เพราะใบหน้างงงวยของเหิงเยว่ทำให้จิวซื่อต้องอธิบายให้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่าการกินโอสถพิษนั่นเข้าไปก็เพื่อตัดต้นกำเนิดพลังปราณหยางให้หายไปจากร่างจากนั้นให้พลังหยินแกนกลางของพลังปราณทั้งหมดแทน
“เ้ารู้ไหมว่าโอกาสสำเร็จของมันที่ข้าคาดการเอาไว้อยู่ที่กี่ส่วน”เหิงเยว่ส่ายใบหน้าพลางเอามือข้างหนึ่งขึ้นมารูปแก้มที่โดนตบไปเมื่อครู่
“ไม่ถึงหนึ่งในหมื่นส่วนด้วยซ้ำ”
“แล้วทำไมท่านถึงยังให้ข้ากินยาพิษนั่นเข้าไปอยู่ดีล่ะ”
“เพราะมันเป็หนทางเดียวที่จะทำให้เ้ากลับมาฝึกยุทธได้อีกครั้งถึงแม้ข้าจะไม่รู้ก็เถอะว่าเื่ราวของเ้ามันเป็มาอย่างไรแต่ข้าััสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้าได้จากเ้านั่นคือเ้าใฝ่หาพลังเพื่อทำบางสิ่งอยู่ข้าจะไม่บังคับให้เ้าเล่าออกมาหรอก หากมันถึงเวลาอันสมควรเ้าก็สามารถนำมาบอกข้าได้ทุกเมื่อ”
“จิวซื่อ...ความจริงแล้วท่านคือใครกันแน่ และท่าน...” ความเป็ผู้ใหญ่ที่เกินความเยาว์วัยของใบหน้านั้นทำให้ความสงสัยของเหิงเยว่ถึงขีดสุดจนหลุดถามออกไป“อายุเท่าไหร่กัน”
เพี๊ยะ!เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าเกิดขึ้นอีกครั้งจนเหิงเยว่ตั้งตัวไม่ทันใบหน้าของเขาหันไปทิศทางเดียวกับแรงตบของฝ่ามือ แต่ในครานี้เขาััได้ว่ามันแรงกว่าคราวก่อนมากและที่สำคัญมันมีพลังปราณแฝงมาในการโจมตีครั้งนี้ด้วย
เพราะความรุนแรงนี้ทำให้เหิงเยว่ไม่สามารถอดกลั้นเสียงร้องเอาไว้ได้
“ไม่เคยมีใครสอนเ้าหรืออย่างไรว่าไม่ควรถามอายุสตรีไม่ว่าจะเป็ท่านไหนก็ตาม นี่ถือเป็คำเตือน หากเ้ายังกล้าลองดีรับรองว่าครั้งถัดไปฟันของเ้าอาจไม่เรียงสวยแบบเดิมเป็แน่”
เสียงแหลมที่กดลงต่ำฟังแล้วดูเหมาะกับคำขู่ไม่น้อยแต่มันก็ผิดกับใบหน้าที่งดงามและอ่อนเยาว์ของนางอยู่ดี เหิงเยว่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้มีแต่ต้องทำตามสิ่งที่นางบอกเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการพยักหน้าตอบรับและบอกกับนางว่าจะไม่ถามเื่พวกนี้อีก
จากการคาดเดาผู้หญิงท่านนี้จะต้องมีอายุอยู่พอควรมิใช่วัยรุ่นอย่างแน่นอน เพราะพลังที่แกร่งกล้า ความรู้ศาสตร์การใช้โอสถและผสมมันขึ้นมาหากนางเป็วัยรุ่นคงจะเป็อัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีหนึ่งคนเป็แน่
ผู้มีวรยุทธกล้าเก่งเช่นนี่ไม่ควรจะพลาดสายตาไปจากเขาผู้เป็ถึงเ้าสำนักอย่างแน่นอน เพราะจากละอองสีฟ้าที่เห็นนั่นเป็สัญญาณบ่งบอกว่านางมีวรยุทธอยู่ในระดับสยบวารีทั่วธรณีข้อมูลที่มีเพียงน้อยนิดก็สามารถตีความได้เท่านี้แต่สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดก็คือแขนกลที่ติดมาแทนแขนขวาของเหิงเยว่ใครเป็คนทำมันขึ้นมา
“ข้าอยากรู้ว่า แขนกลนี่-” เขาเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยออกไปทว่าจิวซื่อโยนวัตถุบางอย่างทรงกลมขนาดเล็กกลับหลังมาให้ขณะที่นางสาวเท้าซ้ายสลับขวาเดินไปเบื้องหน้า
“รับไว้ แล้วตามข้ามา” เหิงเยว่คว้าลูกบาศก์นั่นเอาไว้ในมือจากนั้นก็เดินตามหลังจิวซื่อไปอยู่ครู่หนึ่งก็พบกับต้นสายของธารน้ำที่เห็นก่อนหน้านี้