“ฉันไม่ชอบพี่เขย...และดูเหมือนเขาจะมาหลอกพี่ฉัน”
“ถึงเขาเป็พี่คุณ..แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ ลิขิตชีวิตใคร ผมไม่รับ”
“แต่แม่นาย้า..การรักษานะ”
เ้าอินแอบเช็คข้อมูลจนรู้ว่า มารดาของรพี กำลังรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และมันเป็เหตุผลให้ผู้ชายคนนี้ ต้องเปลี่ยนการเรียนปกติ ไปเป็เสาร์อาทิตย์ในปีสุดท้ายของการเรียน
และที่สำคัญรพีต้องทำงานหนัก หวังเพียงหาเงินรักษาแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่กับเขา หลังจากเสียบิดาผู้ให้กำเนิดไป ั้แ่เขาอายุไม่ถึงห้าขวบ
“ขอตัวนะครับ”
“นายไม่ตอบตกลงวันนี้ แต่ฉันเชื่อว่านายจะติดต่อมาอีกไม่นาน..นี่”
เ้าอินยัดเยียดเบอร์ของตัวเองที่จดใส่กระดาษ ส่งเข้าในกระเป๋าเป้ของรพี แล้วก็รีบวิ่งจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มร่างหนาได้แต่มึนงง ยืนอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซน์คันใหญ่ ที่แม่ซื้อให้กับเขาในวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว
“โฮ..ไอ้ชัน..ฮอตจังว่ะมึง”
นนทรี หรือทรี เพื่อนสนิทเดินมาเจอ ถึงกับต้องแซว เพราะรู้จักเกียรติศักดิ์ ของคนที่เข้าหาเพื่อนของเขา ข่าวว่าเล่นตัวราวกับเทพ แต่ทำไมกลับมาสนใจรพี
“ฮอตบ้าอะไรมึง..เขามาจ้างกูทำงานโว้ย”
“จริงเหรอวะ!.ข้ออ้างหรือเปล่ามึง..คนนี้ทั้งหยิ่งทั้งปากจัด ด่ายับคนเข้าจีบ แต่นึกยังไงมาตามจ้างมึง”
“เขาเมตตากูมั๊ง”
“มึงคิดแบบนั้น”
“อื้อ!..ไปนะ..กูต้องรีบกลับไปทำงาน”
“เอ่อๆ ..ขับรถดีๆ มึง..ฝากความคิดแม่มึงด้วย มีเวลากูแวะไปเยี่ยม”
“อื้ม..ขอบใจมึง”
หลังจากล่ำลากับเพื่อนสนิท รพีก็รีบขับรถคู่ใจกลับเข้าบ้าน ซึ่งปกติหลังเลิกเรียนเขาจะขับรถรับส่งอาหาร เกือบสองทุ่มจึงจะกลับเข้าบ้าน แต่วันนี้เขาไม่เปิดแอปพลิเคชั่นรับงาน เพราะต้องรีบกลับไปทำงานที่แม่ของเขาทำมาตลอด จนล้มป่วย นั่นก็คืองานแปลหนังสือ
ซึ่งแม่ของรพีส่งเสียให้เขาถึงเรียนห้าภาษาั้แ่ยังเด็ก แม้จะเหนื่อยอยาก แต่เธอก็พยายามหาเงินส่ง แม้แรกๆ จะมีเงินประกันชีวิตของพ่อ ที่ส่งเขาเรียนจนมัธยมหก แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย แม่ก็เก็บเงินส่งเขา เข้าเรียนเกรดอินเตอร์เทียบเท่าลูกเศรษฐีไฮโซ หรือแม้แต่ลูกนักธุรกิจใหญ่ อย่างเ้าอิน
เวลาสี่ทุ่มในบ้านเช่าเก่าๆ ผุพัง ขนาดเล็กกลางซอย รพียังคงนั่งแปลหนังสือภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว แม้ในห้องนอนขนาดเล็กจะอบอ้าว มีพัดลมเก่าๆ เพียงตัวเดียว ที่คอยบรรเทาความร้อน ของอากาศคืนนี้
“ฝนจะตกหรือไงทำไมร้อนขนาดนี้”
ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ อย่างตั้งอกตั้งใจ จนไม่รู้ว่าเวลาเท่าไหร่ และเผลอไผลหลับไปั้แ่ตอนไหน มารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนนาฬิกาปลุกหกโมงเช้า วันนี้เขาจะต้องไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัด เพื่อรับฟังผลการรักษาของแม่
