“สหายเมฆาหวนคืนยินดีที่ได้พบยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองลูกา” กระต่ายหมายจันทร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน
รอยยิ้มของเธอทำให้เมฆครามขนลุกขึ้นมาทันทีเขาจำได้อย่างแม่นยำว่าทุกครั้งที่เธอยิ้มเช่นนี้ออกมานั่นหมายความว่าเธอกำลังจะลงมือสร้างปัญหาอะไรสักอย่างการต่อสู้กับเธอเกือบสองร้อยครั้งทำให้ชายหนุ่มรู้จักเธอดีมากพอสมควรและยังทำให้เกิดความรู้สึกเข็ดขยาดขึ้นมาด้วยเช่นกัน
“เอ่อสหายกระต่ายหมายจันทร์เอ่ยเกินไปแล้ว ฉันแค่โชคดีนิดหน่อยเลยเก็บระดับไวกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง”เมฆครามตอบกลับ
กระต่ายหมายจันทร์เลิกคิ้ว “แค่โชคดีนิดหน่อยก็เอาชนะบอสาากอบลินบอสาาหมาป่าสีเทาแล้วก็บอสราชินีผึ้งเหล็กได้งั้นเหรอ ไม่มั้ง ถ้านี่เป็เื่ของโชคกิลด์สิงโตครองฟ้าคงไม่ต้องสูญเสียไปมากมายในการพยายามฆ่าบอสาากอบลินคลั่งหรอก”
เื่ที่กลุ่มของเมฆครามสามารถเอาชนะบอสาากอบลินคลั่งนั้นเป็ที่รู้กันไปทั่วในเมืองลูกานานแล้วส่วนบอสหมาป่าสีเทานั้นเป็เื่ที่มีคนรู้ไม่มากแต่กระต่ายหมายจันทร์ก็มีความสามารถในการหาข่าวที่ไม่เลวทีเดียว
“ฮ่าๆ แค่โชคดีน่ะโชคดี” เมฆครามไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้เธอเช่นไร
“เอาเถอะ สหายเมฆาหวนคืนฉันขอเพิ่มเพื่อนนายไว้หน่อยสิบางทีในอนาคตพวกเราอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือกันก็ได้นะกลุ่มของนายยังขาดนักเวทอยู่นี่ ถึงแม้อาชีพนักรบคลั่งจะมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งแต่สัตว์อสูรบางประเภทมีพลังป้องกันกายภาพสูงแต่ขาดพลังป้องกันเวทถึงเวลานั้นนายอาจจะ้าจอมเวทสักคนช่วยเหลือก็ได้”
เมฆครามเพิ่มชื่อของกระต่ายหมายจันทร์เข้ารายชื่อเพื่อนด้วยความลังเลเล็กน้อยในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอ่ยถาม “สหายกระต่ายหมายจันทร์เธอรู้จักชื่ออลิซในดินแดนมหัศจรรย์หรือเปล่า”
หญิงสาวประหลาดใจทันที “เอ้ะ นายรู้ชื่อนั้นด้วย? ตอนแรกฉันลังเลมากว่าจะตั้งชื่ออลิซในดินแดนมหัศจรรย์หรือกระต่ายหมายจันทร์ดีแต่สุดท้ายฉันก็เลือกใช้ชื่อนี้ ทำไมนายถึงถามเื่นี้ละ”
เมฆครามตอบ “ไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ อืมเราเพิ่มเพื่อนกันแล้วในอนาคตฉันอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากเธอจริงๆนั่นแหละถ้าเธอมีอะไรให้ช่วยก็ติดต่อมาได้เช่นกันนะ ตอนนี้ฉันต้องไปทำธุระดังนั้นขอตัวก่อน”
เมฆครามไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างไรดียังไงก็ตามเขามีความมั่นใจแปดในสิบส่วนว่าเธอก็คืออลิซในดินแดนมหัศจรรย์คนนั้นจริงๆอย่างแน่นอนสำหรับเหตุผลที่ว่าทำไมตอนนี้ตัวละครของเธอถึงชื่อว่ากระต่ายหมายจันทร์เขาคิดว่ามันน่าจะมีเหตุผลบางอย่างเกี่ยวข้องกับกิลด์ดาบแห่งโลกาเป็แน่
เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ตั้งตัวเป็ศัตรูตลอดกาลกับกิลด์ดาบแห่งโลกาน่ะสิเมฆครามยังจำได้อย่างชัดเจนว่าเคยมีครั้งหนึ่งที่เธอบุกเดี่ยวสังหารสมาชิกกิลด์ดาบแห่งโลกากว่าพันคนและปิดท้ายด้วยการหลบหนีลอยนวลทำให้พายุโลหิตที่เป็หัวหน้ากิลด์ในขณะนั้นโกรธมากถึงขนาดประกาศากับกิลด์บุปผาวิเศษของอลิซในดินแดนมหัศจรรย์เลยทีเดียว
‘มีความเป็ไปได้ว่าเธอถูกคุกคามจากกิลด์ดาบแห่งโลกาใน่แรกของเกมจนถึงขนาดต้องลบตัวละครแล้วเริ่มเล่นใหม่ดังนั้นตัวละครของเธอจึงเป็อลิซในดินแดนมหัศจรรย์แทนที่จะเป็กระต่ายหมายจันทร์ถ้าเป็แบบนั้นจริงเราต้องจับตาดูให้ดี เหอะๆถ้าเราช่วยเธอจากกิลด์ดาบแห่งโลกาได้นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถดึงตัวจอมเวทอันดับหนึ่งของเกมมาอยู่กับเราได้งั้นเหรอ’
แม้จะดูเป็เื่ที่ดีจนน่าเหลือเชื่อแต่เมฆครามก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักผู้หญิงคนนี้เป็ผู้เล่นที่มีอัตลักษณ์และความคิดเป็ของตัวเองสูงมากหากเป็สิ่งที่เธอไม่้าต่อให้พยายามขนาดไหนก็ไม่สามารถดึงตัวเธอมาได้ช่วยเหลือเธอให้เธอสำนึกบุญคุณ? ถ้าวิธีแค่นี้สามารถซื้อใจของเธอได้กิลด์ดาบแห่งโลกาคงไม่ต้องบีบคั้นเธอจนทำให้เธอต้องไปสร้างตัวละครใหม่หรอกพวกเขาเองก็มีวิธีดึงคนอยู่ในมือมากมายเช่นกันเห็นได้ชัดว่าทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความพอใจและความ้าของเธอเอง
ในที่สุดเมฆครามก็มาถึงสุสานของเมืองลูกาอาจารย์โยดานั้นประหลาดใจอย่างมากเมื่อได้เจอเมฆครามเป็ครั้งที่สามภายในหนึ่งวัน “เ้าหนุ่ม เ้าช่างเป็คนที่โดดเด่นเสียจริง”
เมฆครามพยักหน้า “ท่านอาจารย์ ข้ามาเพื่อขอเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม”
“มาสิ นี่คือทักษะที่เ้าสามารถเรียนรู้ได้”
ทักษะคำรามก้อง : ดึงดูดความเกลียดชังจากศัตรูในระยะสิบห้าหลา เป้าหมายที่ได้รับผลจากทักษะคำรามก้องจะมีพลังโจมตีลดลง10%
ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ 5 เหรียญเงิน
ทักษะแทงทะลวง : โจมตีเป้าหมายสร้างความเสียหาย 150% ของความเสียหายปกติและลดพลังป้องกันของเป้าหมายลง20% เป็เวลา 10วินาที
ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ 5เหรียญเงิน
มีเพียงสองทักษะทว่าทักษะคำรามก้องนั้นเป็สิ่งที่เมฆคราม้าเป็อย่างมากใน่เวลานี้ส่วนทักษะแทงทะลวงก็นับว่าเป็ทักษะโจมตีเดี่ยวที่ร้ายกาจเช่นกันการลดพลังป้องกันลง 20% หากใช้ทักษะนี้แล้วต่อด้วยทักษะแทงสามครั้งพลังโจมตีระดับนี้แทบจะสังหารสัตว์อสูรได้ในพริบตา
