“พวกครู…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปยังพวกของครูใหญ่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา รู้สึกจุกอกจนหายใจไม่ออก เฉินจิงฮัวพูดด้วยน้ำตานองหน้า “ปู้เอ้อร์ ถ้าเป็เธอติดอยู่ข้างบนบ้าง เธออยากให้พวกเราทิ้งเธอไหมล่ะ เราจะปล่อยให้พวกเขาตายไม่ได้นะ”
“น้ำก็ไม่ไหลแล้ว พวกเขาไม่มีของกินไม่มีน้ำดื่ม คงรอความช่วยเหลือไม่ได้” ครูใหญ่สื่อจับมือเซี่ยปู้เอ้อร์อย่างขอร้องวิงวอน แต่โก่วเม่ยได้ก้มตัวลงมองผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้าไปด้านใน ก่อนจะลุกขึ้นยืนส่ายหัวว่า “อย่างน้อยก็มีซอมบี้ 7 - 8 ตัวอยู่ข้างใน แค่เรา 3 คนฆ่าไม่ไหวหรอก ดีไม่ดีอาจจะตายก็ได้ อย่าวู่วาม”
“เฮ้อ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง พยุงครูใหญ่สื่อให้ลุกขึ้นยืน “คุณครูครับ ผมเคยเป็นักเรียนของคุณครู เป็เกียรติสำหรับผมมากที่มีคุณครูอย่างพวกคุณ ลุกขึ้นยืนได้แล้วครับ ผมนึกวิธีช่วยพวกเขาได้แล้ว ผมจะไปคนเดียว!”
“ขอบคุณมากนะ! ในนามของคุณครูและเด็กนักเรียน ครูใหญ่ขอขอบคุณเธอจริงๆ…”
ครูใหญ่สื่อโค้งคำนับให้กับเซี่ยปู้เอ้อร์อย่างรวดเร็ว คุณครูคนอื่นเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับให้เขาเช่นกัน ในขณะนี้ ซงเจี่ยเหวินยังคงกอดเซี่ยปู้เอ้อร์อยู่ไม่ปล่อย “ปู้เอ้อร์ ระวังตัวด้วยนะ อย่าทำตัวกล้าหาญมากเกินไป ถ้าเธอช่วยพวกเขาไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ”
“ผมรู้ครับ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินกลับลงไปในห้องว่างที่ชั้นล่างอีกครั้ง เขาสำรวจดูที่หน้าต่างอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงบอกให้โก่วเหม่ยไปเอาเชือกสีแดงมาจากศพชายหนุ่มบนเตียง เมื่อโก่วเหม่ยไปเอาเชือกมาแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ก็นำเชือกเส้นนั้นมาผูกเข้ากับเอวของตนเองแล้วพูดว่า “พวกนายคอยดึงฉันไว้ด้วย ฉันจะปีนขึ้นไปทางหน้าต่าง แล้วฆ่าพวกมันให้หมด”
“เสี่ยงเกินไปไหม นี่มันชั้น 5 เลยนะ…”
ใบหน้าของโก่วเม่ยกลับกลายเป็ขาวซีดภายในพริบตา แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ยิ้มและตบไหล่อีกฝ่าย ก่อนจะพูดกับเฉินจิงฮัวว่า “คุณครูเฉิน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม อย่าทำอะไรโง่ๆ อยู่รอคอยความช่วยเหลือที่นี่ ผมไม่มีค่ามากพอให้ครูมาตายตามผมไปหรอกครับ”
“ไม่นะ! เธอคือวีรบุรุษของเรา วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่…”
เฉินจิงฮัวโผเข้ามาสวมกอดเขา คุณครูสาวมีใบหน้านองน้ำตา แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หลังจากตรวจเชือกที่คาดอยู่รอบเอวอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็ปีนออกไปจากหน้าต่าง ทุกคนที่อยู่ในห้องจับปลายด้านหนึ่งของเชือกไว้ให้แน่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แม้แต่คนอย่างฉัน ก็มีวันที่เป็วีรบุรุษเหมือนกันนะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้า ไม่ง่ายเลยที่เขาจะปีนผนังกำแพงด้านนอกขึ้นไป หลังจากมองไปที่ด้านล่างแล้ว เด็กหนุ่มก็พบว่ามีซอมบี้อยู่เต็มไปหมดเหมือนกับเมล็ดพืชเม็ดเล็กๆ ชั้นที่ 5 ของโรงแรมแห่งนี้ มีความสูงเท่ากับตึก 7 ถึง 8 ชั้น หากผลัดตกลงไป ร่างคงแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
