2 สะดุด...ตอ
“เดี๋ยวเอม”
“คะ” เฌอเอมหยุดชะงักยกเท้าที่ยื่นก้าวลงไปเหยียบพื้นแล้วย้อนกลับขึ้นมาบนรถหันศีรษะและเอียงคอมองหน้าคนเรียกอย่างค่อนไปในทางสงสัย “มีอะไรคะพี่น้ำผึ้ง”
“ทำงานวันแรกต้องตั้งใจฟังสิ่งที่คนเก่าๆ เขาแนะนำนะ มีอะไรไม่รู้ก็ให้ถามไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ให้อดทนและ...ระวังตัวด้วยนะ”
งง...เฌอเอมบอกกับตัวอย่างนั้นคำพูดสายน้ำผึ้งฟังดูทะแม่งๆ สั่งความอย่างกับเธอไม่ได้เข้าทำงานแต่เป็การไปออกศึกอย่างนั้นแหละคิ้วโก่งขมวดมุ่นเข้าหากัน ส่งสายตาเป็คำถามไปให้คนซึ่งนั่งประจำตำแหน่งคนขับซึ่งความจริงแล้ววันนี้ต้องไปติดต่อคุยงานกับลูกค้าแต่กลับขับรถเพื่อมาส่งเธอทำงานวันแรก จนเธอรู้สึกอุ่นใจไม่โดดเดี่ยวอ้างว้าง
สายน้ำผึ้งยิ้มเล็กน้อย “ไม่มีอะไรหรอก เผอิญพี่เป็พวกปากอยู่ไม่สุขชอบติโน่นตินี่ตลอด จนบางคนไม่เห็นเป็เพื่อนร่วมงาน แต่เห็นเป็ศัตรูกลัวว่าจะเอาเื่ไม่เป็เื่มาลงที่เอม ทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้านะซิ”ไม่ได้อยากบอกให้เฌอเอมใหรอกนะแต่ถ้าหากน้องสาวร่วมบ้านต้องเจอกับฤทธิ์วาจากระทบกระเทียบแดกดันจากบางคนจะได้รู้ถึงสาเหตุที่มา
“อ๋อ...” เฌอเอมหัวเราะคิกจนดวงหน้าผุดผ่องพรรณกระจ่างสดใสราวดอกไม้แรกแย้ม เสริมด้วยั์ตากลมใสเป็ประกายเจิดจรัสวาววับราวกับดวงดาวนับสิบส่องสว่างทำให้น่ามองมากขึ้น
“เฌอเอมรับทราบแล้วค่ะและก็สู้ไม่ถอยด้วย พี่น้ำผึ้งไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ”ฉีกยิ้มจนแก้มป่องเห็นฟันซี่เล็กๆ ในปากแทบหมดทุกซี่พร้อมยกมือชูขึ้นสองนิ้วให้คนช่วยหางานคลายความกังวล
“จ้า...พี่รู้งานหนักงานเบาเราไม่เกี่ยง แต่อยากให้ระวังตัว อย่าลืมว่าคนเรา รู้หน้าไม่รู้ใจบางคนปากปราศรัยแต่น้ำใจเชือดคอนะ เห็นหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสแต่ลับหลังอาจคิดคดทรยศหาเื่ทำร้ายให้เราเจ็บเจียนตายก็ได้”
ไม่ได้ขู่แต่อยากเตือนให้เฌอเอมรู้จักดูแลตัวเองและระมัดระวังตัวไม่ให้เกิดเหตุเภทภัยร้ายด้วยโลกภายในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นต่างจากโลกแห่งการทำงานด้วยต้องพบเจอกับผู้คนหลายหลากมากหน้ากว่าเก่า แล้วเขาเ่าั้ก็ต่างความคิดต่างนิสัยบวกกับความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวที่สามารถเปลี่ยนคนดีให้เป็คนชั่วได้ในพริบตา
