ผู้พิทักษ์สองคนก้าวเข้ามาพร้อมกัน
Elira ไม่ขยับ ไม่ใช่เพราะยอม แต่เพราะเธอกำลังนับสิ่งที่เกิดขึ้น ขวดสลายแล้ว ไม่มีหลักฐานในมือ ป่ายังเรืองแสงอยู่ Kaelen ยังมองเธอ และ Riven ออกคำสั่งก่อนที่จะมองรอบตัวให้ครบ
แล้วต้นไม้สามต้นก็ตาย
ไม่ค่อย ๆ เหี่ยว แต่เหมือนบางอย่างดึงสิ่งที่ทำให้มันมีชีวิตออกไปพร้อมกัน ใบสีเขียวม้วนเป็สีน้ำตาลก่อนจะหล่นพร้อมกันเป็ฝนแห้ง เปลือกไม้แตกตามแนวตั้งในเส้นสีดำคล้ำ กิ่งที่ยังอยู่ก็เหนียวขึ้นแล้วหักในเวลาไม่ถึงวินาที
ป่ารอบ ๆ เงียบลงในแบบที่ต่างจากก่อน
ก่อนหน้านั้นมันเป็ความเงียบที่มีชีวิต — เสียงลมในใบ เสียงรากขยับใต้ดิน สิ่งเล็กน้อยที่บอกว่าป่ากำลังหายใจ ตอนนี้มันเงียบในแบบที่บอกว่าป่ากำลังฟัง หรืออาจกำลังไว้ทุกข์ เธอไม่แน่ใจว่าต่างกันอย่างไร
เธอรู้สึกพลังงานบางอย่างวิ่งผ่านแขนขึ้นมาถึงไหล่
ไม่ใช่ความเจ็บ เป็บางอย่างที่เย็นกว่าและลึกกว่า เหมือนน้ำที่ผ่านหินไปโดยที่หินไม่แตก แต่ผิวหินเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอกดจ้องมือตัวเอง บนิัมีรอยจางสีเข้ม ไม่ใช่รอยไหม้ ไม่ใช่รอยบาด แต่เหมือนรอยพิมพ์ของพลังงานที่ผ่านเนื้อหนังเข้าไปและทิ้งร่องรอยไว้ เธอจำรูปแบบไม่ได้ มันไม่ตรงกับอะไรในหนังสือที่เธอเคยอ่าน
มือจับข้อแขนเธอ
"หยุด"
เสียงนั้นไม่ใช่เสียง Riven
Kaelen ไม่ได้พูดดัง เขาพูดในน้ำเสียงของคนที่ไม่จำเป็ต้องพูดซ้ำ ผู้พิทักษ์ที่จับแขน Elira หยุดนิ่ง มองมาที่เขา รอ
เขาเดินเข้ามาและวางเข่าลงข้าง ๆ เธอ ไม่ใช่ท่าทางของคนที่กำลังปลอบ แต่เป็ท่าทางของคนที่้าดูบางอย่างให้ชัดขึ้น เขามองที่รอยบนมือเธอ สายตาเขาเคลื่อนตามขอบรอยอย่างช้า ๆ
"เธอรับพลังงานบางส่วนเข้ามา" เขาพูด เสียงเบาแต่ชัด "ไม่ใช่ปล่อยออกไป"
Elira มองรอยบนมือตัวเอง แล้วมองเขา "นั่นหมายความว่าอะไร"
"หมายความว่ามันตรงข้ามกับคนที่สร้างคำสาป"
Riven พูดขึ้นจากด้านหลัง เสียงเขาแบน "ผลของเวทที่ใช้ไป"
Kaelen ไม่ตอบ เขายืนขึ้นและยื่นมือให้เธอ
Elira จับมือเขาเพื่อลุก
แล้วรู้ว่าเธอไม่ได้เตรียมตัวสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น เวทจันทร์ของเธอที่ยังระพืออยู่รู้สึกถึงเวทป่าของเขาในทันทีที่ฝ่ามือัักัน ไม่ใช่การกระทบ แต่เป็การ "รับรู้" สองอย่างที่ไม่ควรรู้จักกันกลับสั่นในจังหวะเดียวกันชั่วขณะหนึ่ง
เธอปล่อยมือออกเร็วกว่าที่ควร
เขาก็ปล่อยมือออกพร้อมกัน
ไม่มีใครพูดถึงสิ่งนั้น
