“นายเจ๋ง”
“ทานสิครับคุณอิน ถ้าอร่อยก็ต้องทานให้หมดนะ”
“อืม” อินทุอรตักมาม่ามาเคี้ยวๆ กลืนๆ เข้าไปในลำคอความรู้สึกอร่อยยังคงอยู่ พร้อมความรู้สึกบางอย่างแทรกซึมเข้าในหัวใจ
"น้ำครับ" เเก้วน้ำถูกวางลง
"ไม่มีน้ำเย็นเหรอ" ถ้าได้ดื่มน้ำเย็น คงทำให้อินทุอรรู้สึกสดชื่น
"คุณก็เห็นว่าบ้านของผมมันไม่มีตู้เย็น" มันเคยมี เเต่ตอนนี้มันพังถ้าจะซ่อมก็ไม่คุ้มค่า เเต่หากจะซื้อใหม่ คงต้องรอให้เขาเรียนจบมีงานการดีๆทำในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า
ตอนนี้ต้องทนไปก่อน
เจตพลทำความสะอาดจานชามเรียบร้อยส่วนหญิงสาวนั่งเอนตัวเหมือนคนจะหลับ
“ง่วงเหรอ ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านเถอะครับ”
“มันดึกแล้วนะ ฉันไม่กล้าขับรถกลับคนเดียวหรอก” เกิดรถเสียมีปัญหากลางทาง อินทุอรไม่แย่หรอกเหรอ
“ถ้าอย่างนั้น ผมนั่งไปเป็เพื่อนก็ได้”
“แต่ฉันง่วงแล้วนี่”
“ผมขับให้ก็ได้” ชายหนุ่มหว่านล้อมคนเ้าเหตุผลไว้ทุกทาง
“รู้หรอกน่า นายรังเกียจฉันใช่ไหมล่ะ”
“นี่ครับ กระเป๋าคุณอิน” เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านคำพูดประชดประชันพวกนั้นเจตพลนะเหรอรังเกียจความรู้สึกของเขาที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้าห่างไกลกับคำว่ารังเกียจอยู่มากโข
ความเหมาะสม
ความเหมาะสมต่างหากที่วนเวียนในความคิดตอนนี้รถหรูมาจอดเทียบหน้าบ้าน มีหญิงสาวแสนสวยอยู่ในบ้านกับเขาตามลำพังนานหลายชั่วโมงถ้าหากตื่นเช้ามา ชาวบ้านละแวกนี้ยังเห็นอินทุอรอยู่กับเขาอีกเธอจะมีแต่เสียกับเสีย
ส่วนเขาไม่มีผลกระทบอะไรหรอกก็แค่มอเตอร์ไซต์รับจ้างโนเนม ชนชั้นรากหญ้าของประเทศ แต่สำหรับอินทุอร...เธอไม่ใช่
เจตพลเคยขับรถบรรทุกแก็สและข้าวสารตะเวนส่งทั่วกรุงเทพรถที่ขับเป็รถกระบะ นี่จึงเป็ครั้งแรกที่ได้ขับรถเก๋งเกียร์ออโต้ความแตกต่างอยู่ที่ระบบเกียร์ของรถ ส่วนทักษะการขับขี่อย่างอื่นเหมือนกัน
“นายขับรถนิ่มดีนะ” เขาขับไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็ว
“บ้านคุณอยู่ในซอยสุขุมวิท xx ใช่ไหม”
“นายรู้ได้ยังไง”
“ก็คืนนั้นคุณบอกให้ผมไปส่งที่นั่น แต่พอไปถึงหน้าปากซอยคุณกลับเมาพูดจาไม่รู้เื่ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ผมไม่รู้จะทำอย่างไงก็เลยตัดสินใจพาคุณกลับไปที่บ้านของผมก่อน”
“แฮ่ แฮ่ เื่คืนนั้น ฉันขอโทษนะนายเจ๋ง”
“ไม่เป็ไร” ประโยคเดิมๆ ที่เจตพลมักพูดอยู่ซ้ำๆ
