ตอนที่ 1 แน่นแฟ้นกินใจ
เื่นี้เป็นิยายรักจีนโบราณย้อนยุค มีครบทุกรสชาติ สุข เศร้า เหงา ฟิน ตลก!! มีดราม่าปนเล็กน้อย เพื่ออรรถรสตามสไตล์หวงตี้คนงามค่า
*ขอหัวใจคนละดวง + คอมเม้นท์ เป็กำลังใจให้ไรต์ด้วยน้าค่า* ขอบพระคุณค่า*
แนะนำตัวละคร
-หวงเหวินเกอ-
คุณชายใหญ่แห่งราชวงศ์อ๋อง มีศักดิ์เป็ถึงซื่อจื่อผู้สมควรได้รับการสืบทอด ฉลาดปราดเปรื่อง รูปโฉมงดงามปานองค์เทพ เสียเพียงแต่ว่า เขาขยันสร้างชื่อเสียงฉาวโฉ่ให้ตนเอง เพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง ที่น้อยคนจะล่วงรู้ ท่ามกลางเครือญาติที่มีเพียงการห้ำหั่นเชือดเฉือน เพื่อปกป้องตัวเองให้อยู่รอด ยอมลดขั้น แสร้งเป็ไอ้โง่ให้คนติฉิน รอเพียงเวลาได้ผงาดชูคอ ถลกหนังถอนโคนไอ้ชั่ว ตามแผนการใหญ่ที่วางไว้...
-หลิวจิ่นอี-
หญิงงามล่มเมืองแห่งแคว้นสุย สตรีเบอร์หนึ่งที่ใคร ๆ ต่างปรารถนา เลื่องลือว่างดงามจนบุรุษต้องชายตามอง แต่ผิดตรงที่แม่นางผู้นี้ไม่เคยรักใคร่บุรุษ นางมีรสนิยมนอกรีต ที่บอกใครไม่ได้ สร้างเื่งามหน้า หลงรักสาวใช้ก้นครัวอย่างหลีเสี่ยงชู ยอมสายตามืดบอดค้านความเห็นของบิดาทุกวาจา
-หลีเสี่ยงชู-
สาวใช้ที่แตกต่าง ผิวพรรณเนียนละเอียด งามไม่แพ้นายหญิง แต่นิสัยดันตรงข้ามกับรูปหน้า เสี่ยงชูคนนี้แม้ต่ำต้อย แต่ไม่ยอมให้ใครรังแก แท้จริงแล้วนางเป็ใครกันแน่ ที่ไปที่มาสุดซับซ้อน สักวันต้องถูกเปิดเผย
เื่ราวสุดโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อ 2100 ปีก่อนคริสตกาล
จีนกว้างใหญ่ แย่งชิงดินแดนแบ่งเป็ราชธานี สองฝั่งขั้วอำนาจเป็ปฏิปักษ์ ไม่ว่าจะผลัดเปลี่ยนไปกี่รัชศก แคว้นสุย กับซานเป่ย สู้รบยาวนาน... ไม่รู้แพ้ไม่รู้ชนะ
ซึ่งในขณะเดียวกันนี้ เป็ยุคเริ่มแรกของราชวงศ์ใหม่แห่งแคว้นสุย ที่สถาปนาตนโดยหวงหม่าซือ ขนานนามว่าราชวงศ์หวง ปกครองโดยอ๋องใหญ่ที่มีศักดิ์เป็ท่านอา
ซื่อจื่อน้อยอย่างหวงเหวินเกอ ตกกระป๋องมิได้สืบทอด บิดาสิ้นั้แ่ยังเยาว์ อย่างไรอำนาจนี้ก็สมควรเป็ของเขา
เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยท่ามกลางขวากหนามของการเข่นฆ่า ชิงอำนาจบาตรใหญ่ อ๋องน้อยจำต้องแสร้งจิตวิปลาส ชมชอบความป่าเถื่อนซื้อใจหวงหม่าซือมิให้ระแวง จวบจนปัจจุบัน
"ทรมานเข้าไป ยิ่งร้องโหยหวนยิ่งดี!! อย่าให้พวกมันได้มีชีวิตรอด!!" เหวินอ๋องผู้ที่เอาแต่รั้งอยู่ในสำนักประจิม ไขว้เท้าจิบชาเบิกตามองเหล่าเชลยซานเป่ย ด้วยสายตาอำมหิตไร้ใจไม่สะทกสะท้าน แม้ผู้ถูกเฆี่ยนเป็สตรีไม่มีการยกเว้น
