เวลา 10.15 น.
‘ ต่อไป... ต้องหายานพาหนะเข้าเมืองสินะ’ เด็กหนุ่มคิด นึกย้อนไปเมื่อวานตอนเย็น
ภายในห้องทำงานของชายวัยกลางคนที่ตกแต่งอย่างหรูหราประดับประดาไปด้วยคริสตัลสีขาวบนผนังห้องสีน้ำตาลเข้ม มีโต๊ะเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่อยู่ติดผนังตรงกลางห้องและเก้าอี้อีกตัววางอยู่ข้างหน้าของโต๊ะทำงาน ส่วนอื่น ๆ จัดวางได้อย่างลงตัว ทางด้านซ้ายมีตู้ลิ้นชักไม้สีขาวนวลส่วนด้านขวาเป็โคมไฟคริสตัลสีเหลือง แสงของไฟกระทบเข้ากับเส้นผมสีทองของผู้เ้าของห้อง อานนท์ถูกเรียกไปกะทันหันโดยใช้ให้เมดสาวมาตามถึงหน้าห้องนอน เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบเข้าไปพบผู้เป็น้าชาย เดลล์เชิญให้หลานนั่งเก้าอี้ข้างหน้า
“ พรุ่งนี้หลานเดินทางไปในเมืองคนเดียวได้หรือไม่ ” น้าชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อน
“ ทำไมรึท่านน้า ? ” เด็กหนุ่มถาม มองอย่างสงสัย
“ เจฟมีงานอีกอย่างต้องทำ ตอนแรกน้าจะให้แคทพาหลานไป แต่กับถูกเรียกตัวไปด่วน ส่วนน้าต้องเข้าสภาในคืนนี้ด้วยสิ น้าต้องขอโทษด้วย แต่หลานไม่ต้องกลัวไปนะ พอเ้าไปถึงในตัวเมืองแล้วเจฟจะมาหาหลานเจอได้แน่ ส่วนเื่เงินน้าได้เตรียมไว้ให้แล้ว ตอนที่จะออกไปหลานไปบอกกับนิกซ์ได้เลยเขาเป็หัวหน้าพ่อบ้านของที่นี่ ” น้าชายตอบหลาน
“ ถ้ายังงั้นก็ได้ ข้าไปได้ท่านน้า มิต้องห่วง " อานนท์พยักหน้า ตอบแต่หากไม่มั่นใจสักเท่าไร หลังจากเด็กหนุ่มได้พบกันหัวหน้าพ่อบ้านในตอนเช้า นิกซ์ได้มอบไลมิวส์อา( ขนาดเท่าไอโฟนห้าบ้านเรา ) และเงินถุงให้กับอานนท์ ก่อนแนะนำอะไรนิดหน่อยในการเดินทางไปถึงเมืองอย่างสบาย ๆ*ไลมิวส์อา เป็นแผ่นแก้วบางใสขนาดเท่ากันไอโฟนห้า สามารถพับในรูปแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าใช้งานให้ส่งพลังเวทอ่อน ๆ ลงไปสามารถใช้ได้ตามต้องการ แต่ต้องอยู่ในคุณสมบัติ ดังนี้ จดข้อความ สร้างตาราง อัดเสียง ถ่ายรูป ฟังเสียง ส่งข้อความ แชทคุย หรือโทรหากันได้ และหาซื้อได้ตามร้านที่มีป้ายเขียนว่า เครื่องอำนวยหรรษา*
ณ ปัจจุบัน
หลังจากนิกซ์หัวหน้าพ่อบ้านให้คนสวนขับอะไรสักอย่างมาส่งตรงใกล้เข้าเขตกลาง อานนท์เดินมาถึงจุดที่น้าชายวาดร่างใส่ในไลมิวส์อา ในระหว่างทางเขาคิด
‘ ต่อไป... ต้องหายานพาหนะเข้าเมืองสินะ ’ ทันใดนั้นเขาเห็นสัตว์ตัวอะไรสักอย่างเรียกไม่ถูก หัวของมันคล้ายสิงโต ส่วนลำตัวใหญ่กว่าหัวมีเกล็ดมากมายปกคลุมตัวมันเหมือนงูชวนน่าขนลุก ขาคล้ายกับเท้ากบขนาดใหญ่กำลังลากรูปทรงบ้านหลังเล็กสีขาวโดยมีล้อสี่ล้อกำลังเคลื่อนผ่านมาพอดี อานนท์ไม่รอช้ารีบโบกมือไปมาเพื่อ้าให้คนบังคับสัตว์ได้เห็น เมื่อยานพาหนะเคลื่อนมาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่ม