“ใช่ บ้านของฉันอยู่ในซอยนั่นแหละ แต่คืนนี้เราจะไม่ไปที่นั่น”
“อ้าว ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหน” เที่ยงคืนสี่สิบห้านาทีหน้าจอแอลอีดีบอกเขาเช่นนั้น
“คอนโด”
เจตพลกลับรถแล้วขับไปตามทางคอนโดที่เธอบอกเป็คอนโดที่เขาเคยขับผ่านอยู่บ่อยครั้ง ทำเลทอง สูงเสียดฟ้ามูลค่าคงมหาศาล
“นี่ครับกุญแจ” เขาส่งมันให้เ้าของ
“นายจะขึ้นไปดื่มน้ำ ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนก็ได้นะฉันตั้งใจจะทำแผลที่หน้าผากให้ด้วย” อินทุอรกระดี๋กระด๋าใหญ่
“ไม่เป็ไรครับ ผมกลับเลยก็แล้วกัน” ชายหนุ่มหันหลังกลับทันทีระหว่างเขากับเธอ ไม่มีความจำเป็ที่จะพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ของเธอเจตพลทำหน้าที่ที่ควรกระทำสิ้นสุดลงแล้ว
“นายเจ๋ง นี่นาย เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยวก่อน” อินทุอรแหกปากร้องแต่ก็เปล่าประโยชน์ เมื่อชายหนุ่มไม่หันกลับมา
“หืมมม” ทายาทหมื่นล้าน เ้าของคอนโดมูลค่าหลายสิบล้านกระฟัดกระเฟียดอยู่ๆ เธอเกิดอารมณ์เสียขึ้นมาซะอย่างนั้น
“นายเจ๋ง นายชอบขัดใจฉันตลอดเลย” เขาขรึม นิ่งเหมือนจะยอม แต่จริงๆแล้ว นายกวนประสาทนั่น ไม่เคยยอมเธอจริงๆสักครั้งเลย
เลิกเรียนก็ต้องรีบกลับบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเย็นนี้เขาต้องวิ่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพราะเมื่อวานขาดรายได้ไปทั้งวัน
“ไอ้เจ๋ง ไอ้เจ๋งกลับมาแล้วเหรอ มาดูนี่เร็ว”
“อะไรพ่อ” เสียงของบิดาชวนตื่นเต้นจนเจตพลต้องคิ้วขมวด ยิ่งตอนที่เขาก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน วัตถุสีเทาที่เด่นตระหง่าน
ยิ่งทำให้น่าแปลกใจ
“ตู้เย็น”
“สวยใช่ไหมล่ะลูก” นางปทุมเปิดเข้าเปิดออกั้แ่ตอนเที่ยงถึงตอนเย็น นางเปิด-ปิดไม่ต่ำกว่า 30 รอบ
สวยใหญ่ เย็น ดูดี ถูกใจนางจริงๆ
“แม่ แม่เอาเงินจากไหนไปซื้อ มือขึ้นเหรอครับ” ไม่น่าจะใช่ปกติมารดาของเขาได้เสียในบ่อนการพนันหลักร้อย สูงสุดไม่เคยถึง 2,000 บาท และส่วนใหญ่ที่เข้าไปเล่นการพนันนางปทุมจะเสียมากกว่าได้ก็ตาม
“เขาเอามาส่ง พ่อกับแม่จะมีปัญญาซื้อได้ยังไงเล่า”
“ใครครับ”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ขนส่งเขายืนยันหนักแน่นว่าต้องส่งบ้านของเราพ่อกับแม่เห็นว่าไม่ต้องเสียตังค์สักบาท ก็เลยเซ็นต์ๆ รับๆ มา” ถ้าเกิดส่งผิด ก็ไม่ใช่ความผิดของนางเหมือนกัน