หลังจากเรียนรู้ทักษะทั้งสองเสร็จเมฆครามก็ใช้เวลาที่เหลือในการจัดการกับธุรกิจของตนเองการผลิตน้ำยาฟื้นพลังชีวิตจำนวนห้าพันขวด นับเป็จำนวนที่ไม่น้อยเลยจริงๆอย่างไรก็ตามความยากของการผลิตน้ำยาฟื้นพลังไม่ใช่จำนวนการผลิตแต่เป็วัตถุดิบต่างหากข้อได้เปรียบของเมฆครามก็คือเขารู้จักวัตถุดิบของน้ำยาฟื้นพลังก่อนคนอื่นนั่นหมายความว่าของที่ผู้อื่นยังไม่รู้คุณค่าและมีราคาถูก เขาจะสามารถเหมาซื้อได้เพียงผู้เดียว
เมฆครามเดินเข้าไปยังร้านประมูลของเมืองระบบประมูลนี้นับว่าเป็พื้นที่ซื้อขายที่สะดวกสบายสำหรับผู้เล่นอย่างมาก เมื่อเทียบกับการนำอุปกรณ์หรือวัตถุดิบมาขายในเมืองระบบประมูลจะสามารถเชื่อมต่อกับผู้เล่นได้ทั่วทั้งเกมนั่นหมายความว่าผู้เล่นจะสามารถหาซื้อของได้ง่ายขึ้นและขายของได้ง่ายขึ้นเช่นกันแต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือค่าธรรมเนียมที่ทำให้คนขายต้องกัดฟันด้วยความเ็ป
ผู้เล่นจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 15%ให้กับระบบ นั่นหมายความว่าหากขายของราคาหนึ่งเหรียญเงินก็จะได้รับเงินเพียงแค่85 เหรียญทองแดงเท่านั้นค่าธรรมเนียมของระบบประมูลทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องหลั่งน้ำตาออกมาแต่เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องใช้บริการระบบขูดเืขูดเนื้อเช่นนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แม้จะทำภารกิจจนได้รับค่าตอบแทนมาไม่น้อยแต่เงินในกระเป๋าของเมฆครามในเวลานี้ก็มีเพียงหนึ่งเหรียญทองกับอีกสามสิบเหรียญเงินเท่านั้นดังนั้นชายหนุ่มจึงต้องหยิบเงินทุนที่เสี่ยวหลินให้เอาไว้มาใช้แลกเปลี่ยนเป็เงินอีกหนึ่งเหรียญทองซึ่งต้องใช้เงินสูงถึง15,000 เครดิตเลยทีเดียวแม้จะน่าเสียดายแต่เมฆครามก็ยังเต็มใจที่จะใช้มันเพื่อจัดการธุรกิจการปรุงยาของตนเอง
เงินสองเหรียญทองหมดลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่เมฆครามเหมาวัตถุดิบจากตลาดประมูลมาจำนวนมากดีหมาป่าซึ่งเป็วัตถุดิบระดับต่ำดรอปได้จากสัตว์อสูรระดับ 5 จากทุกหมู่บ้านเริ่มต้นถูกวางขายเอาไว้เกลื่อนท้องตลาดในราคา2 เหรียญทองแดงทำให้เมฆครามสามารถซื้อพวกมันได้5,000 อันในราคาหนึ่งเหรียญทองขณะที่ศิลาเวทถูกวางขายในราคาเพียง 1 เหรียญทองแดงเท่านั้นศิลาเวทเหล่านี้ผู้เล่นทุกคนสามารถหาเก็บได้จากทุกแผนที่และทุกคนก็สามารถเก็บมันได้เพียงแค่พบเจอด้วยปริมาณที่ไม่นับว่ามีน้อยอะไรจึงทำให้มันกลายเป็สินค้าที่ราคาถูกจนน่าเวทนาเลยทีเดียว