“ หยุดทำไมเหรอ ลุคเต้ ” มีเด็กสาวคนหนึ่งนางโผล่ออกมาจากหน้าต่างบ้านไม้ ถามคนบังคับสัตว์ เลื่อนสายตามองเด็กหนุ่มผมทองแลมีใบหน้าหล่อเหลาดุจเ้าชาย แต่งกายด้วยเนื้อผ้าชั้นดี
“ ต้องขออภัยด้วย ข้าขอถามหน่อย ท่านไปเมืองหลวงเวลล่าซีนหรือเปล่า ” อานนท์รีบถามเด็กสาว
“ ใช่แล้วเรากำลังมุ่งไปที่นั่น แต่มีอะไรรึ ” เด็กสาวรีบตอบ
“ เอ่อ... ถ้าหากไม่รังเกียจ ข้าขอติดรถไปด้วยคนได้หรือไม่ ” เด็กหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวานชวนหลงใหล จนใบหน้าของนางเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
“ รถ? เอ่อ..ด.งั้นก็ได้ เชิญเลย ”เด็กสาวเอื้อมเปิดประตูให้อานนท์ขึ้นมาอย่างว่าง่าย
ภายในนั้นมีที่นั่งยาวระหว่างสองข้ามเพื่อให้นั่งหันหน้าชนกัน ผนังเป็สีชมพูอ่อนทั้งหลัง ทางด้านซ้ายมือเป็ประตูที่เขาเข้ามา ส่วนด้านขวาเป็หน้าต่างบานกลางสีขาว ตอนนี้อานนท์นั่งตรงข้ามกับเด็กหญิง เมื่อดูใกล้ ๆ นางถือว่าเป็เด็กสาวที่น่ารักคนหนึ่งเลยทีเดียว มีเรือนผมสีขาวยาวสลวยถึงเอวส่วนข้าง ๆ เป็เด็กหนุ่มผมสีฟ้าซอยสั้นมองอานนท์อย่างไม่เป็มิตร
“ ใคร อมรา ” เด็กหนุ่มผมฟ้าพูดขึ้น
“ เขาขอติดมอสไปลงในเมืองเวลล่าซีนด้วย ”เด็กสาวตอบ ยิ้มหวานให้เด็กหนุ่มตรงหน้านาง ส่วนเด็กหนุ่มผมฟ้ามองไปยังผู้มาใหม่ ก่อนหันกลับไปที่เดิม
‘ อมราเหรอคงจะเป็ชื่อของผู้หญิงคนนี้ ส่วนมอสก็คงจะเรียกแทนยานพาหนะคันนี้สินะ’ อานนท์คิดมองไปยังเด็กหนุ่มผมฟ้ากับเด็กสาวผมขาวตรงหน้า ตั้งใจเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็มิตรก่อน เพราะเขาเป็คนที่ขอร่วมทางไปกับพวกนี้ด้วย
“ ผม...เอ่อข้าน้อยชื่อ รีคาร์เทล ก๊อตเธอคิงนะ ชื่อเล่นชื่อว่าอานนท์หรือเรียกสั้น ๆ ว่านนท์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก และขอบคุณมาก ๆ ที่ให้ข้าติดมอสมาด้วยน่ะ ”
“ ก๊อตเธอคิงเหรอ นามสกุลคุ้น ๆ แหะ ” เด็กหนุ่มผมฟ้าพูดขึ้น มองยังเด็กหนุ่มหน้าหล่อ
“ แต่ช่างเถอะ เราชื่อ กีรินบาร์ ซาฝารัส หรือเรียกเราว่าฮารัสก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนนท์ ” ชายนามว่า ฮารัสพูดพลางมองเด็กสาว
“ เราเกฮินนา ซาฝารัส เรียกสั้น ๆ ว่าอมราก็ได้เ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ ” เด็กสาวผมขาวตอบ ยิ้มหวานให้กับเพื่อนร่วมทาง
“ พวกเ้าเป็พี่น้องกันเหรอ ” อานนท์ถาม
