ตอนที่ 27 ความสำเร็จในการแก้แค้น
เหว่ยหลิงยิ้ม “แผนดีมาก ข้าคิดว่าเราสามารถใช้วิชานี้ในการสร้างตาข่ายที่แข็งแกร่งและไม่สามารถถูกทำลายได้ง่ายๆ”
พวกเขาเริ่มทบทวนแผนการและรายละเอียดของวิชาไหมทองผสมปราณสายฟ้า หลิวหยานำเส้นไหมทองที่เธอเตรียมไว้มาแสดงให้เห็น “นี่คือเส้นไหมทองที่ข้าเตรียมมา มันแข็งแกร่งและสามารถนำปราณสายฟ้ามาเสริมพลังได้”
ซ่งหลินทดลองใช้ปราณสายฟ้าของเขาในการสร้างกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านเส้นไหมทอง กระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านไหมทองทำให้เส้นไหมส่องแสงวาววับและมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น “ข้าคิดว่าแผนนี้จะได้ผล เราต้องสร้างตาข่ายที่แข็งแกร่งและสามารถจับศัตรูได้”
เหว่ยหลิงนำแผนที่และวางแผนการโจมตี “ข้าคิดว่าเราสามารถวางตาข่ายกับดักไว้ที่บริเวณนี้ พวกเขาจะต้องผ่านทางนี้เพื่อเข้ามาโจมตีเรา”
หลิวหยาพยักหน้า “ข้าจะเตรียมเส้นไหมทองเพิ่มเติมและสร้างตาข่ายให้แข็งแกร่งที่สุด”
พวกเขาทำงานร่วมกันอย่างระมัดระวังและตั้งใจ เหว่ยหลิงใช้วิชาปราณในการสร้างแรงขับเคลื่อนและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตาข่าย ซ่งหลินใช้ปราณสายฟ้าในการเสริมพลังให้กับไหมทอง และหลิวหยาใช้วิชาปราณในการสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่ง
“ข้าคิดว่าเราทำได้ดีมาก ตาข่ายนี้จะแข็งแกร่งและสามารถจับศัตรูได้อย่างแน่นอน” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยความพอใจ
“ข้ารู้สึกว่าตาข่ายนี้จะทำให้พวกเขาไม่สามารถหนีไปได้” ซ่งหลินตอบ
หลิวหยามองดูตาข่ายที่พวกเขาสร้างขึ้น “ข้าภูมิใจในพวกเรา เราสามารถทำงานร่วมกันและสร้างสิ่งที่แข็งแกร่งได้”
เมื่อพวกเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว พวกเขาก็นั่งพักและพูดคุยถึงแผนการในวันพรุ่งนี้ “พวกเราต้องระมัดระวังและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เราจะทำให้ดีที่สุดและเอาชนะศัตรูได้” ซ่งหลินตอบด้วยความมั่นใจ
“ข้าจะคอยสนับสนุนและช่วยเหลือพวกเ้า เราจะผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปด้วยกัน” หลิวหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ยามค่ำคืนที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทำให้พวกเขารู้สึกถึงความสำคัญของการร่วมมือและการวางแผนอย่างรอบคอบ พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูและสร้างความสำเร็จในการแก้แค้นที่แข็งแกร่ง
ยามเช้าตรู่ในสถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์แรกของวันส่องแสงอ่อนๆ ท่ามกลางหมอกบางๆ ที่ปกคลุมบริเวณสนามฝึกซ้อม บรรยากาศดูเงียบสงบแต่ก็แฝงไปด้วยความตึงเครียด เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยาได้เตรียมแผนการแก้แค้นของพวกเขาไว้พร้อมแล้ว ตาข่ายไหมทองผสมปราณสายฟ้าที่แข็งแกร่งถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ขณะที่พวกเขารอคอย ศัตรูที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พวกเขามีท่าทีมั่นใจและเตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้ง หยางจิ้นนำหน้าพรรคพวกของเขา มองไปยังเหว่ยหลิงและเพื่อนๆ ด้วยสายตาที่เย้ยหยัน
“เหว่ยหลิง เ้าคิดว่าเ้าสามารถหลบหนีจากข้าได้หรือ?” หยางจิ้นะโด้วยน้ำเสียงท้าทาย
เหว่ยหลิงยิ้มเบาๆ ขณะที่เขามองดูศัตรูที่เดินเข้ามาใกล้ “ข้าไม่ได้คิดจะหนี ข้ารอเ้าอยู่ต่างหาก”
ทันใดนั้น ซ่งหลินใช้พลังปราณสายฟ้าในการกระตุ้นตาข่ายไหมทองที่พวกเขาวางไว้ ตาข่ายไหมทองที่ซ่อนอยู่ในเงามืดพุ่งขึ้นมาจับศัตรูทั้งหมดในทันที กระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านไหมทองทำให้พวกเขาใและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
“อ๊าก! นี่มันอะไรกัน!” หยางจิ้นะโด้วยความใ
หลิวหยายืนข้างๆ เหว่ยหลิงและหัวเราะเบาๆ “เ้าติดกับดักของพวกเราแล้ว หยางจิ้น”
ซ่งหลินเดินเข้ามาใกล้และมองดูหยางจิ้นที่ติดอยู่ในตาข่าย “ข้าคิดว่าเ้าควรจะระวังตัวมากกว่านี้ พวกเราเตรียมตัวมาอย่างดี”
เหว่ยหลิงยิ้มและเดินเข้ามาใกล้หยางจิ้น “ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าข้าพร้อมเสมอ เ้าคิดว่าเ้าสามารถโจมตีข้าโดยไม่ต้องรับผลของการกระทำได้หรือ?”
