บทที่ 39 หยกดิบสลับเปลี่ยน
ถังโย่วโย่วเดินตามผู้เฒ่าอวี้ไปตามทางเดินยาวจนกระทั่งมาถึงบ้านใหญ่
ผู้เฒ่าไช่ชราสวมเสื้อคลุมสีฟ้า นั่งอยู่ใต้ป้ายชื่อห้องโถง
ข้างหลังเขามีลูกศิษย์ยืนอยู่มากมาย โดยมีไช่ไป๋เถาอยู่ข้างลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ทางซ้ายของเขา
เฮยจ่ายแบกถังโย่วโย่วมาถึงประตูก็ปล่อยเธอลง
ถังโย่วโย่วก้าวขาสั้น ๆ กระโดดลงมาจากตัวเฮยจ่ายอย่างคล่องแคล่ว
มือเล็กจับมือใหญ่ของผู้เฒ่าอวี้เดินเข้าไปในห้องโถง
พอเธอเพิ่งก้าวเข้าไปในห้องโถงก็เห็นทุกคนกำลังมองมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถังโย่วโย่วรู้สึกหวาดหวั่นกับสายตาของผู้คนสิบกว่าคู่ มือเล็กไม่รู้จะวางไว้ที่ไหนจึงเอามาไขว้หลัง ราวกับเป็นนักเรียนประถมที่กำลังถูกครูตรวจสอบ
เกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนถึงมองเธอแบบนี้
"ผู้เฒ่าอวี้ คุณกลับมาแล้วหรือ"
ผู้เฒ่าไช่นั่งอยู่ที่ตำแหน่งของตนแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ตาแก่อวี้ วันนี้ให้สืออันฝึกฝน หยกดิบบนโต๊ะเหล่านี้เป็นหินที่ฉันเลือกมาเอง คุณภาพก็ไม่เลว หากวันนี้สืออันสามารถบอกคุณภาพของหยกดิบเหล่านี้ได้ทั้งหมด การผ่านรอบแรกก็จะเป็นเรื่องง่ายดายแล้ว"
ผู้เฒ่าอวี้กวาดสายตาที่แจ่มชัดไปรอบ ๆ หยกดิบบนโต๊ะยาว
เขาลูบหนวดแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ "แค่นี้เองหรือ? สำหรับลูกศิษย์ของฉัน นี่ก็แค่ของง่าย ๆ!"
"สืออัน ไปแสดงความสามารถให้พวกเขาดูหน่อย" ผู้เฒ่าอวี้พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจและภาคภูมิ
ไช่ไป๋เถายืนอยู่ข้างศิษย์ ดวงตาคมจับจ้องร่างเล็กของถังโย่วโย่ว เธอได้ยินคำพูดที่ภาคภูมิใจและหยิ่งผยองของผู้เฒ่าอวี้ก็แทบจะกัดฟัน
เธออยากเป็นศิษย์ของผู้เฒ่าอวี้มาตั้งแต่เด็ก และความคิดนี้ยังคงอยู่
ทว่าในวันพิธีรับศิษย์ของตระกูลไช่ ผู้เฒ่าอวี้กลับปฏิเสธเธออย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าทุกคน
เรื่องนี้ทำให้เธออับอายมาก แต่ตอนนั้นเธอยังมีข้ออ้างหลอกตัวเองได้ว่า ผู้เฒ่าอวี้ไม่อยากรับศิษย์ เขาจะไม่รับศิษย์ไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ล่ะ? เธอโดนตบหน้าอย่างจังเลย
คนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนอย่างอวี้สืออันนับเป็นอะไรกัน
ถึงทำให้ผู้เฒ่าอวี้รับเธอเป็นศิษย์ได้ง่าย ๆ แถมยังเป็นศิษย์เพียงคนเดียวอีกด้วย
แค่นี้ก็มากพอจะทำให้ไช่ไป๋เถารู้สึกเกลียดเธอแล้ว ยิ่งไม่ต้องถึงว่าถังโย่วโย่วกลายเป็นอุปสรรคของเธอ