“ ใช่ ข้าเป็พี่ ส่วนอมราเป็น้อง เราห่างกันแค่ปีเดียวเองเลยดูเหมือนเป็เพื่อนกันซักมากกว่า ” ฮารัสตอบ มองไปยังน้องสาว ระหว่างพวกเขากำลังพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ มอสได้มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงในระยะอันใกล้แล้ว อานนท์ได้รู้ว่าทั้งสองคนจักสอบเข้าโรงเรียนแอนทิลลิสเตียรเหมือนกับเขาด้วยและยังได้รู้อีกว่าในมิตินี้ มีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ด้วยกัน หลัก ๆ ที่เห็นได้ทั่วไปกับย่อยที่ไม่ค่อยได้เห็นมาก ภาษาส่วนใหญ่ที่เราใช้สื่อสารกันเป็ภาษาเฟรด้าล่า ซึ่งตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฟังและพูดรู้เื่ได้ยังไง ส่วนเมืองหลวงเวลล่าซีน ที่พวกเขาไปนั้นอยู่เขตกลาง มีอากาศค่อนข้างร้อน 25 – 26 องศา (ถือว่าร้อนแล้วสำหรับมิตินี้) ซึ่งที่เขาจากมาเป็เขตตะวันตกเฉียงเหนือ มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นเลยทีเดียว
“ ถึงแล้วขอรับคุณหนู” คนบังคับมอสเอ่ยขึ้น ทั้งสามคนเลยรีบโผล่หน้าออกไปทันที
“ ว้าว นี่เหรอที่เขาเรียกกันว่า เมืองหลวงไม่มีวันหลับใหลน่ะ ” ฮารัสเปรยอย่างตื่นเต้น ะโลงจากมอส อมราลงตามมา โดยมีอานนท์ปิดท้าย
+++++++++++++++++++++
เวลล่าซีน เมืองหลวงที่ตั้งอยู่ในเขตกลางของมิติใหญ่เฟรด้าล่า ซึ่งมีประชากรมากถึงสามหมื่นกว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ เวลล่าซีนมีชื่อเสียงในหลายด้านเป็นศูนย์กลางทางด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ที่หลัก ๆ คือทางด้านการใช้เวทมนตร์ในมิตินี้ มีทั้งคนใช้เวทมนตร์ได้กับคนที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ( ส่วนน้อยมาก ) ลองลงมาเป็นพวกเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ ส่วนทางด้านเผ่าพันธุ์ที่เห็นได้ทั่วไปในมิตินี้อยู่ทั้งหมดสี่เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์แรกเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์ที่สอง ไจบิ๊ก เผ่าพันธุ์ที่สาม เอลฟ์ ส่วนเผ่าพันธุ์ที่สี่ คนแคระ เป็นต้น ส่วนเรื่องของมิติจะมีอยู่ทั้งหมดสี่มิติใหญ่ คือ
เฟรด้าล่า เป็มิติใหญ่อันดับแรกรวบรวมเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้เยอะที่สุด ประกอบไปด้วย 6 ทิศหลักด้วยกัน เริ่มต้นที่เมืองหลวงเวลล่าซีน เป็เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตกลางซึ่งเป็แผ่นดินกึ่งกลางของมิตินี้ ถัดไปเป็ เขตเหนือ จุดทิศรอง คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ต่อไปเป็ เขตใต้ จุดทิศรอง คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้
ไดเลนริเบต มิติที่สอง เป็มิติใหญ่แห่งท้องธารา รวบรวมไปด้วยเหล่าเผ่าพันธุ์ต่างๆมากมายอาศัยอยู่ในมิตินี้ แต่โดยต้องฝังเครื่องช่วยหายใจภายในปอดไว้ก่อน ซึ่งส่วนมากเป็เผ่าพันธุ์โมแอนน่า ชาวนาย /นางเงือกท่อนบนเป็คน ท่อนล่างเป็หางเงือกใช้เวทมนตร์ได้บ้างแต่ก็มีส่วนน้อยนัก