อันที่จริงราคาของพวกมันไม่ควรต่ำกว่า10 เหรียญทองแดงเป็อย่างน้อยเนื่องจากของทั้งสองเป็วัตถุดิบสำหรับการปรุงยาฟื้นพลังชีวิตระดับหนึ่งซึ่งราคาของยาฟื้นพลังชีวิตระดับหนึ่งอยู่ที่ 20 เหรียญทองแดงเลยทีเดียวการที่สามารถซื้อวัตถุดิบทั้งสองในราคารวมกัน 3 เหรียญทองแดงเท่ากับว่าเมฆครามจะได้รับกำไรถึง 17เหรียญทองแดงต่อขวดแม้จะหักส่วนลดเล็กๆน้อยๆไปเขาก็ยังคงได้กำไรจากการผลิตน้ำยาฟื้นพลังชีวิตครั้งนี้เป็จำนวนมากอยู่ดี
ยังไม่รวมถึงผลประโยชน์จากค่าประสบการณ์ในการปรุงยาที่จะทำให้ทักษะเสริมการปรุงยาเพิ่มขึ้นในอนาคตเมฆครามจะสามารถผลิตยาฟื้นพลังชีวิตระดับสองสามและระดับต่อๆไปได้เร็วกว่าคนอื่นโดยที่ไม่จำเป็ต้องขาดทุนในการซื้อวัตถุดิบเลยแม้แต่น้อย
วัตถุดิบเตรียมพร้อมแล้วที่เหลือก็แค่ต้องเรียนทักษะปรุงยาเท่านั้นเมฆครามมุ่งหน้าไปยังบ้านเล็กๆหลังหนึ่งที่อยู่ชายขอบของเมืองลูกา นี่คือสถานที่พักอาศัยของเภสัชกรแห่งเมืองลูกาโดยทั่วไปผู้เล่นจะสามารถค้นพบสถานที่แห่งนี้ได้ภายในสามถึงสี่วันแรกของการเปิดตัวเกมา์ดังนั้นเวลานี้จึงยังไม่มีใครรู้จักหรือให้ความสนใจบ้านหลังเล็กๆเช่นนี้
“นักเดินทาง เ้ามีธุระอะไร” ภายในบ้านนั้นไม่ได้มีสิ่งใดที่บ่งบอกถึงฐานะของเภสัชกรเลยแม้แต่น้อยมันดูราวกับบ้านของชาวเมืองทั่วไปและเภสัชกรแห่งเมืองลูกาเองก็ดูเหมือนชายชราทั่วไปผู้หนึ่งเท่านั้น
ชื่อของ NPC เภสัชกรนั้นถูกปกปิดไว้ด้วยเครื่องหมายคำถามเมฆครามยิ้มให้กับชายชราก่อนจะตอบ “ท่านผู้เฒ่าข้ามาที่นี่เพื่อขอเรียนรู้ทักษะการปรุงยา”
“เ้า? เ้ารู้ว่าข้าคือเภสัชกร?นักเดินทางเอ๋ยเป็เื่ดีที่เ้าสนใจในศาสตร์การปรุงยาอย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ศาสตร์นี้ หากเ้า้าเป็นักปรุงยาจริงเช่นนั้นเ้าจะต้องตอบคำถามของข้าให้ได้ครบสามข้อ”
เมฆครามพยักหน้าทันที เขาย่อมรู้จักเงื่อนไขนี้ดีอยู่แล้วตามขั้นตอนทั่วไปผู้เล่นที่้าเรียนรู้ศาสตร์การปรุงยาจะต้องควานหาตัวตนของเภสัชกรให้เจอจากนั้นเมื่อพยายามขอเรียนรู้ทักษะปรุงยาจะต้องพบกับคำถามของเภสัชกรและหาก้าคำตอบก็จะต้องไปยังหอสมุดของเมืองดังนั้นแม้ผู้เล่นจะค้นพบเภสัชกรภายในสองถึงสามวันพวกเขาก็ยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยเพื่อผ่านภารกิจของเภสัชกรให้สำเร็จ
เมฆครามนั้นเป็ข้อยกเว้นเนื่องจากเขารู้ทั้งคำถามและคำตอบล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากการตอบคำถามจบลงเภสัชกรก็มองเมฆครามด้วยความตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นชายชราก็ถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อภารกิจลุล่วงชื่อของเภสัชกรชราก็ปรากฏขึ้น
ผู้ปรุงยาแห่งเมืองลูกา แฮรี่
“ท่านเภสัชกรแฮรี่ ข้าสามารถเรียนรู้ทักษะเสริมการปรุงยาได้แล้วหรือยัง”
“แน่นอน เ้าผ่านบททดสอบของข้าแล้ว”