เธอจะต้องหาวิธีกำจัดถังโย่วโย่วให้ได้
ร่างกลมของถังโย่วโย่วถูกผลักเบา ๆ เธอเดินไปยังโต๊ะยาวท่ามกลางสายตาของทุกคน น่าเสียดายที่เธอยังสูงไม่พอจะเอื้อมไปถึงโต๊ะ
การจะมองหยกดิบที่อยู่ข้างบนยังต้องเขย่งปลายเท้า
ผู้เฒ่าอวี้เห็นถังโย่วโย่วกำลังยืนเขย่ง
เขาดึงท่อสูบบุหรี่ออกมาจากเอว ใช้ปลายท่อดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งมา
เขาผลักเก้าอี้ไปด้านหลังถังโย่วโย่วแล้วเอ่ยขึ้น "เด็กดี เหยียบบนเก้าอี้แล้วดูสิ"
ถังโย่วโย่วหันกลับมามองเก้าอี้ด้านหลัง แล้วกางแขนออกพร้อมกับเอ่ยเสียงหวาน "อาจารย์อุ้มหนูหน่อย"
ผู้เฒ่าอวี้อุ้มถังโย่วโย่วและวางเธอลงบนเก้าอี้
ไช่ไป๋เถาเห็นผู้เฒ่าอวี้ดีกับถังโย่วโย่วถึงเพียงนี้ ก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้น
แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นหยกดิบก้อนสุดท้ายทางซ้ายของโต๊ะยาว เธอก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ก้อนหยกดิบบนโต๊ะยาวนี้ เธอได้แอบสับเปลี่ยนไปแล้ว
ต่อหน้าลูกศิษย์มากมายในวันนี้ แค่ทำให้ถังโย่วโย่วทำพลาดสักครั้ง ก็จะบอกได้ว่าเธอไร้ความสามารถ
เมื่อไร้ความสามารถ แล้วจะมีคุณสมบัติอะไรไปเป็นตัวแทนตระกูลไช่ในการแข่งขันประเมินหยกล่ะ
หึ ๆ สุดท้ายตำแหน่งนี้ก็คงตกเป็นของเธออยู่ดี
หยกดิบที่ไช่ไป๋เถาสับเปลี่ยนนั้นไม่ใช่หยกดิบธรรมชาติ แต่เป็นหยกเลียนแบบที่ทำขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ วัสดุข้างในทำจากกาว เพียงแค่ดูด้วยตาเปล่าก็ไม่สามารถมองออกได้
เมื่อวานไช่ไป๋เถาไปตลาดข้างนอก จ่ายเงินราคาสูงเพื่อซื้อจากพ่อค้าที่ทำของปลอมเลียนแบบเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อทำให้ถังโย่วโย่วเสียหน้า
ความจริงแล้วของปลอมเช่นนี้ ผู้เฒ่าอวี้และผู้เฒ่าไช่สามารถดูออกได้ในทันที
แต่ในสายตาของถังโย่วโย่วไม่เหมือนกัน
เธอเป็นเพียงเด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสา ยังไงก็คงดูไม่ออก
แต่ถึงแม้จะถูกจับได้ก็ไม่เป็นไร ไช่ไป๋เถาได้คิดแผนสำรองเอาไว้แล้ว
เธอสามารถปัดความรับผิดชอบไปให้กับคนที่จัดวางหยกดิบเหล่านี้ได้
ไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ความรับผิดชอบของเธอ
เธอเพียงแค่ต้องออกมาตั้งคำถามถึงความสามารถของถังโย่วโย่วในเวลาที่จำเป็นก็พอ
ร่างเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วถูกผู้เฒ่าอวี้วางบนเก้าอี้
ดวงตากลมโตของเธอเริ่มสังเกตหยกดิบอย่างละเอียด
