ตอนที่ 20
เริ่มต้นการค้าขาย (20)
จูเฟยกลับมาเก็บข้าวของที่แผงผักของท่านยายหวังเช่นเดิม วันนี้ก็เป็อีกวันที่ผักภายในแผงสามารถขายหมดได้ก่อนเที่ยงวัน 3 ชีวิตช่วยกันเก็บของมากมายพร้อมจะเดินกลับไปที่บ้านของท่านยายหวัง
เมื่อจัดเตรียมข้าวของทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว จูเฟยก็ได้เลือกเดินโดยใช้เส้นทางที่ท่านยายหวังและท่านแม่ของนางเดินเมื่อวาน
ยามเที่ยงวันบริเวณถนนเส้นหลักของเมืองมักจะมีผู้คนมากมายเมื่อวานท่านแม่และท่านยายหวังของนางจึงตัดสินใจมาเดินที่ถนนเส้นนี้
เพราะว่าถนนเส้นนี้มันใช้เวลาการเดินทางก็ไม่ได้แตกต่างจากถนนเส้นหลักมากนักแต่ว่าผู้คนไม่ได้พลุ่งพล่านมากเท่าถนนเส้นหลัก
จูเฟยตัดสินใจจะเดินกลับมาที่ถนนเส้นเดิมโดยตัวของนางบอกกับท่านแม่และท่านยายหวังเอาไว้ว่าในวันนี้นางจะขอเป็ผู้ถือถุงเงินเอง
วันนี้เมื่อเดินบนถนนเด็กน้อยตั้งใจถือถุงผ้าสีน้ำตาลที่มีลักษณะเดียวกับถุงเงินเมื่อวานเอาไว้ภายในมือให้เห็นอย่างชัดเจน นางตั้งใจจะเหวี่ยงถุงเงินไปมาโยนเล่นบ้างอันใดบ้างไปตามประสาของเด็ก
และเมื่อเดินมาถึงจุดเดียวกับจุดที่เมื่อวานได้ถูกลงมือ ชายชุดดำปริศนาวิ่งออกมาอีกครั้ง ชายผู้นั้นเป็ชายร่างกายผอมสูงสวมใส่อาภรณ์สีดำและใช้ผ้าสีดำปกปิดใบหน้าของตนเองอย่างมิดชิดไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงตัวตน
ร่างกายผ่อมสูงและ่ขาที่ยาวเหยียดมันทำให้คนผู้นั้นวิ่งตรงออกมาอย่างรวดเร็วและฉุดดึงสิ่งที่อยู่ภายในมือของจูเฟยไป
“ เอ๋!!! โจร!!!! ” ิ่อวี้เฟยะโดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าโจรผู้นั้นได้หยิบฉวยเงินภายในมือของบุตรสาวของนางไปเรียบร้อยแล้ว
เงินมันเป็เงินที่ได้มาจากการขายผักวันนี้ทั้งวัน ตอนก่อนจะเก็บร้านจูเฟยก็ได้บอกว่าตนเองนั้นขอถือถุงเงินนั้นเอง ตอนแรกนางและท่านยายหวังก็บอกกับบุตรสาวเอาไว้แล้วว่าให้เดินที่ถนนเส้นหลักแต่ว่าบุตรสาวของนางกลับเลือกที่จะมาเดินที่ถนนเส้นนี้และยังทำการขอร้องอีก
ร่างกายสูงผอม่ขาก็ยาวเหยียดวิ่งตรงหายเข้าไปภายในตรอกซอกซอยอย่างรวดเร็วไม่ทิ้งโอกาสให้ิ่อวี้เฟยวิ่งตามเลยสักนิด
“ โปรดหยุดเถอะท่านแม่!! ” เสียงของจูเฟยร้องดังขึ้นมาในทันที มันทำให้ตัวของิ่อวี้เฟยที่กำลังจะวิ่งตามไปต้องหยุดเท้าของตนเองลงในทันที
นางเหลียวมองบุตรสาวของนางที่อยู่ด้านหลัง ตอนนี้จูเฟยกำลังทำใบหน้าทะเล้นนางแสดงรอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนที่ตัวของนางจะหยิบถุงเงินจริงๆออกมา
