“นั่นใคร?” สีครามไม่ใช่คนที่จะเก็บความสงสัยไว้ในใจเขาได้นานนักเขาถามพันไมล์ออกไปตามตรงด้วยความอยากรู้ เรามาบังเอิญเจอกันที่นี่หากเธอไม่ทักเขาก็แล้วไปเถอะแต่นี่เธอเล่นทักเขาขณะมากับผู้ชายคนอื่นไม่ใจกล้าไปหน่อยเหรอเขาไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้นแม้จะอยู่ใน่เรียนรู้และศึกษานิสัยใจคอก่อนที่จะได้ทำตามความ้าของผู้ใหญ่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่ไม่ใช่เขาและไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอได้ตามสะดวกสักหน่อย
“พี่นายค่ะเป็รุ่นพี่ที่ไมล์รู้จัก"เมื่อพันไมล์ให้คำตอบสีครามคณินก็มีสีหน้าผิดหวังอยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้เธอชอบพอเขามาก มักจะขวยเขินเวลาเราเจอกัน ทว่าวันนี้พอได้เจอเธออีกเขากลับรู้สึกได้ว่าทุกอย่างที่พันไมล์ทำนั้นค่อนข้างจะเป็ไปตามมารยาท เขาจึงเกิดความสับสนในใจ...
หรือเธอจะชอบเขาน้อยลง?
ลลินเล่าให้เขาฟังแล้วว่าพันไมล์ต้องดูตัวกับลูกชายของเพื่อนสนิทมารดาเธอการดูตัวครั้งนั้นทำให้เธอหวั่นไหวหรือไม่ อย่างไรในเวลานี้พวกเขาก็แค่ปลาบปลื้มกัน ไม่ได้ถึงขั้นลึกซึ้ง ใจเธอก็อาจเปลี่ยนได้...
คณินเครียดขึ้นเล็กน้อยยังไงเขาก็ไม่อยากปล่อยพันไมล์ไป การมีเธอก็เหมือนได้ตกถังข้าวสารยิ่งถ้าได้แต่งงานกันเขาก็สามารถใช้ทรัพย์สินของตระกูลเธอมาพยุงความเป็อยู่ของตระกูลเก่าแก่ที่ทรัพย์สินร่อยหรอจนเหลือแค่ชื่อของเขาได้เื่อะไรเขาจะยอมแพ้ล่ะ คิดมาถึงตรงนี้ ั์ตาของคณินฉายแววโลภขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว
สีครามกำลังมองคณินอยู่เขาดูออกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีที่พันไมล์ควรเข้าใกล้ เขาไม่เข้าใจจริง ๆว่าทำไมคนรอบตัวเด็กสาว จึงมีแต่อสรพิษเลี้ยงไม่เชื่องเยอะนักไม่ว่าจะน้องสาวหรือรุ่นพี่คนนี้ก็ตาม
“ไมล์พี่ขอคุยด้วยหน่อย” สีครามเอ่ยกับเธอ เขาบอกให้เพื่อนที่มาด้วยไปรอที่โต๊ะก่อนคณินที่เห็นสีครามกล่าวเช่นนั้นก็ไม่พอใจขึ้นมา ก็เห็นอยู่ว่าเขามากับพันไมล์จะมาทำเป็ดึงเธอไปคุยส่วนตัวต่อหน้าเขาได้ยังไง หาเื่ใส่ตัวชัด ๆ
“ขอโทษนะครับแต่ไมล์มากับผม” คณินโพล่งขึ้นก่อนพันไมล์จะได้ตอบอะไร พันไมล์ทำทีเป็ตื่นตระหนกแต่ความจริงกลับนึกสนุกที่คณินหาเื่ล้วงขอเสื้อร้ายเข้าแบบนั้นเขายังกล้าเพราะไม่รู้ว่าสีครามเป็ใคร มีอำนาจและอิทธิพลในด้านมืดมากขนาดไหนน่ะสิ
สีครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคณินความเ็านั้นทำให้คณินรู้สึกราวกับพลัดตกลงไปในหลุมน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ จู่ ๆเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทำให้พูดอะไรไม่ออกทั้งที่สีครามทิ้งสายตาไว้ที่เขาเพียงครูเดียวเนิ่นนานจนคณินเริ่มเหงื่อตก สีครามค่อยเอ่ยออกมาเรียบ ๆสั้น ๆ
“ผมมีธุระจะคุยกับเธอนี่ไม่ใช่เื่ของคนนอก"
คณินหน้าชายิบเขาถึงกับกำหมัดแน่น พันไมล์เห็นแล้วก็เวทนาอยู่ในใจไม่ต้องห่วงว่าคณินจะพุ่งเข้าไปทำร้ายสีครามหรอกหมอนี่เก่งแค่กับคนไม่มีทางสู้เท่านั้นแหละ
“พี่นายคะ”พันไมล์ปรับสีหน้าเป็ปกติ ก่อนจะกล่าวกับคณินคล้ายเอาน้ำเย็นเข้าสูบ“ไปรอที่โต๊ะก่อนก็ได้ค่ะ ไมล์ขอคุยกับเขาแป๊บเดียวเดี๋ยวจะตามไปค่ะ"
คณินมีท่าทีเป็อ่อนลงจากคำพูดของพันไมล์หากสีครามก็ทำให้เขาชะงักค้าง แข็งทื่อไปทั้งร่างอีกรอบ
"ใครจะให้เธอตามไป"เสียงของสีครามนิ่งสนิท แต่ก็เด็ดขาดมาก กระทั่งพันไมล์ยังอึ้งเธอไม่คิดว่าสีครามจะมาไม้นี้นะ
“คุณเป็อะไรกับเธอหรือไงถึงจะมาห้ามเธอได้”คณินเดือดดาลใส่สีครามอีกครั้ง สีหน้าของสีครามจึงเริ่มไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่
“ถามเธอสิ”สีครามตอบคณิน เขาหันไปพูดกับพันไมล์ต่อ “เธอจะบอกเอง หรือจะให้พี่บอก"
พันไมล์รู้ดีว่าสีครามจะต้องพูดอะไรเกินจริงเพื่อให้คณินไสหัวออกไปไกลๆ จากเธออย่างแน่นอน ซึ่งเธอก็เต็มใจให้เขาทำอย่างนั้นเธอจึงทำหน้าลำบากใจก่อนจะตอบสีคราม
“แล้วแต่พี่ครามก็ได้ค่ะ"
สีครามคลายอารมณ์กราดเกรี้ยวก่อนหน้านี้ลงไปได้บ้างเขาขยับเข้าไปยืนตรงหน้าคณิน “พันไมล์เป็ว่าที่ภรรยาของผมผมมีสิทธิ์ที่จะห้ามไม่ให้เธอไปกับผู้ชายที่ผมไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าได้"
“นี่มึง!”คณินขยับตัวคล้ายกับจะเอาเื่แต่เสียงกดต่ำของสีครามที่พูดให้เขาได้ยินเพียงคนเดียวก็ทำให้ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวเหมือนกลืนแมลงวันลงคอไปทั้งฝูง
“แน่ใจเหรอว่าอยากแสดงด้านสวะแบบนี้ออกมาให้ผู้หญิงเขาเห็น"
"...!"
“อยู่ให้ห่างพันไมล์จะดีกว่า”สีครามตักเตือน
“ไม่งั้นมึงจะทําอะไรล่ะ”คณินถามเสียงรอดไรฟัน คนฟังจึงกดยิ้มลึกที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นรู้สึกไม่ดีเป็อย่างมาก
“ทํากับคุณอาจไม่สนุกเท่ากับกับครอบครัวคุณก็ได้นี่”
“…” เืในกายของคณินเย็นเหยียบทั้งที่เขาไม่ควรเชื่อลมปากของสีคราม แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รังสีอมหิตของคนคนนี้ทำให้เขาเชื่อว่าสีครามอาจทําได้อย่างที่พูด
“เอาสิ ลองดูเผื่อไม่เชื่อว่าผมจะทำได้จริง ๆ”