ระหว่างทางไปยังแม่น้ำเพื่อล้างเครื่องในนั้นจ้าวอิงหยิบลูกท้อออกมาจากห้วงมิติแล้วส่งให้เสี่ยวเป่ากินเสี่ยวเป่าดีอกดีใจเป็อย่างยิ่ง และเพราะเขายังเด็กมากจึงไม่สงสัยแม้แต่น้อยว่าของเหล่านี้มาจากไหน
เมื่อมีของกินที่อร่อยเพียงนี้ไม่นานปากของเสี่ยวเป่าจึงเต็มไปด้วยลูกท้อที่หอมหวนแต่จ้าวอิงสังเกตเห็นเสี่ยวเป่ากินเพียงคำเล็ก ๆเท่านั้น และเขาไม่ได้ดึงเปลือกบางๆออกไป นางจึงถามขึ้น
“ผลไม้นี้เรียกว่าลูกท้อ ต้องดึงเปลือกออกก่อนนะ”
แล้วจ้าวอิงก็จับเอาลูกท้อจากมือเสี่ยวเป่ามาดึงเปลือกออกให้เขาดู
“เป็อย่างไรบ้างอร่อยหรือไม่”
นางถามเมื่อส่งคืนให้เสี่ยวเป่ากัดอีกคำ
“อร่อยมากขอรับท่านแม่”
“อร่อยแล้วเหตุใดเสี่ยวเป่าถึงกินทีละน้อยแบบนั้นเล่า”
เสี่ยวเป่าไม่ได้ตอบแต่เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เม้มปากไว้แน่นท่าทางดูเสียดายและลังเล จ้าวอิงจึงพอจะทราบเหตุผลแล้ว
“เสี่ยวเป่าไม่ต้องกลัวหมดนะผลไม้พวกนี้แม่หามาให้เสี่ยวเป่า กินได้จนพอใจเลย”
จ้าวอิงนั่งลงในระดับเดียวกันกับเขาแล้วบอก
เมื่อได้ฟังดังนั้นเสี่ยวเป่าถึงกับตาโตะโโลดเต้นอยู่รอบตัวจ้าวอิง และหัวเราะอย่างบ้าคลั้งกว่าเดิมชื่นชมจ้าวอิงและผลไม้แสนอร่อยไม่หยุด น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน
จ้าวอิงลูบหัวพร้อมเอ่ยเตือนเล็กน้อย
“ใช่แล้วเสี่ยวเป่าเื่นี้เราต้องเก็บเป็ความลับระหว่างเราสองคนนะ อ่อ ยังมีท่านปู่ท่านย่าที่แบ่งปันได้นอกจากนี้เราจะไม่เล่าให้ใครฟังเพราะแม่หามันมาจากป่าลึกคนในหมู่บ้านเรายังไม่มีใครเคยกินแน่นอน”
“ขอรับท่านแม่ เสี่ยวเป่าจะไม่บอกใคร ฮิ ฮิ”
“แต่หากเรามีเยอะเราก็สามารถแบ่งปันคนอื่นได้”
นางไม่อยากให้เสี่ยวเป่าเป็เด็กใจแคบจึงเอ่ยเสริมอีกเล็กน้อย
จากนั้นจึงพากันไปล้างเครื่องในมีเสี่ยวเป่าน้อยเข้ามาช่วยเติมขี้เถ้าด้วยอีกแรงแต่นางต้องคอยระวังเสี่ยวเป่าไปด้วย การล้างเครื่องในครั้งนี้จึงล่าช้ากว่าปกติแต่ก็แลกมากับรอยยิ้มของเด็กน้อย
เมื่อล้างสะอาดดีแล้วพวกเขาก็กลับเข้าครัว จ้าวอิงแนะนำการทำเครื่องในตุ๋นแก่จางซื่อเพียงครั้งเดียวก็จดจำได้แล้วและยังทำอย่างทะมัดทะแมงอย่างมาก
นางจึงวางใจและเดินออกจากครัวไปหลังบ้าน เพื่อจัดการพื้นที่รกร้างต่อพื้นที่หลังบ้านตอนนี้ต้นหญ้าที่เคยขึ้นสูงตอนนี้ถูกกำจัดออกไปเกินกว่าครึ่งแล้วส่วนใหญ่เป็ฝีมือของพ่อลู่ที่ไม่ยอมพักให้ดีเลยสักวัน
