เช้าวันต่อมา บรรยากาศในสำนักพยัคฆ์เมฆากลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อประตูห้องกักบริเวณเปิดออก อาเฉิง ก้าวออกมาด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า แม้จะดูซูบลงเล็กน้อยแต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การมุ่งหน้าไปยังลานฝึก แต่คือการตรงไปหา เสี่ยวหรู เพื่อพากันไปเยี่ยมเยียนผู้ที่เขาทำพลาดจนาเ็
เมื่อมาถึงเรือนพักของเสี่ยวหรู อาเฉิงพบว่านางกำลังเตรียมของที่จะนำไปให้จางเหวิน ถาดไม้เล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะ ข้างในมีโจ๊กอุ่นๆ ผลไม้สด และยาสมุนไพรต่างๆ ที่นางเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของโจ๊กและกลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้งในอากาศ ทำให้บรรยากาศในห้องเล็กๆ ดูอบอุ่นและเป็กันเอง
"เสี่ยวหรู ข้าออกมาแล้ว!" อาเฉิงเรียกนางด้วยเสียงร่าเริง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความดีใจที่ได้เสรีภาพกลับคืนมา
เสี่ยวหรูหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มสดใส "อาเฉิง! ข้าดีใจมากเลยเ้าค่ะ ท่านดูดีขึ้นมากแล้ว" นางวางถาดลงแล้วเดินไปหาเขา "ข้ากำลังจะไปหาศิษย์พี่จางพอดีเลย ท่านจะไปด้วยกันไหมเ้าคะ?"
"แน่นอน ข้าต้องไปขอขมาเขาเป็อันดับแรกเลย" อาเฉิงตอบทันที แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นความคุ้นเคยในท่าทางของนางขณะจัดการของใช้ต่างๆ "เสี่ยวหรู... เ้าดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการดูแลศิษย์พี่จางมากเลยนะ"
เสี่ยวหรูหยุดมือชั่วครู่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงธรรมชาติ "ก็... ข้าดูแลท่านมาสามวันแล้วเ้าค่ะ เลยเริ่มรู้ว่าท่านชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และ้าอะไรบ้าง" นางยกถาดขึ้นมา "ท่านเป็คนดีมาก ไม่เคยทำให้ข้าลำบากเลย"
อาเฉิงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "ดีแล้ว ถ้าเ้าดูแลเขาได้สะดวก ข้าก็จะได้สบายใจ" เขาเดินไปข้างๆ นาง "ข้าเป็ห่วงว่าการดูแลคนป่วยจะลำบากเกินไป แต่ดูเหมือนเ้าจะจัดการได้ดีมาก"
"ข้าคิดมากเื่ศิษย์พี่จางทุกวันเลยเสี่ยวหรู" อาเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ "ข้าฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์วันนั้นหลายครั้ง เห็นภาพที่เขาต้องเ็ปเพราะความผิดพลาดของข้า ข้ารู้สึกผิดมาก"
เสี่ยวหรูเห็นความทุกข์ใจของอาเฉิงแล้วรู้สึกเห็นใจ นางเข้าใจดีว่าความรู้สึกผิดเป็สิ่งที่ทรมานใจ โดยเฉพาะเมื่อเป็ความผิดที่ส่งผลกระทบต่อคนที่เรารักและเคารพ นางเอามือไปจับแขนของอาเฉิงเบาๆ
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านเ้าค่ะ แต่สิ่งที่ท่านทำได้ตอนนี้คือการดูแลให้ศิษย์พี่จางหายเร็วที่สุด และการไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก" นางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าจะช่วยท่านดูแลเขาให้ดีที่สุด สัญญาเ้าค่ะ"
อาเฉิงมองนางด้วยความซาบซึ้ง "ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหรู ข้าโชคดีจริงๆ ที่มีเ้า"
เมื่อมาถึงเรือนพักของจางเหวิน อาเฉิงหยุดอยู่หน้าประตูชั่วครู่ เขาหายใจลึกๆ เพื่อเตรียมใจสำหรับการเผชิหน้ากับคนที่เขาทำให้าเ็ ความกังวลและความรู้สึกผิดเห็นได้ชัดจากใบหน้าของเขา
"ศิษย์พี่จาง ข้าขอขมาท่านด้วยใจจริง!"