พวกเขาเดินออกจากจุดะเิ ผู้พิทักษ์สี่คนเดินสองหน้าสองหลัง Kaelen เดินข้าง ๆ Elira Riven เดินห่างออกไปด้านขวา
ป่ายังเงียบ ไม่ใช่เงียบที่ว่างเปล่า
Kaelen เริ่มพูดก่อนที่เธอจะตั้งตัวได้ เสียงเบา ไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นได้ยิน "เธออยู่ในพื้นที่นี้ทำไม"
เธอสังเกตสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เขาไม่ได้ถามว่า "เธอกำลังทำอะไรที่นี่" เขาถามว่า "ทำไม" ความต่างของสองคำถามบอกวิธีคิดของคนที่ถาม คนแรก้ารายงาน คนหลัง้าเหตุผล
"ตามรอยพืชที่ตาย" เธอตอบ "มีรอยทางตายเป็เส้นตรงในป่าของฉัน ฉันตามมา"
เขาพยักหน้า "เธอรู้จักขวดนั้นไหม"
"ไม่รู้จัก"
ต้นไม้ข้างทางเรืองแสงขึ้นเล็กน้อย
Elira หยุดก้าวชั่วขณะ เธอมองต้นไม้นั้น เป็แสงเงินจากใบ ไม่มากพอที่จะสังเกตได้ถ้าไม่ได้ตั้งใจมอง แต่มีอยู่จริง
มันเรืองเมื่อฉันพูดว่าไม่รู้จัก
เธอไม่พูดสิ่งนี้ออกมา เธอเก็บมันไว้ก่อน
Kaelen เห็นเธอหยุดและมองต้นไม้ เขาไม่อธิบาย แต่เดินเร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอให้เธอตาม
"เธอสร้างขวดนั้นไหม" เขาถามต่อ
"ไม่ได้สร้าง"
แสงของต้นไม้ชัดขึ้น เหมือนบางอย่างที่กำลังยืนยัน
Elira มองต้นไม้อีกครั้ง แล้วพูดสิ่งที่เธอรู้ว่าเป็เื่จริง แต่ไม่ใช่เื่ที่ถาม "ฉันเห็นรอยทางพืชตายครั้งแรกเมื่อเช้าตรู่ ก่อนที่ฟ้าจะสว่าง"
แสงเรืองขึ้นชัดกว่าสองครั้งแรก
เธอพยักหน้าให้ตัวเองอย่างเบา ๆ นั่นคือหลักฐาน ไม่ใช่เื่บังเอิญ กฎนี้มีอยู่จริง
เธอถามกลับ "ป่าเรืองแสงเมื่อคนพูดความจริงหรือเปล่า"
Kaelen เดินอีกสามก้าวก่อนตอบ "เมื่อมีความจริงพูดในพื้นที่ที่เคยได้ยินแต่เื่โกหก"
เธอพยักหน้า นั่นคือข้อมูล ไม่ใช่ความกรุณา ไม่ใช่ความไว้วางใจ แต่เป็ข้อเท็จจริงที่เขาให้เพราะมันเกี่ยวข้องกับการสืบสวน เธอยอมรับมันในฐานะนั้น
เธอเล่าทุกอย่างที่รู้ เส้นทางพืชตายที่เริ่มต้นนอกพรมแดนแต่ข้ามเข้ามา ขวดสีดำที่โคนต้นไม้ตาย พลังงานสามชั้นที่เธออ่านได้ก่อนที่ใครจะมาถึง ชั้นนอกที่รู้จัก ชั้นกลางที่เป็ระบบ ชั้นในที่ไม่เคยเห็น
เขาฟังทั้งหมดโดยไม่ขัด ไม่แสดงสีหน้า ไม่ตัดสิน แต่ตาเขาเคลื่อน ช้า ๆ เหมือนกำลังเรียงข้อมูลตามที่เธอพูด
"เธอรู้ว่าชั้นกลางคืออะไรไหม" เขาถามเมื่อเธอหยุด
"ไม่รู้ มันไม่ใช่เวทแม่มดที่ฉันเคยเห็น"
ต้นไม้เรือง
ทั้งคู่มองมันพร้อมกัน แล้วก็เดินต่อโดยไม่พูดถึงมัน
