ในไม่ช้าทุกคนก็รู้เื่ที่ไป๋อี้โดนยาพิษ ขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้ด้วยว่าหาก้าล้างพิษนั้นจะต้องฆ่านกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวให้ได้ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้อย่างนั้น แต่ก็ไม่มีใครตอบรับที่จะช่วยไป๋อี้แม้เเต่คนเดียว อันที่จริงถึงไป๋อี้จะช่วยเหลือพวกเขามามาก แต่ทว่าในตอนนี้แม้พวกเขาจะสามารถต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวนี้เพื่อช่วยไป๋อี้ได้ก็ตาม พวกเขากลับไม่ทำ
ไป๋อี้นอนบนเบาะข้างหลังพลางหลับตาลงและหายใจหอบเล็กน้อย
เขาไม่มีความแค้นต่อคนอื่นคนใดนี่เป็เื่ปกติ พวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษอะไรต่อกัน ดังนั้นการที่จะให้พวกเขาต้องมาต่อสู้และพยายามอย่างหนักก็คงไม่ใช่เื่ ท้ายที่สุดแล้วนี่ไม่ใช่เื่ที่พูดปาว ๆ แล้วจะสามารถทำได้โดยง่ายเื่การฆ่านกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวนั้นหากพวกเขาไม่ระวังตัว พวกเขาก็จะเป็ฝ่ายถูกฆ่าแทน
ความเร็วของนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวนั้นไม่เร็วมากนัก และรถคันก่อนหน้าก็ขับไปไกลจนพ้นสายตาไปนานแล้วมีเพียงวูล์ฟเท่านั้นที่ค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อจับนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวไป๋อี้ต้องฆ่ามันถ้าเขา้าที่จะมีชีวิตรอด ณเวลานี้จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะหนี
“ขอโทษนะช่วยบอกฉันเกี่ยวกับลักษณะของถนนข้างหน้าที่พวกเธอได้พบเห็นมาก่อนแล้วได้ไหม เช่นอุโมงค์ สะพาน ฯลฯ ” ไป๋อี้กุมหัวอย่างมึน ๆ แล้วพูดใส่โทรศัพท์
“ฉันพบสะพานที่นี่ แต่มันเล็กมากมันคงไม่มีประโยชน์อะไร”
“เกิดอุบัติเหตุขึ้นทางนี้ ทำให้ถนนกว่าครึ่งหนึ่งมีการจราจรติดขัดแต่ยังสามารถขับไปได้ แล้วก็ยังมีรถบรรทุกของหนักจอดอยู่ที่นี่ด้วย”
“ฉันเพิ่งดูแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่นี่คือถนนวงเวียน” แรนด์พูด
“4.5 กม. จากแม่น้ำ มีอุโมงค์ความยาวประมาณ 200 เมตร” ฉินข่ายรุ่ยซึ่งขับรถเร็วที่สุดก็ได้ยินเสียงของเขาเช่นกันทุกคนรู้ดีว่าไป๋อี้เก็บข้อมูลนี้เพื่อหาทางฆ่านกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวและแน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธคำของ่าย ๆ แค่นี้แต่ไม่มีใครคิดจริง ๆ ว่าไป๋อี้จะทำได้สำเร็จ
ไป๋อี้กุมหัวของเขาและหอบหนักขึ้นทันใดนั้นก็มีไอเดียผุดขึ้นในใจของไป๋อี้ จากนั้นเขาก็วางสายโทรศัพท์ไปในเวลานี้คนอื่น ๆกำลังคิดในใจว่าจะมีวิธีใดที่ปลอดภัยที่สุดในการฆ่านกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวหรือไม่แต่ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีอาวุธในมือการที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนี้จึ้งเป็เพียงจินตนาการเท่านั้น
“วูล์ฟ นายเชื่อใจฉันไหม?”
