“ได้! ในเมื่อท่านกล้าทำเช่นนี้ ต่อไปเราสองพี่น้องก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!” องค์ชายสี่พูดจบ ก็เดินตรงไปยังร่างของหยางเอ๋อ เตรียมดึงนางลุกขึ้น ก่อนเสียงเข้มจะดังขึ้น
“อย่าได้แตะต้องตัวนาง!” เซียวจ้านชะงัก พร้อมอี้เทียนจับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้วยสายตาราบเรียบ
“ตอนนี้นางเป็ชายาของข้า ในเมื่อข้าให้นางรับโทษ ผู้ใดก็ช่วยนางไม่ได้ทั้งนั้น”
“บ้าอำนาจเกินไปแล้ว ท่านหลงใหลหลี่เถียนเปาจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วจริง ๆ ...” ยังไม่ทันที่องค์ชายสี่กล่าวจบ
“ออกไปจากตำหนักของข้า นี่เป็คำสั่ง หากเ้าเอ่ยวาจาต่อว่าข้าอีกเพียงคำเดียว ข้าจะตัดคอเ้าซะ!” อี้เทียนกดเสียงต่ำ แล้วตวัดสายตาน่ากลัวไปยังน้องชาย ก่อนองค์ชายสี่จะหุบปากแล้วสะบัดตัวเดินจากไปด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย หญิงสาวแสนงดงาม นั่งคุกเข่าตามรับสั่งของสามี ก่อนองค์ชายรองอี้เทียนจะย่อตัวลง แล้วช้อยคางนางขึ้นมอง ทั้งรอยหยักของริมฝีปาก ดวงตา หรือแม้แต่เรียวคิ้ว ล้วนได้สัดส่วนราวกับภาพวาด เขาจับจ้องมองใบหน้างดงามของนางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ข้าจะลงโทษเ้า ให้นั่งสำนึกผิดเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม ให้เ้ารู้ ว่าต่อไปไม่ควรยุ่มย่ามกับหลี่เถียนเปาอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะสั่งขังเ้า” น้ำตาของหยางเอ๋อรินไหลออกมาในทันที เขามองหยาดน้ำตาบนแก้ม แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวทิ้งท้าย
“เ้าจงอยู่ที่วังหลวง ดูแลตัวเองให้ดี องค์ชายสี่จะเป็คนปกป้องคุ้มครองเ้า” เขาก้าวเท้าเดินกลับเข้าตำหนัก ก่อนเสียงของหยางเอ๋อจะเอ่ยขึ้นพร้อมน้ำตา
“หากปราบฏเสร็จแล้ว หม่อมฉันจะกราบทูลฮ่องเต้ ขอสละตำแหน่งพระชายาให้กับหลี่เถียนเปา เพื่อความสุขของพระองค์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนชายหนุ่มจะชะงักนิ่ง แล้วตัดใจเดินกลับเข้าตำหนักไป พร้อมสายลมแห่งความเหน็บหนาวพัดมาปะทะกายเป็ระยะ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องบรรทมด้วยความเหนื่อยล้า พลันทิ้งตัวนั่งพร้อมยกมือขึ้นกุมศีรษะ ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างวางอยู่บนเตียงนอน เขาค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบพบว่าเป็ถุงใส่เงิน ที่ปักด้วยด้ายแดงเป็รูปดอกเหมย สัญลักษณ์ที่อี้เทียนเทิดทูน เพราะเหมยคือดอกไม้ที่มารดาชอบมากที่สุด เขาหยิบขึ้นมองพร้อมมือสั่นเทา แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะกำถุงใส่เงินแน่น
เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์ในชุดดำเดินดุ่ม ๆ เข้ามายังตำหนักขององค์ชายหยางเติ้ง ขณะที่ชายหนุ่มละมือจากการเขียนจดหมาย เขาเงยหน้ามองคนของตัวเอง