เซี่ยปู้เอ้อร์เกาะขอบหน้าต่างปีนสูงขึ้นไปสู่หน้าต่างห้องที่อยู่ชั้นบน แต่ไม่นานเขาก็หมดแรง หน้าต่างทั้งสองบานอยู่ห่างจากกันอย่างน้อยก็หนึ่งเมตร เด็กหนุ่มไม่สามารถเกาะผนังที่เรียบลื่นได้และเกือบจะร่วงหล่นลงไปอยู่หลายครั้ง ดังนั้น เขาจึงพยายามเหยียบเท้าบนขอบหน้าต่างของห้องข้างๆ เพื่อหาจุดทรงตัว
ในขณะนี้ เซี่ยปู้เอ้อร์มีสภาพเหมือนตุ๊กแกั์ ค่อยๆ ขยับร่างขึ้นไปทีละนิด ถึงจะทำอย่างเชื่องช้า แต่ก็ต้องใช้พละกำลังไม่น้อย ในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าต่างของห้อง้าได้สำเร็จ แล้วทันใดนั้นเอง เด็กสาวใส่แว่นคนหนึ่งก็ปรากฏตัวที่หน้าต่าง จ้องมองมาที่เขาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
“ชู่วว์”
เซี่ยปู้เอ้อร์ตั้งตัวไม่ทันได้แต่ส่งยิ้มกลับไป เด็กสาวใส่แว่นคนนั้นแท้จริงแล้วก็คือซอมบี้ตัวหนึ่ง เธออ้าปากคำรามด้วยความดุร้ายและพุ่งเข้ามาหาเขา เซี่ยปู้เอ้อร์กระชากเส้นผมของเธอออกมา แล้วร่างของซอมบี้เด็กสาวก็ร่วงลงไปด้วยระดับความสูงตึก 6 ชั้น
“แฮ่…”
ยังไม่ทันที่ร่างของซอมบี้เด็กสาวจะร่วงลงไปถึงพื้น กลุ่มซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างก็พากันกรูเข้ามาด้วยความหิวโหย เซี่ยปู้เอ้อร์รีบขยับตัวขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่าง ตอนนั้นเองที่มีซอมบี้อีก 2 ตัววิ่งเข้ามาใส่เขา เซี่ยปู้เอ้อร์ได้แต่ขยับหนีอยู่ที่ขอบหน้าต่างด้วยความิ่เหม่
“ลงไปให้หมดซะ…”
เด็กหนุ่มใช้เท้าถีบศีรษะซอมบี้ทั้ง 2 ตัว พวกมันพลัดตกจากหน้าต่างลงไปอย่างไร้ความรู้สึก แต่ก่อนที่พวกมันจะถึงพื้นดิน เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ใช้จังหวะนั้นเกาะขอบหน้าต่างไว้อีกครั้ง แต่ซอมบี้ที่เหลืออยู่ภายในห้องก็พากันวิ่งตรงมาที่หน้าต่างในเวลาเดียวกัน
ถึงอย่างนั้น พวกซอมบี้ก็โง่มากกว่าเขา พวกมันปีนขึ้นบนขอบหน้าต่างอย่างไร้ความหวาดกลัว และพยายามจะคว้าจับตัวเขาเอาไว้ให้ได้ เซี่ยปู้เอ้อร์ใช้ทั้งมือทั้งเท้าต่อยเตะพวกมันกระเด็นตกลงไปด้านล่างตัวแล้วตัวเล่าจนนับแทบไม่ทัน
"เพล้ง"
ทันใดนั้นเอง กระจกหน้าต่างก็แตกออก เซี่ยปู้เอ้อร์ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกซอมบี้พร้อมใจกันพุ่งทะลุหน้าต่างออกมาจับตัวเขาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในตึกที่ทำการ เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากส่งเสียงร้องออกมากึกก้องด้วยความสยองขวัญ
"ฟรึบ"
เซี่ยปู้เอ้อร์ที่กำลังส่งเสียงร้องรู้สึกรัดแน่นที่เอวขึ้นมาในทันที เชือกสีแดงรัดพันเอวของเขาแน่นเหมือนกับคีมเหล็ก เด็กหนุ่มเ็ปจนเหมือนจะเป็ลม ตัวของเขาแกว่งไปมากลางอากาศเหมือนกับลูกตุ้มั์ ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบหน้าต่างที่อยู่ด้านหลังครั้งแล้วครั้งเล่า
"จับไว้แน่นๆนะ..."
มีเสียงะโดังขึ้นจาก้า เชือกที่มัดเอวของเขาอยู่เลื่อนขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์กระแทกกับหน้าต่างอีกหลายครั้ง เชือกที่แต่เดิมมัดอยู่ตรงเอว ก็เลื่อนขึ้นมารัดที่หน้าอกของเขา เด็กหนุ่มยกสองมือขึ้นเหมือนผู้ร้ายที่ยอมมอบตัวกับตำรวจ ร่างของเขาแกว่งไปแกว่งมาอยู่นอกหน้าต่างชั้นที่ 4 ของโรงแรม
"ช่วยด้วย"
เซี่ยปู้เอ้อร์ะโเสียงดังในขณะที่ห้อยโตงเตงกลางอากาศ มีซอมบี้ตัวหนึ่งกอดเอวของเขาอยู่ เด็กหนุ่มก้มมองด้วยความใ ซอมบี้เด็กสาวใส่แว่นมีความพยายามอย่างมากที่จะกัดชิ้นส่วนความเป็ชายของเขา
"อย่ากัดตรงนั้นสิเฮ้ย อย่านะ! ฉันยังไม่ได้ใช้งานมันเลย..."
เซี่ยปู้เอ้อร์เป็เหมือนปลาที่มีเหาฉลามเกาะติด เขาไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรดี ในระหว่างที่คิดหาวิธีกำจัดซอมบี้เด็กสาวออกไปให้พ้นร่างกายของเขานั้น เชือกสีแดงก็ได้เลื่อนขึ้นมาอีกครั้งจนขึ้นมามัดอยู่ที่แขน
"เหว๋อ"
เซี่ยปู้เอ้อร์ร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามจะยกมือคว้าจับเชือกเอาไว้ โชคดีที่เชือกรัดเข้ากับข้อมือของเขาพอดี เด็กหนุ่มไม่สนใจความเ็ปที่เกิดขึ้นกับข้อมือ เขารีบเอาเข่ากระแทกใส่ซอมบี้เด็กสาวสุดแรงเกิด
"นั่นไง ต้องเป็ชีเปลือยอีกแล้วเหรอวะเนี่ย..."
ความคิดที่แสนเศร้าผุดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม หลังจากนั้นเซี่ยปู้เอ้อร์ก็ได้ยินเสียง "แคว่ก" เมื่อกางเกงวอร์มถูกกระชากขาดออก ร่างของซอมบี้เด็กสาวร่วงลงไปพร้อมกับกางเกงวอร์มของเขา เซี่ยปู้เอ้อร์จึงมีสภาพที่นุ่งเพียงกางเกงในขาดๆ อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยดีใจที่ตัวเองกลายเป็ชีเปลือยมากเท่านี้มาก่อน
“ชีวิตฉันนี่มันน่าเศร้าจริงๆ นะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจคอตกเหมือนสุนัขดัชชุนในขณะที่ถูกดึงกลับขึ้นไป้า แต่จังหวะนี้เอง เงาดำได้ปรากฏขึ้นในห้องว่างเปล่าตรงหน้าต่างเบื้องหน้าเขา ตัวของเด็กหนุ่มแกว่งไปมาจนกระแทกใส่หน้าต่างอย่างแรงโดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“เพล้ง”
กระจกหน้าต่างถูกกระแทกจนแตกออกจากด้านใน เซี่ยปู้เอ้อร์นึกว่าจะมีซอมบี้พุ่งออกมาเล่นงานเขาเสียแล้ว แต่สิ่งที่ออกมากลับไม่ใช่พวกศพเดินได้ แต่มันคืออะไรบางอย่างลักษณะเรียวยาวสีม่วงเต็มไปด้วยของเหลวเหนียวหนืด เห็นแล้วก็นึกถึงลิ้นคนขนาดใหญ่ และมันกำลังจะม้วนพันขาของเขาแล้ว
“อะไรวะเนี่ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยกขาหนีด้วยความประหลาดใจ น่าเสียดายที่เขาถูกดึงตัวขึ้นไปพอดี อีกฝ่ายเลยยังไม่ทันเล่นงานเขาได้สำเร็จ แต่ในขณะนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์ได้ชำเลืองมองกลับเข้าไปเป็ครั้งสุดท้าย และก็ได้เห็นว่าสิ่งแปลกประหลาดเมื่อสักครู่นี้ ยืดยาวออกมาจากปากของร่างๆ หนึ่ง ร่างที่ผอมสูงสวมเสื้อคลุมตัวยาว ซึ่งทำให้เด็กหนุ่มนึกถึงชายที่คอยควบคุมซอมบี้คนนั้นนั่นเอง