ไอวาลูว่า มิติที่สาม เป็มิติใหญ่แห่งน้ำแข็งหิมะ รวบรวมไปด้วยสัตว์เวทหายากมากมาย ฯลฯ อาศัยอยู่ในมิตินี้ซะส่วนใหญ่มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ
ซีร่าโซแลง มิติที่สี่ เป็มิติใหญ่อยู่เหนือสุดของเหล่าทวยเทพจากมิติทั้งสาม รวบรวมไปด้วยเหล่าเทพมากมายอาศัยอยู่ในมิตินี้และไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนสามารถเข้ามาภายในซีร่าโซแลงได้นอกซะจากจะได้รับอนุญาตจากผู้เป็ใหญ่ในสภาเทพแห่งซีร่าโซแลง
เวลา 12.14 น. ณ เมืองหลวงเวลล่าซีน
ตอนนี้พวกอานนท์ยืนอยู่บนลานกว้าง ตรงกลางมีน้ำพุขนาดใหญ่ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สีเขียวสดอย่างสวยงาม ถ้ามองไปรอบ ๆ เห็นมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ซื้อของตามร้านต่าง ๆ มันทำให้บรรยากาศในบริเวณรอบ ๆ ดูคึกคักและวุ่นวายเป็อย่างมาก
‘สมแล้วจริง ๆ ที่เขาว่ากันว่า เวลล่าซีนเมืองที่ไม่มีวันหลับ ’ ระหว่างอานนท์ยืนคิดอยู่ กวาดหาคนของน้าชายไปด้วย นั้นก็คือเจฟฟรีย์นั่นเอง
“ ไหนบอกว่า มาถึงก็จะเจอเลยไง ” อานนท์พึมพำเบา ๆ แต่อมรากับได้ยิน
“ ใครหรอ นนท์ ” อมราถามขึ้นอย่างสงสัย
“ เอ๊ะ ได้ยินด้วยเหรอ แหะ ๆ ” อานนท์พูดเกาหัวแลดูน่ารัก แต่สำหรับเด็กสาวที่เห็นท่าทางของชายด้านข้างแล้วมันช่าง ‘รูปงามเหลือเกิน ’ เด็กสาวคิด ขณะพวกเขายืนอยู่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นใกล้ๆบริเวณนี้พอดิบพอดี อานนท์หันไปหาฮารัสกับอมราแต่แล้วไม่ทันที่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสองพี่น้องคู่นั้นได้เดินเข้าไปในกลุ่มคนใหญ่ๆข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ‘ไปไม่บอกกันเลยนะ’ เด็กหนุ่มคิดเร่งฝีเท้าไปด้านหน้าตามพวกฮารัส
“ ฮารัส เกิดอะไรขึ้นรึ ” อานนท์หันไปถามฮารัส
“ ดูนั่นสิ ” ฮารัสตอบเรียบ ๆ มองไปข้างหน้าต่ออย่างสนใจ ส่วนอานนท์เห็นมีผู้หญิงอยู่สองคนคนแรกมีผมสีม่วงรูปร่างบางและสูงกว่าคนที่สองที่มีผมสีดำยืนชี้หน้าผู้ชายร่างใหญ่มากอย่างไม่เกรงกลัว แต่ผิดกับผู้หญิงคนแรกแลดูจะขี้อายไม่กล้าสู้คน(มั้ง)
“ นี่ !! รีบขอโทษเพื่อนของข้ามาเดี๋ยวนี้ ! ” ผู้หญิงผมสีดำพูดอย่างเสียงดังยังไม่เลิกชี้หน้าชายสูงร่างใหญ่
“ จะทำไม ข้าไม่ผิด ข้าไม่ขอโทษ ฮ่า ๆ ! ” ชายร่างใหญ่พูด หัวเราะด้วยเสียงน่าเกลียด
“ ยังมีหน้ามาพูดว่าไม่ผิดอีกเหรอ อย่าคิดนะว่าข้าไม่เห็นว่าเ้าทำอะไรกับเพื่อนข้าน่ะ ! ” ผู้หญิงผมดำพูดเน้นเสียงเข้ม เรียกดาบคู่ใจของเธอขึ้นมา หวังว่าจะสั่งสอนชายร่างใหญ่ตรงหน้าเธออย่างไม่มีความกลัวสักนิด แต่คนข้าง ๆ เธอดึงเสื้อห้ามไว้ก่อน
“ แอรีส ช่างมันเถอะ ยูอายจะแย่อยู่แล้ว.. พอเถอะ ” ผู้หญิงผมสีม่วงเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา ดึงมือเพื่อนเพื่อที่อยากออกจากตรงนี้โดยเร็ว
