพื่อตัดสินใจบางอย่าง
ส่วนฉันก็ได้แต่ทำสีหน้าอื้ออึ้งเงียบๆต่อให้อยากจะไม่เข้าใจมากแค่ไหนก็ต้องเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เผ่ามารคือเผ่าพันธุ์ที่มีแทรกซึมอยู่โดยทั่วๆไปแต่น้อยนักจะสามารถพบเห็นได้
และแน่นอนว่าแม่ฉันเป็ถึงผู้ใช้พลังเวทย์ธาตุเดี่ยวิญญาเลยไม่น่าจะผิดพลาดได้ค่ะ
ปัญหานี้เกินขอบเขตปัญญาของฉันไปแล้วฉันแค่อยากจะหาเพื่อนตามภารกิจเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากจะหาเผ่ามารสักนิดเดียว
“โฮสต์ครับมีภารกิจแทรกซ้อนขึ้นมาครับ”
เสียงระบบดังขึ้นมาจนฉันต้องรีบเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง
...............
หน้าต่างระบบ
ริต้า แอนน์มารี
คะแนนความประพฤติ: 10/100(ระดับต่ำกว่าเกณฑ์นางเอกมาก)
ภารกิจสำหรับนางเอก :เป็เพื่อนกับเด็กอายุรุ่นราวเดียวกัน จำนวน 5 คน (รางวัลคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน)
ภารกิจสำหรับนางเอก :ช่วยชีวิตเด็กชาย 2 คนภายในบ้านที่มีพลังมารอยู่ (รางวัลคะแนนความประพฤติ 50 คะแนน)
ข้อเสนอแนะ:เมื่อสะสมคะแนนครบ 100 คะแนน สามารถแลกรางวัลกับทางระบบได้
...............
ข้างในบ้านหลังนี้มีเด็กชายอยู่2 คนงั้นเหรอเนี่ย?
ฉันอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะแต่ที่ตกตะลึงไปมากกว่านั้นคือรางวัลจำนวน 50 แต้มต่างหากนี่เรียกว่ารางวัลคะแนนความประพฤติสูงสุดเลยก็ว่าได้
แต่เฮ้ย!
จะให้เด็กอายุ 5ขวบอย่างฉันเนี่ยนะไปช่วยเหลือเด็กคนอื่นจากพลังเผ่ามารเอาสมองส่วนไหนคิดว่ะ!
“ลูกจำทางกลับบ้านเราได้ใช่ไหมริต้า”แม่มิเกลถามฉันฉันจึงได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“อีกไม่นานคีธจะมารับขนมลูกเล่าเื่นี้ให้คีธฟัง บอกว่าแม่จะสามารถตรึงมันได้ 30 นาทีเท่านั้น”แม่มิเกลพูดเสียงเครียด
“แม่ไว้ใจลูกนะริต้า”แม่พูดจบฉันจึงพยักหน้าตอบรับ
“แม่คะ ข้างในมีเด็กอยู่ 2 คน”ฉันรีบบอก กลัวว่าแม่จะไม่รู้แต่เป็แม่เองที่ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่ลูกสาวอย่างฉันดันรู้เื่นี้
นั่นแหละฉันไม่ได้อธิบายอะไรได้แต่หันหลังวิ่งกลับไปยังเส้นทางเดิมสายตาหันกลับไปมองแม่อีกครั้งก่อนจะพบว่ารอบร่างกายของแม่ถูกปกคลุมด้วยพลังของละอองธาตุิญญาที่ราวกับมีชีวิตเต็มไปหมด
ร่างแม่มิเกลหายวับเข้าไปในตัวบ้านทันที
นี่สินะที่เรียกกันว่าพลังเวทย์ของดินแดนแห่งนี้ถ้าเกิดฉันมีพลังมากๆก็ไม่ต้องกลัวว่าจะยืนหยัดบนโลกใบนี้ไม่ได้อีกต่อไป
“โฮสต์รีบวิ่งเร็วครับพลังเผ่ามารหนาแน่นขึ้นมากกกว่าเดิมแล้วครับ”
“หมายความว่าไง?”ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ผมไม่ทราบครับแต่ที่แน่นอนคือมันเป็พลังที่น่ากลัวมากขึ้นทุกๆครั้งที่ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นครับ”
“แล้วแม่จะเป็อะไรไหม?”
“ผมไม่แน่ใจครับ”
“แล้วนายเป็ระบบยังไงกันถามอะไรก็ไม่ทราบไม่แน่ใจ”ฉันสบถอย่างหัวเสีย
“ข้อมูลในระบบของผมกับโลกใบนี้ยังไม่เสถียรมากพอครับแล้วระบบตอนแรกก็ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อจะมาอยู่ในโลกใบนี้ั้แ่แรกอีกด้วย”
“ฮึ่ม”
ฉันส่งเสียงขัดใจก่อนจะรีบวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ที่เด็กอายุ5 ปีอย่างฉันจะสามารถทำได้