บทที่ 23 วิชา
เด็กสาวกำลังหลับตาและอยู่ในท่วงท่าการนั่งขัดสมาธิ ลูกแก้วสีใสบริสุทธิ์วางอยู่เบื้องหน้าบนเตียงนอน สองมือคู่งามวางบนแกนอสูรด้วยความประณีต
พลังลึกลับอันน่าพิศวงไหลบ่าออกมาเหมือนเส้นใยทอแสงบริสุทธิ์
เส้นใยทอแสงห่อหุ้มมือสวยของเด็กสาว มันลามยาวต่อไปที่แขนเรียวงาม ท้ายสุดร่างกายเด็กสาวห่อหุ้มด้วยใยทอแสงเหมือนชุดคลุมโปร่งแสง
วิจิตรตระการตา!
เฉิงซินที่มีความงามอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับการฉากนี้ นางยิ่งเปล่งประกายและเจิดจรัสมากยิ่งขึ้น
กระบวนการนี้เป็ไปอย่างราบรื่น
เฉิงมู่คาดเดาความสามารถของน้องสาวว่าต้องใช้เวลาดูดซึมแกนอสูรของสิงโตเขาเหล็กหลายชั่วยาม โดยเฉพาะครั้งนี้คือการดูดซับแกนอสูรครั้งแรกของน้องสาว หากนางได้ดูดซับแกนอสูรอยู่บ่อยครั้ง กระบวนการนี้จะสั้นลงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
เมื่อไหร่ก็ตามที่นางดูดซับแกนอสูรเสร็จ พลังปราณจะสูงขึ้นในพริบตา
เฉิงมู่กำลังนั่งเฝ้ามองน้องสาวดูดซึมแกนอสูรอย่างใกล้ชิด เมื่อมันเห็นว่าไม่มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้น มันเบาใจลง
เฉิงมู่ไม่รอช้า มันรีบนั่งขัดสมาธิและหลับตา มันเข้าฌานตามน้องสาวไปติดๆกัน แล้วไม่ลืมว่าภายในท้องมันมีผลปีศาจที่เป็ผลไม้ระดับเทวะกำลังย่อยสลายอยู่ด้วยตลอดเวลา มันอยากเร่งการซึมซับพลังงานจากผลปีศาจให้เข้าสู่ร่างกายของมันเพิ่มมากขึ้น
ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเข้าฌานสมบูรณ์
...
เฉิงมู่ตั้งใจสอนวิชาธาตุแสงที่เป็วิชาประเภทกึ่งสายกลาง โดยวิชาประเภทนี้แตกต่างจาก วิชาเฉพาะธาตุ เงื่อนไขวิชากึ่งสายกลางไม่วุ่นวายและจำกัดมากนัก ผู้มีปราณธาตุอื่นสามารถเรียนรู้ฝึกฝนและใช้ออกมาได้เช่นกัน
โดยประเด็นสำคัญ ผู้ใช้ต้องมีวิชา บ่มเพาะปราณธาตุนั้นๆ เสียก่อน เพื่อทดสอบระดับความสามารถว่ามีความรู้ความเข้าใจในปราณธาตุที่้าเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน หากไม่สำเร็จวิชาบ่มเพาะเสียก่อน พวกมันจะไม่สามารถเรียนรู้วิชาธาตุเ่าั้ได้
เฉิงมู่มั่นใจและเชื่อในตัวขีดความสามารถของน้องสาวเป็อย่างดี นางขึ้นชื่อว่าเป็คนที่มีพร์แต่กำเนิด ไม่มีทางที่จะไม่สำเร็จได้เด็ดขาด
ในขณะที่เฉิงมู่กำลังคิดเื่ของน้องสาว มันคิดเื่ของตัวเองด้วยในเวลาเดียวกัน มันอยากแข็งแกร่งขึ้นเพื่อทวงความยุติธรรมให้บิดามารดาแท้จริง
...
ณ.ห้วงจิตสำนึก
"ข้าไม่นึกเลยว่าวิชาปรับแต่งแกนอสูร ของท่านพ่อท่านแม่จะยอดเยี่ยมมากขนาดนี้" ในขณะที่มันกำลังมองหาวิชาอื่นๆ มันนึกถึงความแตกต่างวิชาแต่ละธาตุที่เพิ่งศึกษามาได้ไม่นาน
วิชาปรับแต่งแกนอสูร!