“ติ๊ง ท่านผ่านบททดสอบของเภสัชกรแฮรี่ได้รับทักษะเสริมการปรุงยาระดับ 1”
เมฆครามเรียกใช้ทักษะปรุงยาทันทีทันใดนั้นก็ปรากฏหน้าต่างคำสั่งการปรุงยาขึ้นมาการปรุงยาระดับ 1 นั้นไม่จำเป็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเตาหลอมยาเพียงแค่ใช้ทักษะก็เพียงพอแล้วการหลอมยาั้แ่ระดับ 5 ขึ้นไปจึงจะจำเป็ต้องมีอุปกรณ์เสริมติดตัวอยู่ด้วยยิ่งอุปกรณ์ที่ใช้ดีมากเท่าไหร่อัตราความสำเร็จในการปรุงยาก็มากขึ้นเท่านั้น
ยาฟื้นพลังชีวิตระดับ 1 อัตราความสำเร็จ 100%
วัตถุดิบ ดีหมาป่า 1 ชิ้น , ศิลาเวทระดับต่ำ1 ก้อน
ระยะเวลาที่ใช้ในการปรุงยา 3วินาที
เมฆครามใส่วัตถุดิบอย่างละห้าพันเข้าไปในหน้าต่างและเริ่มใช้ทักษะปรุงยาทันทีจากนั้นก็ออฟไลน์ออกมาเนื่องจากยาฟื้นพลังชีวิตระดับ 1 มีอัตราความสำเร็จในการปรุงยา100% จึงทำให้ไม่จำเป็ต้องควบคุมขั้นตอนการปรุงตลอดเวลาปรุงยาทั้งหมด 5,000 ขวดใช้เวลาทั้งหมดประมาณสี่ชั่วโมงหลังจากตื่นมาตอนเที่ยงก็น่าจะปรุงยาเสร็จจนหมดแล้ว
หลังจากจัดการธุระเสร็จเมฆครามก็ออฟไลน์ออกไปและนอนพักผ่อนเมฆครามถอนหายใจเบาๆเมื่อพบกับอาการปวดเมื่อยเล็กน้อยตามร่างกายนี่คือผลลัพธ์จากการนอนออนไลน์นานๆโดยใช้เพียงแค่หมวกเล่นเกม หากเปลี่ยนมาใช้แคปซูลละก็ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับผลข้างเคียงแต่ยังให้ความรู้สึกสบายเหมือนกับการนอนบนเตียงนุ่มๆอีกด้วย
“ตาทึ่มเอ้ย นายคิดจะนอนไปถึงเมื่อไหร่กัน ตื่นขึ้นมาได้แล้ว”
เสียงอันคุ้นเคยทำให้เมฆครามสะดุ้งตื่นจากความฝันดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างพร้อมกับที่ร่างสูงดันตัวลุกขึ้นยืนอย่างเร่งร้อน ดวงตากวาดมองไปรอบๆอย่างร้อนรนแต่หลังจากที่มองเห็นเพียงห้องที่ว่างเปล่าเมฆครามก็รู้สึกร้อนที่ดวงตาเล็กน้อยราวกับว่าน้ำตาของเขากำลังจะไหลออกมา
‘ในตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนกันนะ เฟย์’
เมฆครามส่ายหน้าสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเขาไม่ควรเสียใจหรือร้องไห้ ในเมื่อเขาสามารถย้อนกลับมาในอดีตได้ก็เท่ากับว่าเขาได้รับโอกาสแก้ตัวเช่นกันสิ่งใดที่เขาเคยทำผิดพลาดในอดีตเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็ครั้งที่สองรวมถึงเื่ผู้หญิงที่เขารักด้วย
เมื่อมองดูนาฬิกากลับพบว่านี่เป็เพียงเวลาแปดโมงเช้าเท่านั้นนับจากที่นอนก็ผ่านมาเพียงแค่สี่ชั่วโมงน่าแปลกที่เมฆครามไม่รู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อไม่สามารถนอนต่อได้ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปลี่ยนชุดและออกไปนอกหอพักเพื่อวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า