“ จะยอมง่าย ๆ ได้ไง ยู มันแต๊ะอั๋งเ้านะ ! ” ผู้หญิงสีดำตวัดเสียงใส่เพื่อนที่ชื่อ ยู แต่เธอหารู้ไม่ว่า ไอ้ที่พูดขึ้นมานั้นมันทำให้เพื่อนเธอยิ่งอายมากแค่ไหน
อานนท์ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ มันทำให้เขาอดที่จะออกไปยุ่งด้วยไม่ได้ ระหว่างเด็กหนุ่มกำลังออกไปกับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นฮารัสจับบ่าของเขาไว้ก่อน มองเหมือนห้าม ‘ รอดูไปก่อน ’ อานนท์เลยพยักหน้า มองสถานการณ์ข้างหน้าต่อ
“ ได้ ข้าจะให้มันขอโทษข้าเอง ” จู่ ๆ เด็กสาวผมม่วงหันไปหาแอรีส เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าชวนขนลุก ยูหันกลับไปมองชายร่างใหญ่
“ เ้า จะขอโทษข้าไหม ” ชายร่างใหญ่หัวเราะอีกครั้ง เมื่อผู้หญิงผมม่วงถาม
“ ไม่ ” คำตอบเดิมที่ยูหวังเอาไว้แล้ว นางแสยะยิ้มส่งให้ชายร่างใหญ่ข้างหน้าเธอ จู่ ๆ ชายร่างใหญ่กลับกุมหัวตัวเองโดยไม่รู้สาเหตุ
ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณนั้นต่างมองอย่างสงสัยโดยเฉพาะอานนท์ ว่าทำไมอยู่ ๆ ชายร่างใหญ่นั้นกลับกุมหัว ล้มลงไปนอนชักดิ้นชักงอเหมือนกุ้ง ร้องออกมาอย่างเ็ปทรมานขนาดนั้นได้
“ ข้าขอโทษ.. ข้ายอมแล้ว.. พวกเ้ายกโทษได้ข้าด้วย...ข้าจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีกแล้ว ” ชายร่างใหญ่พูดเสียงสั่น พยายามลุกขึ้นอย่างยากเย็น
“ อื้ม...ข้ายกโทษให้ ” เด็กสาวผมม่วงตอบด้วยเสียงเรียบๆ หันกลับไปหาเพื่อนสาวของเธอ
“ พอใจแล้วนะแอรีส เราจะไปกันได้หรือยัง..จ๊ะ ” แอรีสไม่ตอบแต่พยักหน้าอย่างพอใจกลับ บริเวณนั้นจากที่มีคนมุงดูกลับจางหายไปอย่างปกติ ส่วนชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นกลับวิ่งหายไปในฝูงชน
ตอนนี้เหลือแค่อานนท์ ฮารัส และอมราที่ยืนมองผู้หญิงอีกสองนั้นไม่เคลื่อนไปไหน อมราเริ่มเดินเข้าไปหาผู้หญิงสองคนนั้น ทักทายอย่างเป็มิตร
“ สวัสดี พวกเ้าสองคนชื่ออะไรกันเหรอ ” เด็กสาวผมขาวยิ้มให้ผู้หญิงทั้งสอง
“ เอ่อ..เ้าคือ...” เด็กสาวผมสีดำเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ คือ เราอยากเป็เพื่อนกับพวกเ้า ” อมราตอบยิ้มให้กับเด็กสาวทั้งสองคน ระหว่างอานนท์กับฮารัสเดินเข้ามาร่วมวงด้วย เด็กสาวผมม่วงมองผู้มาใหม่ต้องรีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่น จนเพื่อนสนิทของเธอหันมามองอย่างสงสัยและหันกลับไปสนใจกับเด็กสาวข้างหน้าเธอต่อ
“ ข้าชื่อ อาร์ซีนัส แคทเซียนมิส ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกข้าว่า แอรีสก็ได้ ” แอรีสแนะนำตัวและจับมือทักทายอมรา ส่วนอมราจับมือตอบด้วยเช่นกัน
