เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉินจงเดินย้อนลงบันไดไป เขาหยิบน้ำดื่มบรรจุขวดมาป้อนให้ผู้หญิงคนนั้นสองสามอึกพร้อมกับตรวจดูาแไปด้วย สภาพของเธอเดาได้ไม่ยากเลยว่ากำลังฝืนประคองลมหายใจเฮือกสุดท้ายอยู่ หมดทางเยียวยาแล้ว
ฉินจงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พวกเธอสองคนหนีมาถึงที่นี่ได้กี่วันแล้ว?"
พอน้ำตกถึงท้อง ผู้หญิงคนนั้นก็พอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง เธอเลียริมฝีปากแห้งผากแล้วค่อย ๆ ตอบ "ฉันหนีมาที่นี่คนเดียวค่ะ แล้วถึงมาเจอเธอ... แต่เธอ... จากไปแล้ว..."
ฉินจงลอบคิดในใจ ดูท่าเธอเองก็ดวงซวยไม่เบา อุตส่าห์หนีตายมาจนถึงที่นี่ แต่กลับต้องมาทิ้งชีวิตเอาซะงั้น
ผู้หญิงคนนั้นเล่าต่อ "ตอนที่ฉันเจอเธอ เธอก็คลั่งไปแล้ว ฉันเลยถูกทำร้ายจนสภาพเป็แบบนี้... หลังจากาเ็ ฉันก็นอนรอความตายอยู่ที่นี่มาสองวันสองคืนแล้วค่ะ..."
ฉินจงเลิกคิ้ว ปรายตามองร่างไร้ิญญาของผู้หญิงอีกคน เขารู้สึกทึ่งในตัวผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมานิดหน่อย การที่ผู้หญิงธรรมดาสามารถฆ่าซอมบี้ได้ แม้จะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงลิ่วขนาดนี้ ก็นับว่าน่าเลื่อมใสไม่เบาในสายตาของเขา
ผู้หญิงคนนั้นพักหอบหายใจ ก่อนจะแค่นยิ้มบาง ๆ "ความจริง... ฉันรู้ตัวดีค่ะ ว่าคงไม่รอดแล้ว"
ฉินจงนิ่งเงียบไป เขาถอนหายใจยาวพลางเปลี่ยนเื่ "เธอนอนอยู่ตรงนี้มาตลอด ไม่เจอซอมบี้สักตัวเลยงั้นเหรอ?"
"ซอมบี้?" แววตาของเธอฉายความงุนงง "คุณเรียกพวกมันว่าซอมบี้เหรอคะ? ที่แท้ก็... เฮ้อ ฉันก็นึกว่าพวกมันแค่เป็โรคพิษสุนัขบ้า เลยคลั่งแล้วไล่กัดคนมั่วซั่วเสียอีก... โอ๊ย เจ็บชะมัด..."
ฉินจงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาป้อนน้ำให้เธออีกอึกแล้วถามว่า "เธอหนีมาจากไหน? แล้วยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นอีกไหม?"
"ตึกระฟ้าเหิงหลง..."
ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเ็ปขณะเอ่ยปาก "ตึกที่มีคนจุดไฟเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นแหละค่ะ"
ฉินจงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแอบยินดีในใจ "ฉันเองก็เห็นแสงไฟนั่น และกำลังเตรียมตัวจะไปที่นั่นพอดี ที่แท้ก็มีผู้รอดชีวิตอยู่จริง ๆ ..."
แต่น้ำเสียงของเขากลับหม่นลงทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ ลางสังหรณ์แย่ ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ถ้าที่นั่นมีผู้รอดชีวิต แล้วผู้หญิงคนนี้จะหนีออกมาทำไม?
หรือว่า... ที่นั่นเกิดเื่อะไรขึ้น?
ผู้หญิงคนนั้นรีบพูดเสียงละล่ำละลัก "อย่าไปเลยค่ะ! ที่นั่นไม่ปลอดภัยแล้ว..."
ฉินจงขมวดคิ้ว รีบซักต่อ "ทำไมพูดแบบนั้น? ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก..." เธอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ก่อนหน้านี้มีผู้รอดชีวิตสิบกว่าคนหลบซ่อนอยู่ที่นั่น พวกเราจุดกองไฟเพื่อหวังจะรวบรวมคนให้ได้มากขึ้น หลังจากนั้นก็มีคนเสี่ยงตายตามแสงไฟมาสมทบอีกสามสี่คน เดิมทีทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ว่า..."
พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเธอก็บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน ลมหายใจหอบถี่ขึ้นอย่างน่ากลัว ฉินจงต้องรีบป้อนน้ำให้อีกอึก รอจนเธอปรับลมหายใจได้จึงค่อยเล่าต่อ
"เมื่อไม่กี่วันก่อน จู่ ๆ ในตึกก็มีดาวห้าแฉกส่องแสงระยิบระยับโผล่ขึ้นมากลางอากาศ มีคนพยายามจะเอื้อมไปแตะ แต่มันััไม่ได้ แม้จะดูแปลกประหลาด ทว่า่แรกมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับใคร แต่พอเวลาผ่านไป พวกเราก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ...
ซอมบี้กับสัตว์กลายพันธุ์เริ่มบุกเข้ามาในตึก พอพวกมันเจอกันเองก็พุ่งเข้าใส่กันทันที ดูเหมือนพวกมันกำลังแย่งชิงดาวห้าแฉกนั่นอยู่ ผู้รอดชีวิตอย่างพวกเราเลยโดนลูกหลง ถูกโจมตีจากทั้งสองฝั่งจนตายไปเยอะมาก คนที่เหลือรอดก็กระจายตัวกันออกไป ส่วนฉันหนีเตลิดมาจนถึงที่นี่แหละค่ะ"
ฟังจบ ฉินจงก็หูผึ่ง เริ่มสนใจดาวห้าแฉกนั่นขึ้นมาทันที สัญชาตญาณบอกเขาว่า สิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ต้องมาห้ำหั่นกัน ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงซักต่อ "สรุปว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าดาวห้าแฉกนั่นคืออะไรกันแน่?"
ผู้หญิงคนนั้นส่ายหน้าเบา ๆ "มีคนพยายามแตะมันแล้ว แต่ไม่มีผลอะไรเลย มันเหมือน... ภาพฉายโฮโลแกรม หรือไม่ก็ภาพลวงตาที่มองเห็นแต่จับต้องไม่ได้ค่ะ"
ฉินจงครุ่นคิดเงียบ ๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าดาวห้าแฉกนั่นจะจับต้องไม่ได้ มันน่าจะต้องใช้วิธีการพิเศษบางอย่างเก็บกู้ ซึ่งพวกชาวบ้านเ่าั้ยังหาไม่พบมากกว่า
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด จู่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มหายใจติดขัด เธอพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย "คุณ... คุณห้าม..."
แต่การฝืนทนมาจนถึงตอนนี้ ร่างกายของเธอย่อมถึงขีดจำกัด ประโยคยังไม่ทันจบ เธอก็ตาเหลือก คอพับไปด้านข้าง และสิ้นลมหายใจลงในที่สุด
ฉินจงยืนมองร่างไร้ิญญาอยู่ครู่หนึ่งแล้วลอบถอนใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดต่อไป ตลอดทางเขาไม่พบทั้งซอมบี้หรืุ์หน้าไหนอีกเลย
เมื่อถึงดาดฟ้า เขาค่อย ๆ แง้มประตูทนไฟออก จำนวนซอมบี้บนนั้นน้อยอย่างที่คิดไว้ บนระเบียงกว้างและทางเดินวงกลมมีซอมบี้ในชุดพนักงานเพียงเจ็ดแปดตัวกำลังเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้จุดหมาย
ส่วนภายในห้างสรรพสินค้าเทียนว่างจะมีซอมบี้อัดแน่นอยู่เท่าไหร่ เขายังไม่แน่ใจ แต่เมื่อดูจากบรรยากาศเงียบสงัดแบบนี้ จำนวนก็ไม่น่าจะเยอะนัก
บนผนังนอกประตูทนไฟมีแผนผังของห้างติดอยู่ ฉินจงกวาดตามองครู่หนึ่งจึงรู้ว่า ห้างสรรพสินค้าเทียนว่างแห่งนี้มีทั้งหมดเก้าชั้น ครอบคลุมทั้งโซนสันทนาการ ช็อปปิ้ง และร้านอาหารอย่างครบวงจร
แถมตามแผนผังยังระบุด้วยว่า ที่ชั้นหนึ่งมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตั้งอยู่!
