โลกภายนอกถ้ำท้องฟ้ากลับมืดครึ้ม อากาศสั่นะเืปั่นป่วน มีสายฟ้าและสายฝนที่หนาแน่นตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดบนโลก
ภัยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่เคยมีใครพบมาก่อนบน่สหัสวรรษนี้
"มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นรึนี่ ใจของข้ารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย . . . . ตอนนี้เ้ากำลังทำอะไรอยู่เด็กน้อย เ้าสบายดีใช่ไหม 'ชางอวิ๋น' " ชางเหม่ยยืนมองดูริมหน้าต่างของบ้านตัวเอง รอคอยน้องชายของเธอกลับมาเกือบ 3 เดือนแล้ว เธอมักจะมายืนและคิดถึงน้องของเขาเสมอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าน้องของเธอนั้นได้เข้าร่วมชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ไปซะแล้ว
ชางอวิ๋นลืมตาขึ้น !! "อึกกก" อาการาเ็สาหัส ปวดไปทั่วทั้งตัว ซึ่งไม่มีใครรู้เลย ว่าพวกเขาสลบไปนานเท่าไรแล้ว หลังจากที่ได้สติกลับคืนมา ชายหนุ่มรีบนำโอสถหญ้าชีวิตขึ้นมากินทันที แล้วนั่งโคจรเพื่อปรับพลังปราณ เพียงแค่ 5 ลมหายใจ ที่พอจะมีแรงเคลื่อไหว เขาก็รีบหันไปหาร่างของหลินหลิงทันที
ชางอวิ๋นพบว่าเธอยังสลบอยู่ มีเพียงแต่ร่างกายเท่านั้นที่บอบช้ำอย่างมาก ในส่วนของพลังปราณยังคงมีเหลืออยู่บางๆ เขาจึงรีบถ่ายพลังปราณผ่านลูกแก้วัฟ้าที่ฝั่งอยู่ในวิถีแห่งเซียนของเขา
"ตึง" เสียงโคจรพลังปราณสะดุดอยู่ที่ลูกแก้ว มันไม่ส่งสะท้อนพลังเข้ามาหาเขาทำให้เขานึกขึ้นได้ว่า เทพัฟ้าได้จากเขาไปแล้ว แต่ในใจของชางอวิ๋นยังไม่อยากยอมแพ้ เขาจะต้องหาวิธีที่ทำให้เทพัฟ้ากลับมายังในดวงจิตของเขาได้อย่างแน่นอน
ชางอวิ๋นจึงนำโอสถขึ้นมาอีกอันบดแล้วใส่เข้าปากหลินหลิง ส่งปราณถ่ายเทเพื่อกระตุ้นโอสถ
10 ลมหายใจ 'น-น-นี่ท่านเทพ ท่านยังอยู่กับข้าไหม . . . . . .'
20 ลมหายใจ 'ท-ท่านัน้อย ท่านตอบข้าหน่อย . . . . .'
30 ลมหายใจ 'แม่นางซูเหม่ย ต-ต-ตอบข้าหน่อยสิ . . . .'
ชายหนุ่มยังไม่ลดละ ที่จะเรียกให้เทพัตอบโต้กับเขา ถึงแม้เขาจะเรียกเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับแม้แต่น้อย
เมื่อระยะเวลาผ่านไป 300 ลมหายใจ หลินหลิงค่อยๆลืมตาขึ้น ก็เห็นแววตาที่เศร้ามากของชางอวิ๋น
"เฮือกกก" . . . "น-น-นี่ท่านฆ่ามันไปแล้วใช่ไหม" หลินหลิงไม่รู้เหตการณ์เลยแม้แต่น้อย เขาคิดว่า ชางอวิ๋นเป็ผู้ฆ่า 'เบเฮมอธ' เมื่อมองไปรอบๆ เธอเห็นมันกลายเป็เถ้าถ่านสีเทาที่ยังคงรูปร่างของมันเอาไว้