“ค่ะ” เฌอเอมพยักหน้ารับ“เอมจะจำไว้” รับปากอย่างแข็งขัน ถึงไม่ได้เจอด้วยตัวเอง ทว่าสี่ปีที่จากบ้านมาเธอพบเจอเื่ทั้งดีและไม่ดีหลายเื่อยู่อีกทั้งสายน้ำผึ้งเองก็เล่าถึงนิสัยผู้คนที่เธอไปประสบพบเจอมาให้ฟังอยู่บ่อยครั้งจนค่อนข้างกลัวใจเขาเ่าั้ที่สามารถแต่งเติมเสริมเื่ราวกลับคำพูดจากผิดเป็ถูกได้อย่างไม่มีความอายเลย
“ดีแล้ว ไปเถอะ”
“อ้าว...แล้วพี่น้ำผึ้งไม่ไปตอกบัตรเข้างานก่อนเหรอคะ”เอ่ยถามอย่างนึกขึ้นได้
“ความจริงวันนี้เป็วันหยุดพี่นะแต่เผอิญมีลูกค้านัดคุยรายละเอียดเื่งานที่จะมาใช้บริการโรงแรมเราจัดงานน่ะ”ทำงานมาหกวันก็อยากพักเหมือนกัน แต่ติดว่าลูกค้ารายนี้มีคิวว่างวันนี้ก่อนต้องเดินทางไปธุระยังต่างประเทศ กลับมาอีกครั้งก็ก่อนวันงานสามถึงห้าวันซึ่งนั่นอาจทำให้แผนงานที่มีอยู่ก่อนมีปัญหาลามมาถึงงานนี้ที่อาจผิดพลาดด้วยซึ่งเธอยอมให้เป็อย่างนั้นไม่ได้
“อ๋อ...ค่ะ”
“เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะ”
“เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้คะ”ตอบกลับด้วยความเกรงใจ มาส่งแล้วยังมารับอีก
“เรานี่ยังไงนะเอม ยังเกรงใจอยู่อีกพี่ไม่คุยกับเราแล้ว คุยทีไรชอบมีข้ออ้าง ข้อแม้เยอะแยะไปหมด ปวดหัวทุกทีไป...ไปทำงานได้แล้ว” เอ่ยไล่เสียงนุ่มพร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจสาวน้อยที่ก้าวลงจากรถหน้าตาค่อนข้างจืดเจื่อนด้วยเริ่มขาดความมั่นใจอีกแล้ว
“เดี๋ยวเอม” ร้องเรียกอีกครั้งก่อนเฌอเอมจะปิดประตู
“มีอะไรคะพี่น้ำผึ้ง”
“จำที่พี่สอนได้ไหม”ถามย้อนถึงเื่ที่เธอติวเข้มหลังเลิกงานให้เป็เวลาสามวันด้วยกัน “ฉันเก่งฉันสวย ทำฉันได้ ยิ้ม...แล้วเชิด”
“ค่ะ”เฌอเอมตอบกลับและทำตามคำแนะนำสีหน้าค่อนไปทางเบะแหย ก้าวเดินกระหย่องกระแหย่งด้วยไม่ชินกับรองเท้าส้นสูงกระโปร่งสั้นเต่อและค่อนไปทางกระชับเน้นรูปร่างเพรียวอรชร จนต้องใช้นิ้วหยิบดึงตัวผ้าให้ยาวลงมาอีกนิด
สายน้ำผึ้งถึงกับส่ายศีรษะอย่างเอ็นดูระคนระอิดระอาใจเล็กน้อยเมื่อเฌอเอมยังคงมีท่าทางขาดความมั่นใจอยู่ แต่ก็ดีกว่าเก่ามิใช่น้อย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้แล้วกัน
“ตายแล้ว!!” มัวแต่มองเฌอเอมจนไปว่ามีนัดยิ่งก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือก็แล้ว...สายน้ำผึ้งรีบเคลื่อนรถออกไปอย่างเร็วแทบไม่เห็นฝุ่น