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเรือนพัก อาเฉิงก็คุกเข่าลงต่อหน้าจางเหวินที่นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้ ใบหน้าของหนุ่มรุ่นน้องเต็มไปด้วยความสำนึกผิด น้ำตาเริ่มคลอในดวงตา "เป็เพราะความสะเพร่าของข้าแท้ๆ ที่ทำให้ท่านต้องลำบากเช่นนี้ ข้าไม่รู้จะชดใช้อย่างไร"
จางเหวินรีบใช้ข้อศอกพยุงตัวขึ้น พลางส่งยิ้มละไมที่ดูอบอุ่นให้ ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเข้าใจ "ลุกขึ้นเถิดอาเฉิง อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ข้าเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เ้าพ้นโทษออกมาก็ดีแล้ว ข้าเป็ห่วงว่าเ้าจะทรมานตัวเองเกินไป"
"ศิษย์พี่ใจดีเกินไปแล้ว" อาเฉิงยังคงคุกเข่าอยู่ "ข้ารู้ว่าท่านไม่โกรธข้า แต่ข้าโกรธตัวเองมาก ข้าควรจะระวังมากกว่านี้ ควรจะคิดก่อนทำ แต่ข้ากลับประมาทและทำให้ท่านต้องเ็ป"
เสี่ยวหรูเห็นอาเฉิงทรมานตัวเองขนาดนี้แล้วรู้สึกเสียใจ นางเข้าไปช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้น "อาเฉิง ท่านลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะ ศิษย์พี่จางไม่ได้โกรธท่าน และท่านก็ได้รับโทษแล้ว อย่าทรมานตัวเองอีกเลย"
จางเหวินพยักหน้าเห็นด้วย "เสี่ยวหรูพูดถูก อาเฉิง เ้าได้เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้ว นั่นก็เพียงพอ ข้าไม่อยากเห็นเ้าทรมานตัวเองเพราะเื่นี้ เ้าเป็ศิษย์ที่ดี และข้าเชื่อว่าเ้าจะไม่ทำผิดพลาดแบบนี้อีก"
"ศิษย์พี่... ั้แ่พรุ่งนี้ไป ข้าจะมาปรนนิบัติท่านเอง" อาเฉิงประกาศด้วยความตั้งใจจริง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ "ข้าจะมาช่วยท่านล้างหน้า ป้อนข้าว และทำทุกอย่างแทนเสี่ยวหรู เ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงอีก ข้าจะมาดูแลท่านั้แ่เช้าจรดค่ำ จนกว่าท่านจะหายดีสนิท"
เสี่ยวหรูที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองดูอาเฉิงที่มีรอยคล้ำใต้ตาจากการคัดตำราอย่างหนักใน่สามวันที่ผ่านมา และนึกถึงการประลองคัดเลือกศิษย์เอกที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การประลองครั้งนี้สำคัญต่ออนาคตของอาเฉิงอย่างมาก หากเขาสามารถผ่านการคัดเลือกได้ เขาจะได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ใหญ่โดยตรง และจะมีโอกาสเรียนรู้วิชาพยัคฆ์คำรณขั้นสูงที่ไม่ใช่ศิษย์ทุกคนจะได้เรียน
"อาเฉิง... ข้าว่าท่านกลับไปตั้งใจฝึกยุทธ์เถิดเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ แต่น้ำเสียงมั่นคงและเด็ดขาด "การประลองสำคัญต่ออนาคตของท่านมาก หากท่านพ่ายแพ้เพียงเพราะมัวแต่มาดูแลศิษย์พี่จาง ศิษย์พี่เองก็คงจะเสียใจไม่แพ้กัน ท่านคิดดูสิเ้าค่ะ ถ้าท่านไม่ผ่านการคัดเลือก ท่านจะเสียโอกาสที่ดีไป และความฝันของท่านก็จะต้องรอไปอีกนาน"
นางหยุดพักแล้วมองดูอาเฉิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง "ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกผิด แต่การที่ท่านมาเสียเวลาดูแลศิษย์พี่จางแทนที่จะไปฝึกซ้อม มันไม่ใช่การชดเชยที่ดีเลยเ้าค่ะ การที่ท่านประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงในสำนักต่างหากที่จะทำให้ศิษย์พี่จางภูมิใจ"