วันนี้ก็เช่นกันพ่อลู่นั่งถอนหญ้าอยู่กลางแดดจ้าจ้าวอิงจึงให้เสี่ยวเป่ายกน้ำชามาให้พ่อลู่ จ้าวอิงเดินไปข้าง ๆ พ่อลู่
“ท่านพ่อท่านต้องพักผ่อน และอยู่นิ่งๆเพื่อให้าแหายดีในเร็ววันนะเ้าคะ”
“พ่อเองก็ยังพอทำได้ การถางหญ้าเช่นนี้ไม่เปลื้องแรงอะไรเลยอีกอย่างหากถางเร็วพวกเราจะได้ปลูกพืชผักไว้กินได้เร็วขึ้นอีก”
“ข้านำเห็ดหลินจือไปขายได้เงินมามากทีเดียวตอนนี้พวกเราไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเงินแล้ว อีกอย่างยิ่งาแที่เท้าท่านหายช้าพวกเราก็สร้างรั้วบ้านได้ช้าเช่นกัน ท่านไม่กลัวว่าจะมีคนเขามาขโมยของหรือเ้าคะ”
“แต่ว่า...”
“ท่านพ่อเชื่อข้าเถิดเ้าค่ะเวลานี้บ้านเรามีแค่ผู้หญิงและเด็กเล็กพวกเรายังรอให้ท่านปกป้องอยู่นะเ้าคะ”
ได้ฟังจ้าวอิงชักแม่น้ำทั้งห้าแบบนี้พ่อลู่จึงยอมไปอยู่ในลานบ้านกับเสี่ยวเป่าแต่โดยดี
จ้าวอิงเห็นพ่อลู่ออกไปแล้วนางก็นั่งลงและเริ่มถอนหญ้าต่อจากจุดที่พ่อลู่ทำไว้นางเร่งถอนหญ้าอยู่พักใหญ่ ๆ มองดูท้องฟ้าคาดว่าเวลาใกล้เที่ยงแล้วจึงได้หยุดมือลุกไปยังห้องครัว
เมื่อเห็นเนื้อตุ๋นอยู่บนเตามื้อเที่ยงแบบนี้บะหมี่หมูตุ๋นน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วนางจึงนำแป้งขาวออกมานวดผสมไข่ไก่ลงไปด้วยทำให้ได้เส้นบะหมี่สีเหลืองนวลโชคดีที่บ้านนี้เคยเป็บ้านของครอบครัวใหญ่ จึงมีสองเตาทำให้การปรุงอาหารทำได้สะดวกมากขึ้น มื้อเที่ยงวันนี้จึงทำซุปง่าย ๆ ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๋วและโรยด้วยต้นหอมก็ได้บะหมี่หมูตุ๋นหอมกรุ่น
เนื่องจากที่ลานบ้านมีช่างมางานอยู่ จ้าวอิงจึงตามให้ครอบครัวมากินบะหมี่ในครัวแทนสองสามีภรรยายังไม่เคยกินอาหารมากกว่าสองมื้อมาก่อนมีเพียงคนร่ำรวยเท่านั้นที่กินอาหารหลายมื้อ แต่เมื่อเห็นบะหมี่และกลิ่นหอมของมันจึงปฏิเสธไม่ลงอีกอย่างพวกเขาก็เสียดายของที่ทำมาแล้ว จ้าวอิงไม่กล่าวอธิบายสิ่งใดนางจะทำอาหารสามมื้อและปล่อยให้คนในบ้านเคยชินไปเอง
ก่อนหน้านี้พ่อลู่ได้คุยกับปู่เชี่ยแล้ว เชี่ยต้าหลางบุตรชายคนโตของเขาจะกลับมารับปู่เซี่ยไปพักที่บ้านในอำเภอวันพรุ่งนี้และจะไปหาลู่เหวินเหยาที่สนามสอบเพื่อนำเงินไปให้เขาดังนั้นวันนี้ต้องเอาเงินไปฝากปู่เชี่ยไว้