“แน่นอน ฉันเชื่อใจนาย ไป๋อี้นายมีความคิดอะไรอยู่ใช่ไหม?”วูล์ฟยกนิ้วให้ไป๋อี้
“ฉันต้องช่วยตัวเองฉันไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จได้หรือเปล่า” ไป๋อี้ยิ้มอย่างหม่นหมอง
“วูล์ฟ เมื่อนายขับรถมาถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุนายขับช้าลงหน่อยแล้วฉันจะลงตรงนั้น จากนั้นนายก็พานกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวไปวนรอบถนนวงเวียนล่อให้มันตามมาข้างหลัง มันอาจจะระทึกสักหน่อยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือนายต้องสร้างโอกาสให้มันเกือบจะคว้ารถของนายไว้ได้ก่อนที่จะเข้าไปในอุโมงค์แน่นอนว่ามันจะดีกว่าถ้านายสามารถนำนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวเข้าไปในอุโมงค์ได้” ใบหน้าของไป๋อี้มีเหงื่อไหลซกออกมาเรื่อยๆ
“ขณะขับเข้าไปในอุโมงค์ให้เบนไปทางซ้ายเมื่อเข้าไปในอุโมงค์แล้วให้เปลี่ยนไปทางขวาทันทีฉันจะขับรถบรรทุกของหนักไปทางซ้ายและจัดการชนมัน” ไป๋อี้พูดขณะที่ใบหน้าของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีฟ้า
“ไป๋อี้ นายต้องมีชีวิตรอดนะ!”
“ฟังให้ดี!” ไป๋อี้ะโ “ฉันรู้ว่านี่เสี่ยงมาก แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นร่างกายของฉันััได้ถึงสารพิษที่มีความรุนแรงมากแม้ว่าฉันจะสูดเข้าไปเพียงเล็กน้อยแต่ก็อาจจะไม่สามารถทนต่อไปได้ จำไว้ให้ดีว่าโอกาสของฉันมีไม่มาก ขอร้องล่ะ แล้วก็อีกอย่างถ้าฉันตาย ...ฉันขอให้นายช่วยดูแลโม่โม่ด้วย” คำพูดของไป๋อี้ราวกับเป็การกล่าวสั่งเสีย
“พ่อ อย่าทิ้งโม่โม่ไปนะ” โม่โม่จับมือไป๋อี้เอาไว้พร้อมกับปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“โม่โม่ หนูก็มีส่วนในภารกิจนี้เช่นกันถ้าหนู้าช่วยพ่อก็ทำตามที่พ่อบอกนะ” ไป๋อี้แตะหน้าผากของโม่โม่อย่างรักใคร่
“ขณะที่หนูกำลังจะเข้าไปในอุโมงค์ให้ใช้โทรศัพท์มือถือแจ้งเวลาให้พ่อทราบโดยใช้ตัวนับเวลาถอยหลัง 5.4.3.2.1 จะให้ดีที่สุดคือเข้าไปในอุโมงค์ทันทีที่นับถอยหลังถึงเลข1 เข้าใจไหม” ไป๋อี้พูดกับโม่โม่
“พ่อฮือฮือ พ่อ”
“จำไว้ให้ดีว่าชีวิตของพ่อมอบให้หนูแล้วโม่โม่” ไป๋อี้พูดขณะนี้รถคันดังกล่าวเคลื่อนตัวผ่านจุดเกิดอุบัติเหตุไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่วูล์ฟจะทันได้ตอบอะไรไป๋อี้ก็ผลักประตูรถออกและะโลงไปแล้ว ความเฉื่อยที่เสถียรทำให้ไป๋อี้กลิ้งกลุกกลักไปบนทางหลวงอย่างต่อเนื่องและวิ่งเข้าไปหลบในกองรถที่ชนกันแรงเสียดทานกับพื้นทำให้ร่างกายของไป๋อี้มีาแถลอกนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับเืที่ไหลออกมาจากอวัยวะภายในของเขา
ฉันนี่รนหาที่ตายจริง ๆ!