"แต่ว่า... ข้าเป็คนทำนะเสี่ยวหรู" อาเฉิงลังเลใจ เขามองไปมาระหว่างนางกับจางเหวิน "ข้าไม่อยากให้เ้าต้องลำบากเพราะความผิดของข้า เ้าก็มีหน้าที่ของเ้าเอง มีการฝึกซ้อมของเ้าเอง ข้าไม่ควรจะปล่อยให้เ้าแบกภาระนี้คนเดียว"
เขาหันไปมองจางเหวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ศิษย์พี่ ข้าควรจะเป็คนดูแลท่านเอง ข้าเป็คนทำให้ท่านาเ็ ข้าควรจะรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เสี่ยวหรูต้องมาแบกภาระแทนข้า"
"ให้ข้าดูแลศิษย์พี่จางต่อเถิดเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด นางหันไปสบตากับจางเหวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความมั่นใจ "ข้าคุ้นเคยกับตัวยาและจังหวะการทำแผลของศิษย์พี่แล้ว ข้ารู้ว่าท่านชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และ้าอะไรบ้าง อีกอย่างข้าไม่ได้ต้องเข้าประลองเหมือนท่าน ข้ามีเวลาเหลือเฟือที่จะดูแลศิษย์พี่"
นางหยุดพักแล้วมองอาเฉิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ "ท่านใช้เวลาที่มีไปเตรียมตัวให้เต็มที่เพื่อชื่อเสียงของพวกเราเถิดนะเ้าค่ะ ข้าอยากเห็นท่านประสบความสำเร็จ อยากเห็นท่านได้รับการยอมรับจากทุกคนในสำนัก การที่ท่านทำได้ดีในการประลองจะทำให้ข้าภูมิใจมากกว่าการที่ท่านมาดูแลศิษย์พี่จางเสียอีก"
อาเฉิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขามองไปมาระหว่างเสี่ยวหรูกับจางเหวิน เห็นท่าทางที่ดูสนิทสนมและเข้าใจกันดีของทั้งคู่ ความจริงแล้วเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เสี่ยวหรูสามารถสนิทกับศิษย์พี่จางได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ปกติแล้วนางเป็คนค่อนข้างเก็บตัวและไม่ค่อยสนิทกับใครง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าการดูแลจางเหวินจะทำให้นางเปิดใจมากขึ้น
แต่เขาก็คิดในแง่ดีว่า นี่อาจเป็เื่ดี ถ้าเสี่ยวหรูสนิทกับศิษย์พี่จาง การดูแลก็จะสะดวกขึ้น ไม่ต้องเกร็งหรือเกอะกะ และศิษย์พี่จางก็จะได้รับการดูแลที่ดีกว่า เขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะเขาเชื่อใจเสี่ยวหรูและเชื่อมั่นในความรักที่พวกเขามีต่อกัน
"ถ้าอย่างนั้น..." อาเฉิงถอนหายใจยาวแล้วกุมมือเสี่ยวหรูไว้อย่างแ่า สายตาของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเชื่อมั่น "เสี่ยวหรู... เ้าช่างแสนดีกับข้าเหลือเกิน เ้าเข้าใจข้าและคิดถึงอนาคตของข้าเสมอ ข้าโชคดีจริงๆ ที่มีเ้า"
เขาหันไปทางจางเหวินด้วยสีหน้าจริงจัง "ศิษย์พี่ ข้าขอมอบหมายให้เสี่ยวหรูเป็ตัวแทนของข้า ดูแลท่านอย่างดีที่สุด หากนางขาดตกบกพร่องประการใดขอท่านโปรดเมตตา นางทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ และข้าเชื่อว่านางจะดูแลท่านได้ดีกว่าข้าเสียอีก"
แล้วเขาก็หันกลับมาหาเสี่ยวหรูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจและความรัก "และเสี่ยวหรู... ข้าฝากศิษย์พี่ด้วยนะ ดูแลเขาให้เหมือนกับที่เ้าดูแลข้า ข้าเชื่อใจเ้าเต็มที่ ข้ารู้ว่าเ้าจะทำให้ดีที่สุด และข้าจะใช้เวลาที่เ้าให้ข้าไปฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ เพื่อให้เ้าภูมิใจ"