"ท่านเป็อะไรมากไหม ท่านาเ็ตรงไหนหรือเปล่า" หลินหลิงสอบถามอาการเป็ห่วงชางอวิ๋นอย่างมาก
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้น "ซี้ดดดดดดดด" เสียงสูดหายใจดังยาวแล้วตอบกลับหลินหลิง
"เราต้องรีบหาทางออกกันแล้วหละแม่นางน้อย เมื่อกี่นี้ข้าเข้าปะทะกับมัน สุดท้ายแล้วข้าสลบไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ ข้าตื่นขึ้นมาก็เห็นซากของ 'เบเฮมอธ' กับไอ้ลูกกลมๆเหมือนจะย้ายมิติเราไปพบทางออก !! รึเปล่า" ชางอวิ๋นพยายามจะสลัดความเศร้าออกไปให้พ้นอยากจิตใจของเขา
ทั้งคู่จึงเดินสำรวจร่างของอสูรร้ายและบริเวณรอบๆ พวกเขาเจอลูกแก้วิญญาระดับ 4 สีทอง ซึ่งในหลายพันปีมานี้ไม่เคยมีใครได้เห็นและได้เจอมาก่อน ชางอวิ๋นก็โยนมันเข้ากระเป๋ามิติโดยไร้ความคิดอื่นใด
เมื่อชางอวิ๋นและหลินหลิงสำรวจภายในถ้ำทั้งหมดแล้วก็ไม่พบอะไรอีกเลย ทั้งคู่จึงเดินมาอยู่ที่หน้าลูกทรงกลม "ท่านพ่อของข้าเคยบอกว่าถ้าเห็นลูกกลมๆสีฟ้าๆให้ออกห่างจากมัน เพราะถ้าเข้าไปแล้วจะไปโผล่ที่ไหนไม่มีใครรู้ พ่อเรียกมันว่า มิติต่างแดน"
"ทางที่ดีเราควรจับมือให้แน่นอย่าปล่อยกันเด็ดขาด ไม่ว่าจะเจออะไร" ชางอวิ๋นกลัวว่าจะแยกจากกันไปคนกันทาง จึงคิดหาวิธี ทั้งคู่จับมือประสานกันแน่นแล้วเดินเข้าไปในมิติต่างแดน
"วาปปปปปปป" เมื่อทั้งคู่ผ่านเขามาพบว่าเป็ห้องสี่เหลี่ยมไม่เล็กและไม่ใหญ่ โดยมีประตูอยู่ด้านในสุด แต่ทว่า....ตรงกลางของห้องนั้นมีแหวนอยู่ 1 วง กับคัมภีร์สีทองอีกหนึ่งเล่ม
พวกเขาเดินเข้าไปดูพบว่า 'แหวนรูปันี้คืออุปกรณ์อะไรกันแน่ ทำไมถึงมีกลิ่นอายของัน้อย' ชางอวิ๋นกำลังมีจิตใจที่ล่องลอย จะเอามือเข้าไปคว้าเพื่อเก็บไว้เป็ของต่างหน้า เผื่อว่าวันไหนที่เขาลืมเทพัฟ้า เมื่อเขาเห็นของชิ้นนี้จะได้สำนึกว่ามีภาระกิจชุบดวงจิตของท่านเทพอยู่
ทันใดนั้นเอง ! เมื่อมือของชางอวิ๋นกำลังจะเอื้อมไปหยิบแหวนั มันกลับเปร่งแสงลอยขึ้นมา แล้วรัดเข้าไปทีนิ้วของชายหนุ่มอย่างรุนแรง ปลอดปล่อยพลังปราณที่ไม่สิ้นสุดออกมา
"อ๊ากกกกกกกกก" เสียงชางอวิ๋นร้องอย่างเ็ป เมื่อแหวนััักับนิ้วกลางด้านขวาของชางอวิ๋น มันก็ลงอักขระทันที ที่ไม่มีวันจะเอาแหวนัอันนี้ออกจากมือของเขาได้ ต่อให้ใช้อาวุธระดับตำนานมาฟันนิ้วของชายหนุ่มคนนี้ นิ้วก็ไม่มีทางขาดออกจากมือและแหวนเด็ดขาด นอกจากพลังปราณของเขาดับสูญเท่านั้น !
