ตอนที่สิบเก้า ทะลวงจุดชีพจรหนึ่งร้อยแปดจุด
คำถามว่า หากมีวัคซีนห้าชนิด ต้องฉีดให้ประชากรคนละสามเข็ม
จะฉีดได้กี่รูปแบบ?
คือคำถามทางคณิตศาสตร์นั่นเอง
ชีพจรหนึ่งร้อยแปดจุดชีพจรก็เช่นกัน
หากลดรูปลงมามันก็แค่กลายเป็เพียงโจทย์คำถามทางคณิตศาสตร์
จะให้ลมปราณเดินไปครบหนึ่งร้อยแปดจุดได้อย่างไรโดยไม่ทับเส้นทางเดิมหรือย้อนกลับเส้นทางเดิมได้กี่วิธี?
คอมพิวเตอร์ก็สร้างแบบจำลองและเส้นทางมาให้เข้าใจเส้นทางการเดินทางได้อย่างง่ายดาย
มันคือการสร้างโมเดลสภาพร่างกายของเรานั่นเอง
ซึ่งผมไม่แปลกใจเลย
ทำไมถึงต้องมีการบอกว่าคนที่ฝึกต้องมีสมาธิและสติปัญญาที่ดีจึงจะท่องจำเส้นทางการเดินลมปราณที่ซับซ้อนได้ขนาดนี้เพื่อที่จะทะลวงหนึ่งร้อยแปดจุดชีพจร
เงินที่ผมจ้างนักคณิตศาสตร์จากสแตนฟอร์ดมาช่วยในการวางระบบในการค้นคว้าวิจัยลมปราณนั้นไม่สูญเปล่า
ด้วยตำรายุทธจากพวกนักฆ่านักษัตรและพลังของเงินตราที่รวบรวมผู้มีความสามารถด้านต่างๆมาได้
ผมทะลวงผ่านจุดชีพจรไปแบบกางบทสรุปและเพียงแค่เดินตามนั้น
และผลข้างเคียงคืออันที่จริงการเดินลมปราณมีความสุขมาก
กระแสความอุ่นร้อนไหลไปตามจุดชีพจรที่เราไม่คิดว่ามีชีพจรตรงนี้มาก่อน
แม้ในทางเทคนิคจะเป็ส่วนที่เกี่ยวพันกับิญญาไม่ใช่เื่ของกายภาพทั้งหมด
แต่ก็ไม่เกินความสามารถของนักวิจัยที่จะสร้างแบบจำลองแบบสามมิติหรือแม้แต่สี่ห้ามิติออกมาเพื่อช่วยผมในการเดินลมปราณผ่านจุดชีพจรต่างๆ
เหงื่อที่ไหลออกมามีสีดำเล็กน้อยออกมาทีละนิดระหว่างที่ผมเจาะผ่านจุดชีพจรไปทีละจุด
ผมไม่มีความเร่งรีบแค่้าทำให้ขั้นตอนทั้งหมดราบรื่นไม่ผิดพลาดเท่านั้น
เอิ๊ก
[ครบหนึ่งร้อยแปดจุดชีพจรใช้เวลาไป6 ชั่วโมง สี่สิบนาที ห้าสิบวินาที]
เพียงแค่ร้อยแปดชีพจรใช้เวลาไปหลายชั่วโมงขนาดนี้ต่างกับพระเอกที่สามารถทะลวงร้อยแปดชีพจรหลัก สิบสองชีพจรพิสดารแปดชีพจรลับไปได้ด้วยเวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงนับแต่คืนสติจากโลกเซียน
แต่ผมพยายามไม่คิดมาก
เป้าหมายของผมคิอพยายามทำให้การเดินลมปราณเป็วิทยาศาสตร์และเรียบง่ายมากที่สุดผิดพลาดให้น้อยที่สุด จะเปลืองทรัพยากรไปก็ไม่ใช่ปัญหา
“ยินดีด้วยนายท่านกระต๊าก”
“ขอแสดงความยินดีต่อนายท่านคร่อก
“ท่านช่างอัจตฉริยะยิ่งนักเจี๊ยก”
สามนักษัตรชมจากใจจริง
ดูจากร่างกายและลมหายใจบอกมาว่า
อ้าวป้าหม่าขาดไปเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ด่านปรับพื้นฐานลมปราณเช่นเดียวกับพวกตนแล้ว
คนที่สามารถเริ่มจากคนที่ไม่เป็วรยุทธและกลายเป็จะก้าวข้ามผ่านด่านสะสมลมปราณสู่ปรับพื้นฐานลมปราณได้ภายในวันเดียวไมได้เรียกอัจฉริยะจะเรียกว่าอะไร?
เอิ๊ก
อ้าวป้าหม่าพ่นลมหายใจสีเหลืองและเอาผ้าขนหนูมาเช็ดคราบสีดำออกจากร่างกาย
ซึ่งเขามองพวกนักษัตรว่าชื่นชมคนเก่งมากสมกับเป็ลูกน้องที่ดี
ทั้งที่ผมฝึกมาได้เร็วขนาดนี้ก็เพราะพึ่งโสมร้อยปีล้วนๆ
ไม่ใช่ฝีมือของผมเองแต่อย่างใดแต่พวกนี้ก็ชมอย่างกับผมเป็อัจฉริยะอย่างนั้นล่ะ
ซึ่งอันที่จริง
พวกนักษัตรก็รู้ว่าอ้าวป้าหม่าใช้โสมร้อยปี
แต่สำหรับพวกเขามองว่า วาสนาก็เป็พลังฝีมือหรือคุณสมบัติอย่างหนึ่ง
ประสบการณ์พิสดารได้ของวิเศษก็ถือว่าคนนนั้นมีคุณสมบัติที่พิเศษวาสนามากกว่าคนทั่วไปจะฝึกได้เร็วกว่าก็เป็เื่ธรรมดา
ไม่ใช่เื่ที่ต้องตำหนิว่าใช้เงินในการฝึกวิชาแต่ประการใด
หากพวกเ้า้าว่านายท่านของข้าใช้เงินฝึกวิชา
ไยพวกเ้าไม่ลองทำแบบเดียวกันดูบ้าง?
นั่นคือแิของพวกนักษัตร
อ้าวป้าหม่าบรรลุขั้นสะสมพลังขั้นปลาย อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ขั้นสร้างพื้นฐานพลังปราณ Foundation Establishment
แต่ว่า เขากลับถามพวกนักษัตร
“พวกเ้าเคยได้ยินมาไหมว่าขั้นสะสมพลังปราณแบ่งเป็สิบขั้น แทนที่จะแบ่งเป็สาม่ แรกเริ่ม ขั้นกลางและขั้นปลายอย่างนี้? ตกลงมันใช้อย่างไหนกันแน่?”