วูล์ฟพูดอะไรบางอย่างในใจแต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ไป๋อี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิธีที่ต้องเสี่ยงตายเพื่อช่วยชีวิตตัวเองเมื่อเห็นว่าไป๋อี้ยังไม่ตาย แต่รีบลุกขึ้นและซ่อนตัวอยู่ใต้ซากรถที่บิดเบี้ยววูล์ฟก็หายใจเข้าลึก ๆ ไป๋อี้กล้าที่จะทำเื่เสี่ยงชีวิต เขายังจะต้องพูดอะไรอีก
“โม่โม่ยึดให้มั่น” วูล์ฟบอกกับหนูน้อย
“ค่ะ!” โม่โม่ที่ยังคงมีคราบน้ำตาบนใบหน้าขานรับ ก่อนจะก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
วูล์ฟชะลอตัวลงปล่อยให้นกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวไล่ตามมาจนเกือบจะทันหลายครั้งซึ่งเป็เื่ที่น่าระทึกใจเป็อย่างมาก และนี่คือสิ่งที่ไป๋อี้ขอให้เขาทำเช่นนี้กับนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวอย่าให้มันรู้สึกว่าไม่มีหวังที่จะจับเราได้ หลังจากนั้นค่อยทิ้งห่างมันหนีออกไป
หลังจากนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวบินตามรถไปไป๋อี้ก็ใช้มือซ้ายของเขาพยุงตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะนำมือซ้ายของเขาวางลงบนไหล่ข้างที่หักใบหน้าของเขาถูอย่างรุนแรงกับพื้น ทำให้มีรอยแผลจนแทบมองเห็นกระดูกอย่างไรก็ตามไป๋อี้ไม่สนใจเื่นี้เลยสิ่งเหล่านี้เป็เพียงาแทางกายเท่านั้น และถึงแม้ว่าเขาจะดูน่าสังเวชเพียงใด แต่ก็ไม่ถึงแก่ชีวิตตอนนี้สารพิษในร่างกายของเขาต่างหากที่อันตรายที่สุด
ไป๋อี้มาที่รถบรรทุกและเปิดประตูออกแต่กลับพบว่าไม่มีกุญแจรถ
ปังปังเสียงที่ไป๋อี้ฟาดกำปั้นลงบนพวงมาลัยอย่างอดที่จะหัวเสียไม่ได้ดังขึ้น ไป๋อี้ส่ายหัวด้วยความรำคาญใจแต่ตอนนี้ถึงจะกระสับกระส่ายวุ่นวายใจไปก็ทำอะไรไม่ได้เขาแค่เคยเรียนรู้วิธีการขโมยรถมาจากในภาพยนตร์เท่านั้นเสียด้วย ไป๋อี้แยกชิ้นส่วนออกจากกันและนำสายไฟสองเส้นมาัักันเพื่อหวังจะสตาร์ทรถบรรทุกของคนนี้
บางทีอาจจะเป็เพราะพระเ้าเมตตาสงสารหลังจากเขาพยายามอยู่ราวสองนาทีในที่สุดมันก็สตาร์ทติด
ไป๋อี้ถอนหายใจออกมาและขับรถบรรทุกของไปที่อุโมงค์ในขณะเดียวกันไป๋อี้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาและกดโทรออกหาโม่โม่โม่โม่บอกวูล์ฟว่า “พ่อสตาร์ทรถบรรทุกได้แล้วสามารถพานกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวเข้าไปได้เลยค่ะ”
“พ่อไม่ต้องห่วง หนูจะทำให้ดีที่สุด” โม่โม่สัญญาด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“โม่โม่หนูเก่งมาก หนูต้องทำได้ดีแน่” ไป๋อี้ให้กำลังใจโม่โม่ ซึ่งในความเป็จริงแล้วไป๋อี้ก็ไม่รู้ว่าลูกสาววัยสี่ขวบของเขาจะทำอะไรได้มากแค่ไหนเหมือนกัน
อาการาเ็จากการะโลงจากรถในตอนนั้นทำให้เขามีาแฉกรรจ์แต่นั่นกลับทำให้จิตใจเขาจดจ่อและมีสมาธิขึ้น ไป๋อี้สตาร์ทรถบรรทุกอย่างเงียบ ๆเสียงทุ้มต่ำของรถดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของเครื่องยานยนต์เหล็กไม่นานหลังจากนั้นเสียงของโม่โม่ก็ดังมาจากโทรศัพท์ของไป๋อี้
“10”
“9”
……
รถบรรทุกเริ่มสตาร์ทและไป๋อี้เริ่มเร่งความเร็วขึ้น ขณะที่โม่โม่นับถึง 3 ไป๋อี้ก็ขับรถบรรทุกเข้าไปในอุโมงค์จากอีกด้านหนึ่งและเมื่อโม่โม่นับถึง 1 นกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวก็ตะครุบและจับหลังคารถของวูล์ฟด้วยอุ้งเล็บที่ขอบอุโมงค์แต่เนื่องจากความเฉื่อยที่รุนแรง จึงจับเขาไว้ไม่ได้ ทว่าตัวของนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวกลับถูกรถลากเข้าไปในอุโมงค์แทน
ตอนนี้แหละ!
พวงมาลัยของวูล์ฟหมุนกลับอย่างกะทันหันตามที่ไป๋อี้ได้สั่งไว้ก่อนหน้านี้เขาส่ายหัวไปทางขวาอย่างหมดหวังในเวลานี้แสงไฟที่ส่องประกายและเสียงบีบแตรของรถบรรทุกก็ตรงมาข้างหน้าเช่นกันรถทั้งสองคันเกือบแฉลบเฉี่ยวกัน แต่ทว่าทันใดนั้นเองรถบรรทุกก็พุ่งเข้าชนนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวด้วยแรงมหาศาล
เสียงปึงดังขึ้นนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวบินขึ้นด้วยความตื่นตระหนก แต่มันถูกรถบรรทุกชนในอุโมงค์ และถึงแม้ว่ามันจะเป็สัตว์ประหลาดแต่ขณะนั้นในดวงตาของนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวก็ฉายออกมาให้เห็นว่ามันตื่นตระหนกอย่างมากจากนั้นเขาก็มองดูรถบรรทุกชนหัวของมันด้วยแรงกระแทกอย่างแรง
ตายซะเถอะ!