“ เอ่อ..ลืมแนะนำตัวเลย..เราชื่อ เกฮินนา ซาฝารัส เรียกสั้น ๆ ว่า อมราก็ได้..ว่าแต่นามของเ้าคือ... ” อมรายิ้มให้แอรีส มองไปยังผู้หญิงผมสีม่วง
“ เราชื่อ คริโซโนน เฮอร์เมสเรนัสเทล เรียกเราว่า ยูก็ได้จ้ะ” ยูยิ้มให้อมราอย่างเป็มิตร ชำเลืองมองเด็กหนุ่มทั้งสองคนนั้น‘ นามสกุลจะยาวไปไหน ’ อานนท์คิด มองไปที่ผู้หญิงตรงหน้าเขา ตัดสินใจแนะนำตัวเอง
“ ข้า ชื่อ รีคาร์เทล ก๊อตเธอคิง ชื่อเล่นว่าอานนท์หรือจะเรียกว่านนท์เฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ” เท่านั้นแหละ แอรีสและยูกับเงียบนิ่งไป อานนท์ต้องมองพวกนางอย่างสงสัยขึ้นมา
“ เอ่อ..มีอะไรเหรอ ? หน้าข้ามีอะไรติดอยู่ยังงั้นรึ ” อานนท์รีบจับหน้าตัวเอง เพื่อหวังว่าเจอสิ่งที่ติดหน้าของเขาอยู่
“ ท่านเป็อะไรกับผอ.โรงเรียนแอนทิลลิสเตียรเหรอ ” แอรีสเริ่มเปิดปากถามขึ้นมาเป็คนแรก
“ เอ่อ...เป็หลานน่ะ” อานนท์ตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไรมาก แต่หากแค่ทำให้ทั้ง สี่คนต้องหันมามองเ้าตัวเป็ตาเดียว
“ เอิ่ม.... นึกแล้วเชียว! ข้าก็ว่าทำไมมันคุ้น ๆ แต่ติดตรงที่ปากเนี่ยแหละ เ้าเป็หลานของท่านเดลล์ ผอ.โรงเรียนที่เราจะไปสมัครนั้นจริง ๆ ” จู่ ๆ ฮารัสพูดเสียงดังขึ้นมา จนผู้เป็น้องต้องรีบปิดปากพี่ชายทันที (แต่นางต้องเขย่งตัวขึ้นเพื่อให้มือตัวเองปิดปากพี่ชายได้สำเร็จ พูดง่าย ๆ นางเตี้ยสูงหนึ่งร้อยห้าสิบแปดเอง ซึ่งพี่ชายนางสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบ) ฮารัสรีบเอามือน้องสาวออก เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ เรา ชื่อ กีรินบาร์ ซาฝารัส เรียกสั้น ๆ ว่า ฮารัสก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักพวกเ้าทั้งสอง แต่ตอนนี้เราไปหาที่นั่งคุยกันก่อนดีไหม คือ....”
ฮารัสมองไปรอบ ๆ เมื่อพบกับสายตาของผู้คนในบริเวณนั้นมองมายังกลุ่มของพวกเขา ส่วนคนอื่น ๆ ก็มองหน้ากัน พยักหน้าพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย อมรากับแอรีสอาสาพานำเข้าไปในร้านแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับบริเวณที่พวกเขาจากมาไม่มากนัก
ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามอย่างลงตัว ในโทนส่วนใหญ่เป็สีขาวออกแนวคลาสสิค โต๊ะที่พวกเขาเลือกนั่งนั้นติดกับกระจกใสของภายในร้าน ถ้ามองออกไปเห็นผู้คนมากมายเดินผ่านไปมาอย่างวุ่นวาย สำหรับอานนท์แล้วเป็อะไรที่น่าสนใจมาก เพราะผู้คนดูแต่งตัวแปลกไม่ถึงกับประหลาดและยิ่งแต่ละคนที่มีหูยาวมั่ง ตัวสูงใหญ่(มาก)มั่ง ตัวเตี้ยแต่หัวโตมั่ง สำหรับอานนท์ในตอนนี้คิดว่าจะรับมันได้แต่ก็ยากเกินตัวจริง ๆ
“ นนท์...อานนท์! ” อมราเรียกเสียงดังจนคนในร้านหันมายังโต๊ะพวกนาง ส่วนคนที่ถูกเรียกสะดุ้งรีบตอบและมองไปหาคนเรียกแต่..