แม้ว่าตอนนี้เธอจะสามารถแยกแยะสีภายในของหยกดิบได้ แต่เธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจชื่อลักษณะของสีที่แท้จริงของหยกดิบทั้งหมด
เหมือนกับในงานประมูลเมื่อวานนี้ เธอแยกหินแก้วออกมาได้ แต่เธอไม่รู้จักมัน
ถังโย่วโย่วเพียงแต่รู้ว่าลักษณะของมันดูบริสุทธิ์กว่าอันอื่น ๆ
ในตอนนั้นเอง มีลูกศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับป้ายชื่อ กล่าวด้วยความเคารพว่า “ศิษย์น้องเล็ก เธอสามารถใช้ป้ายชื่อนี้ติดตามลำดับที่เห็นได้”
ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์คนนี้เรียกถังโย่วโย่วว่าศิษย์น้องเล็กอย่างสุภาพ มันฟังดูแปลก ๆ สักหน่อย
ถังโย่วโย่วยื่นมือเนียนนุ่มรับป้ายที่ศิษย์คนนั้นส่งมา
เธอกระพริบตามองอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าป้ายชื่อมีตัวเลขเรียงลำดับอยู่
ตั้งแต่หนึ่งถึงสิบ
ที่จริงตามกฎของการแข่งขันประมูลหยก จะมีการแจกกระดาษและปากกาให้กับผู้เข้าแข่งขัน
ตัวเลขต่าง ๆ จะให้พวกเขาเขียนเอง
แต่ถังโยวโยวอายุเพียงห้าขวบ จะเขียนหนังสือได้อย่างไร ดีที่เธอรู้จักตัวเลข ดังนั้นจึงใช้ป้ายชื่อแทน
เมื่อพิจารณาตัวเลขบนป้ายชื่อแล้ว ถังโย่วโย่วจ้องมองหยกดิบและไม่นานก็ติดป้ายชื่อครบทุกชิ้น เหลือเพียงหยกดิบสองก้อน รวมถึงป้ายชื่อหมายเลขแรกและหมายเลขสิบที่ยังคงอยู่ในมือเธอ
หยกดิบสองก้อนนี้ ก้อนหนึ่งมีสีที่บริสุทธิ์มาก ส่วนอีกก้อน...
เธอมองหยกดิบก้อนนั้นด้วยความลังเล
หยกดิบนี้ไม่รู้ทำไมถังโย่วโย่วยังรู้สึกว่ามันดูไม่ถูกต้อง
สีล่ะ สีเขียวไหม? มันก็สีเขียวนะ แต่สีเขียวนี้มันไม่เหมือนกับสีเขียวของหยกดิบอันอื่น มันดู...อืม...เขียวเข้ม
เหมือนกับสีบนใบไม้ปลอมเลย
ดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักนิด
ไม่เพียงแต่ไม่เป็นธรรมชาติ มันยังดูปลอมมากอีกด้วย
แต่ถังโย่วโย่วไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่านี่คืออะไร หรือว่านี่จะเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ?
ริมฝีปากเล็ก ๆ เริ่มบ่นพึมพำ
ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วคิดในใจว่า ควรจะจัดให้อยู่ในลำดับที่เท่าไหร่ดีนะ?
ตามสีเขียวแล้ว หยกดิบก้อนนี้ควรจะเป็นลำดับที่หนึ่ง แต่สีมันปลอมเกินไปทำให้ถังโย่วโย่วรู้สึกตัดสินใจไม่ถูก
แต่ด้วยสมองเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่ว เธอก็ไม่ได้คิดอะไรนานเท่าไหร่
เอาเถอะ ถึงจะดูผิดไปก็ช่างมัน
มือเล็ก ๆ ของเธอติดป้ายหมายเลขสิบลงบนหินดิบก้อนนั้น
อีกด้านหนึ่งของโต๊ะยาว
ไช่ไป๋เถาที่เห็นถังโย่วโย่วตัดสินใจไม่ถูกก็มีความสุขมาก ในใจรู้สึกปลาบปลื้ม