"เ้าค่ะอาเฉิง ข้าสัญญา" เสี่ยวหรูรับคำด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ แต่ในใจกลับรู้สึกหนักใจเล็กน้อยกับความรับผิดชอบที่ถูกมอบหมาย "ข้าจะดูแลศิษย์พี่จางให้ดีที่สุด จะไม่ให้ท่านต้องกังวลเื่นี้เลย ท่านไปตั้งใจฝึกซ้อมเถิดเ้าค่ะ"
จางเหวินมองภาพคู่รักที่แสดงความห่วงใยต่อกันด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ในใจเขารู้สึกพอใจกับการพัฒนาของสถานการณ์ การที่อาเฉิงมอบหมายให้เสี่ยวหรูดูแลเขาอย่างเป็ทางการเช่นนี้ จะทำให้การเข้าใกล้ชิดของเขากับนางดูเป็เื่ธรรมชาติและไม่น่าสงสัยมากขึ้น เขาพยักหน้าช้าๆ เป็เชิงรับทราบ
เมื่ออาเฉิงขอตัวกลับไปที่ลานฝึกด้วยความสบายใจ ก้าวเดินของเขาดูเบาขึ้นมาก ภาระหนักที่กดทับอยู่ในใจได้ถูกแบ่งเบาลงไปมาก การรู้ว่าเสี่ยวหรูจะดูแลศิษย์พี่จางให้ดี และการที่เขาได้รับอนุญาตให้ไปตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อการประลองที่สำคัญ ทำให้เขารู้สึกว่าสามารถมองไปข้างหน้าได้อีกครั้ง
ทว่าคำพูดที่อาเฉิงฝากฝังไว้ว่า "ดูแลเขาให้เหมือนดูแลข้า" กลับดึงรั้งให้นางรู้สึกว่า ช่องว่างระหว่างนางกับศิษย์พี่จางได้ถูกคนรักของนางเองทลายลงจนหมดสิ้นแล้ว คำพูดเ่าั้เหมือนเป็การให้อนุญาตอย่างเป็ทางการให้นางเข้าใกล้ชิดกับจางเหวินมากขึ้น ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกังวลว่าจะไม่เหมาะสม
นางรู้สึกว่าตนเองได้รับความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์จากอาเฉิง และความไว้วางใจนั้นทำให้นางรู้สึกทั้งภูมิใจและหนักใจไปพร้อมๆ กัน ภูมิใจที่คนรักเชื่อใจนางขนาดนี้ แต่ก็หนักใจกับความรับผิดชอบที่ถูกมอบหมาย และกับความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับจางเหวิน
จางเหวินสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนาง เขาเห็นความลังเลและความสับสนเล็กน้อยในสายตาของนาง เขาตัดสินใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเข้าใจ
"เสี่ยวหรู เ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันกับคำพูดของอาเฉิงนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ข้ารู้ว่าเ้าดูแลข้าด้วยความตั้งใจอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เ้าทำได้ดีมากแล้ว"
เสี่ยวหรูหันมามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณเ้าค่ะศิษย์พี่ ท่านใจดีมาก แต่ข้าก็อยากทำให้ดีที่สุดจริงๆ อาเฉิงไว้ใจข้าขนาดนี้ ข้าไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง"
"เ้าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังหรอก" จางเหวินยิ้มให้นางอย่างอบอุ่น "เ้าเป็คนที่ดีและมีความรับผิดชอบสูง อาเฉิงโชคดีมากที่มีเ้า และข้าก็โชคดีที่ได้รับการดูแลจากเ้า"
เขาหยุดพักแล้วมองนางด้วยสายตาที่อ่อนโยน "เสี่ยวหรู มานั่งข้างข้าสักครู่สิ ข้าอยากคุยกับเ้า"
นางหันมามองเขาด้วยความสงสัย "มีอะไรเ้าคะศิษย์พี่?"