“ ฮะ...ว่าไงนะ... ” เด็กหนุ่มมองด้านหน้าเห็นยูกำลังจ้องมองเขาอยู่ ถ้ามองไปด้านซ้ายเป็ฮารัส ส่วนอีกฝั่งเป็เด็กสาวสามคนนั่งเรียงกันจากซ้ายไปขวา ยู แฮรีส และอมราผู้ที่เรียกชื่อเขานั่นเอง แต่ฮารัสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมาพูดขึ้นกับอานนท์
“ เ้าใจลอยไปถึงไหนเนี่ย ” อานนท์หันไปมองฮารัส ยิ้มบาง ๆ ให้
“ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ เอ่อ..ขอถามอะไรหน่อยสิ ” เด็กหนุ่มถามขึ้นกะทันหัน จนพวกเพื่อนต้องมองอย่างสงสัย
“ ว่าอะไรเหรอ ” อมราถาม
“ คนพวกนั้นเขาอยู่เผ่าพันธุ์อะไรกันรึ ” เป็คำถามที่ทำให้ อมรา ฮารัส แฮรีส รวมถึงยูต้องแปลกใจมาก แต่ไม่คิดที่ถามอะไร
“ คนที่มีหูยาว ๆ เขาเรียกว่าเอลฟ์ เผ่าพันธุ์นี้สามารถรักษาและเยียวยาผู้คนได้ แถมมีความฉลาดและว่องไวเอามาก...” โดยยูขออาสาตอบอานนท์
“ ส่วนไอ้ตัวใหญ่ ๆ ที่ยูล้มมันได้นั้น เขาเรียกว่าไจบิ๊ก เป็เผ่าพันธุ์ที่มีรูปร่างใหญ่กว่าคนปกติกว่าหนึ่งเท่า มีร่างกายที่แข็งแรง และมีพละกำลังมากถึงสามเท่าของมนุษย์แต่เทียบกับความฉลาดแล้วไม่มากนัก พูดง่าย ๆ ถึงกะโง่เลยทีเดียว ส่วน ๆ อื่นก็เหมือนกับพวกเรา ” แอรีสพูดต่อจากเพื่อนสนิท ยิ้มหวาน ๆ ให้อานนท์
“ ส่วนคนนั้นเขาเรียกว่าเผ่าพันธุ์คนแคระ เป็เผ่าพันธุ์ที่มีความฉลาดเหมือนกัน อาชีพส่วนใหญ่ทำพวกเหมืองแร่ แต่อีกส่วนคิดค้นประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในตอนนี้ด้วย ” ยูเอ่ยเสริม ระหว่างอมรากับพี่ชายได้จัดแจงสั่งอาหารมากมายมาให้กับอานนท์และเพื่อนสาวอีกสองคนโดยไม่ถามอะไรสักคำ
หลังจากจัดการกับอาหารเ่าั้เสร็จ ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ! อานนท์รีบล่วงไลมิวส์อาออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเองเพราะมีเสียงเตือนว่ามีคนทักมา เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน ก้มลงอ่านข้อความเ่าั้โดยที่ไม่รู้ว่ามีคนข้าง ๆ แอบอ่านอยู่ด้วย
“ ท่านพี่ไม่มีมารยาทเลยนะแอบอ่านของคนอื่น ! ” น้องสาวพูดดุพี่ชายของนางทันที เด็กหนุ่มเ้าของมิวส์อาไม่ได้สนใจอะไรมาก เ้าตัวยังอ่านข้อความพวกนั้นต่อ
# ข้าน้อยต้องขอโทษท่านชายด้วยนะขอรับ ใน่นั้นข้าน้อยมีงานด่วนเข้ามาพอดีขอรับและขอเวลาซะสามนาทีเท่านั้น ข้าจะไปหาท่านชายที่ร้านทันที ปล.ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน #
เมื่ออ่านจบข้อความ เด็กหนุ่มสงสัยขึ้นมา ว่าทำไมถึงรู้ว่าเขาอยู่ไหน แล้วทำไมต้องกำหนดเวลาด้วย หรือเขาเป็คนตรงต่อเวลามั้ง อานนท์ไม่รอช้ารีบนับถ้อยหลังในทันที ผ่านไป หนึ่งนาที สองนาที สามนาทีเป๊ะ
ภายในร้านปรากฏร่างชายหนุ่มสูงโปร่งใบหน้าหวานคนหนึ่งเดินเข้ามายังโต๊ะพวกเขาอย่างรวดเร็ว จนพวกเพื่อนถึงกับใ อานนท์เห็นชายหนุ่มผู้มาใหม่เลยทักขึ้น