“ไปสืบข่าวมา ได้ความอย่างไรบ้าง” สุรเสียงนุ่มลึกเอ่ยถาม ก่อนชายชุดดำจะน้อมกายลงแล้วรายงาน
“องค์ชายรอง มิได้มีรับสั่งคุ้มกันพระชายา ภายในตำหนักเหมยอ้าย ยังคงมีจำนวนทหารเท่าเดิม ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
“เป็ไปได้ยังไง” เขาขมวดคิ้ว ก่อนชายชุดดำรายงานต่อ
"ข้าน้อยคิดว่า พระชายาแท้จริงแล้วเป็เพียงแค่ตัวหลอกเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“หมายความว่ายังไง”
“คนที่องค์ชายรัก แท้จริงแล้วคือแม่นางหลี่เถียนเปา บุตรสาวของหลี่เถาเซิน มีตำแหน่งเป็ผู้ช่วยของเสนาบดีกรมธรรมการ ซึ่งการปราบฏครั้งนี้องค์ชายรอง จะนำนางติดตามไปด้วย วันนี้ที่ตำหนักเหมยอ้าย องค์ชายรองได้ทำโทษพระชายาให้คุกเข่าขอโทษแม่นางหลี่เถียนเปา โทษฐานให้องค์ชายสี่ไปรังแกนาง”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยงั้นเหรอ” องค์ชายหยางเติ้งพึมพำออกมา ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อนึกบางอย่างได้
“หลี่เถียนเปา ใช่คนเดียวกับที่องค์ชายรองพัวพันด้วยก่อนอภิเษกกับหยางเอ๋อหรือไม่” ชายชุดดำได้ยินดังนั้นจึงน้อมกายลง
“เป็คนเดียวกันพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายหยางเติ้งยิ้มมุมปาก เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างง่ายดาย
“เช่นนั้นเ้านำจดหมายนี้ ไปมอบให้กับท่านแม่และท่านตาของข้า เตรียมส่งกำลังขัดขวาง ไม่ให้ขบวนของอี้เทียนถึงเมืองไห่โจวก่อนข้า ยิ่งพาสตรีที่เขารักไปด้วย ก็ยิ่งง่ายต่อการจัดการ”
“น้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
หยางเอ๋อยังคงนั่งคุกเข่าท่ามกลางละอองของหิมะที่โปรยปรายลงมาตามรับสั่งของอี้เทียน พร้อมภาพเหตุการณ์ในอดีตจะย้อนกลับมา
ในยามที่นางเป็เด็กตัวเล็ก เซียวจ้านจูงมือนางมายังสวนดอกไม้ภายในเขตพระราชฐาน ในมือของเขามักมีเม็ดหินเล็ก ๆ กำไว้เสมอ ทุกครั้งที่ปาออกไป ไม่เคยพลาดเป้า เหล่าผีเสื้อนับร้อยบินดอมดมดอกไม้ที่เปล่งประกายสีสันออกมา ก่อนตัวหนึ่งจะบินขึ้นสู่้าแล้วหยุดที่ผลท้อ
“นั่นลูกท้อ เ้าอยากกินหรือไม่” น้ำเสียงสนุกของเด็กชายหันมาถาม ก่อนนางจะหันมองไปยังลูกท้อ้า แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสายตาเป็ประกาย
“แต่ว่าลูกท้ออยู่สูงเช่นนั้น จะเอาถึงได้อย่างไร”
“ง่ายนิดเดียว” เขาพูดจบ ก็ดีดก้อนหินขึ้นไป พร้อมลูกท้อร่วงหล่นลงมา ทว่าผลท้อยังไม่ทันตกถึงพื้น มือของใครบางคนก็เอื้อมมารับไว้ พลันส่งยิ้มอบอุ่น แล้วยื่นผลท้อที่รับได้ให้นาง
“เสด็จพี่อี้เทียน! ท่านถือว่าตัวสูงกว่า แย่งลูกท้อของข้าอีกแล้ว” เซียวจ้านเอ่ยขึ้นพร้อมหน้าเง้า ก่อนเด็กหญิงจะเอื้อมไปรับจากมืออี้เทียน แล้วส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่าย