“เย็นมากไอ้เจ๋ง ดูนี่สิ มีที่ทำน้ำแข็งด้วย พูดแล้วก็เปรี้ยวปากไปซื้อเบียร์มาแช่สักขวด สองขวดดีกว่า”
“พ่อมึง ซื้อมาเผื่อแม่สักขวดด้วยก็ดีนะ” นางปทุมอ้อน
“ได้สิจ๊ะ แม่ทูนหัวของผัว” นายประเสริฐขานรับผัวเมียวัยดึกหยอกล้อไม่เกรงใจใคร
เจตพลมองตู้เย็นขนาดใหญ่ตรงหน้า...เขาไม่สบายใจเมื่อพอจะคาดเดาที่มาที่ไปของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้ได้
กริ่งกริ่ง กริ่ง
“ว่าไงจี๊ด” บ่ายวันหนึ่งเจตพลรับสายจากน้องสาว
“พี่เจ๋ง ขับวินอยู่หรือเปล่าพี่”
“อืม กำลังนั่งรอลูกค้าในคิว” วันนี้เขามีเรียนแค่่เช้าเที่ยงวันจึงเริ่มต้นหารายได้โดยไม่รีรอ
“พี่เจ๋ง ช่วยอะไรน้องหน่อยสิพี่”
“จะให้ช่วยอะไรก็ว่ามาสิ” แน่นอนว่าเจตพลพร้อมช่วยเหลือจีราวรรณผู้เป็น้องสาวทุกเมื่อไม่ว่างานหนัก งานเบา เขาพร้อมเสมอ
ก็มีกันแค่สองคนพี่น้องนี่จะให้ทอดทิ้งได้ยังไง
“คืองี้พี่ เ้านายจะให้จี๊ดกับเพื่อนย้ายบูทที่ทำงานจากชั้นสองลงไปชั้นจีต้องย้ายภายในวันนี้วันเดียวด้วย จะได้ทันขายของวันพรุ่งนี้ต่อพี่เจ๋งมาช่วยจี๊ดหน่อยนะพี่ เ้านายมีค่าแรงให้ด้วย 4,000พี่เจ๋ง จี๊ด เพื่อนจี๊ดและแฟนมันอีกคน แบ่งกันคนละพัน”
“ได้สิ จะให้พี่ไปตอนนี้เลยหรือเปล่า”
“มาถึงห้างตอน 2 ทุ่มตรงนะพี่ จะย้าย่ 2-4 ทุ่ม ่นั้นคนเริ่มซา”
“อืม ตกลง”
“ขอบคุณมากนะพี่เจ๋ง พี่เจ๋งของจี๊ดน่ารักที่สุดเลย”
“ไม่เป็ไรน่า เื่เล็กแค่นี้เอง” เจตพลคุยโทรศัพท์พร้อมยิ้มอบอุ่นจีราวรรณเป็น้องสาวที่ห่างกับเขาแค่ปีเดียว เราสนิทกันมากเมื่อก่อนเธอเคยเรียนมหาลัยเดียวกับเขาแต่หลายเดือนก่อนมีเหตุให้ต้องลาออกจากมหาลัยกะทันหันจีราวรรณจึงเริ่มต้นด้วยการสมัครงานเป็พนักงานขายสินค้าประจำบูทเล็กๆ ในห้างดังและย้ายไปเช่าหอใกล้ๆที่ทำงาน
จะว่าไป...ห้างดังแห่งนั้นคือห้างเดียวกันกับพ่อแม่ของอินทุอรเป็เ้าของ
ถ้ารู้ว่าต้องเจอผู้ชายห่วยๆคนนี้อินทุอรสัญญาเลยว่าจะไม่กลับเข้าบ้านเป็อันขาด
“ยัยอิน ใกล้จะจบแล้วใช่ไหม”
“อีก 2-3 เดือนค่ะน้าเชอรี่” อินทุอรตอบคำถามลูกพี่ลูกน้องของมารดาขณะที่นั่งรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมหน้าครอบครัว
“ดีจริง ถ้าอย่างนั้นเรียนจบก็ไปช่วยพ่อ ช่วยน้าที่ห้างของเราสิหรือว่าอยากเรียนต่อ”
“โธ่ น้าเชอคะ อินยังไม่อยากทำงาน ไม่อยากเรียนต่อนี่คะ ขอพักผ่อนสักปี 2 ปี ไม่ได้เหรอ”
“คุณพี่ทั้งสองว่ายังไงคะ” เชอรี่สอบถามพี่สาวและพี่เขยของตนเอง