“เดี๋ยวข้าจะนำเงินและจดหมายไปฝากท่านปู่เซี่ยไว้ท่านพ่อท่านแม่มีคำใดฝากให้เขียนไหมเ้าคะ”
จ้าวอิงถาม
“มีเพียงให้เขาไม่ต้องห่วงพวกเราและตั้งใจสอบเพียงเท่านั้น”
จางซื่อกล่าว
“พ่อก็เหมือนแม่เ้า”
พ่อลู่ยิ้มซื่อ ๆ ออกมา
“เ้าค่ะไว้ข้าจะเขียนเล่าสถานการณ์ของพวกเราทางนี้ไปด้วยเล็กน้อย เพื่อให้ท่านพี่จะสบายใจ”
แล้วจ้าวอิงก็หันไปหาเสี่ยวเป่า
“เสี่ยวเป่าไปหยิบลูกท้อมากินกับท่านปู่ท่านย่าเร็วแม่จะไปเขียนจดหมายก่อนเดี๋ยวค่อยไปบ้านปู่เซี่ยด้วยกัน”
เสี่ยวเป่ารับคำอย่างดีอกดีใจ ท่านแม่มีผลท้อให้กินอีกจริง ๆท่านแม่ไม่โกหก ไม่แอบกินคนเดียวอีกแล้ว
หากจ้าวอิงได้ยินความคิดเสี่ยวเป่า คงกลอกตามองบนแล้วแต่พอคิดอีกทีหากยังเป็แม่คนเดิมเสี่ยวเป่าคงไม่ได้กินจริง ๆนั่นแหละ
นางเดินเข้าไปในห้องของนาง ที่มีกองข้าวของของลู่เหวินเหยาอยู่ด้วยเมื่อรื้อข้าวของในกล่องแล้ว จึงพบกับเครื่องเขียน พู่กันที่แตกเล็กน้อย แท่นฝนหมึกที่แทบจะไม่มีหมึกและกระดาษแผ่นสุดท้าย
เื่การเขียนภาษาโบราณตัวเต็มแบบนี้จ้าวอิงไม่เข้าใจแต่ยังดีที่จ้าวอิงอิงยัยหมูตอน ยังพอเข้าใจตัวอักษรอยู่บ้างการเขียนจดหมายจึงไม่ยากลำบากแต่อย่างใดนางไม่ได้กล่าวถึงตัวเองในจดหมายเพียงเขียนบอกว่า
“ตอนนี้คนทั้งสี่ได้แยกบ้านแล้วและออกมาอยู่บ้านเก่าท้ายหมู่บ้านโชคดีที่เก็บเห็ดหลินจือได้จึงขายและนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน และแบ่งส่งเงินให้เขาเพิ่มห้าสิบตำลึงเงินสิ่งใดสมควรใช้จ่ายก็ต้องใช้ไม่ต้องห่วงทางบ้านทุกคนสบายดี”
ใช่แล้วนางแอบเพิ่มจำนวนเงินเข้าไป และตั้งใจบอกตัวเลขในจดหมายอีกด้วยเพื่อลู่เหวินเหยาจะได้ทราบจำนวนที่ทางบ้านฝากมาและจะได้รู้เมื่อเงินขาดหายไป แล้วจึงพับจดหมายใส่ถุงผ้าที่ใส่เงินตำลึงลงไปส่วนวิธีการส่งให้ถึงมือนั้นนางไม่ได้ใส่ใจมาก
เสร็จแล้วจึงแบกตะกร้าและรีบพาเสี่ยวเป่าเดินไปหน้าหมู่บ้านหลังจากไปบ้านปู่เชี่ยแล้วนางคิดว่าจะเดินไปดูผักป่าที่ขึ้นตามริมแม่น้ำ เพื่อมาทำกับข้าวสำหรับงานเลี้ยงขอบคุณช่างเป็มื้อเย็นนี้เพิ่ม
จากท้ายหมู่บ้านเดินมาหน้าหมู่บ้านใช้เวลาราว ๆ หนึ่งก้านธูประหว่างทางไม่ค่อยพบใครเพราะพึ่งจะผ่าน่พักกลางวันได้ไม่นาน ตอนนี้ชาวบ้านกำลังพักผ่อนเพื่อเอาแรงไปลงสวนลงไร่กัน่บ่ายอีกครั้ง