นั่นมันทำให้ดวงตาของิ่อวี้เฟยและท่านยายหวังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก พวกนางเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจูเฟยทำการสับเปลี่ยนถุงเงินั้แ่เมื่อใด เพราะว่าั้แ่นางส่งถุงเงินให้กับจูเฟยก็จ้องมองถุงเงินมันอยู่ตลอดด้วยความเป็กังวลแต่ก็ไม่เห็นว่าบุตรสาวหยิบฉวยหรือเปลี่ยนถุงเงินั้แ่เมื่อใด
“ นั่นถุงเงินงั้นรึ.. ” ิ่อวี้เฟยเข้ามาถามบุตรสาวของนางอย่างรวดเร็ว
“ เ้าค่ะ ” จูเฟยตอบกลับไปพร้อมกับยื่นสิ่งที่อยู่ภายในมือของตัวเองให้กับมารดา
ิ่อวี้เฟยรับถุงผ้าสีน้ำตาลไว้ในมือก่อนที่จะเปิดมันดูสิ่งที่อยู่ด้านใน มันคือเงินจริงๆเงินเหล่านี้เป็เงินที่ได้รับมาจากการค้าขายผักภายในวันนี้
เมื่อเห็นเงินที่อยู่ภายในมือผู้เป็มารดาก็ยิ่งประหลาดใจ บุตรสาวของนางทำการสับเปลี่ยนถุงเงินั้แ่เมื่อไหร่นางมั่นใจว่านางจับจ้องถุงเงินเอาไว้โดยตลอด
“ จูเฟย..เ้าเปลี่ยนถุงเงินั้แ่เมื่อใดกัน ” นางเอ่ยถามลูกน้อยด้วยความประหลาดใจ
“ คือเื่นั้นมันเป็ความลับเ้าค่ะ~ ” นางพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม โดยมันยิ่งสร้างความสงสัยให้กับิ่อวี้เฟยยิ่งนัก
“ แล้วถุงนั้นล่ะ แม่ก็เห็นว่ามันมีน้ำหนักแถมมันมีเสียงบ้างอย่างกระทบกันด้านในคิดว่ามันเป็ถุงเงินจริงๆซะอีก ”
“ เื่นั้น.. ” จูเฟยแสดงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ไม่สมกับใบหน้าอันไร้เดียงสาของนางออกมา
...
ตอนนี้ชายผู้นั้นที่ขโมยถุงเงินจากมือของจูเฟยออกมามันได้วิ่งผ่านตรอกซอกซอยมากมายก่อนที่มันจะมาหยุดอยู่ที่ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่ไร้ซึ่งคน
เสียงหายใจของมันถี่ระรัวเต็มไปด้วยความเหนื่อยหอบมันพยายามวิ่งอย่างสุดชีวิต เมื่อมันรู้ว่าตัวเองสามารถหนีรอดแล้วมันก็ค่อยทิ้งกายหย่อนก้นนั่งลงกับพื้น
“ เหนื่อย.. ” มันกล่าวออกมาอย่างแ่เบาเสียงเป็เสียงของผู้ชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยความเหนื่อย
แม้ว่าการวิ่งหนีแค่นี้จะเต็มไปด้วยความเร็วแต่ว่าผลลัพธ์ที่มันได้มาก็แสนจะคุ้มค่า คนผู้นั้นมาจดจ่อกับถุงเงินภายในมือของตนเอง
“ เ้าพวกนั้นเนี่ยโง่จริงๆเมื่อวานก็โดนไปแล้ววันนี้ก็กลับมาให้ข้าขโมยเงินไปได้อีก ” ดวงตาที่ไม่ได้ถูกปกปิดด้วยผ้าสีดำกำลังยิ้ม มันจดจ่ออยู่กับของที่อยู่ภายในมือของตนเองก่อนที่จะเริ่มใช้มือของมันเปิดปากถุงผ้าสีน้ำตาลเพื่อดูสิ่งที่อยู่ด้านใน
เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกในทันที สิ่งที่อยู่ด้านในมันไม่ใช่เงินแต่ว่ามันเป็ก้อนหิน ก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มากนักถูกอัดแน่นเอาไว้ด้านในเพื่อทดแทนเงินมากมายที่ได้จากการค้าขายผัก
“ นี่มัน!!! ” คนผู้นั้นอุทานขึ้นมาในทันทีดวงตาของมันไม่ได้พร่ามัวถึงขนาดที่จะมองเห็นภาพผิดพลาด