“ก็ปล่อยไปก่อน คนมันยังไม่อยากทำงาน” เ้าสัวภาคภูมิภักดีเลิศวัฒนา ประธานกรรมการบริหารห้างหรู ในฐานะบิดาของอินทุอรตอบอย่างเรียบง่าย
“พี่ลิลล่ะคะ”
“พี่ก็ตามใจลูกเหมือนกัน” มารดาเองก็เข้าข้างลูกสาว
“น้องอินโชคดีจังเลยนะครับ ที่คุณน้าทั้งสองใจดีแบบนี้” แขกของบ้านภักดีเลิศวัฒนาแสดงความคิดเห็นขึ้นมากลางโต๊ะ
“แต่เชอคิดว่า ถึงไม่ได้ก้าวไปทำงาน ก็ควรมีตำแหน่งรองรับยัยอินของเรานะคะ”ยังไงก็ต้องดึงทายาทรุ่นต่อไปเข้าไปแทรกซึมอยู่ในบอร์ดบริหารก่อน
“น้าเชอคะ แค่ปี 2 ปีเองอินขออิสระนิดหน่อยไม่ได้เหรอคะ” อินทุอรนับถือและเกรงกลัวน้าสาวของตนมากเนื่องด้วยถูกพ่อแม่ตามใจั้แ่เด็กจนเสียนิสัย แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 7-8ปีก่อน ตอนที่น้าเชอรี่กลับมาจากอเมริกามาอยู่เมืองไทยถาวรน้าเชอเข้ามาเข้มงวด อบรม สั่งสอน จนเธอหงอย
แต่จริงๆแล้วอินทุอรหงอยต่อหน้าคุณน้าแสนสวยเท่านั้นแหละ ลับหลังญาติผู้ใหญ่คนนี้ เธอยังแสบยังซ่าส์ และเอาแต่ใจเก่งเหมือนเดิม
“น้าก็ให้อิสระนะจ๊ะ แต่อินต้องมีชื่อเป็หนึ่งในบอร์ดบริหารประชุมวิสามัญ่ปลายปีเดี๋ยวเชอจะเป็ผู้เสนอเื่นี้กับผู้ถือหุ้นเองนะคะพี่ภาค”
“อะ เออ เออ เอาสิ” ภาคภูมิแทบข้าวติดคอเื่ความเด็ดขาด ต้องยกให้เชอรี่ เ้าของตำแหน่งผู้จัดการใหญ่คนนี้นี่แหละ
“อาเชอรี่ โหดเหมือนที่น้องอินบอกผมจริงๆนะครับ”
“ยัยอินพูดอย่างนั้นเหรอบ๊อบบี้”
“ไม่จริงนะคะคุณน้า” อินทุอรแย้งคำพูดของบดินทร์ภัทรเธอไปพูดกับเขาตอนไหน
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ” บดินทร์ภัทรรีบแก้ตัวเขาส่งยิ้มกวนๆไปให้อินทุอร สลับกับเชอรี่ผู้ที่มีศักดิ์เป็ญาติฝ่ายบิดาของเขาเช่นกัน
เชอรี่คนนี้แหละที่ช่วยผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างบดินทร์ภัทรและอินทุอรเนื่องจากเด็กๆทั้งสอง ต่างเคารพและรักหล่อนมาก
ตกเย็นเชอรี่ชวนหลานๆมาเดินเล่นในห้างของครอบครัว ช็อปปิ้งเดินดูความเรียบร้อยของสถานที่ ได้ทั้งทำงาน ได้ทั้งเพลิดเพลิน
“ขอบคุณมากนะคะน้าเชอ อินรักน้าเชอที่สุดเลย” อินทุอรพนมมือไหว้กลางอกวันนี้คุณน้าซื้อกระเป๋าที่อยากได้ให้เธอด้วยแหละ รุ่นนี้เธอเล็งๆ ไว้ั้แ่แฟชั่นวีคที่ปารีสเมื่อต้นเดือนก่อน
“ไม่เป็ไรจ้ะ สำหรับหลานสาวสุดน่ารักของน้า”
“อาเชอใจดีกับน้องอิน แล้วไม่ใจดีกับผมบ้างเหรอครับ”