ค่ายผู้พิทักษ์ตั้งอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่สองต้นที่กิ่งก้านสานกันอยู่้า ไม่ใช่ค่ายถาวร แต่มีกองไฟตรงกลาง ก้อนหินรอบไฟ และอุปกรณ์ที่วางไว้อย่างเป็ระเบียบในแบบที่บอกว่าคนที่อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่แบบรีบร้อน
Kaelen พูดกับผู้พิทักษ์คนหนึ่ง ชี้ไปที่ก้อนหินข้างกองไฟ ผู้พิทักษ์พยักหน้า ไม่มีโซ่ ไม่มีเชือก ไม่มีคำสั่งให้เธอนั่งลงบนพื้น
เธอนั่งลง
Riven เดินผ่านมาด้านหลัง ไม่พูดอะไรตรง ๆ แต่เธอรู้สึกสายตาเขาอยู่ที่หลังเธอนานกว่าที่ควรจะเป็
เวทจันทร์ของเธอยังระพือผิดปกติ
เธอนั่งนิ่งและพยายามกดมันลง แต่มันไม่หายไปสมบูรณ์ มันเหมือนถูกดึงไปทางที่ Kaelen อยู่ ไม่รุนแรง แต่คงที่ เหมือนเข็มทิศที่ตั้งค่าใหม่โดยไม่ได้ขออนุญาต เธอไม่รู้ว่านั่นเป็สัญญาณของอะไร และไม่ชอบที่ไม่รู้
Kaelen นั่งฝั่งตรงข้ามของกองไฟ
เขาเปิดสมุดรายงาน วางปากกาบนกระดาษ แล้วไม่ได้เขียนอะไรเป็เวลาสักครู่
เขาคิดถึงปฏิกิริยาเวท
ครั้งแรกที่เวทป่าของเขาตอบสนองคือตอนที่เขาเข้าใกล้เธอในป่า ก่อนที่เขาจะเห็นหน้า ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเธอเป็ใคร มันเป็การสั่นที่เบาแต่ชัดเจน แบบที่เขาเรียนรู้ว่าหมายถึงอะไรั้แ่เด็ก เวทป่าตอบสนองต่อสิ่งที่ "ตรงกัน" — ต้นไม้ที่้าน้ำจะดึงน้ำใต้ดิน รากที่อยู่ในดินเดียวกันจะรู้สึกถึงกัน เวทป่าของเขาตอบสนองต่อแม่มดที่เขาไม่รู้จัก ซึ่งผิดปกติอย่างมาก
ครั้งที่สองเป็ตอนที่เธอจับมือเขา เขารู้สึกได้ชัดกว่าเดิม เวทจันทร์ของเธอและเวทป่าของเขาัักันในระดับที่ต่ำกว่าที่ตาเห็น ไม่ใช่การชนกัน ไม่ใช่การผสม แต่เหมือนสองสิ่งที่รู้จักภาษาของกัน แม้จะไม่เคยเรียนภาษานั้นมาก่อน
เขาไม่ใช้คำว่า "รู้สึก" กับตัวเองเมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เขาเรียกมันว่า "ข้อมูลที่ผิดปกติ"
"เธอใช้คุณ"
Riven นั่งลงข้าง ๆ เขา เสียงเบา "เธอรู้ว่าจะพูดอะไรเพื่อให้คุณสงสัย"
Kaelen ไม่ตอบทันที เขาเขียนบางอย่างลงในสมุด "มีบางอย่างผิดปกติกับปฏิกิริยาเวท ฉันต้องสืบสวนเพิ่ม"
"สืบสวน" Riven พูดซ้ำ เสียงไม่ใช่คำถาม "หรือหาเหตุผลให้ตัวเอง"
Kaelen ไม่ตอบ เขาเขียนต่อ
Riven อยู่สักครู่แล้วลุกไป เขาไม่ได้รอคำตอบที่รู้ว่าจะไม่ได้รับ
Kaelen มองสิ่งที่เขียนในสมุด
ปฏิกิริยาเวทผิดปกติ — ้าข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสิน
หลักฐานเื่ขวด: ยังไม่ชัดเจน
รอยพลังงานบนมือเธอ: ลักษณะของการรับ ไม่ใช่การส่ง
เขาไม่ได้เขียนว่าเธอบริสุทธิ์ แต่เขาไม่ได้เขียนว่าเธอผิดเช่นกัน