"ข้าแค่อยากขอบคุณเ้า" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ "สามวันที่ผ่านมา เ้าดูแลข้าอย่างดีมาก ข้ารู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีคนใจดีอย่างเ้ามาดูแล"
เสี่ยวหรูเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ เตียงของเขา "ไม่เป็ไรเ้าค่ะ นี่เป็หน้าที่ของข้า และข้าก็เต็มใจที่จะทำ"
"ไม่ใช่แค่หน้าที่หรอกเสี่ยวหรู" จางเหวินมองนางด้วยสายตาที่อ่อนโยน "ข้ารู้สึกได้ว่าเ้าดูแลข้าด้วยใจจริง ไม่ใช่เพียงแค่เพราะความรู้สึกผิด เ้าเป็คนที่มีจิตใจดีจริงๆ"
นางรู้สึกอบอุ่นใจกับคำชมของเขา แต่ก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย "ท่านพูดเกินไปแล้วเ้าค่ะ"
"ข้าไม่ได้พูดเกินไป" เขายิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน "และตอนนี้ที่อาเฉิงฝากเ้าให้ดูแลข้า ข้ารู้สึกว่าเราใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่ต้องเกร็งหรือเป็ทางการอะไร"
เขาหยุดพักแล้วมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย "เสี่ยวหรู ข้าอยากให้เ้ารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับข้า ไม่ต้องเกรงใจหรือระแวงอะไร เราเป็เพื่อนกันแล้ว"
เสี่ยวหรูพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "เ้าค่ะ ข้าก็รู้สึกเช่นกัน"
จางเหวินเห็นว่านางเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจก้าวต่อไป "เสี่ยวหรู ข้าอยากให้เ้ามานั่งใกล้ๆ ข้าหน่อย ข้ารู้สึกเหงาเมื่อเ้านั่งไกลแบบนี้"
นางลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของอาเฉิงที่ให้นางดูแลเขาให้เหมือนดูแลคนรัก นางก็เลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้เตียงของเขามากขึ้น
"ใกล้กว่านี้อีกหน่อยสิเสี่ยวหรู" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้าอยากคุยกับเ้าโดยไม่ต้องพูดเสียงดัง"
เสี่ยวหรูเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้จนเกือบจะชิดกับเตียง ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว
"ดีแล้ว" จางเหวินยิ้มพอใจ "แบบนี้ข้าจะได้รู้สึกว่าเ้าอยู่ใกล้ข้าจริงๆ"
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน จางเหวินก็ค่อยๆ เอื้อมมือที่ยังใช้ได้ไปหานาง "เสี่ยวหรู ข้าอยากจะขอบคุณเ้าอย่างเป็ทางการ"
ก่อนที่นางจะทันตอบ เขาก็ใช้มือที่ยังใช้ได้ดึงนางเข้าหาตัวอย่างอ่อนโยนแต่มั่นคง เสี่ยวหรูใและพยายามจะถอยออก แต่เขากลับโอบแขนรอบตัวนางไว้
"ศิษย์พี่! ท่านทำอะไรเ้าคะ" นางอุทานด้วยความใ
"ข้าแค่อยากกอดเ้าเพื่อขอบคุณ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่กอดนางไว้แน่นขึ้น "อาเฉิงบอกให้เ้าดูแลข้าเหมือนดูแลเขา แสดงว่าเ้าไม่ต้องเกรงใจข้าแล้ว"
เขาค่อยๆ ดึงนางให้นั่งลงบนเตียงข้างๆ เขา แล้วโน้มหน้าลงมาใกล้คอของนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาพัดโชยมาที่ิัอ่อนนุ่มของนาง "เสี่ยวหรู... เ้าหอมจัง เหมือนกลิ่นดอกไม้"
"ศิษย์พี่... นี่ไม่เหมาะสมเ้าค่ะ" นางพูดด้วยเสียงสั่นเทา แต่ไม่ได้พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างแรงกล้า
"ทำไมไม่เหมาะสม" เขาซุบซิบใกล้หูนาง ขณะเดียวกันก็แอบไซร้ซอกคอของนางเบาๆ ด้วยจมูก "อาเฉิงบอกให้เ้าดูแลข้าเหมือนดูแลเขา แสดงว่าเ้าสามารถใกล้ชิดกับข้าได้"
กลิ่นหอมธรรมชาติของนางทำให้เขารู้สึกมึนเมา เขาค่อยๆ เลียริมฝีปากของตัวเองด้วยความกระหาย แล้วเริ่มไซร้ซอกคอของนางอย่างช้าๆ และเร่าร้อน ลิ้นของเขาเลียไปตามเส้นคอของนางอย่างอ่อนโยน ทำให้นางสั่นเทาไปทั้งตัว
"อ๊า..." นางครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้น