เพื่อที่จะรักษาประสาทััและปฏิกิริยาใน่สูงสุดเอาไว้ร่างกายที่แข็งแรงของผู้เล่นนับว่าเป็เื่สำคัญอย่างมากนี่เป็สิ่งที่เมฆครามตระหนักได้เมื่อสายเกินไปใน่ที่เขายังเป็ซิลเวอร์ สำหรับตอนนี้เขาจะไม่ยอมหย่อนยานเกี่ยวกับร่างกายของตนเองอีก
หลังจากออกกำลังกายเสร็จเมฆครามจึงแวะทานอาหารเช้าที่ศูนย์อาหารหน้าหอพักและกลับมาอาบน้ำก่อนจะออนไลน์เข้ามาในเกมอีกครั้งหนึ่ง
ยาฟื้นพลังชีวิตยังปรุงไม่เสร็จเมฆครามก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักในเมื่อยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงตอนที่นัดหมายกับนักรบไร้พ่ายเอาไว้ดังนั้นเมฆครามจึงใช้เวลาที่เหลือไปกับการขายอุปกรณ์ระดับทองแดงที่ไม่มีใครในกลุ่มใช้ เมฆครามอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองลูกาพร้อมกับตั้งร้านขายของแผงลอยร้านค้าลักษณะนี้ไม่จำเป็ต้องเสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมแต่เนื่องจากผู้ที่สามารถซื้อได้มีแค่คนที่อยู่ในเมืองลูกาเท่านั้นจึงทำให้ขายได้ยากกว่าระบบประมูล
แต่เมฆครามไม่กังวลเื่นี้แม้แต่น้อยใน่แรกของเกมสิ่งที่ผู้เล่นขาดแคลนมากที่สุดก็คืออุปกรณ์เหล่านี้ ต่อให้ผู้เล่นส่วนมากไม่มีปัญญาซื้อพวกมันแต่กิลด์อย่างสิงโตครองฟ้าและดาบแห่งโลกานั้นย่อมไม่อยากพลาดอุปกรณ์เหล่านี้เป็แน่
ราคาของอุปกรณ์ทองแดงระดับ 10เมฆครามตั้งไว้ที่ราคา 3-10 เหรียญเงินขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์อาวุธและชุดเกราะจะมีราคาแพงกว่าอุปกรณ์จำพวกปลอกแขน หมวกและรองเท้า ส่วนอุปกรณ์ทองแดงระดับ15 นั้นจะขายอย่างน้อย20 เหรียญเงินและที่แพงสุดคือพวกอาวุธจะอยู่ที่ประมาณ50 เหรียญเงินถึง 1เหรียญทองแม้จะดูเป็ราคาที่สูงมากๆแต่สำหรับกิลด์ต่างๆที่้าอุปกรณ์ระดับสูงนี่นับเป็ราคาที่กิลด์สามารถแบกรับได้อย่างไม่ยากลำบากจนเกินไป
50 เหรียญเงินนับเป็เงินเครดิตในเวลานี้ก็อยู่ที่ 5,000เครดิต ท้ายที่สุดเมฆครามก็สามารถขายอุปกรณ์ทั้งหมดออกไปภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงตอนนี้เมฆครามมีเงินอยู่ในกระเป๋ามากกว่า 12 เหรียญทอง เงินจำนวนมากขนาดนี้เพียงพอสำหรับเหมาวัตถุดิบน้ำยาฟื้นพลังระดับ1 จำนวนมากเลยทีเดียวแต่เมฆครามนั้นไม่คิดจะหยุดอยู่ที่ยาฟื้นพลังระดับหนึ่งอยู่แล้ว เพียงแค่ปรุงน้ำยาเพิ่มขึ้นอีกห้าพันขวดเขาก็จะได้รับค่าประสบการณ์ทักษะมากพอและได้รับทักษะปรุงยาระดับสองมาเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะสามารถปรุงยาฟื้นพลังชีวิตระดับสองได้นั่นจึงจะเป็จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งที่แท้จริง