อ๋องน้อยใบหน้าเกลี้ยงเตียนหล่อเหลา แต่ภายในใจปกคลุมด้วยความมืดมิดที่ยากชำระล้าง เขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเหี้ยมโหด กลายเป็คนโฉดวิปลาส เสพสุข โส-มม เยี่ยงเดรัจฉานบุรุษ ใช้ชีวิตงี่เง่าอยู่ใต้เบื้องธุลีบาทาท่านอานาน 20 ปี
*สำนักประจิม - เป็หน่วยที่ตั้งขึ้นเพื่อคอยตรวจสอบและสอดส่ององครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพาอีกทอดหนึ่ง มีอำนาจในการสังหารผู้ที่เป็ภัยได้ทันที ถือเป็ขั้นสุดของหน่วยลับ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใดเลย แม้กระทั่งอ๋องใหญ่*
"นายท่านเหวินขอรับ อ๋องใหญ่รอพบในเรือนรับรองกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว" ทหารรับใช้พูดขัดจังหวะ โน้มตัวอ่อนยวบรายงานต่อหัวหน้าสำนัก
"ลากคนพวกนี้ออกไปทรมานต่อในลานด้านหน้า ข้าจะให้ท่านอาได้เห็นความภักดีที่มีต่อแคว้นสุยของข้า" เขาเก็บทุกรายละเอียดให้แยบยล ตบตาอ๋องใหญ่ได้อย่างไร้ที่ติ ทันทีที่เขาออกคำสั่งทหารรับใช้เร่งจัดการตามนั้น แต่เหวินเกอยังลีลาเล่นตัว หลับตาพริ้มหวนนึกถึงความสัมพันธ์ในอดีต
ภาพอดีตลอยล่องในหัว ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน
หวงเซียนเมิ่ง ถือครองแคว้นสุยอย่างทรงธรรม บุตรชายเพียงคนเดียวของเขาคือ หวงเหวินเกอ ที่ถือยศเป็ซื่อจื่อน้อยั้แ่เกิด บัดนี้เขาอายุครบ 10 ขวบ ถูกฝากฝังให้เรียนกระบี่และวิชาศรกับท่านอาผู้เก่งกาจ คือ หวงหม่าซือ ในเวลานั้นความสัมพันธ์ของเครือญาติแน่นแฟ้นรักใคร่
เด็กน้อยเมื่อวานซืน มิรู้เงื่อนงำเล่ห์กล เขารู้แต่เพียงว่า หวงหม่าซือ คือวีรบุรุษที่เขารักและเคารพ ถึงขั้นยกยอให้เป็เยี่ยงอย่าง
"ท่านอา... เหวินเอ๋อร์เหนื่อยแล้ว ไม่อยากฝึกฝนแล้ว" เขาพลาดท่าถูกผลักจนล้มได้แผล เด็กน้อยไม่ร้องงอแงสักแอะ เพียงลุกขึ้นเดินกระตุกอาภรณ์หม่าซือที่เป็ครูฝึก กางฝ่ามือเล็กตบปลายดาบที่ถูกชี้จ่อหน้า ให้หันหลงทิศโดยไม่หวาดกลัว
"เดินไปหยิบดาบของเ้ามา อย่าขี้ขลาด เกียจคร้านเหมือนหมู ในสนามรบไม่มีผู้ใดออมมือให้เ้า อีกทั้งความหย่อนยานนี้จะนำมาซึ่งช่องโหว่ให้คนทะลวงไส้ แม้ข้าจะเป็ท่านอาของเ้า จะประมาทไม่ได้" ปีนั้นเขาเป็แม่ทัพใหญ่ ทหารกล้าแกร่งที่ถล่มมาแล้วหลายราชธานี ตั้งใจถ่ายทอดวิชาให้บุตรหลานทุกเช้าค่ำอย่างเข้มงวด
