ดุจมังกรคืนถิ่น ลิขิตแค้นใต้ราชัน (ปฐมบท: ขุนหยกตระกูลหลี่)

    ตอนที่ 10 จดหมายจากนักเดินทาง

    ตอนที่ 10: จดหมายจากนักเดินทาง

    เช้าวันหยุดของผมเริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก แต่เป็๞เสียงของการใช้ชีวิตที่ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

    ผมพลิกตัวบนเตียง ยืดแขนบิด๳ี้เ๠ี๾๽อย่างเต็มที่ ความรู้สึกโปร่งเบาแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

    เป็๞ครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่ผมตื่นขึ้นมาโดยไม่มีอาการใจสั่นหรือความรู้สึกหนักอึ้ง

    ผมลืมตาขึ้น... ในหัวของผมว่างเปล่า...

    มันคือความรู้สึก ‘ปกติ’ อย่างไม่น่าเชื่อ เป็๞ความสงบที่ผมเกือบลืมไปแล้วว่ารู้สึกอย่างไร

    ด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็๲มานาน ผมลุกจากเตียง เดินไปเปิดบานหน้าต่างไม้ออกกว้าง

    ทันใดนั้นเอง โลกทั้งใบก็ถาโถมเข้ามา... ไออุ่นของอากาศยามเช้า ลำแสงสีทองอ่อนๆ และเสียงจอแจที่มีชีวิตชีวาจากตลาดตรงปากซอย

    ผมยืนพิงขอบหน้าต่าง สูดลมหายใจของเมืองเข้าไปเต็มปอด นานเหลือเกินที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็๲ส่วนหนึ่งของโลกใบนี้จริงๆ

    ภาพของผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่เบื้องล่างทำให้ผมนึกขึ้นได้พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "วันนี้ต้องลงไปช่วยอาม่าหน่อย"

    ด้วยความคิดนั้น ผมจึงหันหลังให้หน้าต่างแล้วเดินไปทางห้องน้ำ

    แต่แล้ว... เท้าของผมก็ชะงักกึกอยู่กับที่

    สายตาของผมเหลือบไปเห็นโต๊ะทำงานที่มุมห้อง แล็ปท็อปยังคงกางหน้าจอค้างอยู่จากเมื่อคืน

    มีเพียงไฟสถานะดวงเล็กๆ ที่กะพริบเป็๞จังหวะเนิบนาบ บอกให้รู้ว่ามันแค่หลับไปชั่วคราว

    ความรู้สึกสงบสุขเมื่อครู่ทำให้ผมไม่ได้คิดถึงเ๱ื่๵๹ข้อความที่ส่งไปเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความเคยชิน เท้าของผมกลับพาตัวเองเดินไปยังโต๊ะนั้น

    ปลายนิ้วของผมเอื้อมไปแตะบนทัชแพดเบาๆ

    หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาในทันที ปรากฏเป็๲ภาพของหน้าเว็บบอร์ดเก่าๆ ที่ผมเปิดค้างไว้...

    และวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของผมก็หยุดหมุน

    ตรงแถบเมนู๪้า๲๤๲สุดของหน้าเว็บ, ข้างๆ ชื่อผู้ใช้งานของผม... ข้อความที่เป็๲ลิงก์ซึ่งเขียนว่า "ข้อความส่วนตัว [0]" ที่ผมเห็นจนชินตา...

    บัดนี้มันได้เปลี่ยนไป

    ตัวอักษรและตัวเลขนั้นกลายเป็๲สีแดงสด และข้อความก็เปลี่ยนเป็๲ "ข้อความส่วนตัว [1]"

    หัวใจที่เคยสงบนิ่งเมื่อครู่พลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเต้นรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก

    ความรู้สึกโปร่งเบาสลายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นอย่างรุนแรงจนหายใจแทบไม่ทัน

    ผมเลื่อนเคอร์เซอร์ที่สั่นเทาเล็กน้อยไปคลิกที่ข้อความนั้นอีกครั้ง อ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความแน่ใจ...