“อ้าว แล้วเราอยากได้อะไรล่ะตาบ๊อบบี้ เดี๋ยวอาจัดการให้” เชอรี่เกรงว่าหลานชายจะน้อยใจ
“ผมล้อเล่นครับอา ผมไม่อยากได้เป็สิ่งของหรอกครับแค่ผมเห็นน้องอินยิ้มและมีความสุข ผมก็ชื่นใจแล้วครับ” อินทุอรหน้าไหม้กับคำพูดชวนคลื่นไส้ของบดินทร์ภัทร
“ว้าย เด็กๆสมัยนี้ จีบกัน หยอดกัน ต่อหน้าผู้ใหญ่เชียวเหรอจ้ะ”
“ก็แค่แซวเองครับอา”
“จ้ะ จ้ะ อาก็ไม่ได้ว่าอะไร แซวกันไปแซวกันมาน่ารักดีออกแต่บ๊อบกับยัยอินยังเด็ก จะทำอะไรก็ต้องอยู่ในกรอบ กฎของผู้ใหญ่เข้าใจมั้ย”เชอรี่ไม่ว่า แต่นางมีวิธีการที่ชัดเจน
ยังไงเสีย...ถ้าทั้งคู่คบหากันก็ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่อย่างใกล้ชิด เหมือนการมาเดินห้างวันนี้ ภาคภูมิและลิลลี่ไม่ขัดข้องเพราะเห็นว่านางมาด้วย
“ยัยอิน หิวหรือยัง”
“หิวสิคะ หิวจะแย่อยู่แล้ว” อินทุอรลูบท้องน้ำเสียงออดอ้อนน้าสาวเหมือนวัยเด็กไม่ผิดเพี้ยน
“ถ้าอย่างนั้นมื้อนี้ผมขอเป็เ้าภาพนะครับ ทานอาหารญี่ปุ่นที่ชั้นจีดีกว่า”
“ก็ดีนะ ยัยอินกับอาชอบกินอาหารญี่ปุ่นที่สุด ไปกันลูก...”
“ค่ะ/ครับ” อินทุอรรับคำไม่อิดออดแม้จะลำบากใจที่มีบดินทร์ภัทรร่วมอยู่ด้วย แต่เธอเลือกที่จะมองข้ามทายาทห้างแห่งนี้เลือกพูดคุย ใส่ใจเฉพาะคุณน้าคนงามของเธอเท่านั้น
อาหารญี่ปุ่นนำเข้าเกรดพรีเมี่ยม วัตถุดิบไม่แตกต่างให้บรรยากาศเสมือนทานอยู่ในแหล่งกำเนิด
“ทานเยอะๆนะครับน้องอิน พี่ว่าน้องอินผอมไปนะครับ”
เสือก...ไม่เข้าท่า อินทุอรคิดในใจ
“นั่นสิยัยอิน น้าว่าเราน่ะชักจะเหลือแต่กระดูกเข้าทุกวัน”
“แฮ่ แฮ่ ค่ะคุณน้า อินจะทานเยอะๆค่ะ” แต่เมื่อเป็ความหวังดีของเชอรี่อินทุอรไม่เคยคิดในแนวลบเลย
อินทุอรคีบเนื้อปลาโทโร่เข้าปาก เนื้อโกเบ A5ตั้งใจจะกินให้ลืมผอมไปเลย
เพล้ง เคล้ง เคล้ง
เสียดังจากด้านนอกทำให้ความอร่อยละมุนลิ้นหายไปนอกจากลูกค้าในร้านญี่ปุ่นเ้าดังจะหันไปมองเป็ตาเดียวแล้วผู้คนที่เดินสัญจรอยู่บางตาก็มองไปยังแหล่งกำเนิดเสียง
“ยัยจี๊ด เจ็บหรือเปล่า” เจตพลวางชั้นวางของขนาดใหญ่ลงมุ่งตรงไปดูอาการน้องสาวด้วยความเป็ห่วง
จีราวรรณสะเพร่าทำแก้วโหลแตก 1 ใบที่สำคัญมันยังพลั้งมาบาดมือจนเืซึม โดนถากๆ เธอไม่เจ็บเท่าไหร่หรอกพนักงานสาวใและอับอายสายตาผู้คนมากกว่า
“คนพวกนี้มาทำอะไรกัน ต้องจัดการสักหน่อยแล้ว” ผู้จัดการใหญ่ของห้างหรูไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ส่วนอินทุอรและบดินทร์ภัทรตัวชา หน้าชา เมื่อเห็นใบหน้าของหนุ่มสาว 2 คนที่อยู่ด้านนอกห้องกระจก มารู้ตัวอีกที หนุ่มสาวไฮโซก็เห็นน้าเชอรี่เดินออกไปชี้นิ้วสั่ง ใบหน้าเชิงตำหนิอยู่นอกร้าน