หยางจิ้นพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากตาข่ายได้ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าข้าเหนือกว่าเ้า!”
หลิวหยาหัวเราะและพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ข้าคิดว่าเ้าควรเรียนรู้ที่จะไม่ประมาทคนอื่นเสียก่อน”
เสียงหัวเราะของหลิวหยาและซ่งหลินทำให้บรรยากาศตึงเครียดกลับกลายเป็บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตลกขบขัน นักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ มองดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจและหัวเราะเบาๆ
“ข้าคิดว่าเ้าควรจะใช้เวลานี้ในการทบทวนความผิดพลาดของเ้า” เหว่ยหลิงกล่าวพร้อมกับยิ้ม
“เ้าคิดว่าเ้าจะรอดจากข้าไปได้หรือ? ข้าจะกลับมาแก้แค้นเ้าอีกครั้ง!” หยางจิ้นะโด้วยความโกรธ
ซ่งหลินยักไหล่ “ข้าคิดว่าเ้าควรจะฝึกฝนตนเองให้ดีก่อนที่จะคิดแก้แค้น”
หลิวหยามองไปที่หยางจิ้นและพรรคพวกของเขาที่ติดอยู่ในตาข่าย “ข้าคิดว่าพวกเราควรจะไปหาคนมาช่วยปลดปล่อยพวกเขาออกจากตาข่าย”
เหว่ยหลิงพยักหน้า “ข้าเห็นด้วย พวกเขาควรได้รับการช่วยเหลือ และควรเรียนรู้ว่าการทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลจะส่งผลกลับมาเช่นไร”
พวกเขาทั้งสามคนหันหลังและเดินออกจากสนามฝึกซ้อม ทิ้งให้หยางจิ้นและพรรคพวกของเขาติดอยู่ในตาข่ายไหมทอง นักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างพากันหัวเราะและพูดคุยกันถึงความสามารถและความฉลาดของเหว่ยหลิงและเพื่อนๆ
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความตลกขบขันทำให้เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยารู้สึกมีกำลังใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองต่อไป พวกเขารู้ว่าความสำเร็จในการแก้แค้นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจ แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในทีมของพวกเขาอีกด้วย
ยามเช้าของวันใหม่ที่สถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านต้นไม้และใบไม้ทำให้บริเวณสนามฝึกซ้อมเต็มไปด้วยแสงสว่างและพลังงานใหม่ บรรยากาศเงียบสงบและสดชื่น เสียงนกร้องเบาๆ ทำให้รู้สึกถึงความสงบสุขและความพร้อมในการฝึกฝน
เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยามาถึงสนามฝึกซ้อมั้แ่เช้าตรู่ พวกเขามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองต่อไป หลังจากเหตุการณ์การเผชิญหน้ากับหยางจิ้นและความสำเร็จในการแก้แค้น พวกเขารู้ว่าการฝึกฝนเพิ่มเติมเป็สิ่งสำคัญในการเตรียมตัวสำหรับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต
“วันนี้เราต้องฝึกฝนให้หนักขึ้น ข้า้าพัฒนาวิชาปราณวายุให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” เหว่ยหลิงกล่าวขณะที่เขาเตรียมดาบและอุปกรณ์ฝึกซ้อม
“ข้าจะฝึกวิชาปราณสายฟ้าเพิ่มเติม ข้า้าเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการโจมตี” ซ่งหลินตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
หลิวหยาหยิบสมุนไพรและอุปกรณ์การรักษาออกมา “ข้าจะฝึกวิชาปราณในการรักษาและสนับสนุนเพิ่มเติม ข้า้าให้เราพร้อมในทุกสถานการณ์”
เหว่ยหลิงเริ่มฝึกฝนวิชาปราณวายุโดยการใช้ดาบของเขา กระแสลมที่หมุนวนรอบตัวเขาทำให้ใบไม้ที่ตกอยู่บนพื้นลอยขึ้นมาและหมุนวนไปตามกระแสลม การเคลื่อนไหวของเหว่ยหลิงเป็ไปอย่างคล่องแคล่วและมีความแม่นยำ
“ข้ารู้สึกว่าพลังของข้ากำลังเพิ่มขึ้น ข้า้าฝึกฝนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” เหว่ยหลิงกล่าวขณะที่เขายังคงฝึกฝน
ซ่งหลินยืนอยู่ห่างๆ และใช้วิชาปราณสายฟ้าในการโจมตีเป้าหมายจำลอง สายฟ้าที่พุ่งตรงไปยังเป้าหมายทำให้เกิดเสียงกระแทกที่รุนแรงและแสงสว่างวาบ “ข้า้าเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการโจมตี ข้าจะไม่ยอมแพ้”
หลิวหยานั่งอยู่ในมุมหนึ่งของสนามฝึกซ้อมและใช้วิชาปราณในการรักษา เธอใช้สมุนไพรและพลังปราณในการฟื้นฟูพลังและความสามารถของเพื่อนๆ “ข้า้าให้เราพร้อมในทุกสถานการณ์ ข้าจะฝึกฝนให้ดีที่สุด”