“สวัสดีครับคุณหมอ”
ทันทีเมื่อเจอหน้าคุณหมอ รพีก็รีบถามไถ่อาการ ในขณะที่คุณหมอวัยห้าสิบกว่า เอาแต่ชักสีหน้าเป็กังวล แสดงผลการรักษาอย่างรู้จุดจบ
“อย่างที่หมอบอกครั้งก่อนละครับ คนไข้อาการขั้น3แล้ว ที่นี่รักษาได้เพียงตามอาการ แต่ถ้าอยากจะได้ผลดีก็ต้องส่งไปที่ศูนย์เฉพาะทาง”
“ผมยังหาเงินไม่พอเลยครับ วันนี้ก็พึ่งส่งต้นฉบับ แต่รวมๆ แล้วก็ยังไม่ถึงครึ่ง คุณหมอพอจะมีลู่ทางไหมครับ”
รพีจ้องมองใบหน้าคุณหมอที่รักษามารดาของเขามากว่าครึ่งปีอย่างเช่นทุกครั้ง และคำตอบก็แสดงอยู่บนใบหน้าคุณหมอสูงวัย ที่เห็นอกเห็นใจคนไข้
“แม่ครับเป็ยังไงบ้างหิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า”
รพีเดินเข้าหามารดาที่เตียงคนไข้ หญิงวัยสี่สิบกว่า รูปร่างที่เคยสวยงามกลับซูบผอม ริมฝีปากแห่ง ใบหน้าซีดเซียว รูจมูกยังมีท่อออกชิเจนช่วยหายใจ ขณะที่ศีรษะผมหลุดร่วง เพราะผลข้างเคียงของเคมีบำบัด
“ไม่ละ..ซันผอมไปหรือเปล่าลูก”
“ไม่นะแม่..ซันกินเยอะมากๆ ่นี้”
“เก่งมากลูก”
“แม่!..ซันโตแล้วนะ ลูบแก้มซันเหมือนเด็ก”
“ฮ่าๆ แม่ลืมไป”
ซันแกล้งทำใบหน้างอน ราวกับเด็กซึ่งเขาทำเช่นนี้กับแม่เป็ประจำั้แ่ยังเด็ก และแม่ของเขาก็จะหัวเราะขำขันทุกครั้ง
“แคร๊กๆๆ”
เธอหัวเราะเพียงนิดเดียวก็ไอจนเจ็บเกร็งท้อง เพราะโรคร้ายกัดกินเนื้อข้างในจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“แม่ๆ ..แม่นอนพักก่อน”
รพีเห็นมารดา บิดเกร็งก็รีบเข้าไปพยุง ทั้งลูบหลังอย่างห่วงใย วันนี้อาการของแม่แย่กว่าทุกครั้งที่เขามา ปกติเขากับแม่นั่งคุยกันเป็ชั่วโมง แต่ตอนนี้ แต่เพียงไม่กี่คำแม่ก็เหนื่อยและเ็ปมาก
หลังจากเยี่ยมแม่เสร็จ เขาก็รีบเดินทางเข้าไปรับเงินที่โรงพิมพ์ที่เขาส่งต้นฉบับไปเมื่อเช้า ก่อนจะไปวิ่งรับส่งลูกค้า จนถึงสี่โมงเย็น จึงแวะเข้าไปช่วยอาโกเก็บร้าน โดยรับค่าแรงเพียงอาหารเหลือกับน้ำซุป เพื่อเอาไปเป็อาหารประทังชีวิต จะได้ไม่ต้องซื้อ
ชีวิตเด็กหนุ่มเป็อย่างนี้มาครึ่งปี ั้แ่แม่ป่วยเข้าโรงพยาบาล แม้ก่อนหน้าจะไม่ได้สุขสบาย แต่ก็ไม่ได้ลำบากถึงขนาดต้องรับจ้าง ทั้งวันยันดึก และกินอาหารเพียงข้าวต้มนำซุป แต่ก็ยังดีที่เฮียโกเมตตา คอยเก็บเนื้อเอาไว้ให้
จนวันที่แม่อาการหนัก หมอจำเป็ต้องส่งตัวคนป่วยไปยังศูนย์แพทย์เฉพาะทาง และรพีจำต้องกดเบอร์โทรหาเ้าอิน อย่างอยากลำบาก แต่สุดท้ายเขาก็ไร้ทางเลือก
“ผมต้องทำอะไร?”
รพีนัดเจอกับเ้าอินที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หลังจากเขาจัดการเื่แม่เรียบร้อย โดยได้รับเงินค่าจ้างจากเ้าอิน ช่วยจ่ายค่าย้ายโรงพยาบาล และส่งแม่ เข้ารักษาได้ทันเวลา
“ฉันพี่สาวของฉัน ให้เจอกับนายเย็นนี้ นายก็แค่ทำตามที่ฉันบอก”
“ผมถาม..”