เมฆครามโอนเงินสามหมื่นเครดิตให้ัคำรามเป็ส่วนแบ่งของเขาจากการขายอุปกรณ์เดาได้เลยว่าเขาจะต้องยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุขแน่นอน เงินเดือนพื้นฐานของคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยปัจจุบันอยู่ที่40,000 เครดิตนั่นหมายความว่าคนทั้งกลุ่มทำงานกันหนึ่งวันได้รับรายได้เท่ากับคนทั่วไปทำเงินเกือบทั้งเดือนเลยทีเดียวแบบนี้จะไม่ให้มีความสุขจนยิ้มไม่หุบได้ยังไง
ระหว่างที่กำลังคิดถึงแผนการจัดการภารกิจต่อเนื่องความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติก็ได้ดึงความสนใจจากเมฆครามไปชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อพบว่ามีผู้เล่นจำนวนมากผิดปกติรวมตัวกันทางทิศตะวันออกของเมืองระดับของผู้เล่นทั่วไปเวลานี้ยังอยู่ที่ 11-13 ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกของเมืองลูกานั้นจะเป็พื้นที่ของสัตว์อสูรระดับ15-17 อันที่จริงก็มีผู้เล่นหลายคนที่เลือกใช้วิธีเก็บระดับกับสัตว์อสูรที่เหนือกว่าตนเองโดยการจับกลุ่มอย่างไรก็ตามจำนวนของผู้เล่นที่รวมกันอยู่นี้มากผิดปกติอย่างแท้จริง
โดยประสบการณ์และสัญชาตญาณแม้ว่าเกมา์ในขณะนี้จะยังไม่มีการก่อตั้งกิลด์อย่างเป็ทางการแต่เมฆครามสามารถระบุได้ทันทีว่าผู้เล่นจำนวนมากเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้สังกัดกิลด์เดียวกันเมื่อกวาดตามองอย่างละเอียดเมฆครามก็ตระหนักได้ทันทีว่าคนเหล่านี้น่าจะเป็คนของกิลด์ดาบแห่งโลกาเพราะหนึ่งในนั้นมีผู้เล่นที่เขารู้จักอย่างแองเจล่าอยู่ด้วย
‘พวกกิลด์ดาบแห่งโลการวบรวมคนมากกว่าห้าสิบคนหรือว่าจะไปล่าบอสงั้นเหรอ ทางด้านทิศตะวันออกน่าจะมีบอสาาหมีน้ำตาลระดับ 18อยู่สินะ แต่พลังของมันเหนือกว่าาาหมาป่าสีเทาเสียอีกคนแค่ห้าสิบคนไม่พอจะจัดการมันหรอก’
ด้วยความสงสัยทำให้เมฆครามมุ่งหน้าติดตามคนกลุ่มใหญ่ของกิลด์ดาบแห่งโลกาไปทันที
เนื่องจากยังไม่มีระบบกิลด์คนจำนวนมากเหล่านี้ที่อยู่แยกเป็กลุ่มย่อยๆจึงไม่สามารถสื่อสารผ่านช่องสนทนาลับได้ทุกคำพูดของคนเหล่านี้จึงต้องพูดผ่านช่องสนทนาปกติทำให้เมฆครามสามารถลอบฟังได้เช่นกัน
น่าเสียดายที่เมฆครามไม่ใช่นักฆ่าจึงทำได้เพียงลอบตามอยู่ห่างๆเท่านั้นคำพูดของคนเหล่านี้บ้างดังบ้างเบาจึงไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งหมด แต่อาศัยเพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยคเมฆครามก็สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วที่แท้คนกลุ่มนี้ไม่ได้ออกไปเพื่อล่าบอสแต่มีเป้าหมายเป็ผู้เล่นต่างหาก