ถ้าจะพูดให้เว่อร์สักหน่อยคือ ในยุคก่อนวันสิ้นโลก ขอแค่คุณกระเป๋าหนักพอ คุณแทบไม่ต้องก้าวขาออกจากห้างนี้เลยก็ใช้ชีวิตได้สบายไปทั้งชาติแล้ว ทั้งเื่กิน อยู่ หลับ นอน เรียกได้ว่ามีครบจบในที่เดียว
ฉินจงคำนวณในใจ ประจวบเหมาะกับที่เขากำลังาเ็พอดี จึงสามารถใช้ที่นี่เป็เซฟเฮาส์ชั่วคราวได้ ทางที่ดีควรรอจนกว่าจะเกิดพายุสายฟ้าครั้งหน้า เพื่อให้เขาติดต่อกับซุนเสี่ยวเหยียนได้เสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้น เสบียงและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
หลังจากหามุมนั่งพักได้ ฉินจงก็ก้มลงสำรวจาแของตัวเอง ยิ่งดูคิ้วก็ยิ่งขมวดมุ่น แม้แผลจะไม่ได้ลึกถึงสาหัส แต่ในยุควันสิ้นโลก การปล่อยให้ปากแผลเปิดอ้าท้าลมแบบนี้ถือว่าอันตรายถึงตาย
เพราะจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมจู่ ๆ คนปกติถึงกลายพันธุ์เป็ซอมบี้ได้ในชั่วข้ามคืน หากไม่ใช่เชื้อโรคที่แพร่กระจายผ่านทางอากาศ ก็เป็ไปไม่ได้เลยที่มันจะลุกลามรวดเร็วขนาดนี้
ดังนั้น ถ้าปล่อยให้แผลััอากาศจนติดเชื้อขึ้นมาคงได้ฉิบหายแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงกัดฟันฝืนลุกขึ้นเดินไปดูแผนผังอีกรอบ ห้างระดับนี้น่าจะมีร้านขายยาซ่อนอยู่บ้างแหละน่า
ในฐานะมหานครชั้นนำอย่างเซี่ยงไฮ้ ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาไม่ได้มีไว้แค่ให้คนมาเดินช็อปปิ้งละลายทรัพย์เพียงอย่างเดียว โซนร้านอาหาร สันทนาการ และคลินิกสุขภาพ ล้วนถูกเหล่านักธุรกิจหัวใสยัดเยียดเข้ามาให้เป็มาตรฐานพื้นฐานทั้งสิ้น
และมันก็เป็ไปตามคาด บนแผนผังระบุชัดเจนว่า หากเดินพ้นประตูทนไฟไปทางขวาเพียงไม่กี่อึดใจ จะมีร้านขายยาต้าหยางตั้งอยู่
ตอนนี้บนระเบียงทางเดินมีซอมบี้ป้วนเปี้ยนอยู่แค่เจ็ดแปดตัว แถมยังอยู่ห่างออกไปตั้งร้อยกว่าเมตร ฉินจงมั่นใจว่าระยะห่างขนาดนี้ พวกมันไม่มีทางแยกออกหรอกว่าเขาเป็คนเป็หรือคนตาย
ขอแค่เขาไม่ทำของตกหรือส่งเสียงดังน่ารำคาญ ย่องเข้าไปเงียบ ๆ ก็น่าจะรอดไปได้แบบชิล ๆ
ฉินจงสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า เริ่มสวมิญญานักแสดงออสการ์ เลียนแบบท่าเดินงุ่มง่ามเฉื่อยชาของซอมบี้ ลากเท้าก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว มุ่งตรงไปยังร้านขายยาต้าหยางตามพิกัดในแผนที่
ระหว่างทาง เขาคอยชำเลืองมองปฏิกิริยาของพวกซอมบี้เป็ระยะ ซึ่งก็เป็ไปตามแผน พวกมันไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเขาเลยสักตัว
แต่ถึงกระนั้น ทันทีที่ฉินจงก้าวเท้าพ้นกรอบประตูร้านขายยาเข้ามาได้ เขาก็หอบหายใจแฮก มือเท้าสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึกจนแทบคลั่ง