“นายรับเงินแล้ว..ไม่มีสิทธิ์ถาม อย่าลืมนะ แม่นาย้าเงินรักษา”
เ้าอินไม่ได้สนใจสิ่งใด แค่ตัวเองอยากจะได้ในสิ่งที่้า ขณะที่รพีไร้หนทาง ได้แต่หวังว่ามันคงไม่เลวร้าย จนตัวเขาเดือดร้อน
แต่แล้วแผนการของเ้าอิน กลับกลายเป็จุดเปลี่ยนแปลงครั้งร้ายแรงที่สุดสำหรับชีวิตพวกเขา เมื่อเ้าอินจัดฉากให้พี่สาวนอนอยู่บนเตียงกับรพี
ซึ่งเ้าอินใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่มของพี่สาว แล้วจัดให้เธอนอนอยู่บนเตียง โดยมีรพีนอนอยู่ข้างๆ จากนั้นก็ส่งรูปไปให้บิดา มารดา และว่าที่พี่เขยได้ดู เพียงเพราะเขาอิจฉาพี่สาวที่มีทุกอย่าง ในขณะที่ตัวเอง แม้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่ก็มีแม่ที่ได้ชื่อว่า..เมียน้อย
แคร๊ง! แก้วน้ำตกกระแทกพื้น เสียงดังลั่นบ้านหรูขนาดใหญ่ สมกับเป็เ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
“นี้มันอะไรกันเพียงอาย”
คุณไพศาล ชายวัยห้าสิบกว่าๆ บิดาของ เพียงอายและเ้าอิน เขาส่งเสียงดังลั่นบ้าน หลังจากเขาได้รับรูปถ่ายของลูกสาว ที่หมั้นหมายกับลูกชายนักธุรกิจ
ซึ่งทั้งสองก็คบหาดูใจกันมานานหลายปี จนตอนนี้จวนเจียนจะมีพิธีแต่งในอีกไม่ช้า แต่กลับมีภาพลูกสาวของตน นอนอยู่กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ทำเอา ผู้เป็พ่ออดที่จะโมโหบุตรเสียไม่ได้
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณพ่อ..เ้าอินเป็พยานได้”
เพียงอาย หญิงสาวสวยรูปร่างดี มีส่วนละม้ายกับเ้าอินอยู่มาก หาก แต่เธอสวยคมั์คม มากกว่าเ้าอินที่ใบหน้าละมุนชวนมอง เหมือนมารดาชาวเกาหลี
หญิงสาววัย24ปีร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ เพราะเมื่อวานเธอมีนัดทานอาหารกับน้อง และเพื่อนที่มาด้วยกัน ในจังหวะตอนเดินทางออกจากร้านอาหาร เธอรู้สึกมีอาการวูบไหว
จนมารู้ตัวอีกครั้ง ก็เมื่อน้องของเธอปลุก พร้อมกับภาพตรงหน้า คือโรงแรมม่านรูด และเธอนอนอยู่บนเตียง แม้จะยังสวมใส่เสื้อผ้าแต่ก็ดูหลุดลุ่ย
“คือ..”
เ้าอินนั่งเสแสร้งทำใบหน้าเศร้าโศก ประหนึ่งร่วมรับผิดกับพี่สาว ในขณะที่บิดาก็เอาแต่โมโหจนตัวสั่น เขารักและเลี้ยงดูลูกทั้งสองมาเป็อย่างดี จนไม่คิดว่า จะมีเื่น่าอับอายเช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาได้
“แกไม่ต้องพูดแทนพี่แกเลยเ้าอิน..พี่สาวแกทำตัวต่ำทราบ มันก็เป็ความผิดของพ่อกับแม่ที่เลี้ยงลูกไม่ดี”
“ไม่นะคุณพ่อ..อาย..เอง อายเองที่ดูแลตัวเองไม่ดี อายขอโทษ”
หญิงสาวรู้สึกเสียใจและเ็ป จนร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่คนวางแผนการทั้งหมดได้แต่นั่งมอง พ่อแม่ลูกร้องไห้ระงมอยู่ตรงหน้า อย่างสาแก่หัวใจ แต่ใครจะรู้ลึกๆ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดมาไกลขนาดนี้ เพียงเพราะอยากให้ทุกคนรู้ว่าเขามีตัวตน และสำคัญกับบ้านนี้
“ขอโทษค่ะ..คุณ”
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ ในห้องโถงขนาดใหญ่ แม่บ้านเก่าแก่รีบเดินเข้ามา พร้อมนำพาชายหนุ่มคนหนึ่ง เดินตามเข้ามาอย่างถือวิสา เพราะความรีบร้อนใจ
ในขณะที่ความสาแก่ใจของเ้าอิน ได้ดับวูบลงทันที เมื่อเห็นคนหนึ่งที่เดินตาม คุณมาแม่บ้านเข้ามา
...........................................................................