“ ตรงเวลาเป๊ะเลยนะ พี่เจฟ ” เด็กหนุ่มหันไปหาพวกเพื่อนเขาที่มองกันอย่างงุนงง อานนท์ได้แนะนำคนของน้าชายให้พวกนั้นรู้จัก
“ นี่..พี่เจฟ เจฟฟรีย์ ฮาซินโต้เซียเป็คนสนิทของท่านน้าเรา พี่เจฟและนี่..เพื่อนของข้าเอง ” แต่ละคนถึงกับอึ้งกิมจิไปตาม ๆ กัน ซึ่งอานนท์ไม่เข้าใจว่าเป็เพราะอะไร แต่แล้วเด็กสาวผมดำเริ่มพูดขึ้นเป็คนแรกอีกตามเคย
“ เอ่อ...ยินดี...ที่ได้รู้จักท่านเจฟฟรีย์ ข้าชื่อ.. ” ยังเอ่ยไม่จบต้องหยุด ในเมื่อผู้มาใหม่พูดแทรกขึ้นก่อน
“ ยินดีเช่นกันขอรับ กระผมรู้ว่าเพื่อนของท่านชายชื่อว่าอะไรบ้าง ไม่ต้องแนะนำตัวหรอกขอรับ เสียเวลา ” เจฟฟรีย์พูดหันไปยิ้มให้กับเด็กหนุ่มผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คุณชาย เขานำของบางอย่างออกจากกระเป๋าเป้ข้างหลัง ยื่นให้กับทุกคนพร้อมนั่งลง
“ นี่คือใบสมัครของโรงเรียนแอนทิลลิสเตียร กระผมรู้ว่าพวกท่านกำลังจะสมัครเข้าโรงเรียนแห่งนี้ ข้าเลยตักเตรียมมาเผื่อพวกท่านด้วย ” เด็กสาวจอมเงียบสุดมองเจฟฟรีย์อย่างเกรงใจและสงสัยว่า เขารู้ได้ไงว่าเรากำลังจะสมัครสอบเข้าที่นี่ แต่เลิกสนใจและรับไว้เมื่ออานนท์บอกว่ารับไปเถิด เท่านั้นแหละ นางรีบยื่นไปรับทันทีเมื่อทั้งห้าคนเริ่มกรอกข้อมูลและแนบกับรูปภาพ ( อานนท์ได้ถ่ายไว้ก่อนจะมาที่นี้แล้ว ) เสร็จ เด็กหนุ่มหน้าหล่อเอ่ยถามขึ้น
“ แล้วอาวุธคู่กายทำไมถึงเขียนว่าห้ามไม่มีด้วยล่ะไม่เข้าใจ เออแล้วภูต..ดีนะที่ให้เขียนว่าไม่ต้องมีก็ได้ ค่อยยังชั่วหน่อย ” เจฟฟรีย์รู้อยู่แล้วว่าคุณชายต้องถาม เขาเลยอธิบาย
“ อาวุธต้องมีขอรับท่านชาย ภายในนั้นจะต้องระบุด้วยว่าเป็อาวุธแบบไหน เดี๋ยวท่านค่อยไปเติมทีหลังก็ได้ขอรับ แล้วส่วนช่องที่มีคำว่าภูต ท่านชายไม่ต้องเลือกก็ได้ขอรับ ส่วนเื่อาวุธนั้นมันมีหลายแบบด้วยกันคือ ดาบยาว ดาบสั้นคู่ ปืน คฑา แส้ หรือ ธนู และภูตก็เหมือนกับคาร์ลอสแต่หากไม่ได้สถิตคงอยู่ เพราะเปลี่ยนจากแฝงในบ้านมาเป็กับคนขอรับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ท่านชายต้องศึกษาเอาเองต่อไป ส่วนที่ท่านชายคิดว่าจะไม่มีอาวุธ ข้าน้อยได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังเอาออกมาไม่ได้ขอรับต้องรอถึงที่พักก่อน ”
อานนท์นั่งฟังคำอธิบายของพี่เจฟถึงกับอึ้ง แต่พยายามที่ทำความเข้าใจในเร็วที่สุด
‘อย่างนี้ต้องศึกษาให้มากแล้วสินะ’ อานนท์คิด
หลังจากทุกคนต้องแยกย้ายกันไปหาที่พักของตัวเอง เจฟฟรีย์ได้บอกว่าจองที่พักไว้สำหรับอานนท์ ตอนแรกฮารัสกับอมราชวนให้เด็กหนุ่มไปพักที่บ้านของพวกเขาแต่เ้าตัวเกรงใจ ส่วนยูกับแอรีสขอตัวกลับที่พักของนางเช่นกัน ไว้พรุ่งนี้นัดเจอกันที่หน้าโรงเรียนแปดโมงตรงเลย
..........................................................