คนผู้นั้นที่นั่งอยู่ได้ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วได้เทสิ่งที่อยู่ด้านในลงมากับพื้น กองหินมากมายร่วงหล่นจากปากถุงผ้าสีน้ำตาลที่ถูกเปิดเอาไว้หล่นลงไปสู่พื้นมากมาย
ใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าสีดำที่ปกปิดอยู่นั้นแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธมันกัดฟันแน่น แล้วปลาถุงผ้าภายในมือของตัวเองลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง มันอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความโมโหแต่ว่าก็ไม่สามารถทำได้
ตึก!!! ตึก!!! เสียงฝีเท้าดังแว่วรอยตามมากับสายลมท่ามกลางความเงียบงัน หน้าของชายผู้ที่กำลังปกปิดตัวตนอยู่นั้นได้ปรายสายตาของตนเองไปมองที่ต้นเสียงที่ดังขึ้น ดวงตาของมันมองเห็นคนผู้นั้นอยู่สุดสายตา
หน้าของชายวัยประมาณเลข 3 ร่างกายกำยำล่ำสันสวมใส่ชุดมือปราบสีแดงสดข้างกายมีมีดเล่มนึงถืออยู่ เมื่อมันได้เห็นเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกมันรู้ฐานะของตนเองดีว่าตอนนี้มันเป็โจรที่รักขโมยเงินของยายหวัง
เมื่อตั้งสติได้เช่นนั้นมันตั้งใจจะวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามือปราบผู้ที่จูเฟยไปขอร้องให้มาร่วมมือในครั้งนี้ก็ใช้ร่างกายที่กำยำของตนเองและพร้อมมากกว่ามุ่งตรงไปจับคนผู้นั้นเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด
“ จะหนีไปไหนอยู่คุยกันก่อนสิ!!! ” มือปราบผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
วันถัดมาวันนี้ตัวของจูเฟยไม่ได้ไปช่วยท่านแม่และท่านยายหวังในการค้าขายผักเพราะว่านางต้องเก็บเกี่ยวสมุนไพรของนางที่มันเจริญเติบโตเรียบร้อยแล้ว และนางก็มั่นใจว่าในวันนี้ยายหวังและท่านแม่ของนางคงจะเดินกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะได้รับข่าวดี
มันเป็เช่นนั้นจริงๆวันนี้ท่านยายหวังและิ่อวี้เฟยที่ไปทำการค้าขายผักที่ตลาดได้รับข่าวดีจากกองปราบว่าสามารถจับกุมคนที่ฉุดชิงเงินไปได้แล้ว
ซึ่งผู้ที่ขโมยเงินของท่านยายหวังไปมันก็ไม่ใช่ผู้ใดทั้งนั้นมันเป็สามีของคนที่ค้าขายผักบริเวณด้านหน้าตลาด เหตุผลที่มันมาลักขโมยเงินก็เพราะว่าแผงผักของมันขายไม่ดีเพราะว่าท่านยายหวังนั้นดึงลูกค้าไปหมดมันเลยอยากจะแก้แค้นและอยากจะได้เงินทองด้วย
การจับกุมได้ครั้งนี้โชคดีอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือเงินที่อีกฝ่ายลักขโมยไปมันยังถูกใช้ไปเพียงแค่ 1 ส่วนจาก 10 ส่วนเท่านั้นเพราะเช่นนั้นท่านยายหวังก็เลยได้เงินของตนเองคืน
