โรงน้ำชาผิงเจ๋อ ถือเป็โรงน้ำชาที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างให้ความนิยม เนื่องด้วยภายในถูกตกแต่งให้ดูผ่อนคลายแต่กลับหรูหรามีความประณีตอยู่ในที บริเวณฝาผนังประดับประดาด้วยภาพวาดวิวทิวทัศน์ และบทกวี ทั่วทั้งหลังถูกสร้างจากไม้เนื้อดี บริเวณกลางลานกว้างจัดแต่งเป็สวนเล็กๆ มีต้นไม้ดอกไม้ และน้ำตกจำลองราวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีห้องเฉพาะสำหรับผู้ที่้าความเป็ส่วนตัว ซึ่งต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว นั่นจึงทำให้เหล่าพ่อค้าคหบดี ข้าราชสำนัก กลุ่มชนชั้นสูงต่างชื่นชอบที่จะมานั่งเล่นพลางจิบชาเพื่อพูดคุยหารือกันที่นี่ แน่นอนว่าเชื้อพระวงศ์คือหนึ่งในนั้นเช่นกัน
หลังจากเดินเข้ามาในโรงน้ำชา เสี่ยวเอ้อเห็นก็รีบกระวีกระวาดออกมาต้อนรับ
“นายท่านเชิญด้านในขอรับ ไม่ทราบว่า้าห้องส่วนตัวหรือไม่ขอรับ” ด้วยประสบการณ์ที่พบเจอผู้คนมาหลากหลายทำให้มองเพียงแวบเดียวก็สามารถบอกได้ว่า คนกลุ่มนี้ย่อมไม่ธรรมดา
“ไปห้องส่วนตัว” เด็กน้อยซึ่งตัวเล็กที่สุดเป็คนเอ่ยตอบ
แม้จะเกิดความสงสัยในตัวเด็กชาย แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าสงสัยใคร่รู้ใดออกไป ทำเพียงเชื้อเชิญคนทั้งกลุ่มเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ซึ่งมีห้องหับแยกเป็สัดส่วน
“เชิญทางนี้ขอรับ”
หยวนอิงเดินนำทั้งหมดเข้าไปในห้องซึ่งมีความจุคนได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน โดยมือนั้นยังคงเกาะกุมมือของถังหลี่ไว้
“ไปยกชาที่ดีที่สุดของร้านเ้ามา และเอาอาหารขึ้นชื่อมาสักห้าหกอย่างด้วย” ผู้ติดตามคนหนึ่งกล่าวขึ้น ก่อนจะหยิบเงินก้อนหนึ่งโยนให้เสี่ยวเอ้อที่รีบรับเงินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพออกพอใจ
“ข้าจะรีบไปจัดการให้ขอรับ” พูดจบก็รีบสาวเท้าจากไป
“เ้านั่งตรงนี้”
ถังหลี่ตามไปนั่งลงตรงที่หยวนอิงชี้อย่างว่าง่าย เมื่อเขานั่งลงเรียบร้อย เ้าตัวน้อยก็เจื้อยแจ้ว ทำท่าทางเสมือนตนเป็ผู้ใหญ่กำลังซักถามผู้น้อย ไม่รู้ไปเลียนแบบมาจากใคร
“เ้ามีนามว่าอะไร”
แต่ไม่มีการโต้ตอบกลับมาจากถังหลี่แม้แต่น้อย ทำเอาเด็กน้อยน้องที่กำลังจ้องตาแป๋วขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนสอบถามต่อ
“ผู้ใหญ่ถาม เด็กต้องตอบ” ถังหลี่เกือบจะหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางน่ารักขำขันนั้น
“ทำไมไม่ยอมพูดล่ะ หรือ…. เ้าเป็ใบ้”
“……”
“อา…เ้าเป็ใบ้นี่เอง น่าสงสารจริงๆ เด็กน้อยเอ๋ย” พูดจบมือเล็กๆ ป้อม ๆ ของหยวนอิง ก็เอื้อมมือมาลูบศีรษะถังหลี่เพื่อปลอบใจ ดุจดั่งผู้ใหญ่แสดงความเมตตาสงสารต่อผู้เยาว์คนหนึ่ง
ถังหลี่จ้องมองใบหน้าน้อยๆ กับฝ่ามือที่ลูบไปมาบนศีรษะแล้วก็ต้องแปลกใจตนเอง เพราะเขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของคนตรงหน้า กลับกันเขารู้สึกพึงพอใจััจากฝ่ามือนุ่มนิ่มที่ลูบไล้ไปมา นี่มันแปลกไปแล้ว
“ไม่ต้องน้อยใจไป ถึงเ้าเป็ใบ้แต่ใบหน้าหล่อเหลายิ่ง จะต้องมีคนชอบพอเ้าแน่เมื่อเติบโตขึ้น” เด็กน้อยยังคงพูดจาเจื้อยแจ้วคนเดียวไปเรื่อย ๆ แม้นว่าถังหลี่ไม่ได้โต้ตอบเขาสักคำ จวบจนเสี่ยวเอ้อ ยกอาหารเข้ามาวางเต็มโต๊ะ คนตัวเล็กจึงหยุดพูดและเริ่มตักอาหารใส่ปาก อีกทั้งยังเผื่อแผ่ตักมาใส่จานให้เขาอีกด้วย
“จานนี้อร่อย ลองกิน”
“จานนี้ดี กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ”
‘เ้าสิ ที่ต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ’ ถังหลี่คิด แต่ไม่ได้พูดออกมา ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดกับคนตรงหน้า แต่เวลานี้เขาไม่พร้อมจะตอบข้อซักถามจากใครทั้งสิ้น
เมื่อเห็นถังหลี่ ตักอาหารที่ตนตักให้ใส่ปากอย่างเชื่อฟัง หยวนอิงพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจเลียนแบบยามแม่นมเห็นเขากินได้เยอะ ก็จะทำท่าทางแบบนี้
“อร่อยหรือไม่” หลังจากกล่าวเ้าตัวก็จ้องเขาตาแป๋ว ถังหลี่จะเมินเฉยก็ทำไม่ลงจึงพยักหน้ารับ
พอหยวนอิงเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าก็ดีใจยิ่งนัก ทั้งปรบมืออย่างปีติ เผยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ยิ่งดูน่ารักน่าทะนุถนอม
“เ้าเป็ใบ้ แต่หูได้ยิน ดียิ่ง” หยวนอิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“……”
“เป็ใบ้ แต่หูได้ยิน อีกทั้งหน้าตาหล่อเหลาหาเมียได้แน่” หยวนอิงพูดพร้อมยื่นมือไปตบไหล่อย่างปลอบโยน
ถังหลี่ หมดคำจะพูดกับจินตนาการแสนบรรเจิดของเด็กตรงหน้า เขาเพิ่งได้สิบชันษาจะไปกังวลเื่พวกนี้ทำไมกัน