"เสี่ยวหรู... เ้าไม่ต้องเกรงใจข้าเลย" เขาพูดขณะที่ยังคงไซร้ซอกคอของนางอย่างเร่าร้อน "อาเฉิงให้สิทธิ์เ้าแล้ว เ้าสามารถทำอะไรกับข้าได้ตามที่เ้า้า"
เขาค่อยๆ ขบติ่งหูของนางเบาๆ ทำให้นางสั่นเทาไปทั้งตัว แล้วเป่าลมเย็นๆ เข้าไปในรูหูนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่พัดเข้าไปในรูหูทำให้นางขนลุกไปทั้งตัว ความรู้สึกสยิวที่ไม่เคยประสบมาก่อนก่อเกิดขึ้นในร่างกายของนาง
"ศิษย์พี่... ข้าคิดว่าเราควรจะ..." นางพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเทาจนแทบจะได้ยินไม่ชัด
"ควรจะอะไรเสี่ยวหรู" เขาซุบซิบใกล้หูนาง ขณะที่ยังคงไซร้ซอกคอของนางอย่างต่อเนื่อง "เ้าไม่ต้องกลัวหรือเกรงใจอะไรเลย ข้าเป็แค่คนป่วยที่้าความอบอุ่น และเ้าก็เป็คนที่อาเฉิงไว้ใจให้มาดูแลข้า"
เขาค่อยๆ ดึงนางให้นั่งบนตักของเขา ด้วยท่าทีที่อ่อนโยนแต่มั่นคง "มานั่งตรงนี้เสี่ยวหรู ข้าจะได้รู้สึกอบอุ่นมากขึ้น"
"ศิษย์พี่... นี่..." นางพยายามจะประท้วง แต่เขากลับกอดนางไว้แน่นขึ้น
"ข้าไม่เคยมีใครดูแลดีอย่างนี้มาก่อนเลยเสี่ยวหรู" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความปรารถนา "เ้าช่างดีกับข้าเหมือนคนรักจริงๆ ทำให้ข้ารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า"
มือของเขาที่วางอยู่บนเอวของนางค่อยๆ เลื่อนไปมาอย่างอ่อนโยน ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะเป็การปลอบโยน แต่การัันั้นทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
"เสี่ยวหรู... เ้าอุ่นและนุ่มมาก" เขาพูดขณะที่ยังคงไซร้ซอกคอของนางอย่างเร่าร้อน "ข้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เ้าทำให้ข้ารู้สึกเหมือนได้รับการดูแลจากคนรักจริงๆ"
เขาค่อยๆ เลียไปตามแนวคอของนางขึ้นไปจนถึงใต้หูนาง แล้วขบติ่งหูของนางอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อน ทำให้นางครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยประสบมาก่อน
"อ๊า... ศิษย์พี่..." นางครางเบาๆ ร่างกายของนางสั่นเทาในอ้อมแขนของเขา
"เ้าเสียงหวานจังเสี่ยวหรู" เขาซุบซิบใกล้หูนาง แล้วเป่าลมอุ่นๆ เข้าไปในรูหูนางอย่างช้าๆ "ข้าชอบเสียงของเ้า ชอบกลิ่นของเ้า ชอบความอบอุ่นของเ้า"
นางรู้สึกใจสั่นไหวกับความใกล้ชิดนี้ แต่นางบอกตัวเองว่านี่เป็เพียงการปลอบใจผู้ป่วยที่เหงา และอาเฉิงก็ให้อนุญาตแล้วว่าให้นางดูแลเขาเหมือนดูแลคนรัก
"ท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหมเ้าคะ" นางถามด้วยเสียงสั่นเทา
"ดีขึ้นมากแล้ว" เขาตอบพร้อมกับกอดนางแน่นขึ้น "แต่ข้าอยากให้เ้าอยู่ใกล้ข้าแบบนี้อีกสักพัก เ้าทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น เหมือนมีคนรักจริงๆ มาดูแล"
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในห้องเล็กๆ นั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากความรู้สึกผิดและความรับผิดชอบ กลายเป็ความรู้สึกที่อบอุ่นและใกล้ชิดมากขึ้น คำฝากฝังของอาเฉิงได้เปิดทางให้ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวหรูกับจางเหวินพัฒนาไปในทิศทางที่ลึกซึ้งมากขึ้น โดยที่ทั้งคู่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกังวลเื่ความเหมาะสม
และในใจลึกๆ ของจางเหวิน เขารู้สึกพอใจอย่างยิ่งกับการพัฒนาของสถานการณ์ การที่อาเฉิงเองเป็คนมอบหมายให้เสี่ยวหรูดูแลเขา และการที่นางรับปากด้วยความเต็มใจ เป็ก้าวสำคัญในแผนการที่เขาวางไว้ ตอนนี้เขาสามารถเข้าใกล้ชิดกับนางได้อย่างเปิดเผยและไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครสงสัย
ช่องว่างระหว่างพวกเขาได้ถูกทลายลงแล้วจริงๆ และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป