(มีE-BOOK เล่ม 1,2,3) ทะลุมิติกลับมาอยู่ที่เดิมยุค60

    บทที่ 5 เริ่มต้นใหม่ (รีไรท์ 11/06/66)

    หลังจากแยกบ้านวันนี้ก็ผ่านมาสามวันแล้ว เหอเสี่ยวหงในตอนนี้ก็กำลังบำรุงร่างกายเพราะเพิ่งแท้งลูกและยืนนานเกินไปตกดึกจึงปวดท้องทำให้ล้มนอนอีกครั้ง

    ‘พี่สะใภ้ใหญ่’

    ‘อ้าว น้องสาวสามตื่นแล้วเหรอ’

    ‘ใช่ค่ะ เสี่ยวจวี่ร้องไห้งอแงน่ะค่ะ’

    เสียงทักทายของพี่สะใภ้และน้องสาวสามีดังขึ้นข้างนอกห้องของเหอเสี่ยวหง

    เนื่องจากบ้านหลังนี้มี 8 ห้องนอน เหอเสี่ยวหงเลือกเอา 3 ห้อง เหอหรงหรงก็เลือกเอา 3 ห้อง โจวมี่เลือก 1 ห้อง มันจึงเหลือ 1 ห้อง ทั้งสามจึงตกลงกันว่าจะทำเป็นห้องครัว ส่วนห้องครัวเก่าก็จะทำเป็นห้องเก็บฟืน

    บ้านหลังนี้อยู่ติดกับคลองน้ำที่ชาวบ้านใช้ แต่บ้านหลังนี้อยู่ต้นน้ำและมีกำแพงอ้อมสูง 2 เมตร ลานหน้าบ้านนั้นมีต้นไม้ต้นใหญ่ 2 ต้น ใต้ต้นไม้จะมีโต๊ะและเก้าอี้อยู่ 2-3 ตัว

    ข้างบ้านด้านขวาจะมีห้องครัวเก่าที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นห้องเก็บฟืน กับมีบ่อน้ำที่มีไม่กี่บ่อในหมู่บ้าน ส่วนด้านหลังนั้นจะเป็นแปลงผักกับเล้าไก่เก่า

    ภายในตัวบ้านจะคล้ายครึ่งวงกลม เมื่อเปิดประตูทางซ้ายจะเป็นห้องครัว ถัดจากห้องครัว 2 ห้อง จะเป็นห้องของเหอหรงหรง ส่วนอีกห้องจะเป็นห้องตรงข้ามกับประตู ข้างๆกันจะมีอีกห้องที่ยกให้โจวมี่ และทางด้านขวาจะเป็นห้องของเหอเสี่ยวหง

    เหอเสี่ยวห้องนั้นนอนห้องที่อยู่ติดประตูและตรงข้ามห้องครัวกับลูกสาวคนเล็ก ส่วนลูกสาวคนโต คนรอง คนกลาง นอนห้องตรงกลางเพราะลูกๆเริ่มโตแล้วเหอเสี่ยวหงจึงแยกห้องนอน และเตียงเตานั้นเล็กเกินไป

    ส่วนตรงกลางบ้านจะมีโต๊ะยาวที่สามารถนั่งได้หลายคนกับมีเก้าอีก 7 ตัว

    ส่วนอาหารนั้นแน่นอนว่าต้องแยกกันทำเพราะทุกคนได้แยกบ้านกันแล้ว แต่ถ้าหากจะกินข้าวด้วยกันก็แค่ทำแล้วเอามารวมกันก็ได้

    หม้อที่ได้จากการแยกบ้าน 1 ใบ กับโจวมี่ที่ได้มาจากบ้านอดีตสามี 1 ใบ พอดีกับเตาที่มีในบ้าน 2 เตา จึงทำให้การทำอาหารนั้นไม่ค่อยยุ่งยาก

    แกร๊ก

    “พี่สะใภ้ใหญ่ โจวมี่” เหอเสี่ยวหงเรียกทั้งสอง

    “สะใภ้รองเป็นอย่างไรบ้าง มานั่งก่อน ๆ ” เหอหรงหรงมาพยุงเหอเสี่ยวหงไปนั่ง

    สามวันที่ผ่านมาเหอเสี่ยวหงไม่ได้ลุกออกมาจากห้องเลย เพราะต้องพักร่างกายจะมีเหอหรงหรงกับโจวมี่เข้าไปดูอาการสลับกันบ้าง

    ส่วนอาหารจะเป็นโจวเอ้อร์นีที่เป็นคนทำอาหาร ถึงแม้จะยังเด็กแต่เพราะเข้าครัวตั้งแต่เด็กจึงทำอาหารเป็นบ้าง

    “เป็นอย่างไรบ้างคะพี่สะใภ้รอง” เป็นโจวมี่ที่เอ่ยถาม

    “พี่ดีขึ้นแล้วจ้ะ” เหอเสี่ยวหงตอบ

    “เฮ้อ หมดทุกข์สักทีนะ” เหอหรงหรงว่า

    ‘คิดแบบนั้นเหรอ’ เหอเสี่ยวหงคิดในใจ

    “แล้วโจวมี่จะเอายังไงเหรอจ๊ะ” เหอเสี่ยวหงถาม

    “เดิมทีฉันจะเอาลูกมาฝากคุณแม่เลี้ยงน่ะค่ะ แต่จะจ้างเลี้ยง แต่คงจะไม่ได้แล้ว นี่ก็ใกล้หมดเวลาลาของฉันแล้ว” โจวมี่ว่าพลางป้อนนมลูกสาว

    “แล้วทำไมถึงหย่ากับน้องเขยละจ๊ะ” เป็นเหอหรงหรงที่เป็นคนถาม

    “ก็เพราะคนบ้านหลี่รู้ยังไงล่ะคะว่าพี่ชายใหญ่ฉันบาดเจ็บและพี่รองฉันถูกส่งไปที่อื่น! ก็เลยหาทางเขี่ยฉันออกเพราะสามีฉันไปชอบลูกสาวหัวหน้าแผนกฉัน! พอคลอดเสี่ยวจวี่ ก็บังคับฉันหย่า บอกว่าฉันไม่มีหลานชายให้ ยังดีที่พ่อสามียังมีเยื่อใยต่อหลานสาวบ้างก็เลยให้จักรเย็บผ้ากับจักรยานพ่วงข้างที่ได้เป็นสินสอดให้ฉัน เอาหม้อให้กับเงินอีกร้อยกว่าหยวน” โจวมี่พูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด

    คนบ้านหลี่ย่อมรู้ว่าตอนนี้บ้านโจวไม่ต่างกับนกที่ปีกหัก เพราะเสาหลักของบ้านคนหนึ่งก็บาดเจ็บ คนหนึ่งก็ถูกย้ายไปที่อื่น ทำให้ไม่มีใครเกรงกลัวโจวมี่และบังคับหย่า

    “คนบ้านหลี่นี่ก็จริงๆ พอจะแต่งก็แทบกราบเท้า พอจะหย่าก็หย่า!” เหอหรงหรงโมโห

    ลูกสาวที่แต่งออกจากบ้านก็เหมือนกับน้ำที่ถูกสาดออก แล้วหากถูกหย่าก็ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วยอีก ในตอนนี้ยังไม่ได้พัฒนามาก หากถูกหย่าและกลับบ้านเดิมก็จะถูกนินทา!

    “ยังดีนะคะ ที่บ้านหลี่ได้ซื้อนมไว้แล้วเพราะคิดว่าจะได้หลานชาย พอหย่าฉันก็ให้นมผงมา 5 กระปุก!” โจวมี่ว่า

    “โอ้ ดีจริงๆ” เหอเสี่ยวหงเห็นด้วย

    หากจะซื้อของต้องมีคูปองและเส้นสายกับความเร็วบ้างถึงจะซื้อได้ เพราะของเป็นที่ต้องการมาก บ้านหลี่มีตำแหน่งในร้านค้าของรัฐหลายแห่งจึงซื้อได้แต่ก็ต้องจ่ายเงินอีกหลายหยวนเพื่อซื้อ

    ตอนนี้เสี่ยวจวี่ยังกินนมของโจวมี่อยู่ นม 5 กระป๋องจึงยังไม่ได้ใช้ แต่ถ้าเสี่ยวจวี่ต้องกินนมผง อย่างน้อยก็อยู่ได้เดือนเดียวกับอย่างมากก็สองเดือน

    “เอาอย่างนี้ไหม เอาเสี่ยวจวี่ให้พี่เลี้ยงให้ก่อน เธอจะได้ทำงานได้!” เหอหรงหรงบอกโจวมี่

    จริงๆเหอเสี่ยวหงก็อยากเป็นคนเลี้ยงอยู่หรอกแต่ก็เพราะตอนนี้เหอเสี่ยวหงยังมีลูกสาวที่ต้องบำรุงร่างกายอยู่ จึงไม่สามารถรับปากว่าจะเลี้ยงให้ได้

    “จริงเหรอคะ! ฉันจะให้เงินพี่ 6 หยวนต่อเดือนให้ดู เสี่ยวจวี่และเสี่ยวยวี่ให้ฉัน!” โจวมี่เหมือนเห็นแสงสว่าง

    “ใช่จ้ะ ตอนนี้สะใภ้รองร่างกายไม่สะดวก พี่จะดูแลให้เอง” เหอหรงหรงยิ้ม

    เหอเสี่ยวหงนั้นเพิ่งแท้งลูกไป อีกทั้งยังมีลูกสาวอีกสี่คนหากจะให้เลี้ยงคงจะไม่ได้ หล่อนมีลูกสาวสามคน คนโตกับคนกลางก็ดูแลตัวเองได้แล้ว เพราะฉะนั้นหล่อนจึงนับว่าเหมาะสมกว่าเหอเสี่ยวหง

    แอ้ แอ้ แง่!~

    “เอาเสี่ยวจวี่ไปนอนเถอะจ้ะ” เหอเสี่ยวหงบอกเพราะเสี่ยวจวี่เริ่มร้องไห้แล้ว

    “ได้ค่ะ! ไปเถอะเสี่ยวยวี่” โจวมี่เรียกลูกสาวคนโต

    จริง ๆ แล้วลูกสาวคนโตหล่อนชื่อว่า ‘หลี่ยวี่’ ลูกสาวคนเล็กชื่อว่า ‘หลี่จวี่’ แต่เพราะหย่ากันแล้วหล่อนจึงไม่อยากเกี่ยวของกันจึงไม่เรียกชื่อเต็มของลูกสาว

    หลังจากโจวที่พาลูกสาวเข้าห้องไปก็เหลือเพียงเหอเสี่ยวหงกับเหอหรงหรง ส่วนลูกสาวนั้นเล่นกันอยู่ในห้อง

    “คะ?” เหอเสี่ยวหงสงสัย

    เพราะเมื่อโจวมี่เข้าห้องไป เหอหรงหรงก็เอาเงินออกมายื่นให้เหอเสี่ยวหงพร้อมกับตั๋วคูปองปึกใหญ่

    “นี่คือเงิดชดเชยที่บาดเจ็บของสามีฉันเอง ทางนู้นส่งมาให้ในวันที่เราแยกบ้านกันพอดีแต่ฉันไม่ได้เอาออกมา” เหอหรงหรงบอก

    “แต่นี่ของพี่ชายใหญ่นะคะ มันก็เป็นของบ้านใหญ่ก็ถูกแล้ว” เหอเสี่ยวหงตอบ

    “เอาไปเถอะ! ถ้าไม่มีเธอเราก็ไม่ได้แยกบ้าน!” เหอหรงหรงยัดเงินและตั๋วคูปองใส่มือน้องสาวที่พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้

    เพราะฉะนั้นเหอเสี่ยวหงจึงได้เงินเพิ่มมา บวกเงินตอนแยกบ้านและเงินเก็บที่มี เหอเสี่ยวหงก็พบว่าเธอมีเงินมากกว่าสองพันหยวน!! ไหนจะมีคูปองปึกใหญ่อีก

    “ถ้าโรงเรียนในตำบลเปิด ฉันจะส่งลูกสาวเข้าเรียน!” เหอเสี่ยวหงพูดต่อ

    เพราะตอนนี้โรงเรียนปิดให้เด็ก ๆ ไปช่วยผู้ปกครองเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่จึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียน

    ในตำบลจะมีโรงเรียนประถมของหน่วยผลิตอยู่แห่งหนึ่ง ค่าเรียนปีละ 10 หยวน เรียน 5 ปี! ไม่รวมค่าอื่นๆอย่างน้อยก็ต้องมี 50 หยวน!! ทำให้ไม่มีใครอยากส่งลูกหลานเรียน หากส่งเรียนแล้วคนในครอบครัวต้องอดจะส่งไปเรียนทำไม?

    แต่ก็สามารถสอบเทียบระดับได้หากทั่นใจว่าจะผ่านเพราะจะได้ประหยัดค่าเล่าเรียนด้วย

    ประถมเรียน 5 ปี มัธยมต้นและมัธยมปลายเรียนชั้นละ 2 ปี!

    เพราะในตอนที่พ่อโจวยังมีชีวิตอยู่ ถึงนางหลี่ซือไม่มีอำนาจมากแต่นางก็กลัวลูกชายนางไม่มีเงินใช้ จึงบอกพ่อโจวว่าเงินไม่พอที่จะส่งหลานสาวเรียนทั้งหมดเพราะโจวกว่างเรียนอยู่ ถึงพอโจวจะรักลูกเท่าๆกันแต่แน่นอนว่าลูกชายกับหลานสาวพ่อโจวเลือกลูกชาย

    ถึงแม้พวกนางยืนยันจะส่งลูกสาวเข้าเรียนเหมือนพวกนางก็ไม่สามารถทำได้ ในเวลานั้นเป็นช่วงที่พ่อโจวล้มป่วยด้วย นางหลี่ซือจึงมีข้ออ้างมากขึ้น

    ลูกสาวของเธอจึงได้เรียนแค่ที่เธอสอนและในเวลาที่จะนอนแล้วเท่านั้น เพราะเวลาอื่นต้องทำงาน!

    “พอดีเลย! ฉันก็จะส่งต้านีกับซือนีของฉันไปเรียนด้วย!!” เหอหรงหรงตาลุกวาว

    พวกเธอเป็นคนบ้านเหอ แน่นอนว่าพวกเธอได้เรียนในระดับมัธยม! แต่มีเพียงเหอเสี่ยวหงจบในระดับมัธยมปลาย ส่วนเหอหรงหรงนั้นเรียนจบแค่มัธยมต้นเพราะถึงแม้บ้านเหอจะมีเงิน แต่เหอหรงหรงรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถเท่าเหอเสี่ยวหง จึงเรียนจบแค่มัธยมต้นเท่านั้น

    “ฉันจะให้เอ้อร์นีกับซานนีไปเรียนก่อน แล้วปีหน้าค่อยส่งอู๋นีไปด้วย” เหอเสี่ยวหงบอก

    “ใช่ อู๋นียังเด็ก” เหอหรงหรงพยักหน้า

    “ต้องถามโจวมี่ด้วยจะให้เสี่ยวจวี่เข้าเรียนไหม” เหอหรงหรงพูดต่อ

    “ใช่” เหอเสี่ยวหงเห็นด้วย

    “ฉันว่าจะไปอำเภอน่ะค่ะ พี่จะฝากซื้ออะไรไหม” เหอเสี่ยวหงถามต่อ

    “ไม่จ้ะ” เหอหรงหรงปฎิเสธ

    “ฉันฝากลูกฉันด้วยนะคะ”

    “ได้” เหอหรงหรงพยักหน้าตอบ

    เพราะในวันนี้เหอเสี่ยวหงจะไปซื้อพวกของมาไว้กินกับลูก ๆ หากเธอเอาของออกมาโดยที่ไม่มีที่มาจะมีคนสงสัยเอาได้ และเธอก็จะไปหาดูลู่ทางทำเงินสักหน่อย

    ของที่ได้มาตอนแยกบ้านมันไม่ได้ลดลงมากเพราะโจวเอ้อร์หงหรือที่เธอเรียกว่าเอ้อร์นีนั้นเวลาที่ต้องมาช่วยทำอาหารต้องใช้น้อยที่สุด จึงไม่กล้าใช้ทำอาหารเยอะ

    คิดว่าจะเอาพวกเนื้อออกไปขายสัก 2-3 ชั่งอย่างน้อยก็น่าจะได้สัก 3-4 หยวน ถึงแม้จะน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่มีรายได้เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าโจวเหวินหลงเป็นอย่างไรบ้าง

    ตั้งแต่ที่โจวเหวินหลงย้ายไปทำงานที่อื่นชั่วคราวหลังพ่อโจวเสียชีวิตก็จะ 2 เดือนแล้ว

    พอบอกสะใภ้ใหญ่ว่าจะเข้าอำเภอ เหอเสี่ยวหงก็ไปยืมรถจักรยานกับโจวมี่ แล้วออกไปอาบน้ำที่บ่อข้างบ้าน

    หลังจากอาบน้ำเสร็จเหอเสี่ยวหงก็แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กับกางเกงยีนสีดำที่โจวเหวินหลงเคยซื้อให้ เมื่อกำลังจะออกจากห้องจึงหันไปบอกลูกสาวคนโต

    “เอ้อร์นีจ๊ะ แม่จะไปข้างนอก หนูดูแลน้องด้วยนะจ๊ะ” เหอเสี่ยวหงบอกลูกสาว

    “ได้ค่ะ!” โจวเอ้อร์นีรับคำ

    “ฉันไปแล้วนะคะ!!”

    หลังจากออกจากห้องก็หันไปตะโกนบอกเหอหรงหรงที่อยู่ในห้อง จากนั้นก็ออกมาหน้าบ้านแต่ก็ได้ยินเหอหรงพูดตามหลังมาแต่ก็ไม่รู้ว่าบอกอะไร

    เหอเสี่ยวหงปั่นจักรยานพ่วงข้างที่มีตระกร้า 2-3 อันอยู่ผ่านหมู่บ้านและผ่านแปลงนาเพราะถึงไม่อยากขี่ผ่านทางนี้ก็คงไม่ได้เพราะมันมีทางเดียว

    ระหว่างทางเหอเสี่ยวหงที่ค่อยๆปั่นในช่วงเวลาสายของวันจึงเห็นคนทำงานในแปลงนา

    ‘สะใภ้บ้านรองโจวจะไปไหนนั่น’ ชาวบ้านที่กำลังถอนวัชพืชกลุ่มหนึ่งพูดคุยกัน

    ‘เหอะ! คงจะไปใช้เงินน่ะสิ! หล่อนขอแยกบ้านแล้วเอาเงินไปหลายร้อยหยวน!’

     จางซือสะใภ้รองบ้านจางที่อยู่ข้างบ้านโจวเอ่ยขึ้นอย่างดูแคลน

    นางเป็นคนนอกหมู่บ้านที่แต่งเข้าบ้านจางก่อนที่เหอเสี่ยวหงแต่งเข้าบ้านโจวไม่กี่วัน! แต่เหอเสี่ยวหงกลับมีลูกก่อนนางเป็นปี นางถูกแม่สามีด่าว่าไร้ความสามารถเป็นปี!

     ในขณะที่เหอเสี่ยวหงแม่สามีไม่กล้าด่าที่มีลูกเป็นผู้หญิงเพราะสามีของเหอเสี่ยวหงเป็นทหาร! นางที่แต่งเข้าบ้านจาง 2 ปี กลับคลอดลูกสาวออกมาให้แม่สามีด่าหนักกว่าเดิม!

    ‘โอ้ ทำไมเจ้ารู้’ ชาวบ้านที่ทำงานด้วยกันอุทาน

    ‘ทำไมจะไม่รู้? วันนั้นฉันหยุดงานแล้วได้ยินเลขาธิการหม่าพูด!’ วันนั้นหล่อนเป็นลมจึงต้องกลับไปพักที่บ้าน

    ‘โอ้! สามีไม่อยู่แทนที่จะกตัญูญูต่อแม่ของสามี!’ ชาวบ้านอีกคนว่า

    ‘ใช่’ หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

    เสียงที่ชาวบ้านนินทาเหอเสี่ยวหงนั้นไม่เบาเพราะแต่ละคนถึงจะทำงานบริเวณเดียวกันแต่ก็ห่างกันอยู่ไม่น้อยจึงต้องพูดคุยกันเสียงดัง แต่เหอเสี่ยวหงทำเป็นไม่ได้ยิน

    ในยุคนี้หากแยกบ้านนั้น พ่อกับแม่ต้องเสียชีวิตเท่านั้น เพราะถ้าแยกบ้านตอนพ่อและแม่ยังมีชีวิตอยู่จะเป็นการอกตัญญู!

    แต่เหอเสี่ยวหงไม่สนใจ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะนางหลี่ซือไม่ใช่แม่ของสามีเธอ!

    สองข้างทางจากหมู่บ้านโจวไปตำบลถ้าเดินใช้เวลาครึ่งชั่วโมงหากใช้รถจักรยานไม่ถึง 20 นาที แต่ถ้าไปอำเภอเดินใช้เวลา 2 ชั่วโมง มีจักรยานอย่างเร็วสุด 1 ชั่วโมง!

    ในใจของเหอเสี่ยวหงนั้นอยากจะย้ายเข้ามาอยู่ในอำเภอเลย เพราะมันมีความสะดวกสบายมากกว่าอยู่หมู่บ้านยากจนอย่างหมู่บ้านโจว

     แต่ก็นั่นแหละถ้าออกมาโดยที่มีแค่เธอและลูกจะถูกสงสัยเรื่องเงินทันที เพราะเธอคิดที่จะขายของเก็งกำไร!

    เมื่อปั่นมาได้ครึ่งทางเหอเสี่ยวหงก็จอดพักเพราะเธอเหนื่อยและไม่อยากฝืนร่างกายเกินไป พอหายเหนื่อยก็ปั่นต่อและเป็นแบบนี้มาตลอดทาง กว่าจะถึงอำเภอก็ใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง!

    อันดับแรกที่เหอเสี่ยวหงไปนั่นก็คือตลาดมืด! เมื่อก่อนเหอเสี่ยวหงไม่เคยมาเลยเพราะอย่างที่รู้ ๆ ว่าตลาดมือคืออะไร

    และแน่นอนว่าถ้าไม่เคยมาย่อมไม่รู้รหัส เหอเสี่ยวหงจึงจ่ายเงินติดสินบนผู้คุมทางเข้าไป 1 เหมา

    ภายในตลาดมืดนั้นคนคึกคักเป็นอย่างมาก แต่เสียงกลับไม่ดังแต่ก็ไม่เบา

     เหอเสี่ยวหงที่ใส่ผ้าคลุมหัวแล้วเก็บจักรยานเข้ามิติจากนั้นหยิบสบู่กลิ่นผลไม้รวมของตระกูลเบอร์รี่ออกมา 10 ก้อนและไข่ไก่ 1 แผง จากที่ตอนแรกจะเอาหมูมาขาย

    “คุณป้ามองหาอะไรคะ? ให้ฉันช่วยหาไหม” เหอเสี่ยวหงรีบตรงไปที่ผู้หญิงวัยกลางคนที่เหมือนกำลังมองหาอะไรอยู่แล้วเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา

    “ฉันมองหาไข่ไก่นะจ๊ะ พอดีที่บ้านหลานสาวฉันหล่อนชอบกินมาก แต่วันนี้มันหมดฉันเลยมาซื้อแต่หาไม่เจอเลย”

     คุณป้าที่เหอเสี่ยวหงเรียกนั้นที่บ้านมีลูกชายเป็นทหารและมีหลานสาวคนเดียวหล่อนจึงเลี้ยงหลานอย่างดีด้วยไข่ไก่ที่อย่างน้อยก็ต้องได้กินวันละ 2 ฟอง! แต่วันนี้ร้านที่ซื้อประจำกลับไม่มา

    “คุณป้าคะ! พอดีฉันมีของนะคะ” เหอเสี่ยวหงรีบบอก

    “โอ้! เธอมีจริงๆเหรอ!” คุณป้าอุทาน

    “ใช่ค่ะ ฉันมีอยู่ 6 ชั่ง นี่ค่ะ ดูได้เลย” เหอเสี่ยวหงเปิดตระกร้าที่ใช้ผ้าปิดไว้ออกและข้างในมันมีไข่แผง 1 และสบู่ที่ซีลใซ่ถุงใส่อยู่อีกทาง

    “โอ้! เธอมีไข่ไก่ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ! ฉันเอาทั้งหมด!” คุณป้าอุทานตกใจอีกรอบที่เห็นไข่ไก่

    ไข่ไก่ใน ปี2022 มีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่ใน ปี1960 ไข่ไก่ใน ปี1960 2 ฟอง ค่อยมีขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ใน ปี2022

    “แต่ไข่ไก่ของฉันมีราคามากกว่าปกตินะคะ!” เหอเสี่ยวหงรีบบอกเพราะเดี๋ยวจะหาว่าเธอโกง

    “แล้วเท่าไรละจ๊ะ” คุณป้าถาม

    “ 6 ชั่ง 1 หยวนค่ะ” เหอเสี่ยวหงที่คิดราคาในใจแล้วตอบคุณป้า

    “แพงจัง! 8 เหมา 5 เฟิน ได้ไหม” คุณป้าที่ตอนแรกคิดว่าราคามันจะเป็นราคาที่ขายในตลาดมืดก็ต่อรองราคากับเหอเสี่ยวหง

    “คุณป้าดูไข่ของฉันซิคะ! ถ้าผัด 3 ฟองก็กินได้ทั้งครอบครัว ไม่ต้องใช้คูปอง ปกติไข่ไก่ชั่งละ 1 เหมา แต่นี่ที่ไหนคะ? ไม่ต้องใช้คูปอง ไข่ไก่ก็ฟองใหญ่ ถ้าไม่เอาก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปแล้ว” เหอเสี่ยวหงเดินออก

    เรื่องอะไรที่เธอจะลดราคาล่ะ! ถ้าซื้อในสหกรณ์ต้องใช้คูปอง 3 ใบ กับเงินอีก 6 เหมา! ถ้าซื้อในตลาดมืดราคาจะอยู่ที่ 1 เหมา 2 เฟิน ถึง 1 เหมา 4 เฟิน หรือบางทีถ้าใช้คูปองด้วยอาจได้ราคาถูกกว่า

    “เดี๋ยวจ้ะ! ฉันจะเอาทั้งหมดเลย!”

    เหอเสี่ยวหงยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี

    คล้ายกับเรื่อง(มีE-BOOK เล่ม 1,2,3) ทะลุมิติกลับมาอยู่ที่เดิมยุค60 ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452