หลังจากฉินเยว่เฟิงได้ฟื้นฟูอาการาเ็และเส้นลมปราณแล้ว เขาก็ได้เริ่มฝึกพลังปราณ จารึกค่ายกล หลอมโอสถ และหลอมศาสตรา กาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆ 1 ปีเต็มๆ ตอนนี้เด็กหนุ่มอายุ 13ปีแล้วดูเป็หนุ่มขึ้นหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวดั่งหยกคิ้วคมเข้ม
"อืมม...ข้าฝึกทุกศาสตร์ตามความรู้ของอาจารย์แล้ว หากอิงตามความรู้ของข้า ขอบเขตพลังปราณแบ่งเป็ แรกเริ่ม, ฝึกปราณ, หลอมปราณ, ทะเลปราณ, แต่ละขอบเขตแบ่งเป็ 1-9 ขั้น เช่นนั้นตอนนี้พลังปราณของข้าบรรลุขอบเขตฝึกปราณขั้น5แล้ว และข้ายังแข็งแกร่งพอๆกับขอบเขตฝึกปราณขั้น9 หากพบจอกับขอบเขตหลอมปราณขั้น1 แม้ว่าไม่อาจจะสังหารได้แต่ข้ามั่นใจว่าข้าไม่มีทางโดนสังหารแน่ แต่ทว่าตามความรู้ของท่านอาจารย์เหนือจากทะเลปราณแล้วจะมี อริยะสัจจะ, ราชัน, จอมปราชญ์, จักรพรรดิ, มหาจักรพรรดิ, และจ้าวพิภพ แต่ละขอบเขตก็แบ่งเป็ 1-9 ขั้นเช่นกัน เอาล่ะช่างมันไปก่อนข้าจำได้ว่าถัดจากเมืองมรกตไปอีก 10,000ลี้ ก็จะถึงเมืองเมฆาเขียวซึ่งเป็ที่ตั้งของนิกายขุนเขาอัคคี อีก1เดือนก็จะเปิดรับศิษย์ข้าต้องรีบเดินทางไปให้ทันภายใน1เดือนมิเช่นนั้นโอกาศแก้แค้นของข้าคงต้องรอไปอีก 10ปี 20 ปีแน่ๆ"
ฉินเยว่เฟิงก็ได้ตระเตรียมของเปลี่ยนชุดที่ได้จากการเก็บสมบัติของอาจารย์ของเขาและเดินทางไปยังเมืองเมฆาเขียวเพื่อที่จะไปสมัครเขานิกายขุนเขาอัคคีแต่การเดินอย่างเดียวภายใน1เดือนก็ไปถึงไม่ทันแน่นอนฉินเยว่เฟิงจึงจำเป็ต้องจับสัตว์ิญญาเพื่อใช้เป็พาหนะในกานเดินทางที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
"ข้าเดินมา5วันแล้ว ยังไม่เจอสัตว์ิญญาที่รวดเร็วเลยข้าจะทำเช่นไรดีหากเป็อย่างนี้ต่อไปข้าพลาดงานคัดเลือกศิษย์แน่"
ฟุบ ฟุบ ฟุบ เสียงบางอย่างอยู่ในพุ่มไม้ที่ห่างออกไป 10 จั้ง (33เมตรโดยประมาณ) ก็ได้มีพยัคฆ์ตัวสีขาวแกมดำเดินออกมาตัวสูง 9 ฉื่อ ยาว 1 จั้ง (ตีคร่าวๆ สูง2เมตร ยาว 3เมตรโดยประมาณ) หน้าตาดุร้ายฉินเยว่เฟิงเห็นดังนั้นก็นัยตาลุกวาวทันที
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า..์เมตตาข้าโดยแท้นี่มันพยัคฆ์เร้นหมอกสัตว์ิญญาระดับ2ขั้นสูง ขึ้นชื่อเื่ความเร็วหากข้าจับมันมาเป็สัตว์ขี่ล่ะก็ข้าก็มิต้องกังวลเื่เดินทางไปถึงไม่ทันอีก"
ฉินเยว่เฟิงพุ่งเข้าไปต่อสู้กับพยัคย์เร้นหมอกทันทีเพื่อหวังที่จะสยบแล้วนำมาเป็พาหานะเดินทาง
ตูมมม... โครมมม..
"ฮึ่ม!! ช่างดื้อรั้นเสียจริงนะ เ้ามิอยากติดตามข้างั้นรึ ข้าจะให้เ้าเลือกว่าเ้าจะยอมข้าดีๆหรือจะให้ข้าใช้กำลัง!!"
โฮกกกกก!!! พยคฆ์เร้นหมอกคำรามออกมาอย่างดุดันด้วยแววตาดุร้ายและไม่ยินยอม
"หากเ้าเลือกเช่นนั้น ก็อย่าโทษข้าที่ต้องใช้ความรุนแรง!!"
โครมมมมม... บึ้มมมม. ตู้มมมม
ผ่านไป 1 เค่อฉินเยว่เฟิงก็สยบพยัคฆ์เร้นหมอกได้สำเร็จ
"มาเถอะสหาย ข้ารับรองว่าหากเ้าติดตามข้า ข้าจะทำให้เ้ายิ่งใหญ่และเกรียงไกรไปพร้อมข้า"
จากนั้นฉินเยว่เฟิงก็ได้ทำการทำพันธิญญาเพื่อป้องกันการทรยศจากสัตว์ิญญาจากนั้นฉินเยว่เฟิงก็เดินทางต่อผ่านไป 15 วัน ฉินเยว่เฟิงก็ได้มาถึงเมืองเมฆาเขียวจากนั้นก็ได้เข้าเมืองและที่จะหาที่พักเพื่อที่จะรอวันที่นิกายขุนเขาอัคคีเปิดทำการรับสมัครคัดเลือกศิษย์ ฉินเยว่เฟิงเดินมาสักพักก็เจอเข้ากับ "โรงเตี๊ยมชุนเฟิง" เขาได้เดินเข้าไปเพื่อจะขอเช่าห้องพัก
"สวัสดีแขกผู้มีเกียรติ ท่าน้าห้องแบบใดเ้าคะ" พนักงานถาม
"แล้วโรงเตี๊ยมของเ้ามีห้องแบบใดบ้าง" ฉินเยว่เฟิงตอบ
"ท่านคงจะมาเมืองนี้เป็ครั้งแรก เช่นนั้นข้าน้อยขอแนะนำโรงเตี๊ยมของเราเ้าค่ะ โรงเตี๊ยมของเรามีที่พัก อาหาร ค่ายกลพลังปราณที่ดีที่สุดของเมืองนี้ โรงเตี๊ยมเรามีทั้งหมด9ชั้น ชั้น1-3เป็ระดับทั่วไปมีพลังปราณเบาบางค่าเช่าอยู่ที่ 10-20-30หินพลังปราณระดับต่ำต่อวันตามลำดับ ชั้น4-6เป็ระดับปฐีมีค่ายกลรวบรวมพลังปราณระดับ1ติดตั้งอยู่ ค่าเช่าอยู่ที่100-200-300ตามลำดับ ชั้น7-9เป็ห้องระดับ์มีค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับ2ติดตั้งอยู่ ค่าเช่าอยู่ที่ 1,000-1,500-2,000ตามลำดับ ส่วนสุดท้ายจะเป็ห้องระดับัเป็ห้องสำหรับแขกผู้ทรงเกียรติและแขกผู้สูงศักดิ์จะมีค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับ4ติดตั้งอยู่ ค่าเช่าอยู่ที่ 10,000หินพลังปราณระดับต่ำต่อวัน ไม่ทราบว่าท่าน้าห้องแบบใด"
"ข้า้าห้องระดับั" ฉินเยว่เฟิงตอบ
"ได้เ้าค่ะข้าน้อยจะไปตามผู้จัดการมาเป็ผู้ดำเนินการให้ท่าน" พนักงานตอบ
ผ่านไปครึ่งเค่อผู้จัดการร้านก็เดินออกมาเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างสันฐานมีหนวดยาวสีดำอาภรณ์สีเขียว
"คารวะคุณชายข้าน้อยหงหลิวเป็ผู้จัดการโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ทราบว่าคุณชาย้าห้องระดับัใช่หรือไม่" ผู้จัดการถาม
"ใช่แล้ว ข้า้า 1 ห้องเป็เวลา 10 วันไม่ทราบว่าผู้จัดการหงว่าเช่นไร" ฉินเยว่เฟิงพูดจากนั้นเขาก็หยิบหินพลังปราณระดับต่ำ100,000ก้อนออกมา
"ฮ่าฮ่าฮ่า..ไม่มีปัญหายังเหลือห้องว่างห้องสุดท้ายพอดี ทางเรายินดีให้บริการคุณชาย ลู่เยว่เ้าพาคุณชายไปห้องัห้อง9ทันที" ผู้จัดการหงพูด
"เ้าค่ะผู้จัดการหง" พนักงานตอบ
"ช้าก่อน!!!" ทว่าทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา เป็เสียงชายหนุ่มหน้าตาดีอายุราว14-15ปี อาภรณ์สีฟ้ารูปร่างสันฐานดูมีฐานะ มาพร้อมกับคนอีก4คนที่เดินตามมาด้านหลัง
"ห้องันี้ข้าจะขอเช่าเอง" ชายหนุ่มอาภรณ์ฟ้าเอ่ย
"คารวะคุณชาย ต้องขออภัยด้วยห้องัห้องสุดท้ายคุณชายท่านนี้ได้ขอเช่าแล้วไม่ทราบว่าคุณชายจะเปลี่ยนไปใช้ห้องระดับ์ได้รึไม่" ผู้จัดการหงเอ่ยถาม
"ฮึ!! ห้องระดับ์งั้นรึ ห้องกระจอกพรรค์นั้นไม่เหมาะสมกับข้าสักนิด ข้า้าเพียงห้องระดับัเท่านั้น ไอ้หนูเ้าให้ข้าเช่าห้องันั่นซะส่วนหินพลังปราณข้าจะให้คืน2เท่าเ้าว่าอย่างไร" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"ข้าขอปฏิเสธ" ฉินเยว่เฟิงตอบสั้นๆ
"นี่!!..เ้า!!! ฮึ่มม สุราคารวะไม่รู้จักดื่มกลับชอบสุราจับกรอก เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใครอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ไสหัวไปซะแล้วข้าจะไว้ชีวิต!!" ชายหนุ่มเอ่ย
"ข้าไม่สนว่าเ้าเป็ผู้ใด หากเ้ายังแหกปากและรบกวนเวลาข้าอยู่ตอนนี้ ข้าจะหักแขนเ้าเสียเดี๋ยวนี้!!" ฉินเยว่เฟินขมวดคิ้วเบาๆพร้อมกับมีอารมณ์รู้สึกโมโหและพูดเสียงขรึม
"บังอาจ!!! นี่เ้ามิรู้รึว่านี่คือนายน้อยหลินฮ่าวของตระกูลหลิน 1ใน3ตระกูลของเมืองอำพันพิสุทธิ์ เ้าจงคุกเข่าลงขอขมานายน้อยเสีย หากเ้ายังพูดจาโอหังอีกข้าจะบั่นหัวเ้ามาขอขมานายน้อยแทนเ้าเอง!!!" 1ในข้ารับใช้ด้านหลังได้เอ่ยด้วยวาจาที่เสียงดังลั่น
หลังจากข้ารับใช้เอ่ยจบไม่ทันไรก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดตัวก่อนที่ข้ารับใช้คนนั้นจะตอบสนองทันเขาก็โดนกระบี่ตัดคอไปซะแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมากเพียงแค่ไม่ถึง30วินาทีเท่านั้น หลินฮ่าวก็อดที่จะตะลึงกับความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ หลังจากที่ตั้งสติได้เขาก็เอ่ยอย่างเดือดดาลว่า
"ฮึ่มม!!!เ้าชั่งบังอาจนัก เ้ากล้าที่จะสังการคนรับใช้ของข้าต่อหน้าข้าผู้นี้ ข้าจะทำให้เ้าได้เห็นว่าอยู่มิสู้ตายเป็เยี่ยงไร"