“ทำอะไรกันนะ”
“อะ เออ เออ คุณเชอรี่ สวัสดีค่ะ” จีราวรรณยกมือไหว้แม้จะเจ็บเธอแทบลืมหายใจ นอกจากซวยทำของร้านเสียหายแล้วเธอยังซวยมาเจอเ้าของห้างสุดเนี๊ยบเข้าอีก
ตายแน่ ตายแน่ๆ ไอ้จี๊ดเอ๊ย
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าจี๊ด”
“ฟังบ้างสิ ฉันถามว่าพวกเธอทำอะไรกัน จะย้ายของพวกนี้ไปไหน เธอเป็พนักงานขายที่นี่ใช่ไหม”เชอรี่มองป้ายพนักงานปราดเดียวก็รู้ว่ามาจากร้านไหน บูทใดภายในห้าง
“หนูขอโทษค่ะคุณเชอรี่ หนูจะรีบเก็บกวาดของพวกนี้ให้เรียบร้อยค่ะ”
“ตามให้แม่บ้านมาเก็บกวาด ส่วนพวกเธอถ้าคิดจะย้ายของให้ย้ายหลังสี่ทุ่มหรือไม่ก็ย้ายตอนเช้าก่อนห้างเปิดไม่ใช่มาทำอะไรโดยพละการ” ชุ่ยจริงๆกฎระเบียบภายในห้างมีไว้ชัดเจน แต่ก็มีคนพยายามฝ่าฝืน ไม่รักษากติกา
“เธอน่ะ เป็พนักงานของร้าน PPG Beauty สินะ” ผู้รักษากฎอย่างเชอรี่ไม่เคยปล่อยผ่านสักเื่
“ยัยจี๊ด พี่ว่า”
“พี่เจ๋ง ไม่เป็ไรพี่ จี๊ดไม่เป็ไร” เจตพลมองน้องสาวยืนจำนนอย่างเจียมตัวจีราวรรณปล่อยให้ผู้บริหารสั่งสอนโดยไม่เถียง เธอผิด เธอไม่มีสิทธิ์เถียงอยู่แล้ว
“ไปตามแม่บ้านมา ส่วนพวกเธอกลับไปอยู่ประจำบูธพรุ่งนี้ฉันคงต้องเรียกนายชัชวาลมาคุย”
กรึบกรึบ กรึบ จีราวรรณกลืนน้ำลายลงคอ ชื่อของนายจ้างถูกเอ่ยขึ้นมา นอกจากเธอเองจะลำบากแล้วดูเหมือนว่าคุณชัชวาลเ้านายของเธอจะลำบากด้วยอีกคน
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร”
“คุณเชอรี่ เป็ผู้บริหารของห้างนี้ค่ะพี่” เจตพลมองตามสาวใหญ่ที่วางตนด้วยมาดนางพญาเขาเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปในร้านอาหาร เดินไปหยุดและนั่งลงที่โต๊ะหนึ่ง
นั่นมัน...อินทุอร
เจตพลมองเห็นด้านข้างเธอนั่งตัวตรง ใกล้ๆกับผู้หญิงเมื่อสักครู่ ฝั่งตรงข้ามคือผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหน้าตาหล่อเหลา แต่งกายดูดี ภูมิฐาน
“พี่บ๊อบบี้”
“ว่าไงนะยัยจี๊ด” เสียงของน้องสาวทำให้เจตพลได้สติเขายกมือเธอมาสำรวจ เห็นรอยแผลเล็กและเืหยุดไหลไปแล้วก็เบาใจ
“ปะเปล่าค่ะ พี่เจ๋งขา จี๊ดขอไปล้างแผลในห้องน้ำก่อนนะคะตรงนี้ฝากพี่เจ๋งดูต่อให้จี๊ดที”
“อืม ไปเถอะ” จีราวรรณหมุนตัวออกไป น้ำตาตีรน กลั้นไว้ไม่ไหลออกมา...เธอเจอเขา เขาที่สร้างรอยมลทินไว้ไม่อาจลืม