พลังปราณที่แผ่ออกมาจากแหวน ยังคงทะลุขึ้นเพดานของห้องอย่างไม่สิ้นสุด มันมีพลังมหาศาลมากเกินคณา ด้วยไหวพริบของชางอวิ๋นเขาจึงหลับตาโคจรพลังให้มันกลับไปที่ลูกแก้วัที่อยู่ในวิถีแห่งเซียนของเขา
ลูกแก้วัเปร่งแสงสว่าง ชายหนุ่มสามารถััถึงมันได้ แม้จะอัดพลังของแหวนลงไปเท่าไรก็ยังไม่มีท่าทีว่าพลังของแหวนจะหมดลง ลูกแก้วัก็ไม่มีท่าทีว่าจะรับพลังได้เต็มแล้ว
ของทั้งคู่มันเหมือนเรียกหากันซึ่งกันและกัน เติมเท่าไรก็ยังไม่เต็ม
หลินหลิงเห็นชางอวิ๋นนั่งโคจรพลังระยะเวลาผ่านไปถึง 1 ชั่วยามก็แล้ว ไม่มีท่าทีว่าพลังรอบๆกายของเขาจะหมดลง เธอวิตกกังวลเป็อย่างมาก จึงเอื่อมมือจะไปโอบไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ กลับพบว่าร่างกายของชางอวิ๋นนั้นร้อนกว่าคนทั่วไปมากนัก
เธอจึงนั่งคอยอย่างสงบพร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมาอย่างเป็ห่วง
เมื่อถึงเวลาพลังรอบกายของชางอวิ๋นสลายหายไปอย่างฟ้าผ่า "เปรี้ยงง !!" เสียงดังสนั่น พลังปราณข้างนอกกายสะบัด เหมือนถูกร่างของชางอวิ๋นดูดเข้าไปจนหยดสุดท้ายหายไปอย่างรวดเร็ว
หลินหลิงปาดน้ำตาเบาๆ แล้วรีบโถมตัวเข้าไปกอดชายหนุ่มอย่างแแ่ต่อให้ร้อนยังไงนางก็ไม่กลัว แต่ไม่เป็อย่างที่คาดไว้ เธอพบว่าอุณหภูมิของเขากลับมาเป็ปกติแล้ว
"ชางอวิ๋นเ้าเป็อะไรมากไหม ข้าเป็ห่วงท่านมากนะ" เสียงสะอื้นปนความกังวลถาโถมเข้ามาในจิตใจของหลินหลิง
"แม่นางน้อยข้าปลอดภัยแล้ว ข้าคิดว่าจะไม่รอดซะแล้วซิ แต่ที่ไหนได้นี่มันของชั้นเลิศเลยนะ" เสียงอันตื่นตะลึงดีใจของชางอวิ๋นทำให้หลินหลิงแปลกใจเป็อย่างมาก
"ข้ารู้สึกถึงขุมพลังในวิถีิญญาของข้า มันอัดแน่นจนคิดว่า ต่อให้ข้าจะใช้มันเท่าไรก็ไม่มีทางหมดลง"
นี่มันคืออุปกรณ์ระดับาของผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของดาวดวงนี้ มันคือแหวนปราณั ที่ในตำนานเล่าขานกันว่า ถ้าใครมันได้ของขวัญจากพระเ้า เป็แหวนปราณัแล้วหละก็ ต่อให้เขามีพลังปราณเพียงแค่ออร่าสีขาวก็สามารถใช้วิชาระดับ 5 ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดกันเลยทีเดียว
เมื่อทั้งคู่หายจากการตกตะลึงกับสิ่งที่ได้รับ ชางอวิ๋นและหลินหลิงก็ตรงไปที่ประตูเพื่อที่จะเปิดออก แต่...ทั้งคู่ก็ไม่สามารถหาวิธีที่จะเปิดมันออกไปได้
ชางอวิ๋นจึงขอให้หลินหลิงถอยห่างออกจากตนซักครู่ ขอลองพลังที่ได้มาจากแหวนเพื่อพังประตูที่อยู่ตรงหน้าซักหน่อย
"ย๊ากกกกกกก" เสียงของชางอวิ๋นเริ่มโคจรวิชาระดับตำนาน ภายในห้องที่มีขนาด 50 เมตร สูง 100 เมตร เต็มไปด้วยพลังปราณที่ทะยานสูงขึ้นไม่มีขีดจำกัด
10 เท่า นี้คือระดับที่ชางอวิ๋นใช้อยู่เป็ประจำ
20 เท่า ในระดับนี้เขายังไม่เคยััมาก่อน ร่างกายของชางอวิ๋นค่อยๆลอยจากพื้น
"บูมมมมมมมม" เสียงของการะเิพลังยังคงอัดแน่นและมากขึ้นยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
30 เท่า ชางอวิ๋นคิดว่าน่าจะพอฟัดพอเหวียงกับเบเฮมอธร่างเทพแล้ว และยังไม่มีท่าทีที่พลังจะหยุดลง
"หย๊ากกกกกกกกก"
. . . .
. . . .
"เปรี้ยง !! " ชางอวิ๋นบีบอัดพลังปราณ กำหนดให้มันหยุดอยู่ที่ 50 เท่า เพราะเขากลัวว่าถ้ามากไปกว่านี้ หลินหลิงอาจจะทนแรงกดดันไม่ไหว
ชางอวิ๋นสำรวจร่างกายของตัวเอง มันเป็พลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าบรรยาย แถมยังไม่มีพลังปราณรั่วไหลออกมานอกร่างกายอีกด้วย ถ้ามองภายนอกแล้วไม่มีใครรู้เลยว่าชางอวิ๋นนั้นมีพลังปราณถึงระดับอะไรกันแล้ว