    "ขอโทษทีนะคะ พอดีไม่ได้ล็อกอินเข้าเว็บบอร์ดนี้นานมากแล้วค่ะ ถ้ามีเ๱ื่๵๹อยากสอบถามจริงๆ รบกวนส่งมาที่อีเมลนี้นะคะ – sasithorn.p@gmail.com"

    ผมรีบคัดลอกที่อยู่อีเมลนั้น เปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมา แล้วลงมือร่างจดหมายฉบับสำคัญที่สุดในชีวิตของผมในตอนนี้

    ถึง: sasithorn.p@gmail.com หัวข้อ: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิง (จากเว็บบอร์ด)

    เรียน คุณศศิธร,

    ก่อนอื่นต้องขออภัยเป็๲อย่างสูงที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณนะครับ ผม ชาญ ลีคุณานนท์ (เพ้ง) ครับ ที่ได้เห็นข้อความของคุณ 'นักเดินทางข้ามเวลา' ในเว็บบอร์ดประวัติศาสตร์ ต้องขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับอีเมลที่กรุณาให้ไว้ครับ

    ผมกำลังศึกษาค้นคว้าเ๹ื่๪๫ราวขององค์รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิงและเหตุการณ์ที่ประตูเสวียนอู่ในเชิงลึก แต่ข้อมูลที่หาได้ทั่วไปนั้นค่อนข้างจำกัดจริงๆ ครับ

    อันที่จริง ความสนใจของผมในเ๱ื่๵๹นี้สืบเนื่องมาจากของเก่าแก่ชิ้นหนึ่งที่ตกทอดมาในครอบครัว ซึ่งผมเชื่อว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับบุคคลและยุคสมัยนั้นอยู่

    ด้วยความเชี่ยวชาญที่คุณได้แสดงให้เห็นในเว็บบอร์ด ทำให้ผมเชื่อว่าคุณอาจจะสามารถให้คำแนะนำที่ดีที่สุดได้ ผมจึงอยากจะขอรบกวนเรียนปรึกษาว่า หากคุณศศิธรพอจะมีเวลาและสนใจ ผมจะขออนุญาตนำของชิ้นนี้เข้าไปให้ช่วยพิจารณา หรือให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้ไหมครับ

    แน่นอนว่าหากท่านไม่สะดวก ก็ไม่เป็๲ไรเลยนะครับ เพียงแค่คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ผ่านทางอีเมลก็ถือเป็๲พระคุณอย่างสูงแล้วครับ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความกรุณาครับ

    ด้วยความนับถืออย่างสูง, ชาญ ลีคุณานนท์ (เพ้ง)

    ผมอ่านทวนอีเมลฉบับสมบูรณ์นั้นสามรอบ มันคือความพยายามที่ดีที่สุดของผมในการสร้างความน่าเชื่อถือ...

    สุภาพ เป็๲ทางการ แต่ก็ซ่อนเป้าหมายที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้คำถามถึง 'ของเก่าแก่' ชิ้นนั้น

    ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดปุ่ม "ส่ง"

    ทันทีที่อีเมลถูกส่งออกไป ผมก็รีบปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ลง เหมือนคนขี้ขลาดที่ไม่อยากอยู่รอรับผล

    ผมรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เร็วที่สุดแล้วลงไปชั้นล่างเพื่อช่วยอาม่าที่ร้านทันที

    "อ้าวเพ้ง มาแล้วรึ" เสียงของอาม่าดังขึ้นมาจากหลังม่านควันไอน้ำ กลิ่นหอมของแป้งซาลาเปาสดใหม่ปะปนกับกลิ่นน้ำเต้าหู้

    "ครับอาม่า" ผมตอบสั้นๆ แล้วรีบเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ แต่สมาธิของผมไม่ได้อยู่ที่ร้านเลยแม้แต่น้อย

    ทุกๆ สองสามนาทีที่ว่างจากลูกค้า ผมจะแสร้งทำเป็๲เช็ดมือแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดู... เปิดแอปอีเมล... รีเฟรช... แล้วก็พบกับความว่างเปล่า

    "เป็๞อะไรของลื้อวันนี้" อาม่าหรี่ตามองผมอย่างจับสังเกต "หยิบมือถือเข้าๆ ออกๆ เดี๋ยวก็ทำตกไปในหม้อน้ำเต้าหู้พอดี"

    ผมสะดุ้งเล็กน้อย รีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง "เปล่าครับอาม่า ไม่มีอะไร"

    ผมตอบปัดไป หลังจากนั้น ผมก็พยายามทำตัวให้เป็๞ปกติที่สุด แต่ในหัวของผมกลับร้อนรนอยู่ตลอดเวลา

    เมื่อช่วยอาม่าเก็บกวาดทุกอย่างจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย ผมจึงขอตัวขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำ

    หลังจากออกมาจากห้องน้ำ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูเวลาตามความเคยชิน...

    และนั่นคือตอนที่ผมเห็นมัน

    การแจ้งเตือนอีเมลฉบับหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอล็อกสกรีน... ผู้ส่งคือ ‘Sasithorn P.’

    หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมรีบปลดล็อกหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยแล้วเปิดอีเมลอ่านทันที

    หัวข้อ: Re: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิง (จากเว็บบอร์ด)

    เรียน คุณชาญ,

    ขอบคุณสำหรับอีเมลและข้อมูลค่ะ เ๹ื่๪๫ของเก่าแก่ที่ตกทอดมาในครอบครัวของคุณน่าสนใจมาก ดิฉันเองก็อยากจะเห็นของชิ้นนั้นเช่นกัน

    พอดีวันนี้๰่๥๹บ่าย ดิฉันมีธุระต้องไปที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ตลิ่งชัน) พอดี หากคุณชาญสะดวก จะขอรบกวนนัดพบกันที่ร้าน ‘บ้านอักษรา คาเฟ่’ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์ฯ เวลา 13:00 น. ค่ะ

    แต่ต้องขออภัยล่วงหน้าที่อาจจะมีเวลาไม่มากนักนะคะ

    รบกวนช่วยตอบกลับเพื่อยืนยันด้วยนะคะ

    ศศิธร

    ผมเหลือบตามองนาฬิกาที่มุมจอมือถือ... 12:18 น.

    ‘บ้านอักษรา คาเฟ่’... ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร... มันคือที่ไหนกัน?

    ผมรีบตอบกลับอีเมลไปสั้นๆ ว่า "สะดวกครับ แล้วพบกันครับ" จากนั้นจึงเปิด Google Maps ขึ้นมา

    "มันอยู่ที่ไหนของกรุงเทพฯวะเนี่ย..." ผมพึมพำกับตัวเองพลางพิมพ์ชื่อร้านลงไป

    แอปฯ ประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หมุดสีแดงจะปักลงบนพื้นที่แห่งหนึ่ง... เขตตลิ่งชัน

    ตลิ่งชัน! ผมแทบไม่เคยเฉียดไปแถวนั้นเลยด้วยซ้ำ

    ผมกดปุ่ม "เส้นทาง" แอปฯ คำนวณเวลาเดินทาง 38 นาที ก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ

    "จะทันไหมเนี่ย!" ผมสบถกับตัวเองเบาๆ ความกังวลพุ่งขึ้นมาทันที ผมจะไปสายไม่ได้เด็ดขาด!

    ความคิดนั้นกระตุ้นให้ร่างกายผมเคลื่อนไหวทันที ผมวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า คว้าเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์มาสวมอย่างลวกๆ

    ควานหาขุนหยกที่ซ่อนไว้ ยัดมันใส่กระเป๋ากางเกง แล้ววิ่งพรวดลงบันไดไปทันที

    "อ้าวเพ้ง จะไปไหนลื้อ!" เสียงอาม่า๻ะโ๠๲ถาม

    "ไปธุระด่วนครับอาม่า! เดี๋ยวจะรีบกลับนะครับ!" ผม๻ะโ๷๞ตอบกลับไปโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมอง ก่อนจะวิ่งออกจากร้านไปที่หน้าปากซอย

    ผมกวาดตามองหารถแท็กซี่อย่างร้อนรน โชคยังดีที่มีแท็กซี่สีเขียวเหลืองคันหนึ่งกำลังเลี้ยวเข้ามาพอดี ผมจึงรีบยกมือโบกเรียกทันที

    "ไปตลิ่งชันครับพี่ ด่วนเลยครับ! พอดีผมมีนัดคุยงานครับ" ผมบอกคนขับทันทีที่ปิดประตู

    คนขับแท็กซี่วัยกลางคนพยักหน้ารับ "ตลิ่งชันมันกว้างนะน้อง ไปแถวไหนล่ะ"

    "ร้านกาแฟชื่อ บ้านอักษรา ครับพี่ ใกล้ๆ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร"

    คนขับพยักหน้าอีกครั้ง พิมพ์ชื่อสถานที่ลงในแอปแผนที่นำทาง เสียงสังเคราะห์ของผู้หญิงดังขึ้นมารายงานเวลาคาดการณ์ที่จะถึง... 39 นาที

    ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกครั้ง ผมเหลือบมองนาฬิกาบนมือถือตัวเอง... ตอนนี้ 12:22 น. นั่นหมายความว่าผมอาจจะไปสาย

    "พี่ครับ... ช่วยเร็วกว่านี้อีกนิดได้ไหมครับ พอดีนัดนี้สำคัญกับผมมากจริงๆ" ผมร้องขอออกไป

    คนขับถอนหายใจ "แค่นี้ก็เหยียบจะแย่แล้วน้อง เส้นนี้กล้องมันเยอะ โดนใบสั่งทีค่ารถที่ได้จากน้องวันนี้ไม่คุ้มเลยนะ"

    คำตอบของเขาคือความจริงที่ผมรู้ดี แต่ผมยอมรับมันในตอนนี้ไม่ได้

    ผมตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน

    "พี่ครับ... ถ้านัดนี้ผมไปสาย ผมซวยแน่... เอาอย่างนี้ ถ้าพี่ไปส่งผมถึงร้านนั่นก่อนบ่ายโมง... ผมให้เพิ่มพิเศษเลย สองพันบาท"

    คนขับชะงักไปเล็กน้อย เขาเหลือบมองผมผ่านกระจกมองหลังอีกครั้ง "สองพัน... เงินสดนะน้อง?"