ในยามสายของวันในขณะที่จูเฟยกำลังหมกมุ่นกับการเก็บเกี่ยวต้นพฤกษาน้ำอยู่ นางเก็บไปก็ทำท่าทางฉุนเฉียวไปนี่ก็เป็อีกครั้งแล้วที่นางต้องเสียผลผลิตจำนวนมากให้กับเหล่ามัจฉาที่มันมาแอบกินต้นพฤกษาน้ำของนาง
ผ่านไปสักพักการเก็บเกี่ยวต้นพฤกษาน้ำในรอบนี้มันก็เสร็จเรียบร้อย สมุนไพรสีฟ้าเปล่งประกายทอแสงนอนนิ่งเรียงรายอยู่บนฝั่ง จูเฟยที่เดินขึ้นมาเพื่อจ้องมองสิ่งที่นางเก็บเกี่ยวขึ้นมาได้ มันน่าจะเป็สมุนไพรต้นพฤกษาน้ำประมาณ 170 ต้น
เมื่อ 2 วันก่อนนางได้หว่านเม็ดของตนพฤกษาน้่ำลงไปประมาณ 200 ต้น ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่ 170 ต้นเท่านั้น มันขายได้ประมาณ 8 อีแปะ 30 ต้นที่มันเป็เงินตั้ง 240อีแปะ คิดแล้วจูเฟยเองก็โมโหยิ่งนัก นางคิดว่านางควรจะมองหาคนที่ไว้ใจได้มาสร้างรั้วให้นางแล้ว เพราะถ้าปล่อยต่อไปกำไรของนางก็จะหายไปเรื่อยๆเช่นนี้
“ เ้าปลาพวกนี้เดี๋ยวข้าจะจับกินให้หมดเลย ” เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าสมุนไพรได้พูดออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว
“ ฮ่าๆๆ ” เสียงหัวเราะนั้นดังแว่วลอยมาตามสายลม มันทำให้จูเฟยที่กำลังทำท่าทางฉุนเฉียวอยู่หยุดการกระทำของตนเองแล้วได้ปรายสายตาของตนเองมองไปทางด้านที่เสียงดังลอยมา
สุดสายตาของจูเฟยนางพบเห็นกับชายชราผู้หนึ่งที่ยืนอยู่สุดสายตาของนาง
ร่างของชายชราวัยน่าจะสักประมาณ60-70 ่ปีที่สวมใส่อาภรณ์สีดำที่ดูแสนจะเรียบง่ายไม่ได้ต่างจากผู้คนธรรมดา ร่างกายผอมสูงสง่างาม มีใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่อ่อนโยนและมีผมสีขาวโพลนตัดกับอาภรณ์ที่ตนเองกำลังสวมใส่
ชายชราผู้นั้นกำลังมองมาที่นางแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา เด็กน้อยที่ยืนอยู่หน้าสมุนไพรแล้วละสายตาของนางไปมองที่ชายชราผู้นั้นคิ้วทั้งสองที่ประดับอยู่บนใบหน้ากลมๆขมวดเข้าหากัน
นางตั้งข้อสงสัยว่าคนที่อยู่ด้านหน้าของนางคือผู้ใดกัน..
ชายชราผู้นั้นยังคงหัวเราะไม่หยุดจนตัวของจูเฟยยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกนางเลยเดินตรงเข้าไปหาเพื่อหวังจะเอ่ยถาม
เด็กน้อยที่มุ่งตรงเข้าไปหาชายชราผู้นั้นเมื่อเท้าทั้งสองข้างของนางหยุดลงตรงหน้าของชายชราชุดดำจูเฟยเอ็งก็ไม่เกรงกลัวเลยสักนิดนางได้พูดออกมาตามประสาของนาง “ ท่านเป็ผู้ใดกันเข้ามาในสถานที่ของคนอื่นแล้วยังมายืนหัวเราะผู้อื่นอีก ”
ชายชราตรงหน้าได้หยุดเสียงหัวเราะของตัวเองก่อนที่จะก้มหน้าของตนลงมาหายัยหนูตรงหน้า
“ เ้ากำลังโมโหอันใดอยู่งั้นรึ??? ” ชายชราด้านหน้าเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
จูเฟยยิ่งเอียงคอสงสัย
จบตอน