ผู้พิทักษ์สองคนหันไปประชุมกับคนอื่นอีกฝั่งของค่าย Elira สังเกตว่าไม่มีใครบอกให้เธออยู่กับที่ มีคนแค่ไม่ได้บอกให้เธอไปไหนด้วย ช่องว่างระหว่างสองสิ่งนั้นกว้างพอที่จะเดินผ่าน
เธอลุกขึ้นช้า ๆ และเดินไปทางขอบป่า ไม่มีใครหยุดเธอ
แสงบ่ายกรองเข้ามาในมุมต่ำ ทำให้เงาของต้นไม้ยาวกว่าตัวมัน Elira เดินตามรอยทางพืชตายย้อนกลับ หยุดทุกสิบก้าวเพื่อดูทิศทาง นับ ดูมุม
รอยนั้นเป็เส้น ไม่โค้ง ไม่หัก สิ่งที่สร้างรอยนี้ไม่ได้หลีกเลี่ยงอะไร มันผ่านตรงไปยังจุดที่ขวดวางอยู่ราวกับรู้ว่ากำลังไปไหน
เธอเดินตามสักห้านาที ก่อนที่จะรู้ว่าบางอย่างไม่ตรง เธอหยุด
นั่งลงกับพื้น เปิดสมุดและวาดเส้นตามที่จำได้ จากจุดที่เธอเข้าป่า ไปยังโคนต้นที่พบขวด ไปยังรอยทางที่เธอเดินตามมา
เส้นนั้นไม่ได้มาจากชายแดน
เธอยกหัวขึ้นมองลึกเข้าไปในป่า
รอยทางพืชตายไม่ได้เริ่มที่ชายแดนและเดินเข้ามา มันเริ่มต้นจากในป่าเอลฟ์ลึกกว่านี้อีก เดินออกมาสู่จุดที่ขวดวาง แล้วหยุด ถ้าแม่มดจากฝั่งเธอสร้างขวดและนำมาวางที่โคนต้นไม้ รอยทางควรเริ่มจากชายแดนและเดินเข้าไปในป่า ไม่ใช่กลับกัน
เธอนั่งอยู่กับข้อมูลนั้นนานกว่าที่คาดไว้
ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะเข้าใจมากเกินไป
ถ้าสิ่งที่นำขวดมาวางไม่ได้มาจากฝั่งแม่มด มันมาจากในป่าเอลฟ์ และถ้ามาจากในป่าเอลฟ์ มันหมายความว่ามีบางอย่างในที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุดในโลกนี้กำลังปลุกคำสาป ไม่ใช่แม่มดที่ข้ามพรมแดนมาทำเื่ผิดพลาด แต่เป็บางอย่างที่อยู่ที่นั่นแล้ว
เธอมองเส้นในสมุดของตัวเอง
แล้วเพิ่มเส้นประจากจุดที่รอยเริ่มต้น ลึกเข้าไปในป่าเอลฟ์อีกครึ่งลีก ปลายเส้นนั้นหยุดอยู่ที่ขอบกระดาษ เพราะเธอยังไม่รู้ว่ามันสิ้นสุดที่ไหน
เธอลุกขึ้นและเดินกลับค่าย ยังไม่บอกใคร เธอต้องคิดก่อนว่าจะใช้ข้อมูลนี้อย่างไร เพราะข้อมูลเปล่า ๆ ไม่มีค่า มันมีค่าก็ต่อเมื่อรู้ว่าจะวางมันไว้ตรงไหน
กองไฟยังลุกอยู่เมื่อเธอกลับมา
Kaelen ยังนั่งอยู่ที่เดิม ยังเขียน
เธอนั่งลงฝั่งตรงข้าม รัศมีของไฟอยู่ระหว่างพวกเขา ดึงสมุดออกมาและเขียนสิ่งที่บันทึกไว้ต่อ เพิ่มรายละเอียด เพิ่มระยะทาง
สักครู่เธอเงยหน้าขึ้น เขายังเขียนอยู่ ไม่มองเธอ
เธอมองเขาสักครู่ แล้วก็กลับไปที่สมุดของตัวเอง
สองคนเงียบอยู่คนละฝั่งกองไฟ ต่างคนต่างบันทึกสิ่งที่เห็น ต่างคนต่างเก็บบางอย่างไว้ก่อน และทั้งคู่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสิ่งเดียวกัน