“เหอะๆ ได้ยินว่ากระต่ายหมายจันทร์คนนี้งดงามอย่างมากและยังเป็จอมเวทที่เก่งกาจมากๆอีกด้วย พี่ใหญ่ชุนหลี่ถึงกับพยายามเชิญชวนเธอด้วยตนเองแต่เธอกลับปฏิเสธทั้งยังใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามทำให้พี่ชุนหลี่โกรธช่างหาที่ตายจริงๆเธอไม่รู้หรือไงว่ากิลด์ดาบแห่งโลกานั้นมีกลุ่มการเงินไห่สืออยู่เื้ัทั้งยังมีพลังอำนาจแข็งแกร่งมากขนาดไหนในเขตเจ็ด”
“ใครจะรู้ ผู้หญิงสวยๆมักจะหยิ่งแบบนี้แหละ เหอะเธอคงคิดว่าตัวเองสามารถเลือกได้ละสิ”
“ครั้งนี้พี่ชุนหลี่โกรธมากจริงๆถึงกับระดมคนห้าสิบกว่าคนมาตามล่าตัวเธอถ้าเธอยังปฏิเสธอีกก็มีแต่ต้องถูกฆ่าจนลบตัวละครแล้วละ น่าสงสารจริงๆ”
‘ว่าแล้วเชียวยัยนี่มีปัญหากับกิลด์ดาบแห่งโลกาจริงๆซะด้วย จะว่าไปแล้วเ้าคนชื่อชุนหลี่อะไรนี่ก็เคยติดต่อมาหาเรานี่แต่เพราะตอนนั้นกำลังยุ่งๆกับการทำยาแถมยังไม่รู้จักชื่อก็เลยปฏิเสธไปไม่นึกเลยว่าเ้านี่จะเป็ระดับสูงของกิลด์ดาบแห่งโลกาเหอะๆคงเป็แค่ตำแหน่งชั่วคราวสินะ’
ในฐานะหัวหน้ากิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเมฆครามรู้จักผู้เล่นระดับสูงของกิลด์ดาบแห่งโลกาเกือบทุกคนแต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อชุนหลี่เลยซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรบางทีชุนหลี่อาจจะเคยเป็บุคคลสำคัญของกิลด์จนกระทั่งัคำรามเข้าไปมีบทบาทในกิลด์ดาบแห่งโลกาทำให้ชื่อของชุนหลี่ถูกกลบจนมิดซึ่งตอนที่เมฆครามได้กลายเป็ผู้เล่นของกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราัคำรามเองก็โด่งดังในกิลด์ดาบแห่งโลกาแล้ว
แม้จะไม่มั่นใจว่าสามารถดึงตัวกระต่ายหมายจันทร์เข้ามาร่วมกลุ่มได้หรือไม่แต่เมฆครามก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอเป็อันดับแรก อย่างน้อยหลังจากที่เพิ่มรายชื่อเพื่อนกันและท่าทีที่เธอมีต่อเขาก็นับว่าไม่เลวนักต่อให้ไม่ได้ร่วมกลุ่มกันก็ยังสามารถเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้
อีกอย่างหนึ่งในเมื่อเมฆครามเคยตัดการติดต่อของชุนหลี่ทิ้งอย่างไม่ใยดีแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ปล่อยเื่นี้เอาไว้เฉยๆเป็แน่เวลานี้กิลด์ดาบแห่งโลกาทุ่มความสนใจไปยังกระต่ายหมายจันทร์แต่ในอนาคตพวกมันย่อมเบนเป้ามาที่กลุ่มของเมฆครามแน่นอนว่าเมฆครามไม่คิดจะยอมอยู่ใต้การควบคุมของกิลด์ดาบแห่งโลกาเมื่อถึงเวลานั้นการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายก็เป็เื่ที่กำหนดไว้แล้วว่าต้องเกิดขึ้น
เป็ศัตรูกับกิลด์ดาบแห่งโลกาน่ะหรือก็คงจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่กิลด์ดาบแห่งโลกาที่ไม่มีัคำรามบัญชาการนับว่าเป็เพียงเสือที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บตัวหนึ่งเพียงแค่รวดเร็วและมีแรงเยอะเท่านั้นไม่ได้อันตรายจนทำให้เมฆครามต้องหวั่นวิตกแต่อย่างใด