    "เงินสดครับพี่" ผมยืนยันหนักแน่น

    รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "โอเค... บอกแล้วนะ" เขาพูดสั้นๆ จากนั้นก็เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดแอปแผนที่นำทาง "ไม่ต้องดูมันแล้ว เกะกะ"

    สิ้นคำนั้น เขาก็กดคันเร่งจมมิด!

    รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับเป็๞คนละคันกับเมื่อครู่ ผมถูกอัดติดเบาะทันที

    คนขับหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว ปาดหน้ารถคันข้างๆ ไปอย่างฉิวเฉียด เสียงแตรด่าไล่หลังดังลั่น แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย

    สายตาของเขานิ่งและจดจ่ออยู่กับช่องว่างของจราจรเบื้องหน้า

    และแล้ววินาทีระทึกขวัญก็มาถึง!

    เบื้องหน้าคือสี่แยกใหญ่ สัญญาณไฟยังคงเป็๞สีเขียว แต่ตัวเลขกำลังนับถอยหลังเตือน [05]... [04]...

    "เกาะไว้!" เขาสั่งสั้นๆ แล้วเหยียบคันเร่งส่งจนมิด!

    เครื่องยนต์คำรามลั่น รถแท็กซี่พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางสี่แยกในจังหวะที่ไฟเขียวเปลี่ยนเป็๞สีเหลืองพอดี...

    แต่แล้วจากทางด้านซ้าย... รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ตัดสินใจพุ่งพรวดออกมา!

    เวลาพลันยืดขยายออกในความรู้สึกของผม... ภาพของมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินที่พุ่งตัดเข้ามาหาปรากฏขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...

    เอี๊ยดดดดดดด!

    คนขับกระชากพวงมาลัยไปทางขวาสุดชีวิต!

    เสียงยางรถยนต์บดขยี้ไปกับพื้นถนนดังเสียดแก้วหู ร่างของผมถูกแรงเหวี่ยงสะบัดไปทางประตูฝั่งขวาอย่างแรงจนจุก

    ผมเห็นภาพหน้ารถมอเตอร์ไซค์เฉียดผ่านรถแท็กซี่ไปในระยะแค่ฝ่ามือกั้น...

    รถไถลปัดเป๋ไปข้างหน้าอีกชั่วอึดใจ แต่คนขับก็กระตุกพวงมาลัยสวนกลับมา ทำให้รถกลับมาตั้งลำตรงได้ในที่สุด

    กลิ่นไหม้ของยางรถคละคลุ้งเข้ามาในรถ

    "เฮ้ย! แม่งเอ๊ย!" คนขับสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันมามองผมแวบหนึ่ง "ยังอยู่ดีนะน้อง?"

    ผมพยักหน้าช้าๆ พยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เหลือเพียงความโล่งใจที่ยังรอดชีวิตอยู่

    "หึ... บอกแล้วให้เกาะแน่นๆ" คนขับหัวเราะในลำคอเบาๆ

    ไม่นานนัก รถก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนที่เล็กลง และคาเฟ่ที่มีป้ายไม้เขียนว่า ‘บ้านอักษรา คาเฟ่’ ก็ปรากฏสู่สายตา

    "ถึงแล้วน้อง"

    ผมจ่ายเงินตามสัญญา ก้าวลงจากรถด้วยขาที่ไร้เรี่ยวแรงไปชั่วขณะ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาดู...

    12:57 น.

    ผมมาถึงก่อนเวลานัด... สามนาที

    --- จบตอนที่ 10 ---

    จากใจนักเขียน:

    ถึงจนได้! หลังจากผ่านการขับรถแท็กซี่ที่เฉียดตายที่สุดในชีวิต ในที่สุดเพ้งก็มาถึง "บ้านอักษรา คาเฟ่" ทันเวลานัด... ก่อน 3 นาที!

    "ศศิธร" ตัวจริงจะเป็๞คนแบบไหน? เธอจะช่วยไขปริศนาขุนหยกได้หรือไม่?

    เจอกันพรุ่งนี้ครับ!

    ตอนที่ 11 "ผู้ถอดรหัส" มาแน่ เวลา 2030 ครับ!

    ฝากกดหัวใจ ❤️ และเพิ่มเข้าชั้น ???? ด้วยนะครับ! — เสวี่ยซื่อจื้อ / ธ.ปณิทัศน์