ทันใดนั้นสีหน้าท่าทางการแสดงออกของไป๋อี้ก็แปรเปลี่ยนเป็ความดุร้ายเวลานี้ราวกับว่าทั้งคนและรถถูกผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์มันกระแทกเข้ากับนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวเข้าอย่างจัง ส่งผลให้หัวของนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวแตกแหลกออกเหมือนกับลูกแตงโมที่แตกกระจายรวมทั้งหัวของรถบรรทุกก็บุบยุบตามไปด้วย ทว่าถุงลมนิรภัยก็ยังคงใช้การได้ดี มันเริ่มทำงานและเด้งออกมา
รถบรรทุกยังคงขับดันนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวออกจากอุโมงค์ไปเรื่อย ๆ จนมันชนเข้ากับเชิงเขาก่อนที่ไป๋อี้จะหยุดรถลงในที่สุดอีกด้านหนึ่งวูล์ฟก็หยุดรถและมองไปข้างนอกอย่างหอบเหนื่อยวูล์ฟขับรถวนกลับมาอย่างช้า ๆ ออกมาจากอุโมงค์เพื่อดูนกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวที่ติดอยู่ระหว่างรถบรรทุกกับเชิงเขาตอนนี้นกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวยังคงกระตุกอยู่แต่เห็นได้ชัดว่ามันคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
ทันทีที่วูล์ฟเปิดประตูรถโม่โม่ที่เร็วกว่าเขาก็วิ่งไปที่ข้างรถบรรทุกพลางะโร้องเรียกพ่อ
วูล์ฟเปิดประตูรถบรรทุกและช่วยไป๋อี้ลงมาเขาตระหนักได้ว่าสภาพปัจจุบันของไป๋อี้ไม่สู้ดีนัก เขาเกือบจะหมดสติอยู่แล้วแต่เป็เื่โชคดีจริง ๆ ที่ผู้ชายคนนี้สามารถทำสิ่งที่น่าระทึกได้ในสภาพแบบนี้วูล์ฟยกนิ้วให้ไป๋อี้ที่กำลังหน้ามืดตาพร่ามัว
“น้ำดี……งู!” ไป๋อี้กล่าว
“อืม ฉันจะหามาให้นายทันที”วูล์ฟพูดและเดินไปหานกอีแร้งหางงูเจ็ดหัว
ในเวลานี้ชาร์ไป่กำลังเห่าใส่นกอีแร้งหางงูเจ็ดหัวแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ไปมากกว่านี้ พลังชีวิตของเ้านี่น่าทึ่งเหลือเกินแม้ว่ามันจะโดนถึงขนาดนี้แต่มันก็ยังไม่ตายดีและงูเหลือมทั้งเจ็ดที่หางของนกอีแร้งยังคงขยับอย่างช้า ๆอย่างไรก็ตามไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องตายอยู่ดี
วูล์ฟยังไม่ได้เข้าไปในทันที ในเมื่อมันยังไม่ตายหากเขาเผลอถูกงูกัดเข้ามันจะไม่คุ้มกัน แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานมันก็ตายสนิทวูล์ฟจึงเริ่มผ่าเอาถุงน้ำดีงูออกจากหัวงูเหลือมที่เขาเคยชกมันมาก่อนหน้านี้แล้วนำไปให้ไป๋อี้
ในเวลานี้ไม่มีใครคิดถึงเื่การผสานรวมยีนกับเ้าสิ่งนี้ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานี้มันเป็ไปได้ไหมที่จะปรุงน้ำดีงูให้สุกก่อนกิน?
ไป๋อี้กลืนถุงน้ำดีงูขนาดเท่ากำปั้นลงไปพร้อมกับกลิ่นคาวของมันจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างเฝื่อน ๆตอนนี้โม่โม่กุมมือขวาของไป๋อี้ไว้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นไป๋อี้ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ลูบหัวของโม่โม่เบา ๆ ด้วยความรักที่หาที่เปรียบมิได้ซึ่งฉายแววออกมาจากดวงตาของเขา