แม้รูปแบบวิชานี้จะมีรายละเอียดในวิชาทั้งสองธาตุ ข้อมูลทั้งสองคล้ายกัน แต่อานุภาพมันกลับแตกต่างกันสิ้นเชิง
สาเหตุที่เฉิงมู่รับรู้เื่นี้มากขึ้น เพราะวิชาปรับแต่งแกนอสูรที่มันเพิ่งร่ำเรียนมาในยามวิกาลที่น้องสาวหลับ มันได้เปิดประตูบานใหม่ในเวลานั้น
วิชาปรับแต่งแกนอสูรให้น้องสาว มันตัดสินใจใช้วิชาธาตุแสงของมารดาแทนที่จะเลือกใช้วิชาธาตุมืดของบิดา
ใช้พลังแสงศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างหมอกดำที่เปรียบเสมือนจิตชั่วร้ายของสัตว์อสูร ทำให้แกนอสูรอยู่ในสภาพบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็น แต่มันยังดูด้อยกว่าวิชาปรับแต่งแกนอสูรของธาตุมืดอยู่ขั้นนึง
วิชาธาตุมืดใช้วิธีการดูดซับพลังและจิตชั่วร้ายได้พร้อมกัน หรือสามารถดูดซับได้อย่างไรอย่างหนึ่ง ซึ่งจิตชั่วร้ายเป็ของชอบสำหรับผู้ใช้ธาตุมืด แต่วิชานี้มีความเสี่ยงพอสมควร หากผู้ใช้ธาตุมืดมีจิตใจไม่มั่นคงแข็งแรง ผู้ใช้วิชามีโอกาสโดนจิตชั่วร้ายของสัตว์อสูรครอบงำจิตใจเล่นงานได้
เฉิงมู่ตัดสินใจไม่เสี่ยงตอนนี้!
ม้วนคัมภีร์ลอยไปลอยมาเหมือนก้อนเมฆบนท้องฟ้า แต่ละม้วนเปล่งแสงสองสีสันเหมือนดวงดาว ฉากนี้ชวนให้หลงใหลและเคลิบเคลิ้มไปกับมัน
เฉิงมู่ที่จิตใจล่องลอย สายตาของมันเลื่อนลอย มันอยากปล่อยตัวตามสบาย จู่ๆมันนึกถึงการแข่งขันขึ้นมา
"ไม่ได้ ข้าต้องตั้งใจหาวิชาเหมาะสม" เฉิงมู่สะบัดหัวอย่างแรง มันยังไม่สามารถทำตัวเอื่อยเฉื่อยตอนนี้ได้
การแข่งขันของตระกูลสาขาเฉิงใกล้แล้ว ในพื้นที่จัดงานแข่งล้วนมีผู้คนมีหน้ามีตามากมายเข้ามารับชม เฉิงมู่ไม่สามารถเรียกเหล่าสมุนชั้นยอดทั้งสิบสามออกมาต่อหน้าสาธารณะได้ มันต้องตัดสินใจหาวิชาอื่นเพื่อปกปิดตัวตนแท้จริงและความลับพลังปราณธาตุ
ร้อยลมหายใจผ่านไป เฉิงมู่สาดส่องวิชานับร้อย นับพันผ่านสายตาทั้งสองข้าง แต่ละวิชาล้วนทรงอานุภาพ ทั้งร้ายกาจและเหนือความคาดหมาย
วิชาธาตุมืด ลึกลับซับซ้อนและลี้ลับอย่างหาที่เปรียบมิได้ มันให้ความรู้สึกสยองขวัญและน่าสะพรึงกลัว
วิชาธาตุแสง ทรงพลังและยิ่งใหญ่ พลังอานุภาพมันเหนือล้ำจินตนาการ มันยากจะหาคู่ทัดเทียมได้ง่ายๆ
เฉิงมู่ตัดสินใจสืบค้นวิชาธาตุแสงเป็หลัก เพราะ้าปกปิดตัวตนและลดการระแคะระคายไม่ให้คนอื่นสงสัย
แม้ว่าวิชาธาตุมืดจะลี้ลับและยากหยั่งถึงจนบ่งบอกถึงตัวตนของวิชาออกมาได้ง่ายๆ แต่เฉิงมู่้าหลีกเลี่ยงปัญหาทุกอย่างและลดความเสี่ยงให้มากที่สุด