“อีกสองเดือนข้าก็จะอายุสิบสองปี..”
“ข้าอยากบรรลุระดับขั้นรวบรวมลมปราณเสียเหลือเกิน!” น้ำเสียงของจิ่งหลินเจือความมุ่งมั่นไม่สั่นคลอน เจตจำนงทะลุฟ้า!
“พี่สาวผิงเย่ว ยามนี้าแของท่านเกือบหายดีแล้ว”
“ให้ข้า..ช่วยส่งจดหมายให้คนของท่านดีหรือไม่” จิ่งหลินเสนอความช่วยเหลือแก่เด็กสาว
เขาจะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าที่มาที่ไปของเด็กสาวหาได้ธรรมดาสามัญ
“เ้าไม่ต้องห่วงหรอกเด็กน้อย คนของข้าคงใกล้มาถึงแล้วกระมัง” เด็กสาวกล่าวตอบเจือแววหยอกล้อ
“ข้าไม่ใช่เด็กน้อยนะ ถ้าเ้ายังล้อข้าอีก ข้าจะไม่ทนแล้วนะ”
“ถ้าเ้าทนไม่ได้ เ้าจะทำอะไรข้ารึเด็กน้อยหรือว่า…” ผิงเย่วกล่าวหยอกพลางนำแขนทั้งสองข้างกอดอก ก้าวถอยหลังราวกับกลัวว่าจิ่งหลินจะทำมิดีมิร้าย
“เ้า..” จิ่งหลินมุมปากกระตุกใบหน้าแดงแจ๋ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ฮ่า ฮา ฮ่า เด็กสาวกลั้นขำไม่ไหว ะเิเสียงหัวเราะออกมา
ทั้งสองนั่งพูดคุยเจือยแจ้วหน้าถ้ำทอดสายตามองดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า
“เซี่ยจิ่งหลิน ในนามของนายหญิงน้อยแห่งตระกูลผิงไม่สิ ในนามของพี่สาวผิงเย่ว หากเ้ามีเื่ใดที่ยากรับมือในอนาคต ข้ายินดีช่วยเ้าสุดความสามารถรับนี่ไปสิ” เธอส่งจี้หยกทรงกระบี่สีฟ้าครามที่ห้อยคอมอบให้เด็กชาย
“นี่คือ..” จิ่งหลินถามด้วยความฉงนเพราะระบบมีปฏิกิริยาบางอย่าง ส่งเสียงเตือนเขาในห้วงจิต
[ตรวจพบผลึกต้นกำเนิดวารีคราม]
[สามารถเพิ่มระดับความบริสุทธิ์ของลมปราณได้20%]
!! เด็กชายอดใไม่ได้!
“นี่คือจี้หยกประจำตัวข้าหากเ้ามีเื่ให้ข้าช่วย เพียงนำของสิ่งนี้ไปเยือนตระกูลผิง” ผิงเย่วดวงตาเป็ประกายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าช่วยท่านไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน”จิ่งหลินกอดอกวางมาดเคร่งขรึม เผยแววทรงคุณธรรม
“อืม งั้นก็ตามเ้าว่า”เด็กสาวทอดถอนใจ ชักมือที่ถือจี้หยกกลับ
ฟึ่บ
ที่เร็วกว่านั้นคือมือของเด็กชายที่เร็วดุจสายฟ้าเก็บจี้หยกเข้าอกเสื้อของตนเรียบร้อย
“ในเมื่อเป็น้ำใจของพี่สาวข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร โฮะ ฮ่า ฮา” จิ่งหลินลูบจมูกแก้เขินพลางหัวเราะกลบเกลื่อน
ระบบ “[…]”
ทันใดนั้นเอง ห้วงอากาศปั่นป่วนกฎเกณฑ์มิติโดยรอบถูกฉีกกระชากราวกระดาษเปื่อย!
หญิงวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นเหนือปากถ้ำ
นางมองมายังเด็กสาวจากนั้นเคลื่อนสายตาจับจ้องจิ่งหลิน
อึ่ก!
เด็กชายก้าวถอยหลังสองก้าว รู้สึกราวกับถูกจ้องโดยสัตว์ร้ายาใบหน้าซีดขาว
ราวกับชะตาของตนถูกกุมอยู่ในมือของหญิงวัยกลางคนผู้นั้น!
“ท่านป้า อย่านะ!” ผิงเย่วะโบอกหญิงวัยกลางคนกลัวว่านางจะสังหารจิ่งหลิน
นางคือผิงซวี่ฉี พี่สาวของผู้นำตระกูลผิงอันลึกลับและเป็ป้าแท้ๆของผิงเย่ว
คราแรกที่ผิงซวี่ฉีมองมายังเด็กน้อยทั้งสองก็รับรู้ได้ถึงความสนิทสนมที่เกิดขึ้นบ้างแล้ว
“ท่านป้า ท่านแม่..เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” ผิงเย่วเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ
“แม่เ้าปลอดภัย ไม่ได้รับอันตรายร้ายแรงศัตรูที่ตามล่าเราถูกจัดการหมดแล้ว” หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งขณะที่จ้องมองจิ่งหลินไม่วางตา
“คารวะผู้าุโ ข้ามีนามว่าเซี่ยจิ่งหลินเป็ศิษย์สายนอกของสำนักศาสตราวุธเหอหยางขอรับ”จิ่งหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เขาตกตะลึกในใจทันทีที่เขารู้จากระบบว่าคนตรงหน้ามีระดับการฝึกปราณที่สูงจนน่าเหลือเชื่อก้าวถึงระดับปลายยอดของระดับการฝึกปราณสี่ขั้นใหญ่!