บ้านของท่านปู่เซี่ยอยู่ที่ปากทางเข้าหมูบ้านใช้เป็ลานรับซื้อสินค้าและของป่าในบางครั้งเพื่อให้เชี่ยต้าหลางนำไปขายที่อำเภอซึ่งช่วยให้นายพรานไม่ต้องนำของไปเร่ขายเองและยังให้ราคาสูงอีกด้วย
พ่อลู่ได้ฝากกับถังเสี่ยนมาบอกกล่าวไว้แล้วว่าจ้าวอิงจะมาฝากของด้วยตัวเอง
“ท่านปู่เซี่ย ”
เสียงเสี่ยวเป่าทักทายก่อน
ตอนที่เขาเห็นปู่เซี่ยเอนหลังนอนสูบใบยาที่ตั้งหน้าบ้านเขานั้นเอง
“อ้าวเสี่ยวเป่ามาแล้วหรือ”
ปู่เซี่ยลุกขึ้นนั่งตัวตรง
“สวัสดีท่านปู่เซี่ยเ้าค่ะ”
จ้าวอิงทักทายและโค้งตัวเล็กน้อย
ดูท่าเสี่ยวเป่าและปู่เซี่ยทั้งสองคนจะคุ้นเคยกันเป็อย่างดีแต่กับจ้าวอิงปู่เซี่ยทำเป็มองไม่เห็นก็เท่านั้น แต่จ้าวอิงก็ไม่ได้เก็บมาคิดมาก นางหยิบเอาถุงผ้าที่บรรจุจดหมายและเงิน ยื่นถุงผ้าให้ปู่เซี่ยด้วยสองมือ
“ท่านปู่เซี่ยเ้าคะ หากท่านอาต้าหลางมีเวลารบกวนให้เหวินเหยาเขียนจดหมายมาด้วยนะเ้าคะ หากไม่มีก็มิเป็อันใด ขอบคุณเ้าค่ะ”
นางโค้งตัวขอบคุณอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าปู่เชี่ยรับเอาถุงนั้นไปแล้ว แต่ก็มิได้พูดอะไรเพียงมองหน้านางเท่านน้นจ้าวอิงจึงได้ขอตัวลาออกมา
“ขอลาเ้าค่ะ”
“ลาก่อนขอรับท่านปู่เซี่ย”
เสี่ยวเป่าโค้งตัวเลียนแบบจ้าวอิง จากนั้นสองแม่ลูกก็เดินจูงมือกันออกมา
ปู่เซี่ยเองก็ได้ยินคำเล่าลือมาบ้างว่า จ้าวอิงหลังจากจมน้ำวันนั้นแล้วนางก็เปลี่ยนไปมาก เขามองด้านหลังของสองแม่ลูกไปจนลับตา พร้อมกันลูบคางตนเองไปด้วย
จ้าวอิงและเสี่ยวเป่าจูงมือกันไป หัวเราะกันไป จนไปถึงริมน้ำ เป็บริเวณตื้น ๆ จึงเดินเก็บผักป่าที่รู้จักโดยมีเสี่ยวเป่าน้อยคอยเก็บผักใส่ตะกร้าตามหลังนางอยู่
นางและเสี่ยวเป่าเก็บผักมาได้มากทีเดียวเมื่อเห็นว่าเพียงพอต่องานเลี้ยงมื้อเย็นแล้ว จึงเดินกลับไปท้ายหมู่บ้าน
เพราะทางกลับไปท้ายหมู่บ้านจากข้างแม่น้ำจะเป็ทางเดินคนละทางกัน ระหว่างทางเจอกับกลุ่มชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็คนที่มีอายุแล้วทำงานสวนไม่ไหวรวมกลุ่มกันเพื่อพูดคุยตามประสาคนชนบท
เมื่อกลุ่มนั้นเห็นจ้าวอิงกำลังเดินมาพร้อมกับเสี่ยวเป่าก็เงียบเสียงลงไปในกลุ่มนั้นยังมีป้าฮวาและเหอซื่อย่าของสามีของนางอยู่ด้วยไม่อยากเจอสิ่งไหนก็ได้สิ่งนั้นจริง ๆ
•─────❅❀❅─────•