เหวินเกอฉลาดแต่เด็ก เท้าเล็กๆเดินดุ่มๆวนตัวหม่าซือ ยักคิ้วสองสามหนคล้ายกับว่ามีบางอย่างอยากจะพูด เขากวักมือเรียกให้ผู้ใหญ่โค้งตัวลง อุ้งมือน้อยๆอังทาบกระซิบข้างหู "ท่านอา เหวินเอ๋อร์จะบอกให้... ข้าน่ะโตเป็หนุ่มแล้ว เก่งกาจชนิดที่ว่า เมื่อวานซืนข้าประลองชนะขุนพลขวาของท่านพ่อ รางวัลของผู้กล้าคือแหวนหยกชิ้นนี้ หากเหวินเอ๋อร์มอบมันให้ท่าน มิสู้ว่า...วันนี้เรายุติการฝึกยุทธลงก่อนได้หรือไม่"
ช่างเป็เด็กที่ฝีปากไว กล้าต่อรองผู้ใหญ่ ติดสินบนด้วยสิ่งของั้แ่วัยเยาว์ สมกับเป็ซื่อจื่อผู้รอนั่งบัลลังก์
"อะฮ่าๆ เ้านี่มันเ้าเล่ห์จริงๆ "หม่าซือสุดเอ็นดู แบมือรับของสิ่งนั้นจากบุตรหลาน เขาภาคภูมิใจจนอดที่จะยีหัวเ้าตัวน้อยไม่ได้
"หม่าซือ... น้องพี่ เ้าเข้มงวดกับเขาเกินไปหรือไม่ ก็แค่เด็กเล็กจะเร่งรีบไปทำไมกัน เส้นทางยังอีกยาวไกล อย่าบีบคั้นอ๋องน้อยเลย" เซียนเมิ่งว่าราชการข้ามวันข้ามคืน กลับจวนก็ยังพบบุตรชายรำดาบ แถมยังถูกตำหนิต่อว่าด้วยคำสอน บิดาเช่นเขาเพิกเฉยมิได้
"พี่ใหญ่ ชายชาตรีอย่างเรานั้น เก่งกาจรอบด้านเร็วไวเท่าไหร่ยิ่งดี บัดนี้ตำแหน่งซื่อจื่อใช่ว่าจะไม่มีใครจ้อง อย่าห่วงเลย... บุตรของท่านก็เปรียบดั่งบุตรข้า" พวกเขาพูดคุยตามประสาพี่น้องท้องเดียวกัน
"อืม พูดได้ดี พูดได้ดีจริงๆ สมกับเป็น้องรองที่ข้าไว้ใจ เช่นนั้นหวงเหวินเกอ คงต้องฝากฝังไว้กับเ้า"
"ลำพังบิดาเช่นข้า ไม่สมควรเป็บิดาด้วยซ้ำ ว่างานราชการเจียนจะจับไข้ยังหยุดมิได้ แม้แต่จะหลับนอนกับชายา ปลุกปั้นเด็กตัวน้อยๆให้นางได้อุ้มท้องอีกสักคนยังทำไม่ได้ "
"ในนามอ๋องใหญ่ไม่บกพร่อง แต่ในนามบิดาและสามี ข้าช่างไร้ประโยชน์"
เซียนเมิ่งรู้สึกผิดต่อชายาและบุตรชายมาโดยตลอด เื่ในจวนไหนเลยจะเล่าให้ใครฟังได้ นอกเสียจากหม่าซือ น้องรองที่เขาไว้ใจที่สุด
"พี่ใหญ่... ท่านตัดพ้อเช่นนี้ให้ข้าฟังเป็พันครั้งเชียวนะ แม้ท่านไม่เอ่ยปากพูดข้าก็ท่องจำจนขึ้นใจ " หม่าซือตบหัวไหล่พี่ใหญ่เบาๆ
"ท่านพ่อ... ท่านอา... เลิกคุยกันเถอะ ข้าหิวแล้ว " เด็กน้อยเหวินเกอทิ้งขว้างดาบไม้ จับจูงมือบิดาและหม่าซือเข้าเรือน ร่วมวงบนโต๊ะอาหาร พูดคุยถูกคอ อบอุ่นกลมเกลียว ไร้ทีท่าของความหมางใจ
"นายท่านเหวินขอรับ อ๋องใหญ่เริ่มจะกริ้วแล้ว" ทหารรับใช้รีบร้อนเข้ามาตามอีกหน
"คนชั่วเช่นเขา ข้าอยากให้รอไปทั้งชาติ..." เหวินเกอลืมตาขึ้นช้าๆ พลางพร่ำบ่นเพียงในใจ ทุกครั้งที่คำนึงถึงเื่ในอดีต เป็ดั่งร้อยเข็มเงินที่พุ่งตัดขั้วหัวใจ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น ปั้นหน้ายิ้ม ข่มทุกอย่างเอาไว้ให้ลึกสุดใจ