ระดับบ่มสร้างหน่อยุทธ์ขั้นปลาย!
เป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดนับั้แ่ที่จิ่งหลินพบเจอมา!
ควรรู้ว่าในการทะลวงระดับปราณในแต่ละขั้นเหมือนดั่งการท้าทายเจตจำนง์
ขั้นแรกคือรากฐานบ่มเพาะที่ต้องฝึกกายเนื้อให้ถึงขีดสุด มีสี่ขั้นย่อยคือ ขั้นกระดูกควบกลั่นแร่ธาตุ เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกให้แข็งแกร่งดุจโลหะ ขั้นกล้ามเนื้อรีดเร้นขัดเกลาเส้นไยกล้ามเนื้อให้ถึงขีดสุด ดั่งการสานเชือกร้อยหวายอย่างแ่า ขั้นเส้นเอ็นผสานเอ็นทั่วร่างอย่างไหลลื่น ดุจเกาทัณฑ์ขึงตึงมิมีวันขาด ขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกขุมพลังของร่างกาย พร้อมะเิูเาเผากระท่อม!
ขั้นที่สองคือ รวบรวมลมปราณหรือปราณต้นกำเนิด อันประกอบไปด้วยสี่ขั้นย่อยคือขั้นต้น รวบรวมปราณธรรมชาติได้ราวหนึ่งกระบวยใช้เสริมความแข็งแกร่งของร่างกายได้ ขั้นกลาง รวบรวมปราณธรรมชาติได้ราวสิบกระบวยเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายได้มากขึ้น ขั้นปลายรวบรวมปราณธรรมชาติได้ราวหนึ่งโอ่งเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายและส่งผ่านลมปราณออกภายนอกร่างกายได้ ขั้นสมบูรณ์รวบรวมปราณธรรมชาติได้ราวสิบโอ่ง เสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย ควบคุมและส่งผ่านลมปราณออกภายนอกร่างกายและเคลือบปราณที่อาวุธได้!
ขั้นที่สามคือ ขั้นหลอมปราณแท้จริงอันประกอบไปด้วยสี่ขั้นย่อยเช่นเดียวกันซึ่งปู่ของเด็กชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็หนึ่งในสามสุดยอดปรมาจารย์กระบี่แห่งมณฑลพฤกษาอาคเนย์ก็บรรลุเพียงระดับสมบูรณ์ของขั้นหลอมปราณแท้จริงเท่านั้น!
แต่หญิงวัยกลางคนตรงหน้า..กลับบรรลุระดับบ่มสร้างหน่อยุทธ์ขั้นปลาย!
หากยามนั้นมียอดยุทธที่มีความแข็งแกร่งระดับนี้ที่ตระกูลเซี่ยล่ะก็บางทีเื่ราวคงมิเป็เช่นนี้
จิ่งหลินตระหนักได้ถึงความอ่อนแอของตน และสัจธรรมที่มิอาจปฎิเสธได้เื่หนึ่งของยุทธจักร..
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก!ผู้แข็งแกร่งที่สุดจักทุกอย่าง!
“เย่วเอ๋อร์ได้เวลากลับแล้ว” ผิงซวี่ฉีเอ่ยด้วยนำเสียงราบเรียบ
เด็กสาวรู้ว่าตนต้องกลับแล้วจึงอดทอดถอนใจมิได้
“น้องจิ่งหลิน ยามหน้าหวังว่าเ้าจะมาเยี่ยมข้าที่ตระกูลบ้างนะภายในหนึ่งร้อยปีที่ตระกูลผิง..” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเจือแววคาดหวังบางอย่าง
“หากมีโอกาสข้าต้องไปเยี่ยมเยือนท่านแน่นอน” เด็กชายคิดครู่หนึ่งก่อนตอบกลับผิงเย่ว
เขารู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวพูดต้องมีเงื่อนงำบางอย่างไม่ใช่เื่ที่เรียบง่ายปานนั้นแน่นอน
“เ้าสัญญาแล้วนะ หากเ้าไม่มา ข้าคง..”ผิงเย่วโน้มตัวหาเด็กชายกระซิบข้างหูแ่เบาพร้อมกับหอมแก้มเด็กชายโดยมิทันตั้งตัว
กลิ่นหอมของเด็กสาวราวดอกกล้วยไม้พาทำจิตใตเตลิดเตลิง
“ฮิฮิ เ้าเด็กบื้อ” นางกล่าวด้วยท่าทีขวยเขินแต่สายตาจับจ้องที่จิ่งหลินไม่หยุด
จากนั้นหญิงวัยกลางคนจึงพานางจากไปท่ามกลางแสงอาทิย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า
คงมีเพียงจิ่งหลินที่รู้ว่าคำสัญญาก่อนจากนั้นมีความสำคัญต่อเด็กสาวเพียงใด..
บางทีอาจสำคัญสำหรับตนด้วยก็เป็ได้!